<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.เตรียมเงิน100 ล้าน ฟื้นฟูโรงเรียนน้ำท่วมภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18ธ.ค.63- สพฐ. เตรียม งบฯฟื้นฟู ดูแลโรงเรียนภาคใต้ &amp;nbsp;100 ล้าน หลังประสบภัยน้ำท่วมหนัก &amp;ldquo;ธนุ&amp;rdquo; เผย ทุกโรงเรียนกลับมาเปิดตามปกติแล้ว &amp;nbsp;แต่ยังยังมีอีกหลายโรงเรียนที่น้ำยังไม่ลด &amp;nbsp;ทำให้ตัวเลขงบประมาณช่วยเหลืออาจจะยังไม่นิ่ง อุตุคาดพายุเข้าแถบสงขลา และ3จังหวัดชายแดนใต้สัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ประสบการปัญหาอุทกภัยนั้น ขณะนี้ ทุกโรงเรียนกลับมาเปิดและจัดการเรียนการสอนตามปกติแล้ว ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ นายอัมพร พินะสา เลขาฯ กพฐ. พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รวมถึงได้มอบนโยบายให้แต่ละโรงเรียนดำเนินการสำรวจความเสียหายและจัดทำรายละเอียดส่งเข้ามาที่ส่วนกลาง &amp;nbsp; เพื่อที่เสนอของบประมาณในการปรับปรุง ซ่อมแซมหลังประสบภัย และนักเรียนจะได้ใช้อุปกรณ์การเรียนที่ดี โดยขณะนี้มีโรงเรียนหลายแห่งได้มีสำรวจข้อมูลประมาณการการใช้งบประมาณ และส่งภาพถ่ายเสนอเข้ามายังส่วนกลางบ้างแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงมีหลายพื้นที่ที่น้ำยังไม่ลดอยู่ในระดับที่จะเข้าไปสำรวจได้ ดังนั้น สพฐ.จะไม่มีการกำหนดระยะเวลาในการนำเสนอข้อมูลดังกล่าว ซึ่งหากโรงเรียนไหนมีความพร้อม ก็สามารถเสนอข้อมูลเข้ามาที่ สพฐ.ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการเรื่องนี้ ผมคิดว่าน่าจะอยู่ที่หลัก 100 ล้านบาท ซึ่งเราได้มีการจัดเตรียมงบฯ เหลือจ่ายเข้ามาบริหารจัดการปรับปรุง ซ่อมแซมโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย ทั้งนี้หากงบประมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ สพฐ.จะดำเนินการเสนอของบประมาณจากรัฐบาลต่อไป&amp;rdquo;รองเลขาฯ กพฐ.
ทางด้านกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าในช่วง1-2 วันนี้จะมีฝนตกหนักภาคใต้ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส &amp;nbsp; และในสัปดาห์หน้าอาจมีพายุเข้าลูกใหญ่ ซึ่งจะทำให้ฝนตกหนัก ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าจะทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม เหมือนจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง เมื่อช่วง 2ปสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87258</URL_LINK>
                <HASHTAG>#งบประมาณ, ธนุ วงษ์จินดา, น้ำท่วมภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd92ec894146.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ระดับน้ำลดลงทุกจังหวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.63 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน &amp;nbsp;น้ำไหลหลาก และวาตภัย ในพื้นที่ภาคใต้ 11 จังหวัด 101 อำเภอ 584 ตำบล 4,220 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 689,792 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 30 ราย ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังใน 5 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง และสงขลา ระดับน้ำลดลงทุกจังหวัด ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ โดยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมและสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน &amp;ndash; ปัจจุบัน (12 ธันวาคม 2563 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัยรวม 11 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 101 อำเภอ 584 ตำบล 4,220 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 689,792 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 30 ราย (นครศรีธรรมราช 21 ราย พัทลุง 3 ราย สุราษฎร์ธานี 2 ราย ตรัง 2 ราย และสงขลา 2 ราย) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมใน 5 จังหวัด 28 อำเภอ 107 ตำบล 607 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 39,086 ครัวเรือน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุราษฎร์ธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเคียนซา อำเภอบ้านนาเดิม อำเภอพุนพิน อำเภอเวียงสระ อำเภอพระแสง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี และอำเภอบ้านนาสาร รวม 45 ตำบล 343 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,002 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครศรีธรรมราช น้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอพระพรหม อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอชะอวด อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอทุ่งใหญ่ และอำเภอถ้ำพรรณา รวม 35 ตำบล 178 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 24,157 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรัง น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง และอำเภอกันตัง รวม 5 ตำบล 26 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,656 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัทลุง น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอควนขนุน อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน และอำเภอบางแก้ว รวม 9 ตำบล 22 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,122 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สงขลา น้ำท่วมขังในพื้นที่ &amp;nbsp;4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสิงหนคร อำเภอระโนด และอำเภอสทิงพระ รวม 13 ตำบล 38 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,131 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย พื้นที่ใกล้เคียง พื้นที่อื่น ๆ สนับสนุนการเผชิญเหตุ โดยระดมกำลังพลและทรัพยากรด้านสาธารณภัย อาทิ เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ เรือไฟเบอร์ รถสูบส่งน้ำระยะไกล รถผลิตน้ำดื่ม รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถสุขาเคลื่อนที่ รถประกอบอาหาร รถไฟฟ้าส่องสว่าง ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงและเร่งระบายน้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ สำหรับในส่วนของผู้เสียชีวิต จังหวัดได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตตามระเบียบแล้ว ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86641</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, น้ำท่วมภาคใต้, มหาดไทย, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc0cb0665f44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำท่วมภาคใต้คลี่คลาย สรุปยอดผู้เสียชีวิต 29 คน &#039;เมืองคอน&#039; มากสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ น้ำท่วมจากเทือกเขาหลวง อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 5 จังหวัด แต่ระดับน้ำลดลงแล้ว สรุปยอดผู้เสียชีวิตรวม 29 คน นครศรีธรรมราชมากสุด พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.63 - เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน &amp;ndash; ปัจจุบัน (10 ธันวาคม 2563 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัยรวม 11 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 101 อำเภอ 584 ตำบล 4,216 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนได้รับผลกระทบ 684,124 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 29 ราย (สุราษฎร์ธานี 2 ราย นครศรีธรรมราช 21 ราย ตรัง 1 ราย สงขลา 2 ราย และพัทลุง 3 ราย) ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมใน 5 จังหวัด 31 อำเภอ 136 ตำบล 880 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 253,753 ครัวเรือน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุราษฎร์ธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเคียนซา อำเภอบ้านนาเดิม อำเภอพุนพิน อำเภอเวียงสระ อำเภอพระแสง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี และอำเภอบ้านนาสาร รวม 45 ตำบล 343 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,802 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครศรีธรรมราช น้ำท่วมขังในพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอพระพรหม อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอชะอวด อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอทุ่งใหญ่ และอำเภอถ้ำพรรณา รวม 50 ตำบล 366 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 184,750 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรัง น้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง &amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด อำเภอวังวิเศษ และอำเภอกันตัง รวม 16 ตำบล 73 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,423 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัทลุง น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอควนขนุน อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอเขาชัยสน อำเภอ &amp;nbsp; ปากพะยูน และอำเภอบางแก้ว รวม 9 ตำบล 29 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 46,284 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สงขลา น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสิงหนคร อำเภอระโนด และอำเภอสทิงพระ รวม 16 ตำบล 69 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10,494 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86478</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, น้ำท่วมภาคใต้, ปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc85674bac00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาชีวะอาสา นำทีม Fix it Center ภาคใต้ ช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.63-นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) เฝ้าระวังและลงพื้นที่ที่ได้รับความหายและออกช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยหลังภาวะน้ำลด ภายใต้โครงการ Fix it Center (ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน)เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นของประชาชนนั้น สอศ. จึงได้ชุด Fix it Center ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (ฟื้นฟูหลังน้ำลด) ออกช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยหลังภาวะน้ำลด โดยได้มอบหมายให้ประธานอาชีวศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้ดำเนินการ นำกำลังครูและนักศึกษาออกไปช่วยเหลือประชาชน รวมถึงอาคาร บ้านเรือน สถานศึกษาที่ได้รับความเสียหาย เป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ซึ่งกำหนดการจัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน จำนวน 79 ศูนย์ ใน 22 อำเภอ ที่ได้รับความเสียหาย โดยแบ่งการลงพื้นที่ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 8 - 11 ธันวาคม 2563 และช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 15 - 18 ธันวาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการจัดศูนย์ Fix it Center ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (ฟื้นฟูหลังน้ำลด) ครั้งนี้ มีนักเรียน นักศึกษา และคณะครู ที่มีจิตอาสาจากสถานศึกษา สังกัด สอศ.ในภาคใต้ 14 จังหวัด จำนวน 33 วิทยาลัย ลงพื้นที่ให้บริการช่วยเหลือประชาชน โดยซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ การซ่อมบำรุงเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์การประกอบอาชีพ และอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เพื่อเป็นการลดรายจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และนอกเหนือจากจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว สอศ. จะลงพื้นจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดตรัง เพื่อให้ความช่วยต่อไป&amp;rdquo;เลขาฯ กอศ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86402</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาชีวะ, น้ำท่วมภาคใต้, สอศ., อาชีวะFIX IT</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd08472d018a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หนูเล็ก ก่าก๊า&#039;ควง&#039;แม่เฒ่า&#039;เปิดใจหลังบ้านภาคใต้น้ำท่วมหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงกับขำไม่ออกเลยสำหรับ หนูเล็ก-ภัทรวดี ปิ่นทอง หรือหนูเล็ก ก่าก๊า ที่วันนี้ควงแม่เฒ่า แม่แท้ๆ มาเปิดใจบ้านที่ภาคใต้น้ำท่วมหนักมาก ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow พร้อมเผยพัฒนาการลูกชาย น้องวิน เติบโตเกินวัย หนักใจต้องเฝ้าระวังเรื่องแพ้อาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้บ้านที่สงขลากลับไม่ได้แล้วใช่ไหม?
แม่เฒ่า : น้ำท่วมเข้ามาถึงหน้าบ้านแล้ว
หนูเล็ก : จริงๆเขาต้องกลับเดือนนี้ แต่ดูท่าน่าจะไม่ได้กลับ เพราะว่าน้ำท่วมที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือว่าโชคดีไหม เพราะเป็นจังหวะที่แม่ขึ้นมากรุงเทพฯ พอดี?
หนูเล็ก : ใช่ค่ะ ทุกปีเขาจะลอยไปกับน้ำ ลอยอยู่บนเรือ แต่ปีนี้บ้านท่วมไม่เยอะนะคะ แต่ว่าจังหวัดนคร หรือจังหวัดใกล้เคียงก็น่าจะเยอะอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ห่วงบ้านไหมตอนนี้?
แม่เฒ่า : ห่วงค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าท่วมขนาดนี้บ้านจะเสียหายขนาดไหน?
แม่เฒ่า : ก็พายเรือเข้าในบ้านได้เลย
หนูเล็ก : แล้วพวกตู้ก็พังหมดเลย ต้องทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นอย่างนี้ทุกปีไหม?
หนูเล็ก : ทุกปี แต่ว่ามันแล้วแต่ปีไหนหนัก ปีไหนไม่หนัก ถ้าปีไหนหนักๆ เรือก็จะเข้าไปอยู่ในบ้านได้ แล้วเราก็จะนอนบนเรือไม่มีที่นอน เพราะมันเป็นบ้านชั้นเดียว พวกไฟก็จะตัดหมดเลย เพราะมันจะช็อต กลางคืนจุดเทียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายพื้นที่ก็เจอเหมือนหนูเล็กเลยภาคใต้ปีนี้ ให้กำลังใจหลายๆคนหน่อย?
หนูเล็ก : ปีนี้ก็น่าจะท่วมหนัก ทั้งนครศรีธรรมราช หรือว่าหลายๆจังหวัด ขอให้ทุกคนปลอดภัย ช่วยดูแลคนแก่ ดูเด็ก ดูแลตัวเองให้ดี ขอให้ทุกคนปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ข่าวว่า น้องวิน ติดแม่เฒ่ามาก?
หนูเล็ก : ค่ะ ติดเลย สมมติว่าเขาอยากกินปีโป้ เราก็บอกว่ากินได้วันละอันนะครับลูก เขาก็เดินไปหาแม่เฒ่าแล้วไปกอดคอเขย่าๆ นี่ก็เอาให้อีก ก็เลยติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ลูกเพิ่ง 1 ขวบกว่าๆ ให้เข้าโรงเรียนแล้ว?
หนูเล็ก : อันนี้หลายคนทักมากบอกว่าเว่อร์บ้าง ทำไมบังคับลูก ให้ลูกเรียนเร็วจังเลย จริงๆ แล้วหนูอยากจะบอกว่าไม่ได้บังคับเลย 1 ขวบ 5 เดือน ที่เข้าโรงเรียน เพราะว่าโรงเรียนเขาเปิดรับ แล้วมาเปิดอยู่ข้างบ้าน ที่นี้เราก็ปรึกษาเขาว่าทำไมถึงรับ 1 ขวบ 5 เดือน เขาบอกว่ามันอยู่ที่ความพร้อมของเด็ก ถ้าเด็กพร้อม พ่อ แม่ พร้อม ลองเอามาเทสที่โรงเรียน ซึ่งความพร้อมหมายความว่าเด็กชอบไปโรงเรียนไหม เด็กมีทักษะที่เรียนรู้เร็วไหม น้องวินประมาณ 1 ขวบ เขาสามารถท่อง ก.ไก่ได้ เราก็เลยพาไปเทสปรากฎว่าเด็กพร้อม แล้วไม่ใช่ทุกคนนะที่พร้อมแบบนี้ ห้องนึง 3-4 คนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภูมิใจไหมในฐานะคนเป็นแม่?
หนูเล็ก : ก็มีภูมิใจนะคะ แล้วก็เด็กหลายคนก็พร้อมหมดเลย แต่ว่าบางคนไม่พร้อมทางด้านนี้ ครูก็จะสอนให้พร้อมทุกอย่าง พอไปอยู่โรงเรียนเขาสอนดีมากๆ เอาใจใส่มากๆ คือเราไปนั่งเรียนกับลูก 2 เดือนเต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วงานล่ะ?
หนูเล็ก : คือไม่รับงานเลย 2 เดือน คือช่วงเช้าไม่ได้รับงานเลย ตอนเย็นเท่านั้นที่รับ แต่พอเริ่มผ่านไป 2 เดือนเด็กมันพร้อมมากแล้ว เขาก็เลยบอกว่าคุณแม่ไม่ต้องมาแล้วนะคะ เราเห็นลูกดีใจ และมีความสุขมากเวลาที่เขาไปเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วแบบนี้พวกอาหารที่เขาแพ้ล่ะ?
หนูเล็ก : เขาดูแลดีมาก แพ้แป้งสาดี แพ้ถั่ว แพ้นมวัว แพ้ปลาแซลม่อน แพ้ปลาซาบะ โรงเรียนดูให้เป็นอย่างดีมากๆ เขาออกไปหาซื้อเอง แล้วมาทำให้น้องวิน ไม่ได้ทำให้น้องวินอย่างเดียว ทำให้เพื่อนๆ เขาในห้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาเป็นแม่ต้องทุ่มให้ลูก มันกระทบกับรายได้หลักของเราไหม?
หนูเล็ก : ไม่ได้รู้สึกกระทบ เพราะว่าปกติหนูไม่ได้รับงานเยอะ ก็ยังพอส่งให้ลูกได้ แล้วอีกอย่างถ้าเราไม่มีหนี้ อะไรก็ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายได้หลักไม่ได้มาจากวงการบันเทิงอย่างเดียว มีขายของด้วย?
หนูเล็ก : ใช่คะ ขายเสื้อยืด ขายกากหมู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้ก็พร้อมที่จะมีอีกคน?
หนูเล็ก : จริงๆ อยากมีนะคะ แต่ว่าเราเลี้ยงเราเหนื่อยนะพี่ บอกตรงๆ เหนื่่อยนะ แต่มันมีความสุขมาก แต่ก็อยากมีแต่ว่าต้องรอดูก่อน แต่แฟนอยากได้ลูกสาว ส่วนหนูอยากได้ลูกชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กังวลกลัวเลี้ยงเหนื่อย หรือกลัวอาการแพ้ท้อง?
หนูเล็ก : อาการแพ้ท้องเหมือนจะเริ่มลืมแล้ว แต่ว่าเริ่มกลัวว่าลูกจะเรียนที่ไหนดีเครียดจังเลย ลูกเจอเพื่อนแบบไหน เครียดจังเลย ลูกจะเป็นยังไง เครียดเรื่องนั้นมากกว่า เครียดเรื่องที่ว่าเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ไหม แค่นี้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86313</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องวิน, น้ำท่วม, น้ำท่วมภาคใต้, หนูเล็ก ก่าก๊า, หนูเล็ก-ภัทรวดี ปิ่นทอง, แพ้อาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf6a7f3b302.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้ตัวน้ำขุ่นๆ &#039;ก้าวไกล&#039; ป้อง &#039;ธนาธร&#039; ไม่ได้เสนอตัดงบแก้น้ำท่วมเมืองคอน อ้างเฉยถูกบิดเบือนข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 2563 นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีน้ำท่วมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่ามีการนำข้อความและคลิปในช่วงที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สัดส่วนพรรคก้าวไกล อภิปรายไว้มาบิดเบือนและเผยแพร่อย่างกว้างขวางในสื่อออนไลน์โดยพยายามชี้นำว่า เป็นการเสนอลดงบประมาณดูแลพี่น้องนครศรีธรรมราชลงโดยไม่สนใจความเดือดร้อน ทั้งที่เหตุอุทกภัยเป็นความจำเป็นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องนี้มีข้อเท็จจริงที่ต้องอธิบายคือ การอภิปรายดังกล่าวเป็นเรื่องความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ เพื่อหาแนวทางป้องกันน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืนสำหรับชาวนครศรีธรรมราช ซึ่งข้อถกเถียงสำคัญคืองบประมาณที่รัฐบาลลงทุนนั้นมีศักยภาพป้องกันอุทกภัยได้จริงหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องของการเสนอลดงบประมาณโดยไม่ใส่ใจปัญหาสำคัญของชาวนครศรีธรรมราช และรายละเอียดของการอภิปรายดังกล่าวไม่ได้แตะต้องงบประมาณที่มีการดำเนินการไปแล้ว ดังนั้น อุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จึงยิ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเสนอปรับลดงบประมาณดังกล่าว แต่เป็นเรื่องของการวางแผนงบประมาณที่คุ้มค่าต่อชาวนครศรีธรรมราชจริงๆ ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจำกันได้ ในชั้นกรรมาธิการงบประมาณปี 64 พรรคก้าวไกลได้มีการหยิบยกเอาโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ จ.นครศรีธรรมราช (คลองผันน้ำ) มาอภิปราย โครงการนี้มีมูลค่าสูงถึง 9,580 ล้านบาท เป็นการขุดคลองสาขาเพื่อเพิ่มช่องทางการระบายน้ำที่จะไหลจากภูเขาลงสู่ทะเล ผันน้ำออกไม่ให้ท่วมตัวเมือง โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2561 แต่แทบไม่มีความคืบหน้าใดๆ หลังจากดำเนินโครงการมาแล้ว 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคก้าวไกลเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ต้องมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และเข้าใจหัวอกคนนครที่ต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากปีแล้วปีเล่า แต่สิ่งที่เราท้วงติง คือ แผนงานที่จะไม่เกิดผลในการป้องกันน้ำท่วมได้จริง เพราะไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility study) ที่เป็นปัจจุบัน และไม่มีการทำ EIA &amp;nbsp;สุดท้ายงบประมาณที่ลงไปเกือบหมื่นล้านก็จะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ สิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งการทักท้วงนี้ ทุกอย่างมาจากการศึกษาตามหลักวิชาการ มีการทำแบบจำลองคาดการณ์การไหลของน้ำในสถานการณ์น้ำท่วมในอดีต เราพบว่าแม้ว่าจะมีคลองผันน้ำกว้างถึง 80 เมตร แต่แทบเป็นได้ยากมากที่จะควบคุมมวลน้ำขนาดใหญ่ที่ไหลบ่าจากเทือกเขาหลวงให้ไหลลงสู่คลองระบายน้ำได้ ผลก็คือแม้จะลงเงินงบประมาณเป็นหมื่นล้าน น้ำจะยังคงท่วมตัวเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่กรรมาธิการสัดส่วนพรรคก้าวไกลนำเสนออีกทางเลือกหนึ่ง คือ การตัดยอดน้ำ โดยการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อรับน้ำบางส่วนตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำที่ต้องไหลลงสู่คลองผันน้ำก่อนลงสู่ทะเล &amp;nbsp;และปรับปรุงคันคลองเดิม ด้วยวิธีการนี้เราจะสามารถลดขนาดคลองขุดใหม่เพื่อเลี่ยงน้ำออกจากตัวเมืองได้อีกด้วย ซึ่งจะนำไปสู่การใช้งบประมาณที่ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจึงเสนอให้ทบทวนรูปแบบการดำเนินโครงการที่เพิ่งเริ่มต้นในปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;เพื่อศึกษาทางเลือกที่ดีกว่า โดยโครงการย่อยอื่นๆ ที่ได้ดำเนินไปแล้วโดยที่เป็นโครงการที่อนุมัติตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561-2563 ก็ให้เร่งรัดดำเนินการต่อเพราะหลายโครงการย่อยยังมีความคืบหน้าไปไม่มาก และอีกหลายโครงการย่อยยังไม่ได้เริ่มต้น ดังนั้นโครงการที่จะเริ่มต้นในปีงบประมาณ 2564 จึงอยู่ในวิสัยที่จะชะลอได้ เพื่อให้มีการศึกษาทางหลักวิชาการให้ได้รูปแบบการจัดการน้ำที่เหมาะสมและแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนมากกว่าที่ทำอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;น่าเสียดายที่สุดท้ายคณะกรรมาธิการงบมีมติไม่ชะลอโครงการด้วยคะแนนเสียง 32 ต่อ 16 งดออกเสียง 5 ท่าน&amp;nbsp;สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พรรคก้าวไกลอยากจะให้ดำเนินโครงการอย่างมีเหตุผลและมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนมากกว่าการอธิบายด้วยการลงทุนด้วยงบมหาศาลแต่ประสิทธิภาพต้องลุ้น&amp;quot;นายพิจารณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ตรวจสอบไปที่ทวิตเตอร์ &amp;quot;คณะก้าวหน้า&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 เวลา&amp;nbsp;21.00 น. ในที่ประชุมกมธ. พิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ พ.ศ.2564 ธนาธร จึงรุ่งเรือง
กิจ อภิปรายเสนอให้ตัดงบประมาณโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว จังหวัดพัทลุง และโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เนื่องจากประชาชนไม่ได้ประโยชน์และมีโครงการอื่นที่ต้องการ มีความจำเป็นมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุม กมธ.งบประมาณฯ ลงมติเห็นด้วย 22 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการตัดงบประมาณ 21 เสียง และงดออกเสียง 9 เสียง ส่งผลให้ข้อเสนอของธนาธรให้ตัดงบประมาณโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่ว จังหวัดพัทลุง ชนะไปด้วยคะแนน 22 : 21 เสียง&lt;/p&gt;


	&amp;#39;เพนกวิน&amp;#39; ระส่ำ! โชว์หมายเรียกคดี ม.112
	แกนนำ 3 นิ้วกระบี่หนีซุกฝรั่งเศส
	&amp;#39;ธนาธร&amp;#39; ชวนประชาชนร่วมวางอิฐก้อน สร้างฐานสู่ประชาธิปไตย
	ชวนชาว 3 นิ้วมาเป็นพยาน &amp;#39;ไมค์-รุ้ง-กวิ้น&amp;#39;&amp;nbsp;
	หัวหน้าการ์ด 3 นิ้ว ปูด &amp;#39;ใบสั่ง&amp;#39; ทำลาย WeVo &amp;nbsp;
	แฉ &amp;#39;ธนาธร&amp;#39; ยุลูกคนอื่นบอกลาเครื่องแบบ แต่ลูกตัวเองใส่เครื่องแบบไปโรงเรียนตามปกติ!
	&amp;#39;ธนาธร&amp;#39; ชวนประชาชนร่วมวางอิฐก้อน สร้างฐานสู่ประชาธิปไตย
	เลิกใช้ชื่อมธ.เสียที!&amp;nbsp;
	ขนลุกซู่ &amp;#39;ทนายมุ้งมิ้ง&amp;#39; ทำนายอนาคต แล้วคอยดูว่ามันจะจริงมั้ย


&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86199</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ 64, น้ำท่วมนครศรีธรรมราช, น้ำท่วมภาคใต้, พรรคก้าวไกล, โครงการบริหารจัดการน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed385543ab48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ยันรัฐบาลมีโครงการขนาดใหญ่แก้น้ำท่วม พยามเร่งรัดแต่ปัญหาคนบางส่วนไม่ยอมรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค.63 - ที่ จ.นครศรีธรรมราช พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย จ.นครศรีธรรมราช ว่า ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่ใช่รัฐบาลไม่ทำ แต่พยายามเร่งรัดโครงการต่างๆ ตามลำดับ แต่ก็ยังไม่ทันเพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ จำเป็นต้องขอความร่วมมือการทำประชามติ แม้รัฐบาลจะออกกฎหมายและเวนคืนที่ดินไปแล้ว แต่ปัญหาคือประชาชนบางส่วนไม่ยอมรับ ดังนั้นจะทำอย่างไร จึงต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนช่วยกันบอกกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้คนข้างนอกมาเคลื่อนไหวจนทำให้คนในพื้นที่เสียประโยชน์ พร้อมฝากส.ส.ด้วย ที่วันนี้มาทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าทำงานร่วมกับรัฐบาล จึงต้องช่วยกัน

เมื่อถามว่า การเร่งรัดแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จะทันเวลาหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ก็เร่งรัด โดยต้องดูว่าอะไรที่ปรับแผนและหาเงินเพิ่ม ตนเองก็จะทำให้ แต่ทุกอย่างมีแผนอยู่แล้ว ซึ่งการทำแผนใหม่แล้วย้ายพื้นที่ไปจะเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้นทำของเดิมให้ดีกว่า เพราะมีการศึกษามาอย่างละเอียดแล้ว เพื่อให้เกิดความรวดเร็วขึ้น ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ใช้เงินจากกระทรวงเพียงอย่างเดียว แต่มีงบฯ กลางที่จะเติมให้หากขาด หรือปรับเปลี่ยนโครงการไม่ได้ นี่คือการทำงานของรัฐบาลปัจจุบันและสองรัฐบาลมาแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86174</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, น้ำท่วมภาคใต้, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdc29141fd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
