<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำท่วมไม่หนักเท่าปี 54</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดในเวลานี้ ชวนรำลึกถึงภาพจำเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 54 หรือ &amp;ldquo;มหาอุทกภัย&amp;rdquo; ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ตอนนั้นเจอเหตุการณ์น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน บางพื้นที่ใช้เวลาถึงหลายเดือนกว่า มวลน้ำทั้งหมดจะไหลกลับคืนคูคลองตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจากเหตุการณ์ดังกล่าว ธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่า ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทย มีมูลค่าสูงถึง 1.44 ล้านบาท จนถูกประเมินว่าเป็น &amp;ldquo;มหาอุทกภัย&amp;rdquo; ที่เลวร้ายที่สุด ทั้งในแง่ของปริมาณน้ำและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ เพราะมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 3.6 ล้านคน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับผลกระทบอย่างน้อย 5,087,352 ไร่ เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจราว 1 ล้านล้านบาท ครั้งนั้นประชาชนคนไทยจำนวนกว่า 5 ล้านคน กลายเป็นผู้อพยพบนบ้านเกิดตัวเอง คนงานเกือบ 650,000 คน ตกงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สำหรับเหตุการณ์ในปีนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายต่างก็เชื่อว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2564 นี้จะไม่ส่งผลต่อพื้นที่เศรษฐกิจ อย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากนัก เพราะเมื่อประเมินจากข้อมูลปริมาณฝน ปริมาณน้ำกักเก็บ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาในขณะนี้มีน้อย หากเปรียบเทียบกับในห้วงเวลาเดียวกันเมื่อปี 2554 จึงมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะเกิดน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ครั้งใหญ่เช่นปี 2554
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ให้ความเห็นว่า แม้ว่าขณะนี้แม้จะมีกรณีน้ำท่วมเกิดขึ้นในหลายจังหวัด แต่โอกาสน้ำท่วม กทม.เหมือนปี 2554 มีโอกาสเป็นไปได้น้อย เว้นแต่จะมีน้ำระบายไม่ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกมาชี้ 3 ประเด็นว่า สถานการณ์อุทกภัยจะไม่เหมือนปี 54 โดย 1.ซึ่งหากวิเคราะห์จากสถิติข้อมูลอุตุนิยมวิทยา พบว่าภาพรวมของการเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 กับปี 2564 จะมีความแตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบปริมาณฝนที่ตกระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน พบว่าในปี 2554 ปริมาณฝนเกือบทุกภาคสูงกว่าปี 2564 ยกเว้นภาคตะวันออกที่ปี 2564 สูงกว่าปี 2554 เล็กน้อย และในภาพรวมทั้งประเทศพบว่า ปี 2554 มีฝนมากกว่าปี 2564 ถึง 20%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เปรียบเทียบพื้นที่และการกระจายของฝน ตั้งแต่ช่วงก่อนและเข้าสู่ฤดูฝน พบว่า ในปี 2554 พื้นที่ที่มีฝนตกและตกต่อเนื่องได้แก่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมเป็นจำนวนมากในลุ่มน้ำสายหลัก รวมทั้งเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ เต็มความจุตั้งแต่ต้นปี และในช่วงกลางฤดูฝนถึงปลายฤดูฝน การระบายน้ำสามารถทำได้น้อยเนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่อง ทั้งเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน ขณะที่ในปี 2564 ช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูฝน (เม.ย.-ต้น พ.ค.) การกระจายฝนดี แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนพบว่าปริมาณฝนที่ตกน้อยลง โดยเฉพาะช่วงปลายเดือน พ.ค.ถึง มิ.ย.มีปริมาณฝนน้อยและบางพื้นที่มีฝนทิ้งช่วงหลายสัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เปรียบเทียบอิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อนพบว่า ขณะที่ในปี 2564 ช่วงปลายฤดูฝน เดือนกันยายน มีพายุที่เข้าสู่ประเทศไทยเพียงลูกเดียวคือ พายุดีเปรสชัน &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; ดังนั้นจึงมีโอกาสน้อยมากที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงจะเกิดน้ำท่วมแบบปี 2554 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการและการระบายน้ำเป็นสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ความกังวลของชาวกรุงที่ตอนนี้กำลังย่ำแย่จากพิษโควิด ยังไม่หายดี ก็คงจะไม่ได้ถึงกับเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เจอเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำเติมอีก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่สามารถการันตีได้ชัดเจนมากนัก เพราะฤดูมรสุมยังไม่จบ และทางกรมอุตุนิยมวิทยาก็จับตาพายุไต้ฝุ่นที่กำลังก่อตัว ในทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ไทยจะเจอฝนตกอีก แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องน่ากังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนี้คงต้องพึ่งการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานและรัฐบาลแล้วว่า จะรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ได้ดีแค่ไหน เพราะโจทย์แม้ว่าจะไม่ท้าทายเท่าปี 54 แต่เนื่องจากประเทศยังได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 อยู่ และเศรษฐกิจค่อนข้างอ่อนแอ ดังนั้นประชาชนก็ไม่ควรจะได้รับเรื่องร้ายๆ เพิ่มเติมอีก โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจอย่างนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ คงจะไม่สามารถปล่อยให้จมน้ำได้อีก เพราะจะทำให้ภาคการผลิตของประเทศเกิดสะดุด และจะส่งผลไปยังการส่งออก ซึ่งเป็นพระเอกหลักเพียงตัวเดียวของไทยที่ประคองเศรษฐกิจไทยเวลานี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118372</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, น้ำท่วมไม่หนักเท่าปี 54, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
