<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุมัติงบกลาง 490 ล้าน จัดหาน้ำบาดาลแก้ภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 9 โครงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวน 9 โครงการ วงเงินงบประมาณ 490 ล้านบาท โดยมีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นหน่วยงานดำเนินการ&amp;nbsp; ซึ่งงบประมาณจำนวน 490 ล้านบาท จะมาจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้ยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ.2562 ข้อ106 ในกรณีที่หน่วยรับงบไม่สามารถดำเนินการได้ตามแนวทางปฏิบัติที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2564 โดยให้สามารถกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้ เพื่อให้การดำเนินการเตรียมการแก้ไขปัญหา การรับมือปัญหาภัยแล้งตามแผนงานที่วางไว้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากดำเนินการครอบคลุมทุกพื้นที่เป้าหมายแล้วเสร็จ ประชาชนสามารถมีน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงทำการเกษตรได้ปริมาณน้ำไม่น้อยกว่า 5.6648 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ประชาชนได้ประโยชน์ 18,420 ครัวเรือน และพื้นที่ได้รับประโยชน์&amp;nbsp; 192,109 ไร่ โดย 9 โครงการประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.โครงการฯ ตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.โครงการฯ เทศบาลตำบลศรีรัตนะ อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ และตำบลพยุห์ อำเภอพยุห์ จังหวัดศรีสะเกษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.โครงการฯตำบลนามะเขือ อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม 5.โครงการฯตำบลโพธิ์ตากและตำบลนาทราย อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.โครงการฯตำบลสายนาวัง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.โครงการฯตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.โครงการฯตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 9.โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลเกาะนางคำ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113606</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ภัยแล้ง&quot; เสี่ยงกระทบ ศก., กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, น้ำบาดาล, มติครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b73f7f1b18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวห้วยกระเจา รวมตัวให้กำลังใจ &#039;ตู่-ป้อม&#039; ช่วยขุดบ่อบาดาลแก้แล้ง ฉุนโซเชียลโหน &#039;พิมรี่พาย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.64 - จากกรณี น.ส.พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ หรือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;พิมรี่พาย&amp;rdquo; แม่ค้าขายของออนไลน์ชื่อดัง ลงพื้นที่หาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งให้กับชาว ต.ดู่ลาด อ.ทรายมูล จ.ยโสธร ด้วยการใช้เงินส่วนตัว จำนวน&amp;nbsp;190,000&amp;nbsp;บาท ขุดเจาะบาดาลที่ความลึก&amp;nbsp;40&amp;nbsp;เมตร ก็ได้น้ำมาให้ชาวบ้านได้ใช้ สร้างความดีใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;แต่ต่อมาโลกโซเชียลได้นำผลงานของพิมรี่พาย ไปเปรียบเทียบกับผลงานและงบประมาณที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ใช้งบประมาณในการขุดเจาะบาดาลแต่ละบ่อกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท จากนั้นโลกโซเชียลได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกับงบที่พิมรี่พาย ใช้จ่ายในการเจาะบาดาล ที่มีราคาห่างกันหลายเท่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการขุดเจาะบาดาล ที่มีราคาแตกต่างกันว่า เรื่องของราคาแพงหรือไม่แพง ขึ้นอยู่กับความลึกของบ่อน้ำบาดาล ถ้าขุดลึกก็ต้องใช้เงินแพง แต่ถ้าตื้นก็ใช้เงินถูก แต่ละบ่อจะเท่ากันได้อย่างไร บ่อหรือบึงบางครั้งลึก&amp;nbsp;300-400&amp;nbsp;เมตร จะไปขุด&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมตร ก็ไม่ได้ และท่อที่ใส่ลงไปก็ไม่เหมือนกัน ยืนยันว่า เรื่องราคาสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา การดำเนินการทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าหน่วยงานไหนก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุด พิมรี่พาย ได้ออกมากล่าวผ่านไลฟ์ขณะขายของ ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;เวลาที่ทำบุญทีไรต้องมีดรามาทุกที แต่ก็นับเป็นเรื่องที่ดีที่สังคมพูดถึงความแคลงใจ เมื่อก่อนนั้นประชาชนไม่มีสิทธิ์รับรู้ว่าเอาเงินส่วนกลางไปทำอะไรบ้าง แต่ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไป ประชาชนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น ต้องการทราบงบส่วนกลางทำอะไรได้บ้าง ก็ดีแล้ว พอมีดรามาหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ต้องออกมาชี้แจง ในโลกนี้มีแต่คนเก่งขึ้นทุกวันจนไม่มีที่ให้คนโง่ยืนเลย แต่โลกนี้ขาดอยู่อย่างเดียว คือ คนที่พยายามเข้าใจคนอื่น&amp;nbsp;หลังจากนี้ ตนจะคิดหน้าคิดหลังให้ดีว่าสิ่งที่ทำจะกระทบกับใครบ้าง ตอนขุดบ่อบาดาลตนก็คิดว่า ไม่น่าจะกระทบกับใคร เพราะใช้โซลาร์เซลล์ ทำทิ้งเอาไว้ ถ้าเขาใช้ก็ใช้ ถ้าเจอสิ่งที่ดีกว่า ก็ไปใช้สิ่งที่ดีกว่าแค่นั้น ส่วนบ่อบาดาลที่ไม่ได้ขุดลึก&amp;nbsp;&amp;ldquo;เพราะกลัวเจอนรกค่ะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยทั้งหมดกลายเป็นกระแสดรามาเกิดขึ้นในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อเวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น.วันนี้&amp;nbsp;ที่วัดพะยอมงาม หมู่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ประชาชนจากทั้ง&amp;nbsp;21&amp;nbsp;หมู่บ้าน หลายร้อยคน นำโดยนายสิริพงศ์ สืบเนียม อดีตนายกเทศมนตรีตำบลห้วยกระเจา นายพัชรพล สืบดา กำนันตำบลห้วยกระเจา รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านต่างๆ&amp;nbsp;เดินทางมารวมตัวพร้อมชูป้ายให้กำลังใจแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) รวมทั้งนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เจ้าหน้าที่สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต&amp;nbsp;2 (สุพรรณบุรี)&amp;nbsp;ที่สามารถดำเนินการขุดเจาะสำรวจเพื่อหาแหล่งน้ำบาดาลมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งซ้ำซากในพื้นที่ตำบลห้วยกระเจา ตาม&amp;ldquo;โครงการศึกษา สำรวจ และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อน&amp;rdquo;ได้สำเร็จ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลห้วยกระเจาต่างรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อมีปัญหาดราม่าเกิดขึ้นตามข้อมูลข้างต้น ทำให้ชาว ต.ห้วยกระเจา ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวต่างรู้สึกไม่สบายใจ ถึงแม้จะเป็นคนละพื้นที่ รวมทั้งมีภูมิประเทศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็ตาม สำหรับการรวมตัวกันในครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานนักก็แยกย้ายกันกลับบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายพัชรพล สืบดา กำนันตำบลห้วยกระเจา กล่าวว่า ตำบลห้วยกระเจาเป็นตำบลที่มีความแห้งแล้งซ้ำซากมาก และพื้นที่ของเราเป็นพื้นที่ที่มีหินและและไม่มีน้ำ แต่เมื่อกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนำทีมเข้ามาสำรวจจนกระทั่งเจอตาน้ำ แต่ว่าต้องเจาะลึกลงไปอย่างน้อย&amp;nbsp;300-400&amp;nbsp;เมตร และน้ำบาดาลที่ได้มาสามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ทั้งตำบล&amp;nbsp;ดังนั้นต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และเจ้าหน้าที่ที่มาช่วยหาแหล่งน้ำช่วยเหลือชาวบ้าน ซึ่งต่อไปชาวบ้านตำบลห้วยกระเจาจะได้มีน้ำที่สะอาดเอาไว้ใช้สำหรับอุปโภค-บริโภค และภาคการเกษตร ซึ่งโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัชรพล สืบดา กำนันตำบลห้วยกระเจา กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของสื่อในโลกโซเชียลที่กำลังดราม่าอยู่ในขณะนี้ ตนรู้สึกเห็นใจรัฐบาล เพราะรัฐบาลได้พยายามช่วยเหลือประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งพื้นที่ของอำเภอห้วยกระเจาเป็นพื้นที่สีแดงมาโดยตลอดก็ต้องขอบคุณรัฐบาลที่เข้ามาช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประเด็นดราม่า ก็ขอให้คุณ&amp;nbsp;&amp;ldquo;พิมรี่พาย&amp;rdquo;เข้ามาช่วยเหลือพวกเราด้วยก็ได้เพราะจะได้เข้ามาช่วยเหลือกันในการพัฒนาประเทศของเรา เมื่อเราคิดอย่างนี้จะได้ไม่ต้องไปลงสื่อสื่อเชียลที่คอมเม้นกันไปคอมเม้นกันมาตนมองว่ามันไม่ได้ความจริง แต่ถ้าอยากรู้ความจริงก็ขอให้มาที่ตำบลห้วยกระเจามาเจอกับพวกผมได้เลย จะได้ช่วยชี้แจงข้อเท็จจริงว่าชาวบ้านของเราเดือดร้อนอย่างไร และรัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือพวกเราอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการศึกษา สำรวจ และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อน&amp;rdquo;เพื่อหาแหล่งน้ำมาช่วยเหลือประชาชนชาวตำบลห้วยกระเจาที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากมากว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี นั้น ปัจจุบันกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ดำเนินการเจาบาดาลในพื้นที่บ้านพยอมงาม หมู่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ต.ห้วยกระเจา จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ่อ แต่ละบ่อลึกประมาณ&amp;nbsp;100-320&amp;nbsp;เมตร น้ำบาดาลที่ได้อยู่ที่บ่อละ&amp;nbsp;10-20.57&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อชั่วโมง และพื้นที่บ้านทุ่งคูณ หมู่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ต.ห้วยกระเจา จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ่อ แต่ละบ่อลึก&amp;nbsp;100-300&amp;nbsp;เมตร แต่ละบ่อได้น้ำบาดาลอยู่ที่&amp;nbsp;15-40&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อชั่วโมง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในพื้นที่ ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ปรากฏว่าพบแหล่งน้ำพุธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษแปลก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ่อ อยู่ไม่ห่างกันมากนัก ซึ่งไม่เคยขุดเจาะพบที่ไหนในประเทศไทยมาก่อน โดยมีรสซ่าคล้ายน้ำโซดา ออกหวานนิดๆ นำไปผสมเป็นเครื่องดื่มต่างๆ เหมือนโซดาที่มีขายตามร้านค้าเครื่องดื่มทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98531</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, น้ำบาดาล, น้ำพุโซดา, พิมรี่พาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c456535b52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนแห่เที่ยวชม &#039;น้ำพุโซดา&#039; ผิดหวังจนท.กั้นบริเวณห้ามตักน้ำ จนกว่าจะตรวจสอบความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.64 - จากเหตุการณ์แปลกประหลาด เมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ก.พ.ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ดำเนินการขุดเจาะน้ำบาดาล เพื่อช่วยชาวบ้านในพื้นที่แห้งแล้ง บ้านสระตาโล ม.12&amp;nbsp;ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย เขตติดต่อกับ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี จำนวน 3 แห่ง เกิดสิ่งแปลกประหลาดเมื่อพบว่า น้ำที่ขุดจำนวน 3 แห่ง มี 2 แห่ง พุ่งขึ้นมาเป็นน้ำพุสูงราว 2-3 เมตร รวมทั้งมีรสชาติคล้ายน้ำโซดา สามารถใช้ดื่มกินได้ สร้างความฮือฮาให้แก่ชาวบ้านและผู้พบเห็น ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในพื้นที่ บ้านสระตาโล ม.12&amp;nbsp;ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี บริเวณบ่อน้ำพุประหลาดทั้งสองแห่ง พบว่านักท่องเที่ยวจากในหลายจังหวัด ต่างเดินทางมาเที่ยวชมน้ำพุโซดากันเป็นจำนวนมาก บ้างก็นำภาชนะต่างๆ ทั้งแกลลอนและขวดพลาสติก เพื่อมารองน้ำพุกลับบ้าน บ้างก็ถือแก้วเพื่อไปรอน้ำพุ แล้วลองดื่มทดสอบว่ารสชาติจะเหมือน หรือคล้ายน้ำโซดาหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จนท.ได้ทำการตั้งเต็นท์อยู่ใกล้กับบ่อ เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งตำรวจ สภ.บ่อพลอย พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้ดูแลการจราจร พร้อมทั้งได้นำเชือกพลาสติกสีแดงสลับขาว มากั้นรอบบริเวณบ่อน้ำพุทั้งสองแห่ง พร้อมติดประกาศข้อความว่า พื้นที่ดำเนินการห้ามเข้า โดยมีเจ้าหน้าที่คอยบอกขอความร่วมมือไม่ให้เข้าไปที่บริเวณบ่อ เนื่องจากในระหว่างนี้ต้องรอการตรวจสอบคุณภาพน้ำว่าใช้บริโภคดื่มกิน ปลอดภัยหรือไม่อย่างไร รวมทั้งเกรงว่าเมื่อมีประชาชนเดินเข้าไปที่บ่ออาจ เกิดเหตุทำให้คันดินที่กั้นยกสูงพังทลาย อาจไม่ปลอดภัยต่อประชาชนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวันชัย ศรีวงษ์ญาติดี นายอำเภอบ่อพลอย เปิดเผยว่าจากกรณีพบน้ำพุมีราชาติคล้ายน้ำโซดานั้น พื้นที่อยู่ในเขตพื้นที่บ้านสระตาโล หมู่ 12 ต.บ่อพลอย อำเภอบ่อพลอยทั้งสองบ่อ โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ดำเนินการขุดเจาะเพื่อทำระบบน้ำประปา ส่งไปใช้ในพื้นที่อำเภอห้วยกระเจา จากการขุดเจาะจำนวน 3 บ่อระยะห่างกันประมาณ 250 เมตร แต่ละบ่อขุดที่ความลึกประมาณ 250 เมตร พบว่า บ่อที่ 2 และบ่อที่ 3&amp;nbsp;มีน้ำพุ่งขึ้นสูงจากพื้นดินประมาณ&amp;nbsp;3 เมตร ลักษณะน้ำเป็นน้ำเย็น รสชาติเหมือนโซดา แต่ไม่ซ่า ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า มีสารไบคาร์บอเนต ไม่น่าจะมีอันตราย และขณะนี้กรมทรัพยากรน้ำ ได้นำตัวอย่างน้ำไปวิเคราะห์หาสารต่างๆ ว่าปลอดภัยหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้นก็ได้ประสานเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.บ่อพลอยจัดกำลังไปดูแลการจราจร เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาเที่ยวชมจำนวนมาก รวมทั้งให้ อบต.บ่อพลอยจัดทำป้ายเตือนห้ามนำน้ำไปรับประทาน เพราะต้องรอการตรวจสอบให้เรียบร้อยกระจ่างชัดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากในหลายจังหวัด&amp;nbsp;ต่างผิดหวังที่จะนำน้ำกลับบ้านหรือทดลองดื่มกินว่ารสชาติเป็นอย่างไรเหมือนน้ำโซดาหรือไม่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ลงไป ต่างพากันบ่นด้วยความผิดหวังที่เดินทางมาไกล โดยได้ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก และต่างบอกว่าเมื่อตรวจสอบคุณภาพจนแน่ชัดแล้ว จะเดินทางมาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92830</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, น้ำบาดาล, น้ำพุโซดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_602653a7b4d0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ขอบคุณศรีสุวรรณ จรรยา ห่วงเจาะบ่อบาดาล ยันไม่เคยจ้างเอกชนขุดเจาะ กลัวทำให้ชั้นน้ำบาดาลเสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ม.ค.นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะร้องเรียน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กรณีมีหัวหน้าพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งส่งทีมงานไปเจรจาชักชวนให้ผู้รับเหมาร่วมรับงานเหมาขุดเจาะบ่อบาดาลในโครงการประปาบาดาลด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำและโครงการสนับสนุนสร้างบ่อบาดาลประปาโซล่าเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ในราคาบ่อละ&amp;nbsp; 5 แสนบาท โดยอ้างว่าสามารถดึงโครงการดังกล่าวมาทำได้ เพราะใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นผู้ดูแลโครงการดังกล่าว ว่า ต้องขอบคุณนายศรีสุวรรณ ที่เป็นห่วงเรื่องการขุดเจาะบ่อบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ไม่เคยเหมาให้ใครขุดเจาะบ่อบาดาล กรมฯ ดำเนินการเองทุกอย่าง ที่ผ่านมา มีคนพยายามให้จ้างเหมา แต่ กรมฯ ไม่ยอม เพราะกลัวบ่อบาดาล ไม่ดีและไม่ได้มาตรฐาน อายุการใช้งานจะน้อย สำคัญที่สุดคือชั้นน้ำบาดาลจะเสียหาย ตนอยากฝากเตือนประชาชนว่าอย่าไปจ้างเอกชนมาขุดเจาะบ่อบาดาล เพราะอาจจะได้บ่อไม่ได้มาตรฐาน ที่สำคัญ อาจทำให้ชั้นน้ำบาดาลเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวต่อว่า บ่อบาดาลที่ดี คือ 1.จะต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน&amp;nbsp; เพื่อให้รู้จักและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานที่ สภาพภูมิประเทศ เส้นทางคมนาคม ชึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนสำรวจ 2.สำรวจภาคสนาม ทั้งความพร้อมมวลชน และทางอุทกธรณีวิทยา การสำรวจธรณีวิทยา การสำรวจอุทกธรณี การสำรวจธรณีฟิสิกส์ เพื่อนำมาคำนวณเพื่อประเมินลักษณะของชั้นน้ำบาดาลว่าเป็นชั้นน้ำบาดาลในชั้น กรวดทราย หรือในหินชั้นรอยแตก และดูว่ามีโอกาสที่จะได้มาซึ่งปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำที่ต้องการหรือไม่ และประชาชนเดือดร้อนจริงไหม? ยินยอมให้พื้นที่ก่อสร้างหรือไม่?&amp;nbsp; 3.คัดเลือกสถานที่ นำผลการสำรวจทั้งภาคประชาชน ความพร้อมสถานที่ ข้อมูลชั้นน้ำ นำมาเรียงลำดับความสำคัญของสถานที่พร้อมกำหนดชนิดเครื่องจักรเจาะบ่อที่เหมาะสมกับชั้นน้ำบาดาลได้ซึ่งทั้งสามขั้นตอนข้างต้น จะทำให้การคัดเลือกพื้นที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เจาะบ่อน้ำบาดาล/วิเคราะห์ดิน-หินโดย การเจาะบ่อจะต้องเก็บตัวอย่างดิน/หินทุกๆ 1 เมตร เมื่อเจาะถึงชั้นที่คาดว่าจะพบน้ำบาดาลจะทำการหย่อนเครื่องมือสำรวจธรณี ฟิสิกส์ในหลุมเจาะ เพื่อดูข้อมูลชั้นดินชั้นหินในแนวดิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลในการก่อสร้างบ่อ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายศักดิ์ดา กล่าวอีกว่า 5. ออกแบบและก่อสร้างบ่อน้ำบาดาลจากข้อมูลการหยั่งธรณีฟิสิกส์ในหลุมเจาะ ข้อมูลชั้นดินหิน ว่าจะลงท่อกี่เมตร ตรงไหนวางท่อกรุ ท่อกรองหรือท่อเซาะร่อง ตรงไหนมีน้ำเค็มก็ต้องอุดด้วยดินเหนียวหรือซีเมนต์ รวมถึงการคัดเลือกชนิดท่อ 6. พัฒนาบ่อน้ำบาดาล ในการทำงานคือการใช้เครื่องอัดลมที่มีกำลังสูงเป่าล้างบ่อ เพื่อขจัดสิ่งปนเปื้อนที่เกิดขึ้นในระหว่างการเจาะ เช่น น้ำโคลน เศษดิน เศษหิน ตลอดจนเม็ดดินเม็ดทรายละเอียดออกจากบ่อ เป็นต้น 7. ลงท่อและสูบทดสอบปริมาณน้ำบาดาล&amp;nbsp; ทั้งระยะ 10 ชั่วโมงหรือ 72 ชั่วโมง ในขั้นตอนนี้สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการคัดเลือกชนิดและขนาดแรงม้าของเครื่อง สูบน้ำ การคำนวณระดับความลึกที่เหมาะสมในการติดตั้งท่อดูดน้ำ ตลอดจนสามารถกำหนดอัตราการสูบที่เหมาะสมกับบ่อได้ 8. วิเคราะห์คุณภาพน้ำ&amp;nbsp; ด้วยการส่งตัวอย่างไปวิเคราะห์ก่อนใช้จะทำให้เกิดความมั่นใจ ว่าน้ำสามารถอุปโภคบริโภคได้หรือไม่ 9. ออกแบบระบบกระจายน้ำและระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ ออกแบบระบบกระจายน้ำทั้งถังกักเก็บน้ำ ระบบส่งน้ำระยะไกล รวมถึงท่อกระจายน้ำ ให้เหมาะสมความความต้องการ ศักยภาพน้ำบาดาล รวมถึงสภาพภูมิประเทศของแต่ละพื้นที่ การปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาล คือ วิธีการทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น โดยลดหรือกำจัดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ที่เกินค่าที่ยอมรับได้ เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนมีน้ำดื่มสะอาดบริโภค และ 10. การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสร้างการมีส่วนร่วม&amp;nbsp; เมื่อสร้างระบบทั้งหมดเสร็จ ก็จะต้องมีการอบรม ถ่ายทอดวิธีการใช้ บำรุงรักษาระบบ ตลอดจนแนวทางการตั้งกลุ่ม เก็บค่าใช้น้ำ รวมถึง การนำผู้เกี่ยวข้อง เช่น หมอดิน ปราชญ์ชาวบ้าน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์มาช่วยต่อยอด &amp;ldquo;ให้ระบบทุกระบบของกรมมีความยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90857</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), น้ำบาดาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d45c6dff68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 06:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อธิบดีเดือด!แฉผู้ทรงเกียรติ ตบทรัพย์แลกงบประมาณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตบทรัพย์กลางสภา! แฉผู้ทรงเกียรติอนุ กมธ.งบฯ รายจ่ายปี 64 นักการเมืองคนดัง ชื่อเล่น ม.ม้า ทำฉาวโฉ่ ตั้งแก๊งกรรโชกเงิน หัวหน้าส่วนราชการมาชี้แจง หากหน่วยงานไหนไม่ให้ขู่ตัดงบ &amp;quot;อธิบดีกรมน้ำบาดาล&amp;quot; สุดทน แฉกลางที่ประชุม โดนไถ 5ล้าน เปิดชื่อเต็มคณะ ใครเป็นใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวจากรัฐสภาแจ้งถึงการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่มี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ซึ่งประชุมกันไปเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา มีวาระพิจารณางบประมาณแผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประกอบด้วย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนของ 2 กรมคือ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล งบประมาณ 1,276,572,100 บาท และกรมทรัพยากรน้ำ งบประมาณ 3,772,802,200&amp;nbsp; บาท รวมถึงกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง งบประมาณ 13,103,923,100 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวเปิดเผยว่า ระหว่างการประชุมคณะอนุกรรมาธิการชุดดังกล่าว ได้เกิดปัญหาอนุกรรมาธิการฯ ไม่ยอมปล่อยผ่านเห็นชอบงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จนทำให้นายศักดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมน้ำบาดาล ถึงกับระเบิดกลางที่ประชุม ว่ามีอนุกรรมาธิการฯ บางคนโทรศัพท์เรียกเงิน 5 ล้านบาท แลกกับการผ่านงบประมาณให้ และขู่ว่าจะนำเรื่องนี้ไปแถลงต่อสื่อมวลชน จากนั้น นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย รองประธาน กมธ.งบฯ ชุดใหญ่ เป็นผู้ไปเคลียร์เพื่อยุติปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ไม่ได้มีเพียงแค่กรมน้ำบาดาลหน่วยงานเดียวเท่านั้นที่ถูกอนุกรรมาธิการฯ ชุดนี้เรียกเงินใต้โต๊ะ โดยอธิบดีบางกรมถูกเรียกเงินถึง 10 ล้านบาท แต่ไม่มีใครกล้าพูดกลางที่ประชุมเหมือนที่นายศักดาทำ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากมีอนุกรรมาธิการฯ คนหนึ่งชื่อเล่นอักษรย่อ ม.ม้า รวมเสียงอนุกรรมาธิการฯ ไว้ คอยไล่บี้งบของหน่วยงานราชการ ไม่ยอมปล่อยให้ผ่านง่ายๆ แลกกับการจ่ายเงินใต้โต๊ะ โดยร่วมกันทำเป็นขบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทร.ติดต่อเพื่อสอบถามไปยังคณะอนุกรรมาธิการฯ หลายคน แต่ไม่มีใครรับสาย รวมทั้งอธิบดีกรมน้ำบาดาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 ชุดดังกล่าว ประกอบด้วยรายชื่อดังนี้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ประธานคณะอนุกรรมาธิการ, รองประธานประกอบด้วย นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์, นายจักรัตน์ พั้วช่วย, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ, นายสมเจตน์&amp;nbsp; ลิมปะพันธุ์ ส่วนอนุ กมธ.คนอื่นๆ มีนายสุทิน คลังแสง เป็นประธานที่ปรึกษาอาวุโสคณะอนุกรรมาธิการ, นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ, นายสาธิต อุ๋ยตระกูล โฆษกคณะอนุกรรมาธิการ, สิตางศุ์ พิลัยหล้า โฆษกคณะอนุกรรมาธิการ, นางนันทนา สงฆ์ประชา เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ ขณะที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ไม่ได้เป็นอนุ กมธ.ชุดดังกล่าว แต่เป็นรองประธาน กมธ.งบฯ ชุดใหญ่คนที่ 12 จากที่มี 21 คน นอกจากนี้ยังมีที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการอีกหลายคนคือ นายบุญแก้ว สมวงศ์, นายคมเดช&amp;nbsp; ไชยศิวามงคล, นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์, นายพีรเดช คำสมุทร, นายฐิตินันท์ แสงนาค, นายธารา&amp;nbsp; ปิตุเตชะ, นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ, นายศิริพงษ์ รัสมี, นายรณเทพ&amp;nbsp; อนุวัฒน์ และนางเจริญ เรี่ยวแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอนุกรรมาธิการฯ ชุดนี้เป็น 1 ใน 8 คณะที่อยู่ภายใต้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เพื่อทำหน้าที่ปรับลดงบที่ไม่จำเป็น จนกลายเป็นช่องทางทำมาหากินของคนไม่สุจริต ไปเรียกรับเงินจากข้าราชการแลกกับการไม่ตัดงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอนุกรรมาธิการที่มีการตั้งขึ้นมีด้วยกัน 8 คณะ ประกอบด้วย 1.อนุกรรมาธิการการฝึกอบรม สัมมนาประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าที่ปรึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ งบดำเนินงาน งบเงินอุดหนุนและงบรายจ่ายอื่น มีนายเอกราช ช่างเหลา เป็นประธาน 2.อนุกรรมาธิการ ครุภัณฑ์ ICT รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน มีนายสุพล ฟองงาม เป็นประธาน 3.อนุกรรมาธิการการที่ดินและสิ่งก่อสร้าง มีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ป็นประธาน 4.คณะอนุกรรมาธิการจังหวัด กลุ่มจังหวัดและแผน บูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค มีนายภิญโญ นิโรจน์ เป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.คณะอนุกรรมาธิการท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดเทศบาลนคร เทศบาลเมือง กรุงเทพฯ พัทยา และเงินอุดหนุนที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นประธาน 6.อนุกรรมาธิการด้านการศึกษา มีนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม เป็นประธาน 7.คณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 1 มีนายมณเฑียร สงฆ์ประชา เป็นประธาน และ 8.คณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 มี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย เป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติ วันเดียวกันนี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในงานสัมมนาสาธารณะ หลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;ldquo;คุณธรรมโปร่งใส ยุค 4.0&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า หลังจากกรณีวิกฤติต้มยำกุ้ง ด้วยวิกฤติเหล่านั้นเอง ทำให้ต้องมีการศึกษาเรื่องธรรมาภิบาลขึ้นในไทยอย่างจริงจัง เพื่อป้องวิกฤติต่างๆ ไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งเรื่อง หลักนิติธรรมสำคัญที่สุด นอกจากนั้นยังมีหลักกฎหมาย การมีส่วนร่วมประชาชน หลักความรับผิดชอบต่อสังคม แต่สำหรับสังคมไทย ต้องเพิ่มเรื่องความไม่เกรงใจต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้องอีกข้อหนึ่ง เพราะมีข้าราชการดีๆ หรือนักการเมืองดีๆ หลายคนต้องติดคุก เพราะมาจากความเกรงใจ ไปแก้ระเบียบ กฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือนักการเมืองให้ได้ประโยชน์ แต่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย หรือทนายความบางคนเกรงใจภรรยาที่เป็น ส.ส.ในพรรคการเมืองหนึ่ง แล้วไปวิ่งเต้นคดียุบพรรคบางพรรคจนต้องติดคุก เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความเกรงใจไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่ต้องเกรงใจให้ถูกเรื่อง โดยหลักธรรมาภิบาลเชื่อว่าทุกคนจำได้หมด แต่ปัญหาคือในภาคปฏิบัติที่คนไม่ยอมทำตาม&amp;quot; นายชวนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวเปิดงานเปิดงานสัมมนาสาธารณะ หลัก สูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.รุ่น 11) พร้อมบรรยายพิเศษเรื่อง &amp;ldquo;ITA ทางออกประเทศไทย สู่การยกระดับ CPI&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า ในปี 2562 ป.ป.ช. ต้องทำหน้าที่ตรวจคำร้องทั้งหมดก่อนคัดแยก โดยมีเรื่องกล่าวหาในปี 2562 ทั้งหมด 10,382 เรื่อง ป.ป.ช.ดำเนินการเอง 3,285 เรื่อง ส่วนที่เหลือส่งต่อหน่วยงานอื่นดำเนินการ และยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน ป.ป.ช.กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องที่ ป.ป.ช.รับดำเนินการในปี 2562 นั้น เป็นโครงการที่ถูกกล่าวหาว่าอาจจะมีการทุจริต ซึ่งครอบคลุมงบประมาณแผ่นดินมากถึง 236,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กดดัน ป.ป.ช.มากคือการที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ที่กำหนดให้ ป.ป.ช.ต้องทำคดีเรื่องที่ ป.ป.ช.รับไว้ไต่สวนให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี หรือในปี 2564 ซึ่งมีเรื่องที่รับไว้ ก่อนที่จะมีกฎหมายดังกล่าวและยังไม่สามารถชี้มูลความผิดได้กว่า 1,800 เรื่อง ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงตั้งใจว่า หากเคลียร์คดีค้างภายในปี 2564 ตามที่บทเฉพาะกาลกำหนดแล้ว หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะทำคดีภายในกรอบเวลา 2 ปี เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73761</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกเงิน, ตบทรัพย์กลางสภา, น้ำบาดาล, ผู้ทรงเกียรติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ให้ขู่ตัดงบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d5cab3180b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
