<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บุรีรัมย์’ยิ้มฝนตกต่อเนื่องช่วยเพิ่มน้ำในอ่าง-เขื่อน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.64 - หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เกือบตลอดเดือนกันยายนส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อน และอ่างเก็บน้ำ ทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งจังหวัดรวมจำนวน 16 แห่ง มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;โดยปัจจุบันมีน้ำกักเก็บอยู่กว่า 185 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 62% ของปริมาณความจุทั้งหมดกว่า 295 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งในจำนวนนี้มีอ่างเก็บน้ำที่มีความสำคัญเป็นแหล่งน้ำดิบผลิตประปาหล่อเลี้ยงเขตเศรษฐกิจและประชาชนในตัวเมืองบุรีรัมย์ 2 แห่ง คืออ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากและอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด โดย &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่องประกอบกับก่อนหน้านี้ได้มีการสูบผันน้ำจากแหล่งต่างๆ มาเติม &amp;nbsp;ทำให้ปัจจุบันมีน้ำกักเก็บอยู่กว่า 20 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเฉลี่ย 54%ของความจุอ่างกว่า 56 ล้านลูกบาศก์เมตร เชื่อว่าเพียงพอในการผลิตประปาหล่อเลี้ยงประชาชนและใช้ในเขตเศรษฐกิจได้ตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน &amp;nbsp;จากปีที่ผ่านมาประสบปัญหาวิกฤตแล้งน้ำไม่เพียงพอในการผลิตประปา &amp;nbsp;ถึงขั้นต้องมีการจ่ายน้ำเป็นเวลาและแบ่งโซน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนัส &amp;nbsp;วีระวัฒนพงศ์ &amp;nbsp; ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ก็ส่งผลทำให้น้ำในเขื่อน และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง 16 แห่ง มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ประกอบกับก่อนหน้านี้ทางโครงการชลประทาน ได้มีการสูบผันน้ำจากแหล่งต่างๆ มาเติมสำรองไว้ด้วย ก็เชื่อว่าน้ำที่กักเก็บในอ่างต่างๆ โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญที่ใช้ผลิตประปาหล่อเลี้ยงเมืองบุรีรัมย์ จะมีน้ำเพียงพอผลิตประปาได้ตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117498</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายมนัส  วีระวัฒนพงศ์, น้ำประปา, ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์, ฝน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614aaa9ec7eb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปน. จัดกิจกรรมออนไลน์ “วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้&amp;nbsp; เวลา 15.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ การประปานครหลวง สำนักงานใหญ่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมออนไลน์ &amp;ldquo;วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง&amp;rdquo; โดยมี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ประธานกรรมการ กปน. นายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์ กรรมการ กปน. นายวีรวัฒน์ ยมจินดา กรรมการ กปน. และนายกวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน. ร่วมพิธีเปิดกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กปน. เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจหลักในการผลิตน้ำประปาสะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้พี่น้องประชาชนได้รับบริการน้ำประปา สะอาด ปลอดภัย อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย นอกจากภารกิจหลักแล้ว กปน. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวงอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยในปีนี้ได้จัดกิจกรรมออนไลน์ &amp;ldquo;วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง&amp;rdquo; เพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำจากการประปานครหลวง ซึ่งจะช่วยควบคุมการใช้น้ำในปริมาณที่เหมาะสม ลดการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น รวมทั้งสงวนต้นทุนน้ำไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ประธานกรรมการ กปน. กล่าวว่า การประปานครหลวงดำเนินกิจกรรมฉลากประหยัดน้ำเพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง ซึ่งจะช่วยควบคุมการใช้น้ำในปริมาณที่เหมาะสม ลดการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น ช่วยลดอัตราการใช้น้ำ เฉลี่ย/คน/วัน (Per Capita) เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและยั่งยืนตลอดไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายนิพนธ์ บุญญามณี)&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายกวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมในวันนี้ กปน. ได้มีการเสวนาออนไลน์โดยได้รับความร่วมมือของพันธมิตรจากบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ผ่านมาตรฐาน และได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำของ กปน. รวมถึงโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) และจัดนิทรรศการเสมือนจริง (Virtual Exhibition) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำจากการประปานครหลวง ซึ่งอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่มีฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง จะเพิ่มฟองอากาศให้น้ำที่ไหลออกมา มีความหนา นุ่ม ไม่แตกต่างจากก๊อกน้ำทั่วไป แต่ลดการใช้น้ำลง 1 ใน 3 จากการใช้ก๊อกน้ำทั่วไป รวมถึงส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อให้เราทุกคนได้มีน้ำประปาสะอาด ปลอดภัย ใช้อย่างยั่งยืนสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:0in; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116565</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปน., กระทรวงมหาดไทย, การประปานครหลวง, กิจกรรมออนไลน์, จัดนิทรรศการเสมือนจริง, ทรัพยากรน้ำ, นายกวี อารีกุล, นายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์, นายนิพนธ์ บุญญามณี, นายนิสิต จันทร์สมวงศ์, นายวีรวัฒน์ ยมจินดา, น้ำประปา, วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง, สะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก, อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ, โมเดิร์นเทรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f174267c67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปภ. ร่วมต่อลมหายใจ สู้วิกฤตโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การประปาส่วนภูมิภาค เดินหน้าโครงการ &amp;ldquo;กปภ. ร่วมต่อลมหายใจ&amp;rdquo; มอบเงิน 4.15 ล้านบาทจัดซื้อเครื่องให้อากาศผสมออกซิเจนอัตราการไหลสูงและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อสู้วิกฤตโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาคม จงจิระ ประธานกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในปัจจุบันยังมีจำนวนผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมีอัตราการเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศขาดแคลนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ดังนั้น กปภ. ในฐานะหน่วยงานให้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านน้ำประปาให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ 74 จังหวัดทั่วประเทศ (ยกเว้น กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระบบประปาที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) มีความห่วงใยและตระหนักถึงความรุนแรงของการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนและแบ่งเบาภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านการดำเนินโครงการ &amp;quot;กปภ. ร่วมต่อลมหายใจ&amp;quot; มอบเงินสนับสนุนให้โรงพยาบาล สำหรับจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นคือ เครื่องให้อากาศผสมออกซิเจนอัตราการไหลสูง (Humidifier with Integrated Flow Generator) เพื่อใช้ดูแลผู้ป่วยภาวะฉุกเฉินและวิกฤต ชะลอการลุกลามของปอดอักเสบไม่ให้รุนแรงจนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจซึ่งจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย โรงพยาบาลละ 1 เครื่อง รวมจำนวน 20 เครื่อง มูลค่า 4,000,000 บาท และได้มอบเงินสนับสนุนจัดซื้อเครื่องฟอกอากาศและฆ่าเชื้อโรค จำนวน 6 เครื่อง มูลค่า 150,000 บาท แก่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร นอกจากนี้ กปภ. ได้ติดตั้งมาตรวัดน้ำและจ่ายน้ำประปาให้แก่โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอยโดยไม่คิดมูลค่าแล้วจำนวน 704 แห่งทั่วประเทศ รวมไปถึงหากมีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอยแห่งใหม่ในอนาคตเพื่อรองรับผู้ป่วย ควบคู่ไปกับการสนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวดตราสัญลักษณ์ กปภ. และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ให้แก่โรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนาม ศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 และหน่วยงานเพื่อสังคมต่าง ๆ ดังที่ได้ดำเนินการมาต่อเนื่อง กปภ. ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยและประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบูรณ์ สุนันทพงศ์ศักดิ์ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า กปภ. เตรียมความพร้อมน้ำประปาให้บริการแก่ลูกค้าตามความต้องการอย่างเพียงพอ ภายใต้มาตรฐานและการควบคุมดูแลคุณภาพน้ำอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 จากการเดินทางและการติดต่อสัมผัสระหว่างบุคคล ลูกค้าสามารถใช้บริการและทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ของ กปภ. ที่เข้าถึงได้ง่าย ใช้งานสะดวกและรวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยไม่ต้องเดินทางมายังสำนักงาน ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ กปภ. www.pwa.co.th, Line Official Account : @PWAThailand, แอปพลิเคชัน PWA1662 ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ PWA Contact Center 1662&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116167</URL_LINK>
                <HASHTAG>Humidifier with Integrated Flow Generator, กปภ., กปภ. ร่วมต่อลมหายใจ, การควบคุมดูแลคุณภาพน้ำอย่างเข้มงวด, การประปาส่วนภูมิภาค, นายธนาคม จงจิระ, นายสมบูรณ์ สุนันทพงศ์ศักดิ์, น้ำประปา, อุปกรณ์ทางการแพทย์, เครื่องให้อากาศผสมออกซิเจนอัตราการไหลสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139cb704c76e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.2 ยืนยันเหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว ไม่กระทบน้ำประปา สั่งการ กปภ. เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) มั่นใจเหตุเพลิงไหม้โรงงานเม็ดพลาสติกย่านกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ ไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพน้ำประปาของ กปภ. พร้อมเฝ้าระวัง ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำในทุกขั้นตอน ทั้งจากแหล่งน้ำดิบ กระบวนการผลิตและน้ำประปาในเส้นท่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานเม็ดพลาสติก ถ.กิ่งแก้ว ซ.21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ก่อให้เกิดควันที่ปนเปื้อนสารเคมีกระจายทั่วบริเวณ ซึ่งเกิดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำประปาในพื้นที่ใกล้เคียง คือ กปภ.สาขาบางปะกง ขณะนี้ยังไม่เกิดผลกระทบต่อการผลิตและคุณภาพน้ำประปา แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องการปนเปื้อนจึงงดการสูบน้ำจากสถานีสูบน้ำดิบบางบ่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีระยะทางห่างจากจุดเกิดเหตุ 16 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังได้กำชับผู้จัดการ กปภ.สาขา ให้เฝ้าระวังและทำการเก็บตัวอย่างน้ำดิบเพื่อทดสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ จึงขอให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยน้ำประปาของ กปภ. ที่ผ่านการควบคุมอย่างใกล้ชิดให้ได้มาตรฐานตามข้อแนะนำองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยมีการติดตามเฝ้าระวังและทดสอบคุณภาพน้ำจากห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ (Lab Cluster) ที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการ ISO/IEC 17025:2017 จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบูรณ์ สุนันทพงศ์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กปภ.234 สาขา มีกระบวนการผลิตจ่ายน้ำประปาที่ได้มาตรฐาน โดยทดสอบคุณภาพน้ำและประเมินความเสี่ยงในทุกขั้นตอนตั้งแต่แหล่งน้ำดิบ การผลิต การจ่าย รวมถึงการควบคุมปริมาณสารเคมี พร้อมกับสุ่มตรวจน้ำประปาเป็นประจำเพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐานอยู่เสมอ โดยมีนักวิทยาศาสตร์ประจำห้องปฏิบัติการ กองควบคุมคุณภาพน้ำในแต่ละพื้นที่ และนักวิจัยจากหน่วยงานภายนอกร่วมกันวิจัย วิเคราะห์ความเสี่ยงคุณภาพน้ำของ กปภ. อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กปภ. ยังได้สนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวดตราสัญลักษณ์ กปภ. ผ่านกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อมอบให้แก่ศูนย์อพยพภายในองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุไฟไหม้ ทั้งนี้ หากผู้ใช้น้ำในพื้นที่ของ กปภ. ไม่ได้รับความสะดวกหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ PWA Contact Center โทร. 1662&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108959</URL_LINK>
                <HASHTAG>ISO/IEC 17025:2017, การกระทรวงมหาดไทย (มท.2), การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.), คุณภาพน้ำประปา, นายทรงศักดิ์ ทองศรี, นายสมบูรณ์ สุนันทพงศ์ศักดิ์, น้ำประปา, ย่านกิ่งแก้ว, รับรองระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการ, สถานีสูบน้ำดิบบางบ่อ, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.), โรงงานเม็ดพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e573439d5bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปน.ยันน้ำประปาปลอดภัย ไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้วไม่กระทบคุณภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ก.ค.64-นายรักษ์ศักดิ์ สุริยหาร รองผู้ว่าการ (ผลิตและส่งน้ำ) การประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่าจากกรณีเกิดเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดพลาสติก ย่านกิ่งแก้ว 21 เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา นั้น กปน.ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำให้ประชาชนคลายความกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำประปาของ กปน.โดยพื้นที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากแหล่งน้ำดิบ โรงงานผลิตน้ำประปาของ กปน. และคลองประปา มากกว่า30 กิโลเมตร ซึ่งอยู่นอกพื้นที่เสี่ยงภัย อีกทั้ง กปน. มีทีมนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและเฝ้าตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และมีแผนรับมือเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นไว้พร้อมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายรักษ์ศักดิ์ กล่าวย้ำว่า กปน. ขอยืนยันว่าน้ำประปาที่ผลิตจากโรงงานผลิตน้ำ จะถูกลำเลียงด้วยระบบปิดผ่านทางท่อประปา ซึ่งเป็นไปตามแผนน้ำประปาปลอดภัย หรือ Water Safety Plan (WSP)สารเคมีไม่สามารถปนเปื้อนในน้ำประปาได้ ประกอบกับขณะนี้ กปน ได้ทำการตรวจสอบแนวท่อประปาบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบว่าไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าน้ำประปาของ กปน. สะอาด ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่พักอาศัยในบริเวณรัศมีโดยรอบที่เกิดเหตุ 5-10 กิโลเมตรหากมีการรองน้ำประปาใส่ภาชนะไว้ภายนอกบ้าน ขอให้มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันการปนเปื้อน ทั้งนี้ กปน.ขอแสดงความห่วงใยและขอให้สถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108778</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปน., กิ่งแก้ว, น้ำประปา, เพลิงไหม้, ไฟไหม้โรงงานโฟม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3c011d0df6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2020 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทร. เตรียมพร้อมสนับสนุนแก้ไขปัญหาน้ำประปาใน กทม. ปริมณฑล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ม.ค. 2563 พลเรือโท ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือในฐานะโฆษก ทร. กล่าวถึงกรณีสนับสนุนหน่วยงานแก้ไขปัญหาให้คนกรุงเทพฯที่ได้รับผลกระทบจากน้ำประปาไม่สามรถบริโภคได้ว่าปัจจุบันกองทัพเรือ โดย กรมกิจการพลเรือน (กองบรรเทาสาธารณภัย) และศูนย์ปฏิบิติการกองทัพเรือกำลังเฝ้าติดตามข่าวสารนี้ เพื่อเตรียมการช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆตามขีดความสามารถ และรอรับการประสานเพื่อช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทราบว่าหน่วยดำเนินการหลัก ซึ่งมีคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำ. กรมชลประทาน ตลอดจนการประปาส่วนภูมิภาค และการประปานครหลวง ได้ร่วมวางแผนและคำนวณอัตราการไหลของมวลน้ำจากลุ่มน้ำตอนบน ที่จะไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลางตอนล่างให้อยู่ในปริมาณที่พอดีกับการ อุปโภคและบริโภคได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ในภาวะน้ำสะสมในเขื่อนมีจำนวนน้อยในปีนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นภาวะน้ำจืดจากลุ่มน้ำทางตอนเหนือ ไหลลงมาไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ทางพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง และส่งผลไปสู่การผลิตน้ำประปา ตามข่าวที่ปรากฏ จึงยังควรรอให้หน่วยดำเนินการบริหารจัดการน้ำ พิจารณาตรวจสอบการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องก่อน จากนั้นหากมีสิ่งใดที่กองทัพเรือสามารถให้การสนับสนุนได้ ก็จะร่วมกันดำเนินการต่อไปนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53849</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทร., น้ำกร่อย, น้ำประปา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c877fe27406e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คนจนเฮ! รัฐบาลต่ออายุมาตรการใช้น้ำ-ไฟฟรีอีก 1 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คนจนเฮ!&amp;nbsp;รัฐบาลไฟเขียวต่อระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า-น้ำประปา-คืนแวต อีก 1 ปี แจงเพื่อเป็นการดูแลผู้มีรายได้น้อย เตรียมเปิดลงทะเบียนคนจนรอบใหม่ภายในปีนี้ มั่นใจไม่ทำคนจนเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ว่า ที่ประชุมเห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาต่อไปอีก 1 ปี โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2563 จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2562 โดยกรณีค่าไฟฟ้า ให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน และกรณีค่าน้ำประปา ให้ใช้น้ำประปาในวงเงิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังขยายระยะเวลามาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 7%&amp;nbsp;ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ออกไปอีก 1 ปี โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2563 โดยการคืนเงินภาษีแวตเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะแบ่งเป็น 1. ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องจ่ายภาษีจากการซื้อสินค้าเองตามปกติ ในอัตรา 1%&amp;nbsp;2. รัฐบาลจะทำการคืนเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยการโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet) ทุกวันที่ 15 ของเดือน จำนวน 5%&amp;nbsp;ซึ่งเงินส่วนนี้สามารถกดเป็นเงินสดออกมาใช้ได้ และ 3. จะมีการเก็บเงินเข้าบัญชีกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ของผู้ถือบัตรฯ จำนวน 1%&amp;nbsp;เพื่อเป็นเงินออมของผู้มีรายได้น้อย หรือหากไม่มีบัญชีกับ กอช. อาจจะเปิดบัญชีเพื่อสะสมไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการในส่วนดังกล่าว อยู่ที่ 1,870 ล้านบาท แบ่งเป็น งบประมาณสำหรับอุดหนุนค่าไฟฟ้า จำนวน 1,740 ล้านบาท ค่าน้ำประปา 30 ล้านบาท และคืนภาษีแวตอีก 100 ล้านบาท ถือเป็นงบประมาณจำนวนไม่มาก แต่มีผลพอสมควรสำหรับผู้มีรายได้น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ติดตามและประเมินผลของมาตรการดังกล่าว และพบว่าได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี จึงมีการพิจารณาขยายระยะเวลาของมาตรการออกไป เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งพื้นฐานที่จำเป็น และเป็นประโยชน์ รัฐบาลอยากให้สวัสดิการเหล่านี้แก่ผู้มีรายได้น้อยกลุ่มนี้ต่อไป และยังเป็นผลดีกับเศรษฐกิจอีกด้วย&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.การคลัง กล่าวอีกว่า ในวันที่ 30 ก.ย. นี้ กรมบัญชีกลาง จะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บมจ. ปตท ในการเข้ามาใช้ระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับมาตรการลดค่าก๊าซหุงต้ม ซึ่งเป็นโครงการของ บมจ.ปตท. เอง เดือนละ 100 บาทต่อราย โดยปัจจุบันมีประชาชนที่อยู่ในโครงการดังกล่าวประมาณ 1 แสนราย และในส่วนนี้เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 8.8 หมื่นราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าในการเปิดลงทะเบียนเพื่อเข้าโครงการสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นั้น คาดว่าจะดำเนินการได้อย่างเร็วที่สุดภายในปี 2562 หรืออย่างช้าที่สุดในช่วงต้นปี 2563 โดยขณะนี้ สศค. อยู่ระหว่างจัดเตรียมหลักเกณฑ์การลงทะเบียนให้มีความเหมาะสมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่มีคนตั้งคำถามว่าหากเปิดลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐเป็นการเพิ่มคนจนนั้น คงต้องถามกลับว่าเพิ่มคนจนคืออะไร เพราะปัจจุบันคนจนมีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่รัฐบาลทำเป็นการช่วยเหลือเรื่องสวัสดิการ ควบคู่กับการพัฒนาตัวเป็น เป็นชุดมาตรการ ไม่ได้พัฒนาอย่างเดียว หรือให้สวัสดิการเพียงอย่างเดียว ส่วนใครที่ตั้งตัวได้แล้ว มีรายได้พ้นเกณฑ์ 1 แสนบาทต่อปีก็ต้องออกไป โดยสวัสดิการรัฐเกิดขึ้นภายใต้หลักการที่รัฐบาลต้องการดูแลสวัสดิการที่จำเป็นกับการใช้ชีวิต ไม่ได้มากมายอะไรสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพราะนอกจากสวัสดิการแล้วก็ยังมีมาตรการอีกด้าน ทั้งการสร้างอาชีพ สร้างทักษะให้องค์ความรู้ เป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาฐานรากอย่างครบวงจร เป็นการดูแลสวัสดิการให้คนไทยที่จำเป็นและช่วยสร้างความเข้มแข็งให้คนมีรายได้น้อย&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ขณะนี้กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมมีเงินประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท และหากงบประมาณปี 2563 เรียบร้อย ก็จะมีเงินเติมเข้ามาอีก 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเพียงพอในการดูแลสวัสดิการให้ผู้มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุดอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46698</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, ค่าไฟฟ้า, น้ำประปา, ภาษีมูลค่าเพิ่ม, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c95a4ca010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
