<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กินอาหารคลายร้อน ป้องกันโรคกำเริบได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(&amp;#39;ข้าวแช่&amp;#39;&amp;nbsp;เมนูคลายร้อนมีประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ แต่ทั้งนี้ควรบริโภคเครื่องเคียงที่มีรสเค็มและหวานอย่าง กะปิทอด หรือเนื้อเค็ม-เนื้อหวานให้น้อย เพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานกำเริบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อยและช่วยคลายร้อน แต่ทว่ายังมีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้สูงอายุอีกด้วย สำหรับเมนู &amp;ldquo;ข้าวแช่&amp;rdquo; เพราะอย่าลืมว่าคนสูงอายุยังต้องการบริโภคสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งเมนูดังกล่าวหากรับประทานอย่างพอดีก็จะช่วยส่งเสริมสุขภาพได้ไม่น้อย เนื่องจากมีสารอาหารถ้วน แต่ทว่าเมนูคลายร้อนดังกล่าวมีเครื่องเคียงหลายต่อหลายชนิด ซึ่งอาจทำให้คุณตาคุณยายสงสัยว่าเมนูไหนที่ควรรับประทานและควรกินแต่พอดี เนื่องจากผู้สูงอายุหลายท่านเป็นทั้งโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง กัลยา กาลสัมฤทธิ์ นักกำหนดอาหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กัลยา กาลสัมฤทธิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัลยา นักกำหนดอาหารสาว ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ประโยชน์ของ &amp;ldquo;ข้าวแช่&amp;rdquo; ต่อสุขภาพผู้สูงอายุ เป็นทั้งเมนูคลายร้อนที่มักนิยมรับประทานกันในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เนื่องจากมีสารอาหารครบ 5 หมู่ เริ่มจากตัวข้าวแช่เอง ที่ทำจากข้าวสวยหุงสุกใหม่ๆ ก็ให้คาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้เครื่องเคียงอย่าง ลูกกะปิคั่ว, หัวไช้โป๊ทอด, เนื้อเค็ม, เนื้อหวาน ก็ให้ทั้งความเค็มหรือโซเดียม และความหวาน รวมถึงโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ส่วนพริกหยวกทอดก็ให้ปริมาณของวิตามินจากตัวพริกเอง อีกทั้งเมนูนี้ยังช่วยคลายร้อนและทำให้จิตใจสดชื่นจากน้ำลอยดอกมะลิที่ใส่ในข้าวแช่อีกด้วย แต่เพื่อสุขภาพที่ดีแนะนำว่า เนื่องจากข้าวแช่แม้จะมีประโยชน์ แต่ก็ให้พลังงานที่มากเช่นกัน คือมีความหวานและความเค็มอยู่ในตัวเครื่องเคียง ดังนั้นผู้สูงอายุป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง แนะนำว่าให้รับประทานแค่พอหายอยาก หรือให้เน้นกินตัวข้าวแช่และน้ำลอยดอกมะลิให้มากที่สุด ส่วนหมูเค็มและเนื้อหวานก็ควรตักให้น้อยที่สุด เนื่องจากเป็นอาหารแปรรูปที่มีพลังงานสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(&amp;#39;น้ำปลาหวาน&amp;#39;&amp;nbsp;อาหารกินเล่นที่กินน้อยดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องจิ้มให้น้อยที่สุด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่พูดถึงคงไม่ได้สำหรับ &amp;ldquo;มะม่วงน้ำปลาหวาน&amp;rdquo; อาหารกินเล่นที่มาพร้อมหน้าร้อน ซึ่งอุดมไปด้วยเกลือแร่หรือความเค็มของกะปิ และน้ำตาลที่ใช้เคี่ยวน้ำจิ้ม ดังนั้นหากผู้สูงอายุต้องการบริโภคเมนูนี้ แนะนำว่าในน้ำปลาหวานค่อนข้างมีโซเดียมเยอะ ซึ่งอาจจะกระตุ้นโรคความดันโลหิตให้สูงขึ้น รวมถึงทำให้อาการเบาหวานกำเริบได้ ดังนั้นถ้าคุณตาคุณยายจำเป็นต้องจิ้ม ควรจิ้มบางๆ หรือเอาง่ายๆ ว่าอย่ากินจนหมดถ้วย ในส่วนของมะม่วงก็ให้รับประทานได้ประมาณ 7-8 ชิ้นเล็กๆ พอคำ ซึ่งเท่ากับ 1 จานเล็ก หรือคิดง่ายๆ ว่า ให้กินมะม่วงเพียงครึ่งลูกสำหรับผลขนาดกลาง สรุปได้ว่า เมนูน้ำปลาหวานสามารถปรุงรสเผ็ดได้ เปรี้ยวได้ แต่สำหรับรสหวานและรสเค็มก็ต้องรับประทานให้น้อยที่สุด เนื่องจากผู้สูงอายุยังจำเป็นต้องการสารอาหารที่ครบ 5 หมู่จากเมนูอาหารที่หลากหลายค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5272</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวแช่, คุณภาพชีวิต, น้ำปลาหวาน, อาหาร5หมู่, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf28e79fbca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
