<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสม.เดือด! นักรบด่านหน้ายังไม่ได้ฉีดวัคซีนสักเข็มเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 64 - ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น แพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลน้ำพอง ได้ทำการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนทั่วไป ในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง โดยในวันนี้มีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนรวม กว่า 700 คน ในขณะเดียวกันที่บริเวณด้านหน้า อาคารหอประชุมฯ ได้มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. จากบ้านน้ำพอง ต.น้ำพอง จำนวน 56 คน รวมตัวกัน เพื่อขอรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หลังไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนให้กับบุคลากรด่านหน้าตามที่รัฐกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางโฉมยง คำเบาะ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 229 ม.2 บ้านน้ำพอง ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น แกนนำ อสม.อ.น้ำพอง กล่าวว่า&amp;nbsp; อสม.คือด่านหน้าที่พบปะพูดคุยและลงพื้นที่พบกับคนป่วย พบกับกลุ่มคนเสี่ยงกับการติดโควิด-19 ทุกคยทำงานกันทุกวัน คนเจ็บ คนตายก็ต้องลงพื้น ยิ่งในขณะนี้คือการตรวจคัดกรองร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขทุกคนก็ต้องทำ&amp;nbsp; แต่ก็ไม่ได้รับการดูแลจากผู้บังคับบัญชา เพราะในความเป็นจริงแล้ว กลุ่ม อสม.ทุกหมู่บ้าน ทุกๆ คนจะต้องได้รับการจัดสรรให้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาตั้งแต่การระบาดครั้งแรกในปี 2563 แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การขอรับการฉีดวัคซีน ไม่ได้รับความสนใจและความใส่ใจจากผู้บังคับบัญชา เมื่อสอบถามกับทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล&amp;nbsp; ก็ได้รับคำตอบว่า ก่อนถึงปีใหม่ จะได้ฉีดแน่&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อลงพื้นที่ไปตรวจคัดกรองหรือพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ จำเป็นต้องโกหกชาวบ้านว่าตัวเองฉีดแล้ว ซึ่งในความเป็นจริง จำนวน 56 คน ยังไม่มีใครได้ฉีดแม้แต่คนเดียว ต้องหน้าด้านบอกกับประชาชนให้เกิดความมั่นใจเพื่อจะได้ยอมลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนจากทางรัฐบาลจัดสรรให้&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่ากลัวตายมาก เพราะการระบาดของโรคมาถึงระลอกที่ 3&amp;nbsp; อสม.ทำงานในหมู่บ้านชุมชนตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาทุกคน แต่เมื่อวัคซีนมากลับไม่ได้รับการจัดสรร เสมือนเป็นคนกลุ่มเสี่ยงที่ถูกทิ้ง เพราะไม่ได้รับการดูแล ขอฝากถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดสรรคนมาฉีดวัคซีนด้วยว่า ให้มองถึงความปลอดภัยของ อสม.ด้วย&amp;nbsp; อย่าเอาแต่พวกพ้องญาติพี่น้อง มาฉีด เพราะรู้สึกได้ว่า พื้นที่น้ำพอง จัดสรรคนมาฉีดวัคซีนไม่เป็นธรรม ไม่มีบรรทัดฐานในการบริหารวัคซีน ฉีดให้แต่คนของตัวเอง และให้เฉพาะคนที่ตัวเองอยากให้ฉีด และที่บอกว่าจะได้รับการฉีดก่อนถึงปีใหม่นั้น อสม.จะไม่ตายก่อนหรือถ้าโรคนี้ยังคงระบาดหนักและ อสม.ต้องเป็นนักรบด่านหน้าที่ต้องเข้าไปพบผู้มีความเสี่ยงของโรค&amp;quot; แกนนำ อสม.น้ำพอง ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่&amp;nbsp; นายประจวบ รักแพทย์&amp;nbsp; นายอำเภอน้ำพอง กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ อ.น้ำพอง มีผู้ป่วยสะสม 109 ราย กษาตัวอยู่ที่ รพ.น้ำพอง จำนวน 55 ราย&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ อ.น้ำพอง กำลังจัดหาเตียงสำรองมาเพิ่มจำนวน 30 เตียง ที่ รพ.น้ำพอง ในส่วนของการฉีดวัคซีนนั้นได้รับการจัดสรรมากว่า 1,000โดส ซึ่งมีการจัดสรรฉีดให้บุคคลากรด่านหน้า ทั้งแพทย์และ อสม.โดยได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรก 500 คน ครั้งที่2 จำนวน 700 คน อาจจะมีบางกลุ่มที่ยังไม่ได้รับ สำหรับ อสม.ที่ร้องเรียนว่ายังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนนั้น ได้มีการตรวจสอบกับคณะเจ้าหน้าที่บริหารวัคซีนแล้ว พบข้อมูลว่า มีการจัดสรรให้กลับทุกกลุ่มแต่อาจจะยังไม่ทั่วถึง ซึ่งจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับวัคซีนทุกคน&amp;nbsp; และอสม.กลุ่มที่มาเรียกร้อง พอทราบเรื่องก็ไม่สบายใจ&amp;nbsp; ได้ประสานให้คณะเจ้าหน้าที่บริหารวัคซีน จัดสรรวัคซีนให้ อสม.ทุกคนแล้ว เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110296</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, น้ำพอง, วัคซีน, อสม., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f51520da9f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ.ระดม6 แสนล้านบาทพัฒนาโรงไฟฟ้า 5.4 พันเมกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟผ.เตรียมระดมทุน 6 แสนล้านบาท พัฒนาโรงไฟฟ้าภายใน 10 ปีรวม 5.4 พันเมกฯ ยันไม่หวั่นแม้สัดส่วนผลิตไฟในพีดีพีจะเหลือ 24% ลุ้นครองส่วนที่ยังไม่กำหนดผู้ผลิต 11% ปลายแผน ลุยพัฒนาโรงไฟฟ้าเดินเบา พร้อมโซลาร์ในเขื่อน ชี้ศักยภาพสามารถผลิตไฟได้เกิน 1 หมื่นเมกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.62- นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้มีแผนที่จะใช้เงินลงทุนกว่า 600,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบสายส่ง รวมถึงการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนโรงที่จะหมดอายุสัญญาในระยะ 10 ปี รวม 5,400 เมกะวัตต์ ได้แก่โรงไฟฟ้านำพอง ที่จะเริ่มโครงการในปี 2568 โรงไฟฟ้าแม่เมาะ พระนครใต้ สุราษฎร์ธานี 2 แห่ง และพระนครเหนือ รวมทั้งสิ้น 8 โรง โดยแบ่งเป็นเชื้อเพลิงถ่านหิน 700 เมกกะวัตต์ ที่แม่เมาะ นอกนั้นจะเป็นโรงไฟฟ้าคอมไบน์ไซเคิ้ล ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้เรากำลังดูอยู่ว่าช่องทางในการหาเงินใดบ้างที่ทำแล้วมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยที่ผ่านมาจะเป็นการกู้เงินจากธนาคารในประเทศไทย แต่เบื้องต้นก็มองว่าการออกหุ้นกู้ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ดี เพราะเราจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาร่วมลงทุนกับเราได้ ซึ่งยืนยันยันได้ไม่มีปัญหาด้านการเงินแน่นอน&amp;quot;นายวิบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทั้ง 8 แห่งจะทำให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าในประเทศของ กฟผ. อยู่ที่ 31% หลังที่จะมีการปลดระวางของโรงไฟฟ้าที่หมดอายุแล้ว ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนของ กฟผ. อยู่ที่ 35% และตามที่มีการระบุในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี 2018) ที่กำหนดสัดส่วนให้กฟผ.มีการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 24% นั้นเป็นช่วงปลายแผนในอีก 20 ปีถัดไป ซึ่งในช่วงนั้นก็จะมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าที่ยังไม่มีการระบุว่าเป็นของใคร หรือให้ฝ่ายไหนดำเนินการอีก 11% หากในอนาคตทางรัฐบาลมอบหมายให้ กฟผ. ดำเนินการในส่วนนั้นสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ก็จะมากกว่า 24%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ของเอกชน (ไอพีพี) ในช่วงปลายแผนก็เหลือเพียงแค่ 13% เท่านั้นจากปัจจุบันที่อยู่ที่ 33% ซึ่งจะมีการกระจายสัดส่วนไปสู่ในโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก(วีเอสพีพี)มากขึ้นกว่า 35% และในส่วนนั้นก็จะเป็นการผลิตไฟจากพลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์)มากที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลสำหรับกฟผ. รวมถึงปัจจุบัน กฟผ.ก็เริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เพิ่มขึ้น ที่เป็นการตั้งแบบลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ซึ่งล่าสุดก็ได้ทำการเสนอต่อกระทรวงพลังงานไปเพื่อขอดำเนินการโซลาร์ลอยน้ำรวม 2,725 เมกะวัตต์ กระจายในเขื่อนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กฟผ. ได้ติดตั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน(เอนเนอร์ยี่ สตรอเรจ)ในสถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ขนาด 16 เมกะวัตต์ และสถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี ขนาด 21 เมกะวัตต์ กำหนดแล้วเสร็จในปี 63 เพื่อเป็นการนำร่องควบคู่พัฒนาเทคโนโลยีที่จะนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าให้เดินเครื่องในสถานการณ์ที่เชื้อเพลิงต่ำได้(โรงไฟฟ้าเดินเบา) โดยเบื้องต้นเป็นการติดตั้งเพื่อกักเก็บไฟฟ้าประมาณ 20 เมกะวัตต์ โดยจะใช้จ่ายในช่วง 15 นาที ในกรณีที่โรงไฟฟ้าหลักเกิดเหตุดับหรือขัดก่อนเพื่อลดผลกระทบของประชาชนก่อนที่จะสามารถเดินเครื่องเข้าระบบของโรงไฟฟ้าหลักได้อีกครั้ง โดยใช้งบประมาณสถานีละ 800 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้เรากำลังเดินหน้าที่จะพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งเมื่อดูจากศักยภาพของเขื่อนน้ำของ กฟผ. นั้นจะสามารถติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำและผลิตไฟฟ้าได้อีก 10,000 ในเขื่อนทั่วประเทศ และในอนาคตหากมีการติดตั้งเอนเนอร์ยี่สตรอเรจร่วมด้วย รวมถึงผนวกกับการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ลอยน้ำและไฟฟ้าจากการปั่นไฟ จะทำให้เขื่อนสามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่อง 18-20 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนการพัฒนาโรงไฟฟ้าเดินเบา เพื่อจะติดตั้งใช้กับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือก่อน และโรงไฟฟ้าแม่เมาะในระยะต่อไป&amp;quot;นายวิบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแผนพีดีพีนั้นทางคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนดว่าจะต้องมีการพิจารณาใหม่ทุก 5 ปีซึ่งในอนาคตมัดส่วนดังกล่าวก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไป พร้อมกันนี้ กฟผ. ยังมีแผนที่จะออกแบบโรงไฟฟ้าใหม่ทั้งในช่วง 10 ปีนี้ เป็นโรงไฟฟ้าเชิงท่องเที่ยวด้วย โดยจะนำร่องในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ฯก่อน 2 แห่ง โดยเบื้องต้นมีแผนที่จะซื้อพื้นที่เพิ่มเพื่อพัฒนาพื้นที่ในการรองรับนักท่องเที่ยว และคัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อนำเข้ามาอุปโภคและบริโภคในพื้นที่ โดยคาดว่าจะมีการสรุปเร็ว ๆ นี้ก่อนที่จะขยายผลต่อไปยังโรงอื่น ๆ ในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29392</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพช., กฟผ., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ, ถ่านหิน, น้ำพอง, พระนครเหนือ, พระนครใต้, วิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย, ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a55e9f1ff5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
