<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวห้วยกระเจา รวมตัวให้กำลังใจ &#039;ตู่-ป้อม&#039; ช่วยขุดบ่อบาดาลแก้แล้ง ฉุนโซเชียลโหน &#039;พิมรี่พาย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.64 - จากกรณี น.ส.พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ หรือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;พิมรี่พาย&amp;rdquo; แม่ค้าขายของออนไลน์ชื่อดัง ลงพื้นที่หาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งให้กับชาว ต.ดู่ลาด อ.ทรายมูล จ.ยโสธร ด้วยการใช้เงินส่วนตัว จำนวน&amp;nbsp;190,000&amp;nbsp;บาท ขุดเจาะบาดาลที่ความลึก&amp;nbsp;40&amp;nbsp;เมตร ก็ได้น้ำมาให้ชาวบ้านได้ใช้ สร้างความดีใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;แต่ต่อมาโลกโซเชียลได้นำผลงานของพิมรี่พาย ไปเปรียบเทียบกับผลงานและงบประมาณที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ใช้งบประมาณในการขุดเจาะบาดาลแต่ละบ่อกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท จากนั้นโลกโซเชียลได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกับงบที่พิมรี่พาย ใช้จ่ายในการเจาะบาดาล ที่มีราคาห่างกันหลายเท่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการขุดเจาะบาดาล ที่มีราคาแตกต่างกันว่า เรื่องของราคาแพงหรือไม่แพง ขึ้นอยู่กับความลึกของบ่อน้ำบาดาล ถ้าขุดลึกก็ต้องใช้เงินแพง แต่ถ้าตื้นก็ใช้เงินถูก แต่ละบ่อจะเท่ากันได้อย่างไร บ่อหรือบึงบางครั้งลึก&amp;nbsp;300-400&amp;nbsp;เมตร จะไปขุด&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมตร ก็ไม่ได้ และท่อที่ใส่ลงไปก็ไม่เหมือนกัน ยืนยันว่า เรื่องราคาสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา การดำเนินการทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าหน่วยงานไหนก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุด พิมรี่พาย ได้ออกมากล่าวผ่านไลฟ์ขณะขายของ ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;เวลาที่ทำบุญทีไรต้องมีดรามาทุกที แต่ก็นับเป็นเรื่องที่ดีที่สังคมพูดถึงความแคลงใจ เมื่อก่อนนั้นประชาชนไม่มีสิทธิ์รับรู้ว่าเอาเงินส่วนกลางไปทำอะไรบ้าง แต่ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไป ประชาชนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น ต้องการทราบงบส่วนกลางทำอะไรได้บ้าง ก็ดีแล้ว พอมีดรามาหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ต้องออกมาชี้แจง ในโลกนี้มีแต่คนเก่งขึ้นทุกวันจนไม่มีที่ให้คนโง่ยืนเลย แต่โลกนี้ขาดอยู่อย่างเดียว คือ คนที่พยายามเข้าใจคนอื่น&amp;nbsp;หลังจากนี้ ตนจะคิดหน้าคิดหลังให้ดีว่าสิ่งที่ทำจะกระทบกับใครบ้าง ตอนขุดบ่อบาดาลตนก็คิดว่า ไม่น่าจะกระทบกับใคร เพราะใช้โซลาร์เซลล์ ทำทิ้งเอาไว้ ถ้าเขาใช้ก็ใช้ ถ้าเจอสิ่งที่ดีกว่า ก็ไปใช้สิ่งที่ดีกว่าแค่นั้น ส่วนบ่อบาดาลที่ไม่ได้ขุดลึก&amp;nbsp;&amp;ldquo;เพราะกลัวเจอนรกค่ะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยทั้งหมดกลายเป็นกระแสดรามาเกิดขึ้นในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อเวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น.วันนี้&amp;nbsp;ที่วัดพะยอมงาม หมู่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ประชาชนจากทั้ง&amp;nbsp;21&amp;nbsp;หมู่บ้าน หลายร้อยคน นำโดยนายสิริพงศ์ สืบเนียม อดีตนายกเทศมนตรีตำบลห้วยกระเจา นายพัชรพล สืบดา กำนันตำบลห้วยกระเจา รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านต่างๆ&amp;nbsp;เดินทางมารวมตัวพร้อมชูป้ายให้กำลังใจแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) รวมทั้งนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เจ้าหน้าที่สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต&amp;nbsp;2 (สุพรรณบุรี)&amp;nbsp;ที่สามารถดำเนินการขุดเจาะสำรวจเพื่อหาแหล่งน้ำบาดาลมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งซ้ำซากในพื้นที่ตำบลห้วยกระเจา ตาม&amp;ldquo;โครงการศึกษา สำรวจ และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อน&amp;rdquo;ได้สำเร็จ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลห้วยกระเจาต่างรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อมีปัญหาดราม่าเกิดขึ้นตามข้อมูลข้างต้น ทำให้ชาว ต.ห้วยกระเจา ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวต่างรู้สึกไม่สบายใจ ถึงแม้จะเป็นคนละพื้นที่ รวมทั้งมีภูมิประเทศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็ตาม สำหรับการรวมตัวกันในครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานนักก็แยกย้ายกันกลับบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายพัชรพล สืบดา กำนันตำบลห้วยกระเจา กล่าวว่า ตำบลห้วยกระเจาเป็นตำบลที่มีความแห้งแล้งซ้ำซากมาก และพื้นที่ของเราเป็นพื้นที่ที่มีหินและและไม่มีน้ำ แต่เมื่อกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนำทีมเข้ามาสำรวจจนกระทั่งเจอตาน้ำ แต่ว่าต้องเจาะลึกลงไปอย่างน้อย&amp;nbsp;300-400&amp;nbsp;เมตร และน้ำบาดาลที่ได้มาสามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ทั้งตำบล&amp;nbsp;ดังนั้นต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และเจ้าหน้าที่ที่มาช่วยหาแหล่งน้ำช่วยเหลือชาวบ้าน ซึ่งต่อไปชาวบ้านตำบลห้วยกระเจาจะได้มีน้ำที่สะอาดเอาไว้ใช้สำหรับอุปโภค-บริโภค และภาคการเกษตร ซึ่งโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัชรพล สืบดา กำนันตำบลห้วยกระเจา กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของสื่อในโลกโซเชียลที่กำลังดราม่าอยู่ในขณะนี้ ตนรู้สึกเห็นใจรัฐบาล เพราะรัฐบาลได้พยายามช่วยเหลือประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งพื้นที่ของอำเภอห้วยกระเจาเป็นพื้นที่สีแดงมาโดยตลอดก็ต้องขอบคุณรัฐบาลที่เข้ามาช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประเด็นดราม่า ก็ขอให้คุณ&amp;nbsp;&amp;ldquo;พิมรี่พาย&amp;rdquo;เข้ามาช่วยเหลือพวกเราด้วยก็ได้เพราะจะได้เข้ามาช่วยเหลือกันในการพัฒนาประเทศของเรา เมื่อเราคิดอย่างนี้จะได้ไม่ต้องไปลงสื่อสื่อเชียลที่คอมเม้นกันไปคอมเม้นกันมาตนมองว่ามันไม่ได้ความจริง แต่ถ้าอยากรู้ความจริงก็ขอให้มาที่ตำบลห้วยกระเจามาเจอกับพวกผมได้เลย จะได้ช่วยชี้แจงข้อเท็จจริงว่าชาวบ้านของเราเดือดร้อนอย่างไร และรัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือพวกเราอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการศึกษา สำรวจ และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อน&amp;rdquo;เพื่อหาแหล่งน้ำมาช่วยเหลือประชาชนชาวตำบลห้วยกระเจาที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากมากว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี นั้น ปัจจุบันกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ดำเนินการเจาบาดาลในพื้นที่บ้านพยอมงาม หมู่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ต.ห้วยกระเจา จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ่อ แต่ละบ่อลึกประมาณ&amp;nbsp;100-320&amp;nbsp;เมตร น้ำบาดาลที่ได้อยู่ที่บ่อละ&amp;nbsp;10-20.57&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อชั่วโมง และพื้นที่บ้านทุ่งคูณ หมู่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ต.ห้วยกระเจา จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ่อ แต่ละบ่อลึก&amp;nbsp;100-300&amp;nbsp;เมตร แต่ละบ่อได้น้ำบาดาลอยู่ที่&amp;nbsp;15-40&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อชั่วโมง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในพื้นที่ ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ปรากฏว่าพบแหล่งน้ำพุธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษแปลก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ่อ อยู่ไม่ห่างกันมากนัก ซึ่งไม่เคยขุดเจาะพบที่ไหนในประเทศไทยมาก่อน โดยมีรสซ่าคล้ายน้ำโซดา ออกหวานนิดๆ นำไปผสมเป็นเครื่องดื่มต่างๆ เหมือนโซดาที่มีขายตามร้านค้าเครื่องดื่มทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98531</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, น้ำบาดาล, น้ำพุโซดา, พิมรี่พาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c456535b52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดคึกคัก! คนนับพันแห่รับน้ำแร่โซดาเมืองกาญจน์ แจกฟรีวันแรก ผู้ค้ากว่า 200 ร้านยิ้มแก้มปริ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.64 - ที่บริเวณบ่อน้ำพุโซดา บ้านทุ่งคูน ม.19 ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ร้านค้าร้านขายที่ผ่านมา จนถึงวันนี้มีมากราว 200 ร้านทั้งของกินของใช้ พืชผักผลไม้มากมาย ตั้งร้านเรียงรายถึง 3 แถวยาวเหยียด ท่ามกลางประชาชน นักท่องเที่ยวนับพันคนที่เดินทางมาเพื่อนำน้ำแร่โซดาไปลองดื่มทำให้การจราจรคับคั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยกระเจาพร้อม จนท.อพปร.อำเภอห้วยกระเจา นำกำลังดูแลอำนวยการด้านจราจรบนท้องถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบริเวณใกล้น้ำพุ ทางเจ้าหน้าที่ ได้กางเต๊นท์ พร้อมเก้าอี้นั่ง โดยมีประชาชนที่เดินทางมารับแจกน้ำพุโซดา ที่ผ่านการกรองแล้ว นั่งรอโดยทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะทำการแจกน้ำที่กรองและบรรจุขวดตราห้วยกระเจา ให้แก่ทุกคนๆละ 1 ขวด หลายคนจากจังหวัดอื่น เดินทางมารอตั้งแต่เช้า เพื่อรอรับน้ำแร่โซดาที่กรองแล้ว แม้จะรอนานกว่า 3 ชั่วโมงก็ตาม ด้วยเกรงว่าน้ำที่กรองแล้วจะหมดไม่เพียงพอ จึงต้องมารอแต่เช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 11.30 น.นายกุศล โชติรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยนายสุรินทร์ วรกิจธำรง ผอ.สำนักพัฒนาน้ำบาดาล ได้เดินทางมาถึง โดยรองอธิบดี ได้เดินดูโครงการตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ ด้วยความสนใจ รวมทั้งเดินตามคันคูที่กั้นน้ำพุโซดา เพื่อสังเกตน้ำพุในระยะใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังดูโครงการนายกุศล เปิดเผยว่าสำหรับโครงการขุดเจาะน้ำบาดาลนี้ สำเร็จดังที่มุ่งหวัง น้ำมีปริมาณจำนวนมากพอที่ช่วยให้ชาวบ้านได้ใช้บริโภคและอุปโภค การเกษตร ได้อย่างเต็มที่ ส่วนในเรื่องที่มีการพูดคุยกันว่า ทางเอกชนบางรายจะขุดเจาะเอง ก็อยากจะให้ไตร่ตรองใคร่ครวญให้ดี เพราะต้องลงทุนสูงมาก ต้องใช้เครื่องมือที่ทันสมัยในการเจาะขุดในชั้นดินหินที่ลึกระดับกว่า 200-300 เมตร รวมทั้งต้องมีการตรวจสอบด้านธรณีวิทยา เพื่อจะทราบว่าใต้ชั้นหินมีรอยแยกที่เชื่อมต่อกับน้ำที่ขุดพบหรือไม่ อีกทั้งจะเป็นน้ำพุหรือเปล่า เป็นน้ำแร่หรือไม่ หรืออาจจะพบน้ำที่มีปริมาณน้อย และหลังพบน้ำก็ต้องตรวจสอบคุณภาพน้ำ ว่ามีแร่ธาตุใดบ้าง รวมถึงการขออนุญาติในการจำหน่าย นับเป็นเรื่องที่ต้องไตร่ตรองให้ดี เพราะต้องใช้เม็ดเงินที่สูงมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ให้ประชาชน เข้าแถวเป็น 2 แถว โดยเว้นระยะห่าง พร้อมแจกขวดเปล่า เพื่อไปรับน้ำที่กรองแล้วด้านในห้องของที่ทำการชั่วคราว ทำให้ประชาชนที่มารอรับน้ำแร่โซดายิ้มได้ หลังจากนั่งรอ ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนระอุ มานานกว่า 3 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อาจจะเกิดปัญหาในเรื่องพื้นที่ บริเวณบ่อน้ำพุโซดาที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่า อยู่ในพื้นที่ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา หรือต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการแย่งพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ ที่กำลังตามมา ทั้งร้านค้าที่มีการเก็บค่าเช่า ตารางเมตรละ20บาทต่อวัน ที่จอดรถนักท่องเที่ยว ตลอดจนถึง อาจมีการค้าขายน้ำพุโซดาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94115</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, จังหวัดกาญจนบุรี, น้ำพุโซดา, ห้วยกระเจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6036130f604cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลทดสอบ น้ำพุโซดา ดื่มได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;quot; แถลงผลทดสอบ &amp;quot;น้ำพุโซดา&amp;quot; จากบ่อบาดาลบ้านทุ่งคูณ จ.กาญจนบุรี มีแร่ธาตุคุณภาพดี แจงเหตุเกิดรสชาติซ่าเพราะปริมาณสารไบคาร์บอเนตสูงกว่าปกติ แต่ไม่มีสารพิษหรือสารปนเปื้อนร้ายแรง สามารถดื่มได้ เร่งเจาะเพิ่มอีก 3 บ่อ หวังช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้งให้เกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เจาะบาดาลในพื้นที่หมู่ 12 บ้านพะยอมงาม ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี และที่หมู่ 19 บ้านทุ่งคูณ จำนวน 3 บ่อ โดยพบรสชาติน้ำที่พุ่งออกมาจากบ่อบาดาล หมู่ 19 ซ่าคล้ายกับโซดา ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้นำตัวอย่างของน้ำไปพิสูจน์ในห้องแล็บเพื่อหาสิ่งปนเปื้อนนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ก.พ. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงผลการตรวจสอบสภาพของน้ำพุที่เกิดจากการขุดเจาะบ่อบาดาลในพื้นที่หมู่ 19 บ้านทุ่งคูณ จ.กาญจนบุรี ว่า จากการที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้สำรวจและเจาะพบแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี จำนวน 3 แห่ง โดยบ่อน้ำบาดาล 2 แห่งที่เจาะพบน้ำบาดาลพุ่งขึ้นมาเป็นน้ำพุสูงราว 2-3 เมตร มีรสชาติคล้ายน้ำโซดา สามารถใช้ดื่มกินได้ สร้างความฮือฮาให้แก่ชาวบ้านและผู้พบเห็นนั้น ขณะนี้ผลการตรวจสอบและวิเคราะห์น้ำบาดาลออกมาแล้ว ปรากฏว่าบ่อน้ำบาดาลที่บ้านทุ่งคูณ บ่อที่ 1 และบ่อที่ 2 น้ำบาดาลมีไบคาร์บอเนตสูง 2,420 มิลลิกรัมต่อลิตร และ 1,870 มิลลิกรัมต่อลิตร ฟลูออไรด์สูงเล็กน้อย 1.4 มิลลิกรัมต่อลิตร และ 1.1 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีเหล็กสูง 10 มิลลิกรัมต่อลิตร และ 28 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลการตรวจสอบจากห้องแล็บถึงสาเหตุที่มีรสซ่าคล้ายโซดา พบว่ามีปริมาณสารไบคาร์บอเนตสูงกว่าปกติ ซึ่งทำให้เกิดรสชาติซ่า และไม่พบสารพิษปนเปื้อน หรือสารปนเปื้อนร้ายแรง แต่จะมีธาตุเหล็กที่ทำให้น้ำมีสีและมีปริมาณสูง โดยน้ำพุบาดาลที่ขุดได้มีการนำน้ำแร่ที่มาจากประเทศเยอรมนี ราคา 3,000 บาท ที่มีขายในท้องตลาด มาทำการทดสอบเปรียบเทียบ พบว่าน้ำพุบาดาลมีแร่ธาตุที่มีคุณภาพดีมากกว่าน้ำแร่จากต่างประเทศ โดยมีการทดสอบถึง 3 ครั้ง พบว่ามีค่าไบคาร์บอเนตสูงกว่า 2 เท่า และกรณีทิ้งไว้แล้วมีสีนั้นถือเป็นปกติ เพราะมีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบ ซึ่งจะต้องกรองตะกอนเหล็กออกก่อนจึงจะสามารถดื่มกินได้ โดยเตรียมที่จะขุดเพิ่มอีก 3 บ่อ และสร้างระบบกระจายน้ำเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในการเกษตรและการบริโภค&amp;quot; นายศักดิ์ดากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกล่าวว่า สำหรับบ่อน้ำดังกล่าวเป็นการเจาะลงไปที่ลึกประมาณ 303 เมตร เพื่อสำรวจพื้นที่เจาะน้ำบาดาล ตามโครงการสำรวจศึกษาและพัฒนาน้ำบาดาลในแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อน ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี จำนวน 21 หมู่บ้าน โดยปัจจุบันยังคงมีน้ำพุ่งขึ้นมาเป็นน้ำพุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการตรวจสอบไม่พบว่าแรงดันน้ำลดลงแต่อย่างใด โดยปริมาณน้ำที่ตรวจวัดได้นั้นมีปริมาณน้ำ 1,200 ลบ.ม./บ่อ ซึ่งคาดว่ามีปริมาณน้ำ 500 ล้าน ลบ.ม. สามารถนำมาใช้อย่างจำกัดได้อยู่ที่ 2,400 ลบ.ม.ต่อวัน รวมแล้วจะสามารถแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนใช้สำหรับแก้ไขภัยแล้งได้ 500,000 ลบ.ม.ต่อปี ซึ่งกรมน้ำบาดาลจะเข้าไปพัฒนาให้เป็นระบบบาดาลระยะไกล และจะประกาศให้เป็นเขตควบคุมน้ำบาดาล ทำระบบการกระจายน้ำให้เกษตรกรครอบคลุมพื้นที่ 3,000 ไร่&amp;quot; อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ทดลองดื่มน้ำพุโซดาจากบ่อดังกล่าวให้ดูเป็นตัวอย่าง พร้อมให้ผู้สื่อข่าวได้ทดลองดื่มน้ำที่ผ่านการกรองแล้ว น้ำดังกล่าวมีความใสสะอาดขึ้น แต่ยังคงรสหวานและไม่มีกลิ่นสนิมเหล็กแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์ดากล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายตามภารกิจของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลคือ การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งท้ายที่สุดพื้นที่ห้วยกระเจา กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะทำโครงการศึกษา สำรวจและพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อน เพื่อพัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาให้ประชาชนได้ใช้ในการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร โดยเร่งเจาะอีก 3 บ่อ เพื่อให้ครบทั้ง 6 บ่อ ซึ่งจะพัฒนาให้เป็น โครงการขนาดใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93126</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำพุโซดา, ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a65726983f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อธิบดีน้ำบาดาล&#039; ดื่ม &#039;น้ำพุโซดา&#039; โชว์สื่อ เร่งขุดเพิ่มอีก 3 บ่อในพื้นที่ห้วยกระเจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ.64 - นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า จากการที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้สำรวจและเจาะพบแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 3 แห่ง โดยบ่อน้ำบาดาล 2 แห่ง ที่เจาะพบน้ำบาดาลพุ่งขึ้นมาเป็นน้ำพุสูงราว 2-3 เมตร มีรสชาติคล้ายน้ำโซดา สามารถใช้ดื่มกินได้ สร้างความฮือฮาให้แก่ชาวบ้านและผู้พบเห็น นั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ผลการตรวจสอบและวิเคราะห์น้ำบาดาลออกมาแล้ว ปรากฏว่า บ่อน้ำบาดาลที่บ้านทุ่งคูณ บ่อที่ 1 และบ่อที่ 2 น้ำบาดาลมีไบคาร์บอเนตสูง 2,420 มิลลิกรัมต่อลิตร และ 1,870 มิลลิกรัมต่อลิตร ฟลูออไรด์สูงเล็กน้อย 1.4 มิลลิกรัมต่อลิตร และ 1.1 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีเหล็กสูง 10 มิลลิกรัมต่อลิตร และ 28 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า เป็นความโชคดีที่น้ำบาดาลจากแหล่งน้ำบาดาลห้วยกระเจาไม่มีสารพิษหรือสารปนเปื้อนร้ายแรง และจากการตรวจสอบปริมาณน้ำบาดาลทั้ง 2 บ่อ คาดว่าจะสามารถพัฒนาน้ำขึ้นมาใช้ได้ไม่น้อยกว่า 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือไม่น้อยกว่า 500,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ได้ให้นักวิทยาศาสตร์ ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลทดลองกรองน้ำบาดาลจากบ่อน้ำบาดาลที่เก็บมาจากพื้นที่ ซึ่งมีสีเหลืองขุ่นเพื่อกรองเอาสารละลายเหล็กออก โดยอธิบดีได้ทดลองดื่มให้ดู พร้อมผู้สื่อข่าวได้ทดลองดื่ม น้ำที่ผ่านการกรองแล้ว น้ำดังกล่าวมีความใสสะอาดขึ้น แต่ยังคงรสหวานและไม่มีกลิ่นสนิมเหล็กแต่อย่างใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อธิบดีได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า เป้าหมายตามภารกิจของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล คือ การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งท้ายที่สุดพื้นที่ห้วยกระเจากรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะทำโครงการศึกษา สำรวจ และพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อน เพื่อพัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาให้ประชาชนได้ใช้ในการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร โดยเร่งเจาะอีก 3 บ่อ เพื่อให้ครบทั้ง 6 บ่อ ซึ่งจะพัฒนาให้เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93117</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, จังหวัดกาญจนบุรี, น้ำพุโซดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a4eee86d7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนแห่เที่ยวชม &#039;น้ำพุโซดา&#039; ผิดหวังจนท.กั้นบริเวณห้ามตักน้ำ จนกว่าจะตรวจสอบความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.64 - จากเหตุการณ์แปลกประหลาด เมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ก.พ.ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ดำเนินการขุดเจาะน้ำบาดาล เพื่อช่วยชาวบ้านในพื้นที่แห้งแล้ง บ้านสระตาโล ม.12&amp;nbsp;ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย เขตติดต่อกับ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี จำนวน 3 แห่ง เกิดสิ่งแปลกประหลาดเมื่อพบว่า น้ำที่ขุดจำนวน 3 แห่ง มี 2 แห่ง พุ่งขึ้นมาเป็นน้ำพุสูงราว 2-3 เมตร รวมทั้งมีรสชาติคล้ายน้ำโซดา สามารถใช้ดื่มกินได้ สร้างความฮือฮาให้แก่ชาวบ้านและผู้พบเห็น ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในพื้นที่ บ้านสระตาโล ม.12&amp;nbsp;ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี บริเวณบ่อน้ำพุประหลาดทั้งสองแห่ง พบว่านักท่องเที่ยวจากในหลายจังหวัด ต่างเดินทางมาเที่ยวชมน้ำพุโซดากันเป็นจำนวนมาก บ้างก็นำภาชนะต่างๆ ทั้งแกลลอนและขวดพลาสติก เพื่อมารองน้ำพุกลับบ้าน บ้างก็ถือแก้วเพื่อไปรอน้ำพุ แล้วลองดื่มทดสอบว่ารสชาติจะเหมือน หรือคล้ายน้ำโซดาหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จนท.ได้ทำการตั้งเต็นท์อยู่ใกล้กับบ่อ เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งตำรวจ สภ.บ่อพลอย พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้ดูแลการจราจร พร้อมทั้งได้นำเชือกพลาสติกสีแดงสลับขาว มากั้นรอบบริเวณบ่อน้ำพุทั้งสองแห่ง พร้อมติดประกาศข้อความว่า พื้นที่ดำเนินการห้ามเข้า โดยมีเจ้าหน้าที่คอยบอกขอความร่วมมือไม่ให้เข้าไปที่บริเวณบ่อ เนื่องจากในระหว่างนี้ต้องรอการตรวจสอบคุณภาพน้ำว่าใช้บริโภคดื่มกิน ปลอดภัยหรือไม่อย่างไร รวมทั้งเกรงว่าเมื่อมีประชาชนเดินเข้าไปที่บ่ออาจ เกิดเหตุทำให้คันดินที่กั้นยกสูงพังทลาย อาจไม่ปลอดภัยต่อประชาชนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวันชัย ศรีวงษ์ญาติดี นายอำเภอบ่อพลอย เปิดเผยว่าจากกรณีพบน้ำพุมีราชาติคล้ายน้ำโซดานั้น พื้นที่อยู่ในเขตพื้นที่บ้านสระตาโล หมู่ 12 ต.บ่อพลอย อำเภอบ่อพลอยทั้งสองบ่อ โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ดำเนินการขุดเจาะเพื่อทำระบบน้ำประปา ส่งไปใช้ในพื้นที่อำเภอห้วยกระเจา จากการขุดเจาะจำนวน 3 บ่อระยะห่างกันประมาณ 250 เมตร แต่ละบ่อขุดที่ความลึกประมาณ 250 เมตร พบว่า บ่อที่ 2 และบ่อที่ 3&amp;nbsp;มีน้ำพุ่งขึ้นสูงจากพื้นดินประมาณ&amp;nbsp;3 เมตร ลักษณะน้ำเป็นน้ำเย็น รสชาติเหมือนโซดา แต่ไม่ซ่า ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า มีสารไบคาร์บอเนต ไม่น่าจะมีอันตราย และขณะนี้กรมทรัพยากรน้ำ ได้นำตัวอย่างน้ำไปวิเคราะห์หาสารต่างๆ ว่าปลอดภัยหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้นก็ได้ประสานเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.บ่อพลอยจัดกำลังไปดูแลการจราจร เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาเที่ยวชมจำนวนมาก รวมทั้งให้ อบต.บ่อพลอยจัดทำป้ายเตือนห้ามนำน้ำไปรับประทาน เพราะต้องรอการตรวจสอบให้เรียบร้อยกระจ่างชัดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากในหลายจังหวัด&amp;nbsp;ต่างผิดหวังที่จะนำน้ำกลับบ้านหรือทดลองดื่มกินว่ารสชาติเป็นอย่างไรเหมือนน้ำโซดาหรือไม่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ลงไป ต่างพากันบ่นด้วยความผิดหวังที่เดินทางมาไกล โดยได้ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก และต่างบอกว่าเมื่อตรวจสอบคุณภาพจนแน่ชัดแล้ว จะเดินทางมาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92830</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, น้ำบาดาล, น้ำพุโซดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_602653a7b4d0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
