<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ทวง&#039;บิ๊กตู่&#039;คืนเงินกองทุนน้ำมัน2หมื่นล้าน เลิกขูดรีดปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่ราคาน้ำมันได้เพิ่มขึ้นสูงมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก โดยตนได้เสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท และ ใช้กองทุนน้ำมันเข้าแทรกแซงเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา โดยตนได้ทวงให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คืนเงินจำนวนเป็นหมื่นล้านที่โอนไปจากกองทุนน้ำมันเข้าไปเป็นรายได้ของรัฐคืนมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า รัฐบาลได้โอนเงินกองทุนน้ำมันที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันโดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันทั้งหมด 3 ครั้งดังนี้ ครั้งที่ 1 ในวันที่ 16 ธันวาคม 2558 จำนวนเงิน 8,529.42 ล้านบาท ครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 จำนวนเงิน 1,558 ล้านบาท ครั้งที่ 2 ในวันที่ 30 สิงหาคม 2561 จำนวนเงิน 10,000 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20,087.42 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เงินกองทุนน้ำมันดังกล่าวถูกโอนไปให้รัฐในช่วงที่ราคาน้ำมันมีราคาลดลงและราคาอยู่ในระดับต่ำมาตลอด ทำให้มีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันจนล้น รัฐบาลจึงถือโอกาสโอนไปเป็นรายได้ของรัฐ ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเงินดังกล่าวเป็นของประชาชนที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันในช่วงที่ราคาผันผวนเช่นในภาวะปัจจุบัน แต่ในช่วงที่ราคาน้ำมันลดลง พลเอกประยุทธ์นอกจากจะขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจำนวนที่สูงถึงลิตรละ 5.99 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วสูงถึง 6.41 บาท แถมยังถือวิสาสะโอนเงินกองทุนน้ำมันที่เป็นเงินของประชาชนไปเป็นรายได้ของรัฐกว่า 20,000 ล้านบาท ดังนั้นในภาวะปัจจุบันที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและมีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นไปอีก รัฐบาลจึงต้องคืนเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้กับกองทุนน้ำมันเพื่อนำไปใช้ในการแทรกแซงราคาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บกองทุนน้ำมันที่ไม่ได้จะให้เป็นรายได้ของรัฐ ทั้งนี้อยากให้องค์กรคุ้มครองสิทธิประชาชน องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค iLaw และ องค์กรนอกภาครัฐ ได้ช่วยกันเรียกร้องและหากจำเป็นก็ควรฟ้องร้องเพื่อให้นำเงินนี้กลับคืนมาเพื่อช่วยแทรกแซงราคาน้ำมันให้กับประชาชนในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การที่รัฐนำเงินไปสนับสนุนราคาก๊าซแล้วกว่า 17,000 ล้านบาท น่าจะเป็นแนวทางที่สับสนเพราะก่อนหน้านี้พลเอกประยุทธ์เคยประกาศลอยตัวราคาก๊าซและประกาศเองว่าเลิกการอุดหนุนข้ามประเภท (Cross Subsidies) โดยเอาเงินคนเติมน้ำมันมาสนับสนุนให้กับคนใช้ก๊าซซึ่งไม่ยุติธรรมสำหรับผู้ใช้น้ำมัน และน่าจะเป็นปัญหาทางข้อกฏหมายหากมีผู้ฟ้องร้องเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากมองย้อนหลังจะพบว่าสาเหตุที่ไทยใช้ก๊าซหุงต้ม (LPG) กันมาก เพราะในอดีต บมจ. ปตท. ผลิตก๊าซ LPG เหลือเป็นจำนวนมาก จากการกลั่นน้ำมัน และจากการแยกก๊าซธรรมชาติของโรงแยกก๊าซ จึงส่งเสริมให้ประชาชนนำไปใช้ในรถยนต์โดยมีรถยนต์ใช้ก๊าซ LPG กว่า 1 ล้านคัน และยังส่งเสริมในการใช้ในอุตสาหกรรมในภาคเหนือ จนมีปริมาณการใช้ก๊าซ LPG พุ่งสูงขึ้นมาก นอกเหนือจากการใช้ในการหุงต้มอาหาร ต่อมาก๊าซ LPG นี้สามารถนำไปใช้ในธุรกิจเปโตรเคมีได้ บมจ. ปตท จึงนำก๊าซ LPG เหล่านี้ไปใช้ในธุรกิจปิโตรเคมีในเครือ และให้รัฐบาลนำเข้าก๊าซ LPG มาทดแทนในราคาที่สูง โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันที่เก็บจากประชาชนมาใช้สนับสนุนราคาก๊าซ LPG ที่ต้องนำเข้าในราคาสูง ซึ่งเป็นความไม่ยุติธรรมและเอาเปรียบ ซึ่ง บมจ. ปตท. ควรจะต้องร่วมรับผิดชอบในการส่งเสริมการใช้ก๊าซ LPG ในปริมาณที่มากตั้งแต่แรก โดยในสมัยที่ตนเป็น รมว. พลังงาน ได้สั่งให้ บมจ. ปตท. ได้จ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ในปริมาณก๊าซ LPG ที่นำไปใช้ในธุรกิจปิโตรเคมี กิโลกรัมละ 1 บาท ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น และควรต้องรับผิดชอบมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเข้าใจในเรื่องพลังงานและประวัติย้อนหลังเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และการบริหารพลังงานต้องใช้ความรู้ความเข้าใจหลายด้านทั้ง ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการเมือง และ ด้านเทคนิคทางพลังงานในแต่ละประเภท ซึ่งยากที่พลเอกประยุทธ์จะเข้าใจได้ พลเอกประยุทธ์อาจจะถูกบริษัทพลังงานหลอกได้ง่าย อีกทั้งยังนำคนจากบริษัทพลังงานมาร่วมรัฐบาลและนำมาสนับสนุนรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถจะแก้ไขอะไรได้เลย ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องพลังงาน เพราะตลอด 7 ปีพลเอกประยุทธ์บริหารยังทำประเทศไทยเสื่อมถอยทุกด้านได้ขนาดนี้ และ ถ้าพลเอกประยุทธ์จะอยู่ต่ออีก 5 ปีตามที่ประกาศเอง ประเทศจะเสื่อมถอยขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น นอกจากพรรคเพื่อไทย จะเสนอลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท และ การใช้เงินกองทุนน้ำมันเพื่อแทรกแซงราคา รวมถึงการทวงคืนเงินกองทุนน้ำมันที่พลเอกประยุทธ์โอนไป 20,087.42 ล้านบาทแล้ว&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทยยังจะขอเสนอนโยบายในการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน และ ราคาพลังงานทั้งหมดเพื่อไม่ให้เอาเปรียบประชาชนจนมากเกินไป และ บริษัทพลังงานก็อยู่ได้ด้วย โดยจะเข้าไปแก้ไขราคาหน้าโรงกลั่นที่ต้องเท่ากับราคาหน้าโรงกลั่นที่ประเทศสิงคโปร์ และราคาเนื้อน้ำมันที่ขายในประเทศต้องไม่สูงกว่าราคาน้ำมันที่ส่งออก เพราะมีการขยายโรงกลั่นขนาดใหญ่เพื่อการส่งออก แสดงว่ากำไรมากอยู่แล้ว ค่าการตลาดที่สูงมากบางช่วงสูงกว่าลิตรละ 2 บาท และราคาพลังงานทดแทนที่ทำจากพืชพลังงานที่มีราคาสูงเกินทั้ง เอทานอล และ ไบโอดีเซล และ โครงสร้างราคาไฟฟ้าที่ตอนนี้ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเกินกว่า 40-50%&amp;nbsp; โดยค่าไฟฟ้ากำลังจะขึ้นตามมา ซึ่งเรื่องเหล่านี้ตนได้เคยเสนอให้กรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฏรแล้ว ตอนที่ถูกเชิญไปให้ข้อมูล แต่ยังไม่เห็นมีการนำไปแก้ไขแต่อย่างใด ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มาบริหารประเทศ จะนำนโยบายนี้มาแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ประชาชนได้ใช้พลังงานในราคาที่ถูกลงและต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119384</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, น้ำมัน, บิ๊กตู่, พท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61021467d4943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;ขอบคุณนายกฯแก้น้ำมันแพง แซะ&#039;สุพัฒนพงษ์&#039;ทองไม่รู้ร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จากกรณีที่ พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสนใจ และติดตามความเคลื่อนไหวของการขึ้นราคาน้ำมันด้วยตัวเองนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่ได้ติดตามปัญหาการขึ้นราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง และได้แสดงความเห็น เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเข้ามาดูแลมาก่อนหน้านี้ ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต่อการปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาแรมเดือน จนนายกรัฐมนตรีต้องลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตนเอง และเตรียมหามาตรการช่วยเหลือโดยการใช้มาตรการช่วยเหลือจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพของระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ ไม่ให้มีความผันผวนมากจนเกินไป เป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขึ้นราคาน้ำมันมีผลกระทบกับต้นทุนของการผลิตทุกอย่าง ถ้ารัฐบาลยังปล่อยให้การขึ้นราคาน้ำมันลอยตัวไปตามยถากรรม หรือตามกลไกตลาดราคาน้ำมันโลก&amp;nbsp; ความเดือดร้อนก็จะเกิดขึ้นกับประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะประชาชนในระดับรากหญ้าจะเดือดร้อนมากที่สุด การตรึงราคานำ้มันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ30บาท เป็นสิ่งจำเป็น แต่รัฐบาลก็ต้องควบคุมการขึ้นราคาของน้ำมันเบนซินด้วย ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีใครออกมา เป็นปากเสียงให้กับประชาชนในเรื่องนี้เลย ทั้งที่มีการขึ้นราคาน้ำมันในเดือนกันยายน ถึง5-6 ครั้ง และไม่มีแนวโน้มจะลดราคาลงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอขอบคุณ พลเอกประยุทธ์ ที่ได้เข้ามารับรู้ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จนต้องมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยตัวเอง ทั้งที่เป็นความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานโดยตรง แต่กลับวางเฉย ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนจริงๆ&amp;quot; นายเทพไท ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118686</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, น้ำมัน, สุพัฒนพงษ์, เทพไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a5db55d88a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;ขอบคุณนายกฯแก้น้ำมันแพง แซะ&#039;สุพัฒนพงษ์&#039;ทองไม่รู้ร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จากกรณีที่ พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสนใจ และติดตามความเคลื่อนไหวของการขึ้นราคาน้ำมันด้วยตัวเองนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่ได้ติดตามปัญหาการขึ้นราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง และได้แสดงความเห็น เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเข้ามาดูแลมาก่อนหน้านี้ ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต่อการปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาแรมเดือน จนนายกรัฐมนตรีต้องลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตนเอง และเตรียมหามาตรการช่วยเหลือโดยการใช้มาตรการช่วยเหลือจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพของระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ ไม่ให้มีความผันผวนมากจนเกินไป เป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขึ้นราคาน้ำมันมีผลกระทบกับต้นทุนของการผลิตทุกอย่าง ถ้ารัฐบาลยังปล่อยให้การขึ้นราคาน้ำมันลอยตัวไปตามยถากรรม หรือตามกลไกตลาดราคาน้ำมันโลก&amp;nbsp; ความเดือดร้อนก็จะเกิดขึ้นกับประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะประชาชนในระดับรากหญ้าจะเดือดร้อนมากที่สุด การตรึงราคานำ้มันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ30บาท เป็นสิ่งจำเป็น แต่รัฐบาลก็ต้องควบคุมการขึ้นราคาของน้ำมันเบนซินด้วย ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีใครออกมา เป็นปากเสียงให้กับประชาชนในเรื่องนี้เลย ทั้งที่มีการขึ้นราคาน้ำมันในเดือนกันยายน ถึง5-6 ครั้ง และไม่มีแนวโน้มจะลดราคาลงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอขอบคุณ พลเอกประยุทธ์ ที่ได้เข้ามารับรู้ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จนต้องมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยตัวเอง ทั้งที่เป็นความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานโดยตรง แต่กลับวางเฉย ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนจริงๆ&amp;quot; นายเทพไท ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118685</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองไม่รู้ร้อน, น้ำมัน, บิ๊กตู่, สุพัฒนพงษ์, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c36cbbcfb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พิชัย’โชว์กึ๋นอดีตรมว.พลังงานแนะ6แนวทางลดราคาน้ำมันได้จริง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.2564 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ด้านเศรษฐกิจ อดีต รมว. พลังงานโพสต์เฟซบุ๊กว่า ตามที่ได้เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเพื่อลดราคาน้ำมันก่อนหน้านี้ ล่าสุดกรรมาธิการพลังงานของสภาผู้แทนราษฏร นำโดย นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ส.ส. ลำปาง พรรคเพื่อไทย ประธาน กมธ.พลังงาน และนายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธานอนุกรรมการเรื่องราคาน้ำมัน &amp;nbsp;ได้เชิญเข้าให้ข้อมูลเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมันที่ควรปรับโครงสร้างเพื่อลดราคาน้ำมันและให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนผู้บริโภคกับคณะอนุกรรมการกรรมการด้านราคาน้ำมันที่ห้องประชุม กมธ.ที่รัฐสภา &amp;nbsp;ซึ่งได้ชี้แจงว่าไม่อยากให้มีการใช้เรื่องพลังงานเป็นเรื่องการเมือง เพราะจะทำให้ประเทศเสียหายอย่างมากได้ และอยากให้มีหลักการในการกำหนดนโยบายพลังงานให้เข้ากับทิศทางของโลกในอนาคต โดยแม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับลดลงมาแล้ว ไทยก็ควรจะต้องปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้ยุติธรรม อย่าให้บริษัทพลังงานเอาเปรียบประชาชนได้ โดยได้เสนอแนวทางการลดราคาน้ำมัน 6 แนวทางดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เรื่องราคาหน้าโรงกลั่นของไทยให้มีราคาเท่ากับราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ ซึ่งทราบว่าเมื่อปีที่แล้วมีการปรับราคาหน้าโรงกลั่นลดลงมาแล้วครั้งหนึ่งตามที่ตนได้แนะนำและพูดเรื่องนี้มาตลอด แต่ก็ยังคงมีราคาสูงกว่าอยู่ อีกทั้งราคาหน้าโรงกลั่นที่ขายในประเทศควรต้องเท่ากับราคาส่งออก จะคิดเหมือนราคาพืชผลเกษตรที่บางครั้งขายราคาสูงในประเทศไม่ได้ เพราะราคาพืชผลเกษตรมีราคาสูงจะช่วยเหลือเกษตรกร แต่ราคาน้ำมันสูงผู้ที่ได้ประโยชน์คือบริษัทน้ำมัน อีกทั้งยังมีการขยายโรงกลั่นเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมาก แสดงว่ากำไรจากราคาส่งออกน้ำมันที่กลั่นแล้วต้องมีมากอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่เก็บอยู่ในปัจจุบันที่ลิตรละ 5.99 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มอีกเท่ากับ 6.41 บาท ซึ่งน่าจะปรับลดลงได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง หรือลดลงลิตรละ 3 บาท แบบคนละครึ่ง ตามแนวทางรัฐบาล ทั้งนี้เพราะในอดีตมีการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันน้อยมากเพียงลิตรละ 0.01 บาทหรือเกือบไม่เก็บเลย แต่มาทยอยเก็บเพิ่มขึ้นมากตอนช่วงที่ราคาน้ำมันลดลงหลังการปฏิวัติ ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันขึ้นราคาก็ควรจะลดการเก็บภาษีลง ทั้งนี้ เพราะน้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนของการผลิตและต้นทุนของการขนส่งของสินค้า อย่างไรก็ดี มีการให้ข้อมูลที่ผิดๆ ของนักการเมืองที่บอกว่าประเทศไทยไม่เคยมีการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลมาก่อนเลย และขอให้ยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง ประเทศไทยมีการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลมาตลอด เพราะต้องใช้ภาษีนี้ในการสร้างถนนและซ่อมแซมถนน และมาลดการเก็บลงแต่ไม่ได้ยกเลิกเมื่อราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งการยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันจะเป็นเรื่องใหญ่ต้องผ่านหลายขั้นตอน และไม่น่าจะทำได้ที่จะยกเลิกเฉพาะภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลอย่างเดียว ดังนั้นจึงอยากให้นักการเมืองได้ศึกษาข้อมูลก่อนจะนำเสนอ เพราะจะทำให้ดูไม่ดีว่านักการเมือง เอาแต่พูดเพื่อหาเสียงแต่ไม่เคยศึกษาหาข้อมูลเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การลดการเก็บเงินเข้าเก็บกองทุนน้ำมัน ทั้งนี้เพราะราคาน้ำมันในอนาคตไม่น่าจะผันผวนมากแล้ว เพราะแหล่งน้ำมันในสหรัฐมีการพบแหล่งใหม่เป็นจำนวนมาก และแนวโน้มการใช้น้ำมันจะลดลงเรื่อยๆ ทดแทนโดยการใช้พลังงานไฟฟ้า จากการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่ต้องจัดเก็บเงินเข้ากองทุนมากนัก อีกทั้งไม่ควรจะนำกองทุนน้ำมันไปสนับสนุนราคาสินค้าเกษตรที่นำมาทำเป็นพลังงานอีกแล้ว การสนับสนุนราคาสินค้าเกษตรควรเป็นเรื่องของกระทรวงเกษตร และในช่วงราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวน รัฐบาลควรนำเงินกองทุนน้ำมันเข้าแทรกแซงราคาเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งราคาน่าจะผันผวนในระยะสั้นๆเท่านั้น ถ้าไม่ใช้เงินกองทุนเพื่อเรื่องนี้ที่เป็นเรื่องหลัก ก็ไม่รู้จะเก็บเงินเข้ากองทุนไปทำไม เมื่อราคาน้ำมันปรับลดลงก็สามารถจะเก็บเงินเข้ากองทุนมาทดแทนได้ นอกจากนี้รัฐควรที่จะนำเงินกองทุนน้ำมันที่เก็บมากเกินในอดีตจำนวนเป็นหมื่นล้านบาทที่รัฐบาลโอนไปให้นำมาคืนกองทุนน้ำมัน เพราะเป็นเงินของประชาชนไม่ใช่เป็นเงินภาษี โดยเงินกองทุนนี้สามารถนำมาใช้สนับสนุนราคาน้ำมันในช่วงราคาที่ผันผวนได้ จนกว่าราคาน้ำมันจะกลับเข้าสู่ราคาปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การลดราคาเอทานอลที่ผสมในแก๊สโซฮอล์ ปัจจุบันราคาเอทานอลที่ผสมในแก๊สโซฮอล์มีราคาที่สูงมากถึงลิตรละ 24.83 บาท ในขณะที่ราคาเนื้อน้ำมันที่กลั่นแล้วอยู่ที่ 14.58 บาท และราคาเอทานอลในตลาดโลกก็อยู่ในราคาใกล้เคียงกับราคาเนื้อน้ำมันที่กลั่นแล้ว ดังนั้นจึงควรเจรจาเพื่อลดราคาเอทานอลลงเพื่อลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ลง ทั้งนี้รวมถึงการเจรจาลดราคาน้ำมันปาล์มที่ผสมอยู่ในไบโอดีเซลด้วยเพราะราคาสูงถึงลิตรละ 36.96 บาท หรือไม่ก็ควรผสมไบโอดีเซลในสัดส่วนที่ลดลงเพื่อลดราคาน้ำมันดีเซล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ลดราคาค่าการตลาด ซึ่งก่อนหน้านี้ค่าการตลาดของน้ำมันได้พุ่งขึ้นสูงมากถึงลิตรละ 2.28-4.31 บาท แต่หลังจากที่ตนได้ออกมาเรียกร้องให้มีการลดราคาค่าการตลาด ทำให้มีการลดค่าการตลาดลงเหลือเพียงลิตรละ 1.98 -3.52 แต่ก็ยังถือว่ามีค่าการตลาดที่สูงอยู่ ค่าการตลาดที่เหมาะสมควรมีค่าเฉลี่ยไม่เกิน 1.50-1.80 บาท ปัจจุบันค่าการตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ 2.36 บาท ซึ่งผู้แทนจากสถาบันปิโตรเลียมที่ร่วมประชุมด้วยได้มีความเห็นตรงกับตน และได้แจ้งว่าต้นทุนค่าการตลาดที่จริงอยู่ที่ 1.44 บาทเท่านั้น ดังนั้นจึงสามารถลดลงมาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.การลดการเก็บกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งปัจจุบันมีการใช้เงินกองทุนอย่างสะเปะสะปะ มีการนำเงินไปแจกให้ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ตำรวจ ศอ.บต และ กอ.รมน และมีการใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ จัดซื้ออุปกรณ์ที่มีราคาแพง และยังใช้การไม่ได้ แถมบางแห่งอุปกรณ์ยังล่องหน แสดงว่าน่าจะมีทุจริตคอร์รัปชันกันมาก ดังนั้น ถ้าหากไม่สามารถปรับปรุงการดำเนินงานของกองทุนให้มีประสิทธิภาพได้ ก็ควรจะต้องยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานนี้ไปเลย หรือ ลดการเก็บเงินเข้ากองทุนเหลือเพียงลิตรละ 0.001 บาท เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 6 แนวทางนี้ ทางอนุ กมธ.พลังงานด้านราคาน้ำมัน ได้สรุปความเห็นได้ใกล้เคียงกับตนและจะนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาน้ำมัน เพื่อลดภาระของประชาชนในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่นี้ โดยหวังว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าว จะสามารถเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งบริษัทพลังงานที่ต้องมีกำไรของธุรกิจที่อยู่ได้แต่ต้องไม่เอาเปรียบประชาชน และ ประชาชนก็สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ อีกทั้งอนุ กมธ.ก็ได้ทำหน้าที่แนะนำให้รัฐบาลทำเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนซึ่งจะเป็นประโยชน์กันทุกฝ่าย โดยทั้งนี้อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ศึกษาเรื่องพลังงานและแนวทางทั้ง 6 ให้ละเอียด จะได้ไม่ถูกบริษัทพลังงานให้ข้อมูลที่บิดเบือน หรืออาจถูกครอบงำโดยกลุ่มบุคคลที่มาจากบริษัทพลังงานใหญ่ที่มีผลประโยชน์มหาศาล และต้องอย่าถูกหลอกว่าราคาน้ำมันแพงแล้วดีเพราะคนจะใช้น้อยลง ซึ่งเป็นข้ออ้างที่มั่วและไม่จริง โดยราคาน้ำมันที่ถูกลงจะช่วยลดภาระประชาชนและยังจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97840</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิชัย นริพทะพันธุ์, น้ำมัน, พท., พรรคเพื่อไทย, รมว.พลังงาน, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6063d34ef0993.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พีทีที สเตชั่น พร้อมเปลี่ยนชื่อน้ำมันดีเซลตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน จาก “ดีเซล บี10” เป็น “ดีเซล” และจาก “ดีเซล” เป็น “ดีเซล บี7” ตั้งแต่ 1 ตุลาคม นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) เปิดเผยว่า ตามที่กรมธุรกิจพลังงานได้ออกประกาศให้ น้ำมันดีเซล บี10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐานของประเทศ และให้เรียกชื่อว่า น้ำมันดีเซล ส่วนน้ำมันดีเซล (บี7) ที่จำหน่ายในชื่อน้ำมันดีเซลอยู่นั้น จะต้องเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น น้ำมันดีเซล บี 7 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ได้เตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนป้ายชื่อผลิตภัณฑ์กลุ่มดีเซลที่ตู้จ่าย และป้ายสัญลักษณ์ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามประกาศ โดยจะเริ่มดำเนินการและสื่อสารให้ผู้บริโภครับทราบข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 เป็นต้นไป เพื่อให้แล้วเสร็จครบทุกสถานีบริการทั่วประเทศภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 โดยชื่อผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนไป มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;- น้ำมันอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล บี10 (UltraForce Diesel B10) เปลี่ยนชื่อเป็น อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล (UltraForce Diesel)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;- น้ำมันอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล (UltraForce Diesel) เปลี่ยนชื่อเป็น อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล บี7 (UltraForce Diesel B7)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;- น้ำมันอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล พรีเมียม (UltraForce Diesel Premium) เปลี่ยนชื่อเป็นอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซลพรีเมียม บี7 &amp;nbsp;&amp;nbsp;(UltraForce Diesel Premium B7)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 6pt 0in 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 6pt 0in 0in;&quot;&gt;น้ำมันดีเซล บี10 ซึ่งจะใช้ชื่อใหม่ว่า อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล นั้น คือน้ำมันที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 10% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากน้ำมันดีเซล บี 7 ที่ใช้กันอยู่เพียง 3% จึงให้สมรรถนะการขับขี่ที่ไม่แตกต่างจากเดิม และได้ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์ ระบบเชื้อเพลิง หรือหัวจ่ายน้ำมัน เนื่องจากใช้ไบโอดีเซลคุณภาพสูงที่ได้รับการรับรองการใช้งานจากสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturer Association - JAMA) อีกทั้งยังมั่นใจได้ถึงความแรงด้วยสารเติมแต่งสูตรพิเศษ UltraForce สูตรเฉพาะของ พีทีที สเตชั่น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1365 Contact Center&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 6pt 0in 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 6pt 0in 0in;&quot;&gt;ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบรุ่นรถยนต์ที่สามารถเติมน้ำมัน อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล ได้ที่เว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน www.doeb.go.th หรือสอบถามเพิ่มเติมกับศูนย์บริการยานยนต์ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76237</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมัน, บุญมา พนธนกรกุล, พีทีที สเตชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f23721db79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เติมด่วนพรุ่งนี้น้ำมันขึ้น 60 สต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.-บางจากขึ้นราคาน้ำมัน 60 สต./ลิตรมีมีผลตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. 2563 เวลา 05.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 2563 - บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) และ บมจ.บางจาก ได้มีการประกาศเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดขึ้น 60 สตางค์/ลิตร ยกเว้น E85 ปรับขึ้น 40 สตางค์/ลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. 2563 เวลา 05.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งผลให้มีราคาดังนี้ เบนซิน ราคา 29.16 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 21.75 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 21.48 บาท/ลิตร E20 ราคา 20.24 บาท/ลิตร E85 ราคา 18.04 บาท/ลิตร ดีเซล ราคา 21.89 บาท/ลิตร ดีเซลพรีเมี่ยม 26.04 บาท/ลิตร &amp;nbsp;B10 ราคา 18.89 บาท/ลิตร B20 ราคา 18.64 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68239</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมัน, บางจาก, ปตท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf518fdf2e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่อคิวยาวเหยียด! มอ&#039;ไซค์แห่เติมน้ำมันฟรี สส.พลังประชารัฐจัดให้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจไม่คล่องตัว พร้อมกรอบการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชนในช่วงวิกฤติโควิด-19 กระทบยืดเวลาระยะยาว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จ.นราธิวาส นายสัมพันธ์ บินมะยูโซะ หรือ ส.ส.บีลา สังกัดพรรคพลังประชารัฐ พร้อมทีมงาน ระดมกิจกรรมดีๆในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อได้บรรเทาความเดือนร้อนในวิกกฤตโควิด-19 และในเดือนเราะมะฎอนที่พี่น้องมุสลิมต่างต้องเดินทางไปมาเพื่อสะดวกในการใช้กิจวัดประจำวัน นอกจากพี่น้องชาวไทยมุสลิมแล้ว ยังมีพี่น้องไทยพุทธมาร่วมกิจกรรมนี้ด้วย คือการเติมน้ำมันเต็มถัง 2000 คัน และเป็นรถจักรยานยนต์ที่เครื่องยนต์ต่ำกว่า 150cc.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเติมน้ำมัน จะเริ่มวันที่ 15-16 &amp;nbsp;พฤษภาคม 2563 ที่หน้าปั้มน้ำมัน ปตท. (อ.สุไหงโก-ลก) ระหว่างทาง อ.สุไหงโก-ลก ไปทาง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส มีประชาชนมาต่อแถวด้วยรถจักรยานยนต์ยาวเหยียดเป็นพันๆคัน &amp;nbsp;ซี่งคันแรกที่มาต่อแถว มาตั้งขบวนเพื่อรับคูปองเติมน้ำมันฟรี ตั้งแต่เวลา 15.00 น. โดยมีทีมงานของ ส.ส. บีลา มายืนให้กำลังใจประชาชนก่อนมีการเติมน้ำมันให้ บรรยากาศถนนใกล้ปั้มน้ำมัน เต็มไปด้วยประชาชนกิจกรรมเติมน้ำมันฟรีในครั้งนีัอย่างล้นหลาม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยเอื้ออำนวยความสะดวกตลอดภารกิจนี้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสกุลศักดิ์ มะดาโอ๊ะ ซึ่งเป็นพี่ชาย และหนึ่งในทีมงานของทีม ส.ส.บีลา ได้กล่าวว่า นี่คือกิจกรรมเล็กๆน้อยๆเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ อย่างน้อยๆ น้ำมันที่พี่น้องได้เติมไปเต็มถัง สามารถบรรเทา จุนเจือ การเดินทาง ไปไหนมาไหนของประชาชนได้อย่างสะดวก ประหยัดเงินในกระเป๋าได้บ้าง โดยทีมงานมีคูปองแจกให้ประชาชนเพื่อได้สิทธิในการเติมน้ำมันฟรี 2,000 คัน โดยแบ่งการเติม 2 วันเพื่อบรรเทาการติดขัดการจราจรในเส้นทางนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนที่มาใช้บริการเติมน้ำมันฟรี ในครั้งนี้ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า พอใจและดีใจกับ กิจกรรมดีๆเพื่อประชาชน การที่ประชาชนเลือก ส.ส.ก็เพื่อทำหน้าที่ให้กับประชาชน และการที่ประชาชนเลือก ส.ส.บีลา มาเป็นผู้แทนราษฎร เป็นไปตามคาดหมายสมหวัง เพราะ ส.ส.ท่านหนึ่ง ชอบช่วยเหลือประชาชน เป็นที่พึ่งของประชาชน แม่แต่สมัยยังไม่เป็น ส.ส. ท่านก็ชอบช่วยเหลือประชาชน พอมาเป็น ส.ส.ท่านยังคงมีสิ่งดีๆ ให้ช่วยเหลือประชาชนเสมอ ไม่ว่าจะเป็น ลงพื้นที่ช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบาง คนไข้ติดเตียง แจกเครื่องอุปโภค บริโภคให้ประชาชน และอื่นอีกมากมาย จึงอยากให้ ส.ส.อื่นๆ เอาเป็นแบบอย่างที่ดี สำหรับคนพื้นที่ บอกตรงๆ เลือก ส.ส.บีลา มาเป็นตัวแทนประชาชน ไม่ผิดหวังจริงๆ ท่านไม่เคยทอดทิ้งประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านบรรยากาศ ประชาชนต่างมารอ เข้าคิวจำนวนมาก เพื่อให้ทันและเลี่ยงการติดขัดการจราจร ผู้สื่อข่าวสังเกตว่ามีรถจักรยานยนต์ต่อแถวยาวเหยียด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ อส. คอยเอื้ออำนวยความสะดวกอย่างระเบียบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66073</URL_LINK>
                <HASHTAG>นราธิวาส, น้ำมัน, ส.ส.บีลา, สัมพันธ์ บินมะยูโ, สุไหงโก-ลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200516/image_big_5ebf6c76d0782.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
