<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2020 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2020 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนธิรัตน์ ดีเดย์ปี 63 ดันดีเซล B10 น้ำมันเกรดมาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 มกราคม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวในการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินนโยบายกำหนดน้ำมันดีเซล B10 ให้เป็นน้ำมันเกรดมาตรฐาน ว่า ถือเป็นย่างก้าวสำคัญของรากฐานด้านพลังงานในสังคมไทย ที่รัฐบาลขับเคลื่อนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป น้ำมันดีเซล B10 จะเป็นหนึ่งในน้ำมันเกรดมาตรฐาน ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานไทย 4 ด้าน คือ 1. สร้างสมดุลปาล์มน้ำมันในประเทศทั้งระบบ ราคาปาล์มมีเสถียรภาพ ตามที่สัญญาไว้ก่อนเลือกตั้ง 2. ช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) คิดเป็น 2 ใน 3 ของกำลังการผลิต CPO ในไทย และลดปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียม 3. ช่วยลดมลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM. 2.5 ที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ และ 4. ประชาชนจะได้ใช้น้ำมันราคาถูกลงและมีคุณภาพมากขึ้น

&amp;quot;นี่คือหมุดหมายสำคัญด้านพลังงานของประเทศไทยที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบในการหันมาใช้ดีเซล B10 แทนที่ B7 พร้อมกันทั้งประเทศ ซึ่งกระรวงพลังงานยืนยันว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ดีเซล B10 จะมีความพร้อมจำหน่ายในทุกสถานี เพื่อบริการพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน&amp;quot; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การผลักดันดังกล่าวจะทำให้เกิดประโยชน์แก่รถยนต์ที่รองรับน้ำมันดีเซล B10 จำนวน 5.3 ล้านคัน หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของรถที่รองรับน้ำมันดีเซลทั้งหมด จึงคาดการณ์ว่า จะมีการใช้ไม่น้อยกว่า 7 ล้านลิตรต่อวัน จากสถานีจำหน่ายที่ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 ได้ขยายถึงกว่า 500 สถานีและจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งคาดว่าเมื่อถึงกลางปี 2563 ปริมาณการจำหน่ายจะสูงขึ้นถึงประมาณ 57 ล้านลิตรต่อวัน ช่วยลดการปล่อยมลพิษ ลดฝุ่นละอง (PM) ได้ประมาณ 15% และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ประมาณ 5% นอกจากนี้ยังช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าเชื้อเพลิงไปได้อีก 2 บาทต่อลิตร&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53647</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, น้ำมัน B10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200101/image_big_5e0c8413778eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังงานให้คำมั่นกับชาวสวนปาล์มผลักดันใช้น้ำมัน B10 ทั่วประเทศ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันนี้(17 พ.ย.62) ที่สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช นายสนธิรัตน์ &amp;nbsp;สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลัง ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;B 10 น้ำมันบนดิน เพื่อเศรษฐกิจฐานราก&amp;rdquo; ในงานเสวนา B 10 ราคาปาล์มจะรุ่ง หรือร่วง โดยมีนายศิริพัฒ &amp;nbsp;พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการ &amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง พรรคพลังประชารัฐ ร่วมต้อนรับ มีเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันเข้าร่วมรับฟังประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ &amp;nbsp;สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลัง กล่าวว่า ตนได้พยายามแก้ไขปัญหาราคาปาล์มตกต่ำตั้งแต่สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ &amp;nbsp;จนมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงพลังงานให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมนโยบายพลังงานเพื่อประชาชนทุกระดับตามนโยบาย Energy For All เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานและสามารถใช้พลังงานในการเพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งในระดับภาพรวม และเศรษฐกิจฐานรากที่สามารถพึ่งพาตนเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาราคาปาล์มตกต่ำเมื่อสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบหรือ CPO ประมาณ 4 แสนลิตร ดังนั้น การส่งเสริมให้น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล (B100) ในสัดส่วน 10% หรือ B10 ให้เป็นน้ำมันดีเซลภาคบังคับหรือน้ำมันพื้นฐานสำหรับรถยนต์ดีเซลทั่วไป ไม่ใช้น้ำมันทางเลือก เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป และตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ปั๊มน้ำมั่นทุกแห่งจะมีหัวจ่าย B 10 เนื่องจากปั๊มน้ำมันต้องมีการเตรียมถังเก็บน้ำมัน B10 ทำให้ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ทันที ซึ่งจะช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ได้ราว 2.2 ล้านตัน/ปี หรือคิดเป็น 2 ใน 3 ของกำลังการผลิต CPO ในประเทศ ส่วนที่เหลืออีก 1 ใน 3 จะใช้ในการบริโภคจะอยู่ที่ราว 1 ล้านตัน/ปี ซึ่งจะช่วยยกระดับราคาปาล์มน้ำมันในประเทศให้สูงขึ้นด้วยไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 3.50-4.00 บาท &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดการดำเนินการที่มีเสถียรภาพจึงได้หารือร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระทรวงพลังงานเข้ามาควบคุมดูแลสต็อก CPO เอง เพื่อป้องกันการลักลอบการน้ำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ B100&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องควบคุมดูแลพื้นที่การปลูกปาล์มน้ำมันไม่ให้เกิน 5 ล้านไร่ และต้องพัฒนาสายพันธุ์ ควบคุมผลผลิตที่ได้คุณภาพและลดต้นทุนในการผลิตด้วย น้ำมัน B10 คือการปฏิวัติวงการปาล์มน้ำมันและปฏิวัติไบโอดีเซล นอกจากนี้เป็นการปฏิวัติกับการลักลอบการนำเข้าด้วย เพื่อปากท้องเกษตรกรต้ออยู่ดีกินดี &amp;nbsp;การทำ B10 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความเข้มแข็งของเกษตรกร &amp;nbsp;ต่อไปอยากเห็นการพัฒนาน้ำมัน B100 ไปสู่กรีนดีเซล ที่สามารถเติมเครื่องบินได้ จนนำไปสู่การผลิต CPM ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการต่อยอดน้ำมันปาล์มและน้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาธุรกิจชีวภาพหรือ Bio economy&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจุบันมีสถานีบริการ(ปั๊มน้ำมัน) B 10 ทั่วประเทศแล้ว 120 สถานี เฉพาะที่ จ.นครศรีธรรมราช มี 5 สถานี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเซล บี10, นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์, น้ำมัน B10, รมว.พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd12356e4317.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
