<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.ขอนแก่น เปิด &#039;คลินิกกัญชา&#039; เน้นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ล็อตแรก 350 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รพ.ขอนแก่น เปิดให้บริการแล้วคลินิกกัญชา ลอดแรก 350 คน คลุม 4 จังหวัดภาคอีสานตอนกลาง เน้นเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย แพทย์แนะควรตรวจคัดกรองให้ละเอียดหวั่นใช้งานผิดพลาด ขณะที่ผู้ป่วยเข้าคิวขอรับบริการเนืองแน่น แต่ก็ไม่สามารถจ่ายน้ำมันกัญชาได้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ป่วยที่ต้องการเข้ารับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชา ต่างมายื่นความจำนงเพื่อขอรับการรักษา ที่คลินิกกัญชา เพื่อการรักษาทางการแพทย์ หรือ CBD Clinic ชั้น 1 โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งในวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดให้บริการรักษาตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โดยบรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปอย่างคึกคักผู้ป่วยที่ต้องการเข้ารับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชา ทั้งที่ได้มีการลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งผู้ป่วยทั่วไปที่ทราบข่าวต่างมาลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โยทีมแพทย์และพยาบาล ที่รับผิดชอบคลินิกกัญชา ได้มีการทำการตรวจคัดกรองผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 3 หรือ 4 หรือมะเร็งระยะสุดท้ายที่ต่างต้องการเข้ารับการรักษาในคลีนิกดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยที่ รพ.ขอนแก่น ได้กำหนดให้การรักษาด้วยนั้นกัญชา ในทุกวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในการเข้ารับการรักษาวันแรกวันนี้พบว่ามีผู้ป่วยที่ทีมแพทย์ได้นัดเข้ารับการรักษาจำนวน 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมะเร็งระยุสุดท้าย โดยพบว่า 2 รายแรกนั้นเมื่อทำการตรวจสภาพร่างกายและอาการบ่งชี้ของโรคแล้วพบว่าผู้ป่วยไม่ขอรับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชา ขณะที่ผู้ป่วยที่ไม่ได้ลงทะเบียนแต่ทราบข่าวนั้น ได้มาติดต่อเพื่อขอเข้ารับการรักษาจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องบันทึกประวัติและทำรายละเอียดการรักษาเพื่อจัดลำดับการให้บริการ และการตรวจร่างกายอย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมศักดิ์ ประฎิภาณวัตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ กล่าวว่า การให้การรักษาด้วยน้ำมันกัญชาชุดแรก ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งให้กับ รพ.ขอนแก่น 350 ขวดนั้นเป็นแบบ THC ซึ่งเป็นแบบที่ช่วยรักษาในอาการปวด และทำให้ผ่อนคลาย ซึ่งโรงพยาบาลได้กำหนดไว้ในการทำการรักษาในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 3 หรือ 4 หรือที่เรียกว่าผู้ป่วยมะเร็งระยุสุดท้าย ซึ่งวันแรกวันนี้มีนัดผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาทั้งหมด 10 ราย ซึ่ง รพ.ฯจะให้สิทธิ์ผู้ป่วยที่ลงทะเบียนก่อน สำหรับผู้ป่วยทั่วไปที่ทราบข่าวและต้องการเข้ารับการรักษานั้นจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองอย่างละเอียดอีกครั้งเพราะการให้การรักษาด้วยน้ำมันกัญชานั้นไม่สามารถที่จะให้การรักษาได้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ล็อตแรกที่เราได้รับคือ 350 ขวด เท่ากับว่าเราสามารถที่จะรักษาผู้ป่วยชุดแรกได้ 350 คน ดังนั้นขณะนี้ รพ.ขอนแก่น ได้ประสานงานร่วม รพ.กาฬสินธุ์ , รพ.มหาสารคาม และ รพ.ร้อยเอ็ด ในการคัดสรรผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาชุดแรกให้ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวนี้ก่อน ซึ่งน้ำมันกัญชาชุดแรกที่เราได้รับคือแบบ THC ขวดละ 5 ซีซี โดยเมื่อผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์แล้วและอนุญาตให้ใช้การรักษาได้ก็จะถูกสั่งจ่ายน้ำมันกัญชาเพื่อทำการรักษาทันที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นพ.วัชรพงษ์ รินทระ นายแพทย์ชำนาญการ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า เราไม่สามารถที่จะจ่ายน้ำมันกัญชาให้กับผู้ป่วยได้ทุกคน วันนี้ 2 คนแรกนั้นแม้จะป่วยเป็นมะเร็งแต่ข้อมูลบ่งชี้และอาการของผู้ป่วยนั้นทำให้ไม่สามารถที่จะสั่งจ่ายได้ อีกทั้งผู้ป่วยขอกลับไปคิดวิเคราะห์ก่อนว่าจะใช้น้ำมันกัญชาเป็นทางเลือกในการรักษาหรือไม่ ดังนั้นเมือมีการสั่งจ่ายน้ำมันกัญชาไปก็จะต้องสอนวิธีการใช้คือจะต้องหยดครั้งละ 1 หยด หรือ 0.05 ซีซี เท่านั้น อย่าเกินกว่านั้นเพราะจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยจะต้องทำความเข้าใจในการใช้ให้ครอบคลุมด้วย เพราะฤทธิ์ของน้ำมันกัญชานั้นอาจทำให้ติดได้ ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี จะไม่สั่งจ่ายน้ำมันกัญชาเด็ดขาด อย่างไรก็ตามน้ำมันกัญชา 1 ขวด ใช้หยอดทุกวันๆละ 1 หยด 1 ขวดจะอยู่ที่ประมาณ 100 หยด หรือประมาณ 3 เดือนในการบำบัดรักษาดังนั้นเมื่อผู้ป่วยได้รับไปแล้วควรใช้อย่างถูกต้องและตามที่แพทย์กำหนดหากวันใดลืมใช้ก็ไม่ควรที่จะใช้เพิ่มในวันถัดไปและหากพบอาการข้างเคียง ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางสุดารัตน์ โมธินา อายุ 46 ปี ญาติผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย ซึ่งแพทย์ระบุว่าจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้อีก 6 เดือน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ในวันนี้ได้มาลงทะเบียนเนื่องจากญาติที่ กทม.แนะนำมาว่าที่ รพ.ขอนแก่น จะมีการแจกน้ำมันกัญชาในผู้ป่ยมะเร็ง ซึ่งตนเองและผู้ป่วยได้พูดคุยกันจึงตัดสินใจว่าต้องลองดู เพราะมีความหวังว่าจะหาย ต้องลองทำทุกวิถีทาง และที่สำคัญคงจะดีกว่าไปหาซื้อเองเพราะเป็นน้ำมันกัญชาที่ได้รับจากทางโรงพยาบาลซึ่งมีความน่าเชื่อถือกว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกองคำ สุภรัตนกุล อายุ 62 ปี ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 กล่าวว่า ทราบว่าที่ รพ.ขอนแก่น เปิดคลินิกแจกน้ำมันกัญชาในวันนี้ จึงตัดสินใจมาลงทะเบียนขอรับน้ำมันกัญชา ด้วยความเชื่อว่าต้องลองทุกวิถีทางเพราะอยากจะหายจากโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43864</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษาโรค, ขอนแก่น, คลินิกกัญชา ขอนแก่น, น้ำมันกัญชา, โรงพยาบาลขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bb566a1e4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอละพ่อ! &#039;อย.&#039; ยืนยันไม่มีแบนน้ำมันกัญชาสูตร&#039;เดชา&#039; ชี้ข่าวคลาดเคลื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงข่าวถึงกรณีคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษมีมติไม่รับรองตำรับน้ำมันกัญชาของอ.เดชา ศิริภัทร ว่า ข่าวที่ออกมาเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งคณะอนุกรรมการฯไม่ได้มีวาระการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว จึงไม่มีการแบนตำรับน้ำมันกัญชาของอ.เดชา ตามข่าว เนื่องจากได้มีการพิจารณาในชั้นคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษไปแล้ว ซึ่งขั้นตอนขณะนี้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กำลังอยู่ระหว่างแก้ไขระเบียบการรับรองหมอพื้นบ้าน เพื่อแก้ปัญหาให้หมอพื้นบ้านกว่า 3,000 พันคน ได้เป็นหมอพื้นบ้านตามระเบียบใหม่ได้ทันที จะเสนอรมว.สาธารณสุขลงนามออกระเบียบโดยเร็ว และจะเสนอคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษให้พิจารณาตำรับน้ำมันกัญชาของอ.เดชา อีกครั้ง คาดจะมีการประชุมในเดือนส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อย.จะเสนอปลดล็อกกัญชงออกจากพืชเสพติด ซึ่งจะต้องปรับแก้ไขกฎหมาย 3 ฉลับ โดยจะเร่งแก้ไขเพื่อให้ชาวบ้านทั่วไปปลูกกัญชงได้เร็วขึ้นไม่ต้องรอถึงธ.ค.63 ตามที่กฎกระทรวงเดิมกำหนด โดยจะต้องเสนอเข้าครม. คณะกรรมการกฤษฎีกา รวมทั้งจะให้กองเครื่องสำอางและกองอาหารของอย.ไปศึกษาด้วยว่าจะต้องเพิ่มเติมอะไรอีกหรือไม่ ซึ่งการปรับแก้กฎหมายจะกำหนดเรื่องสาร THC ว่าจะต้องต่ำกว่าเท่าไร โดยจะยึดตามองค์การอนามัยโลก.อ่านข่าวประกอบ ณะอนุกรรมการยาเสพติดให้โทษ แบนน้ำมันกัญชาสูตร&amp;#39;เดชา&amp;#39;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41942</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเดชา ศิริภัทร, นโยบายกัญชาเสรี, น้ำมันกัญชา, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39762d23ea4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2019 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2019 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์น้ำมันกัญชาสกัด กรกฎาล็อตแรก2.5พันขวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ส.เร่งขับเคลื่อนนโยบายกัญชา ให้เวลา 5 ปีแรกช่วงตั้งไข่ ย้ำผู้ปลูกและผลิตต้องทำงานร่วมกับรัฐเท่านั้น กัญชาแปลงแรกของ อภ.ออกดอกแล้ว คาดเดือน ก.ค.นี้ผลิตน้ำมันกัญชาได้ &amp;nbsp;2,500 ขวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&amp;nbsp;พ.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ป.ป.ส) &amp;nbsp;นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาภายหลังมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ว่า ขณะนี้ ป.ป.ส.ได้เร่งสร้างการรับรู้เรื่องกัญชาถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายให้แก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ที่จะปลูกหรือผลิตกัญชาได้นั้นต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการองค์การอาหารและยา (อย.) ซึ่งในช่วง 5 ปีแรกต้องดำเนินการโดยรัฐหรือร่วมกับรัฐ อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาอย่างถูกกฎหมายและได้มีการดำเนินการปลูกแล้ว 2 องค์กร คือ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และมหาวิทยาลัยรังสิต ส่วนกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกซึ่งอยู่ระหว่างขออนุญาตปลูก ในส่วนขององค์การเภสัชกรรมที่ได้อนุญาตให้ปลูกไปก่อนหน้านี้ ขณะนี้ใกล้จะออกดอกแล้ว คาดว่าในเดือนกรกฎาคมนี้จะสามารถสกัดน้ำมันจากกัญชาที่ปลูกได้ประมาณ 2,500 ขวด ขวดละ 5 ซีซี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวอีกว่า ในส่วนของรัฐบาลยังได้สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยกัญชาเพื่อพัฒนาตำรับยาเพิ่มขึ้นจาก 16 ตำรับยา เชื่อว่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยที่จะนำกัญชามาใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาอาการป่วยได้ โดย ป.ป.ส.และกระทรวงสาธารณสุขได้วางมาตรการเร่งด่วนจัดหากัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ สนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาคการผลิต การใช้การศึกษาวิจัย และพัฒนาตำรับยาให้สามารถนำไปใช้หรือศึกษาวิจัยได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรมพิจารณาจัดหากัญชาอย่างเร่งด่วนเพื่อใช้ในระยะสั้นๆ ต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35559</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, นิยม เติมศรีสุข, น้ำมันกัญชา, ปปส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c384a5790f17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กัญชา..นี่หรือที่ว่าปลดล็อก?&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เรื่อง &amp;quot;ปลดล็อกกัญชา&amp;quot; นี่.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นหน้าที่รัฐบาล, สนช.-อย.และคณะกรรมการกัญชา ว่าจะตกลงเอาอย่างไรกันก็จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่แก่นของเรื่องทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ที่ &amp;quot;ประชาชน&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดชัดๆ จะให้กัญชาเป็นยาเสพติด หรือเป็นพืชสมุนไพร หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวบ้าน&amp;quot; เป็นผู้รับผลโดยตรง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ก่อนจะเขียน-จะแก้กฎหมายอะไรออกมา บอกชาวบ้านให้เข้าใจชัดๆ ก่อนได้มั้ย ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พูด &amp;quot;ปลดล็อก..ปลดล็อก&amp;quot; นั่นน่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลดอะไร แค่ไหน ตรงไหน ผลที่จะตามมาคืออะไร ชาวบ้านได้-ไม่ได้อะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลดแล้ว หมายความว่า ชาวบ้านจะปลูก-ใช้ &amp;quot;กัญชา-กระท่อม&amp;quot; ได้ โดยไม่ผิดกฎหมายด้วยใช่มั้ย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือยังไม่ได้ หรือมีขอบเขตให้แค่ไหน อย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย...ผมว่า คนยังสับสนกันอยู่มาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องเข้าใจว่า การบริโภคข่าวสารของสังคมไทย เป็นแบบ &amp;quot;ยกซด&amp;quot; ไม่ชอบเคี้ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ยินว่า &amp;quot;ปลดล็อก&amp;quot; ปุ๊บ ก็สรุปด้วยซื่อตามนั้นปั๊บ น้อยคนจะสนใจศึกษาในรายละเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็จะไปคนละทิศ-ละทาง.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้า &amp;quot;กฎหมายกับชาวบ้าน&amp;quot; ไม่บรรจบกัน ยิ่งเข้าใจไม่ตรงกันด้วยแล้ว มันก็ไร้ประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือตอนนี้ ปลดล็อก &amp;quot;ของคณะกรรมการกัญชา และ อย.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกลงแค่ &amp;quot;ขยับรู&amp;quot; เข็มขัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ชาวบ้านเข้าใจว่า &amp;quot;ปลดขอ-รูดซิป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไงๆ ก็ยังฉี่ไม่ได้-ฉี่ไม่ออกอยู่ดี!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงอยากให้เจ้าภาพงานนี้ &amp;quot;บดย่อย&amp;quot; ประเด็น เป็นความเข้าใจกับชาวบ้านว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปลดล็อก&amp;quot; นั้น มันแค่ไหน และชาวบ้านได้อะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะที่ฟัง อย่าว่าแต่ชาวบ้านจะสับสนเลย แม้แต่คณะกรรมการฯ เอง.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักใหญ่&amp;quot; ตรงกันก็จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ &amp;quot;หลักย่อย&amp;quot; ยังแย้งกันด้วยวิสัยทัศน์คนละทิศ-ละทาง หาบทสรุปยังไม่ลงตัว แต่เมื่อต้องเอา ก็ขยุ้มๆ แบบขอไปทีว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แค่ล็อกเล็กๆ ไปก่อน ค่อยไปขยับขยายเป็นล็อกใหญ่ๆ วันข้างหน้า&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีที่ไม่บอกว่า &amp;quot;ชาติหน้า&amp;quot;!?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุป &amp;quot;ปลดล็อกกัญชา&amp;quot; ที่ตกลงกันขณะนี้ คือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกระดับ &amp;quot;กัญชา&amp;quot; จากยาเสพติดประเภท ๕ ห้ามปลูก-ห้ามมี-ห้ามใช้ มาเป็นประเภท &amp;nbsp;๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถนำ &amp;quot;สารสกัด&amp;quot; จากกัญชาไปใช้ทางการแพทย์ได้ เหมือนมอร์ฟีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน &amp;quot;ดอก-ใบ&amp;quot; กัญชา และกระท่อม ยังซ้ำชั้น ไม่ได้พาสขึ้นชั้น ๒ ใครเอามาปลูก-มาใช้ ต้องติดคุกเหมือนเดิม!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่นำสารสกัดไปใช้ทางการแพทย์ ก็ระบุแค่ ๔ กลุ่มโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.รักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ให้เคมีบำบัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.โรคลมชักในเด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.ปลอกประสาทอักเสบ และ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.อาการปวดรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง &amp;quot;กัญชา&amp;quot; ในความเห็นผม เมื่อร้อยละ ๙๙.๙๙ เห็นตรงกันหมด ว่ามีประโยชน์ ควรนำมาใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช้าอีกนิดจะเป็นไร......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยกันดูให้ตกผลึกทุกด้านซิว่า กัญชานั้น นอกจากทางการแพทย์แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังจะใช้สร้างมูลค่าเพิ่มได้ทางไหนอีกบ้าง นอกจากมุ่งเฉพาะสารสกัดใน ๔ กลุ่มโรค?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือผมว่า น่าจะมองทางด้าน &amp;quot;พืชอุตสาหกรรม&amp;quot; เพื่อการส่งออกและแปรรูปทางโภชนาการด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกเหนือจากสร้าง &amp;quot;สถาบันทางเลือก&amp;quot; เพื่อการบำบัดและรักษาผู้ป่วยด้วยกัญชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นสถาบันรองรับ &amp;quot;ผู้ป่วยทางเลือก&amp;quot; จากทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเรามองครอบคุลมหลายๆ ด้าน ในความเป็นไปของทิศทางกัญชาโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้-การเขียนกฎหมาย จะหลุดจากกะลาครอบ สามารถตอบโจทย์กัญชาในอนาคตได้มากกว่า ๔ กลุ่มโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางแพทย์.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้เฉพาะสารสกัดใน ๔ กลุ่มโรค ผมว่า &amp;quot;มองแคบ&amp;quot; ไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดว่าปลดล็อก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปลดแล้ว กลับ &amp;quot;ควบคุม&amp;quot; เป็นยา มีผู้ได้ประโยชน์ &amp;quot;ฝ่ายเดียว&amp;quot; คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย.&amp;quot; กับบริษัท &amp;quot;ค้ายา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ผูกขาดก็เหมือนผูกขาด เพราะเราจะวิจัย &amp;quot;สารสกัดกัญชา&amp;quot; ให้ได้ออกมาตามมาตรฐานยา &amp;quot;อย.กำหนด&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกกี่สิบปีล่ะ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนี้ อย.ก็ต้องสั่งจากนอกเข้ามาเหมือนมอร์ฟีนอีกนั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วมันได้อะไร หรือใครได้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่านะ ถ้าจะปลดล็อกกัญชาให้ตรงประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลดล็อกวิสัยทัศน์ &amp;quot;อย.&amp;quot; ก่อนดีที่สุด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัญชานั่น ก็เหมือนพืชสมุนไพรอีกจำนวนมาก มีทั้งคุณ-ทั้งโทษ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจ้องแต่ด้านโทษ เพ่งเล็งว่าเป็นยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันก็เป็นสิ เมื่อตีตราให้มันเป็นแบบนั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองเปลี่ยนแว่น มองกัญชาเป็น &amp;quot;พืชสมุนไพร&amp;quot; คู่บ้าน-คู่เมือง ก็จะเห็นคุณค่าทางด้านใช้ประกอบทางยารักษาโรคได้มากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำ &amp;quot;ขี้ตะกรัน&amp;quot; ที่ภูเก็ตได้มั้ย?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครมีรถก็มาโกยเอาไปถมถนน คันรถละไม่กี่ตังค์ พอศึกษา-ค้นคว้า พบขี้ตะกรันถลุงออกมาจะได้แร่เอาไปทำหัวกระสวยอวกาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลละเป็นร้อยเป็นพันล้าน ตั้งโรงงานถลุง เป็นเรื่องเป็นราว จนต้องย้ายไปตั้งโรงงานที่ระยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัญชานี่ ศึกษาให้ดีเถอะ มันมีดีซ่อนอยู่มากกว่าคำว่า &amp;quot;ยาเสพติด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปลี่ยนทัศนคติซะใหม่ แล้วใช้วิทยาการ ทั้งด้านแพทย์ ด้านวิจัยพัฒนาพันธุ์สู่ธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตร เพื่อทางยา ทางอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวยหัวเราะร่วนทั้งวัน บอกไม่เชื่อ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐสำรวจบ้านเรานานแล้ว ว่าภูมิอากาศด้วยสภาพร้อนชื้น และแร่ธาตุในดิน ให้กำเนิดพืชสมุนไพรอุดมสารทางยามากกว่าที่อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคยมาบีบให้ทำสัญญาด้วยหวังทางพืชสมุนไพรตั้งแต่โอบามาสมัยแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ด้วยความเก๋าของไทย เบี่ยงไป-เลี่ยงมา ถึงตอนนี้เลยรอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัญชาไทยรู้จักสรรพคุณกันดีในหมู่ชนต่างชาติ แต่ด้วยตีตรายาเสพติดไว้นาน การบำรุงพัฒนาพันธุ์ไม่มี จึงด้อยสารบางชนิดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พื้นสภาพมันพร้อม คนไทยเก่ง อย่าเอาเรื่องเปิดมาก คนจะมุ่งทางสูบ-ทางเสพมากเป็นตัวตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามุ่งพัฒนาพันธุ์เป็นพืชสมุนไพรเพื่อการส่งออก ควบคุมการปลูก แต่กำกับดูแลการใช้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ &amp;quot;ซื้อ-ขาย-ใช้&amp;quot; ภายใต้คำสั่งแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มองด้วยทัศนคติบวกอย่างนี้ ในอนาคต กัญชาจะมีทางทำให้รวยได้ ซึ่งดีกว่าตีตรายาเสพติดตายตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่โบราณ ฝรั่งยังไม่มีอิทธิพลคุม ไทยก็ใช้กัญชา &amp;quot;ตำรับยาไทย&amp;quot; รักษาชีวิตคนไทยรอดมาจะพันปีแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอมี &amp;quot;สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&amp;quot; กัญชาพืชสมุนไพร มีสรรพคุณเป็นยาดีๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลายเป็นยาเสพติดตายตัวซะงั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้กฎหมายแล้วควบคุมเป็นยา ใช้ทางการแพทย์ปัจจุบัน เฉพาะ ๔ กลุ่มโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้ว &amp;quot;แพทย์แผนไทย&amp;quot; ล่ะ เอาไปไว้ที่ไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งบอกว่า ดอก-ใบกัญชา ยังเป็นยาเสพติดประเภท ๕ นี่เท่ากับปฏิเสธการแพทย์ไทยโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแต่เขาจะสนับสนุนแพทย์แผนไทย ยกระดับกูรู &amp;quot;น้ำมันกัญชา&amp;quot; ที่ทำกันอยู่ใต้ดิน ให้ขึ้นมาอยู่บนดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อช่วยกันต่อเติมวิทยาการจากฐานกัญชาให้งอกงามเป็นตำรับพิเศษของไทย ที่ฝรั่งมังค่าชาติไหนก็ไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นี่...ฆ่าฝังกลบเรียบ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น้ำมันกัญชา&amp;quot; ด้วยวิทยาการใต้ดินของคนไทย บอกว่าเถื่อน...ท่านทราบมั้ย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากไทยแพร่ไปนอกประเทศ ใช้รักษาภายใต้กำกับดูแลของแพทย์ควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบัน แพร่หลายมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การออกกฎหมายนั้น........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควรคำนึงถึง &amp;quot;สิทธิผู้ป่วย&amp;quot; ในการเข้าถึงยา เพื่อบำบัดรักษาอาการโรคของเขาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูตามเจตนารมณ์ที่จะออกกฎหมายตามที่พูดกันตอนนี้แทนที่จะดี กลับออกด้วยทัศนคติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งควบคุม ทั้งจำกัดและกำจัด &amp;quot;สิทธิการเข้าถึงยา&amp;quot; อันเป็นทางเลือก &amp;quot;เพื่อชีวิต&amp;quot; ของคน ยามเจ็บป่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่า ทำทั้งที อย่าสักแต่ว่าทำ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช้านิดไม่เป็นไร ถ้าตกผลึก &amp;quot;สู่ทางอนาคต&amp;quot; ในมิติต่างๆ ที่รอบด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าเอาความคิดลบ ว่าเปิดมากคนไทยจะเสพกันมากเป็นโจทย์ตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คิดบวก&amp;quot; ด้วยวิสัยทัศน์เพื่อ &amp;quot;คนรุ่นต่อไป&amp;quot; ไว้บ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกที่กว้าง &amp;quot;ทางก็จะไม่แคบ&amp;quot; สำหรับเรา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21195</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมันกัญชา, ปลดล็อกกัญชา, สารสกัดกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
