<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มใช้&quot;น้ำมันกัญชา&quot;อย่างถูกกม.ล็อตแรก  ก.ค.-ก.ย.62 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4ก.ค.62- &amp;nbsp;ศ. คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กล่าวว่า ขณะนี้ สธ. ได้จัดระบบบริการกัญชาทางการแพทย์ในสถานพยาบาลครบวงจร โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงาน ทั้งภายในและภายนอกกระทรวง เพื่อให้การนำกัญชาไปใช้มีประสิทธิภาพ ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง &amp;nbsp;ในด้านการปลูก การผลิต การกระจาย องค์การเภสัชกรรม(อภ.)จะผลิตน้ำมันกัญชาล็อตแรกในเดือนก.ค.-ส.ค. 2562 จำนวน 10,000 ขวด และรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จำนวน 5,000 ขวด นำไปใช้รักษาผู้ป่วยที่อยู่ในเกณฑ์ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ส่วนโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น จะผลิตตำรับยาแผนไทย 5 ตำรับจากกัญชาของกลาง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.สธ.กล่าวอีกว่า า ด้านผู้สั่งใช้กัญชาทางการแพทย์ ปัจจุบันมีแพทย์ เภสัช ทันตแพทย์ ที่ผ่านการอบรม 400 คน มีแพทย์แผนไทย ผ่านการอบรม 2,900 คน &amp;nbsp;โดยจะปรับการอบรมแบบออนไลน์เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้สั่งใช้ &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;nbsp;ยังได้จัดทำแนวทางการนำกัญชาไปใช้ทางการแพทย์ &amp;nbsp;แนวทางการรักษาเมื่อผู้ป่วยเกิดปัญหาจากการใช้ยากัญชา รวมทั้ง กำหนดวิธีการขอรับอนุญาตจำหน่ายในสถานพยาบาล โดยระยะแรก เดือนก.ค. &amp;ndash; ก.ย. 2562 &amp;nbsp;สามารถจัดบริการกัญชาทางการแพทย์ได้ในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง และขยายระยะที่ 2 ให้ครอบคลุมโรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ภายในเดือนเม.ย. 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้การนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ &amp;nbsp;ถือว่าเป็นระยะเริ่มต้นปริมาณการผลิตยังอยู่ในวงจำกัดสำหรับผู้ป่วยในโครงการ &amp;nbsp;ระยะต่อไปจะมีการขยายให้เพียงพอต่อการนำไปใช้เป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีมาตรฐานแล้วไม่ได้ผล ภายใต้การดูแลของแพทย์ เภสัช ทันตแพทย์ และแพทย์แผนไทยที่ผ่านการอบรมเพื่อให้เกิดผลในการรักษาและไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนพ. สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. &amp;nbsp;กล่าวว่า การนำกัญชาไปใช้ทางการแพทย์ &amp;nbsp;ต้องมีความระมัดระวังในการนำไปใช้ เนื่องจากมีทั้งคุณและโทษ โดยมีข้อบ่งใช้สำหรับการรักษาโรค (SAS : Special Access Scheme) ด้านการแพทย์แผนปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.มีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันประสิทธิผลชัดเจนได้ประโยชน์ในการรักษา ได้แก่ ภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากยาเคมีบำบัด โรคลมชักที่รักษายากหรือดื้อต่อยารักษา ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ภาวะปวดประสาทที่ดื้อต่อการรักษา 2.มีข้อมูลทางวิชาการที่สนับสนุนการวิจัยเพิ่มเติม น่าจะได้ประโยชน์ในการควบคุมอาการ เช่น โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่ดูแลแบบประคับประคอง บรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยมะเร็ง และ3.สารสกัดกัญชาอาจได้ประโยชน์ในการรักษาแต่ยังขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ ให้พิจารณาสั่งจ่ายเฉพาะผู้ป่วยที่ใช้การรักษาตามวิธีมาตรฐานแล้วไม่ได้ผล ส่วนด้านการแพทย์แผนไทย มีตำราทางการแพทย์แผนไทยและตำรับยาแผนไทยที่อนุญาตให้ใช้เพื่อการรักษาโรคหรือการศึกษาวิจัยได้ จำนวน 16 ตำรับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40173</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, น้ำมันกัญชาเพื่อการแพทย์, ประกาศใช้น้ำมันกัญชาล็อตแรกถูกกม.ก.ค.-ก.ย.62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1dbd80db64a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
