<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ส่งสายตรวจเฉพาะกิจ ตรวจสอบการซื้อขายผลปาล์มน้ำมัน ล่าสุดราคาผลปาล์มขยับขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.64 - นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามภารกิจภายหลังจากที่ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดกำกับดูแลการซื้อขายในพื้นที่ให้สอดคล้องกับปริมาณผลปาล์มที่ออกสู่ตลาดและให้กรมการค้าภายใน ส่งสายตรวจเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบภาวะการซื้อขาย ซึ่งหากพบพฤติกรรมการกดราคาให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด ทำให้ราคาผลปาล์มปรับสูงขึ้นจากวันจันทร์ (1 มี.ค.64) ซึ่งมีราคาต่ำสุดอยู่ที่ 5.20 บาทต่อกิโลกรัม เป็นราคาสูงสุดวันนี้ (4 มี.ค.64) 6.00 บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเนื่องจากขณะนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว และจะออกสู่ตลาดมากขึ้นในช่วงเดือนเมษายน 2564 เป็นต้นไป จึงต้องติดตามกำกับดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้มีการกดราคาเกษตรกร อย่างไรก็ตาม พร้อมขอแจ้งเกษตรกรให้ทำปาล์มคุณภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นเหตุในการกดราคารับซื้อผลปาล์ม หากพบว่ามีการฉวยโอกาสกดราคารับซื้อ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หากพบว่ามีการกระทำผิด จะมีโทษสูงสุดจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดูแลโครงการประกันรายได้ปาล์มน้ำมัน ปี2 ขณะนี้นั้นนายจุรินทร์มีเป้าหมายช่วยเกษตรกรปาล์มน้ำมัน 3.7 แสนครัวเรือน วงเงิน 4,500 ล้านบาท และมีมาตรการคู่ขนานช่วยเกษตรกรเพิ่มเติม โดยโครงการประกันรายได้ผลปาล์มทะลาย 18% และประกันรายได้ให้ราคากิโลกรัม4บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ โครงสร้างเดียวกันกับในปีแรกแต่ตอนนี้ราคาปาล์มสูงทะลุราคาการประกันรายได้ แต่รัฐบาลโดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้กำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ราคาปาล์มสูงขึ้นเป็นรายได้ของเกษตรกรไม่ให้เกิดการกดราคาผลปาล์ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และรายงานกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการประกันรายได้ปาล์มนั้น ประกันรายได้ปี1 ปีการผลิต 2562 / 2563 ดูแลเกษตรกรไปทั้งสิ้น 378,892 ครัวเรือน นอกจากนั้นยังผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มโดยมีเป้าหมาย 300,000 ตัน กำหนดให้ บี10 เป็นน้ำมันพื้นฐาน และบี7 กับ บี20 เป็นน้ำมันทางเลือกและใช้ CPO เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า 360,000 ตัน (ปี2561-62)แก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าโดยกำหนดดันนำเข้าและนำผ่าน ส่วนการแก้ไขปัญหาราคาในสถานการณ์ปัจจุบันคือกำหนดโครงสร้างราคาต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำตรวจสอบไม่ให้มีการจัดตุนโดยกลไกพาณิชย์จังหวัดตรวจสอบการรับซื้อและจำหน่ายตามโครงสร้างราคาขอความร่วมมือตรึงราคาน้ำมันปาล์มขวดตั้งแต่ตุลาคม 2563 เป็นต้นมาขอความร่วมมือตลาดกลางตลาดสดไม่ให้ผู้ค้าช่วยโอกาสขึ้นราคาจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในต้นเดือนมีนาคม 2564 และขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้าจัดให้มีสินค้าพอเพียงและราคาสอดคล้องกับต้นทุนนอกจากนั้นมาตรการทางกฎหมายยังมีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มตั้งแต่ 18% ขึ้นไปและห้ามปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มร่วง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95089</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, น้ำมันปาล์ม, พาณิชย์, มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034a789bf295.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 23:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 23:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐแบนบริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มมาเลย์ละเมิดแรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสหรัฐประกาศห้ามนำเข้าน้ำมันปาล์มของบริษัทน้ำมันปาล์มเอฟจีวี โฮลดิงส์ ของมาเลเซีย ที่ป้อนสินค้าให้บริษัทอเมริกันยักษ์ใหญ่อย่างเนสท์เล่และพร็อกเตอร์แอนด์แกมเบิล หลังการสอบสวนนาน 1 ปีพบการล่วงละเมิดสิทธิแรงงานและใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม กล่าวว่า สำนักงานศุลกากรและป้องกันพรมแดนของสหรัฐ (ซีบีพี) ประกาศห้ามนำเข้าน้ำมันปาล์มจากบริษัท เอฟจีวี โฮลดิงส์ หนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของมาเลเซีย หลังจากการสอบสวน 1 ปีพบสิ่งบ่งชี้ว่าบริษัทนี้ระงับการจ่ายค่าจ้างของคนงานและมีการใช้แรงงานเด็ก รวมถึงมีความกังวลว่าคนงานของบริษัทนี้จะถูกกระทำความรุนแรงทั้งทางร่ายกายและทางเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งห้ามนำเข้านี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา โดยห้ามน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปาล์มของเอฟจีวี โฮลดิงส์ เข้าเทียบท่าเรือในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสมในสินค้าหลายอย่างตั้งแต่อาหารแปรรูปไปจนถึงเครื่องสำอาง โดยมาเลเซียและอินโดนีเซียส่งออกน้ำมันปาล์มรวมกันถึง 85% ของปริมาณที่ใช้ในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักอนุรักษ์กล่าวหาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันว่าส่งเสริมให้ชาวบ้านตัดไม้ทำลายป่าเพื่อใช้พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยบริษัทน้ำมันปาล์มหลายแห่งในมาเลเซียพึ่งแรงงานต่างชาติค่าแรงต่ำ ทั้งจากอินโดนีเซีย, อินเดีย และบังกลาเทศ แรงงานเหล่านี้โดนล่วงละเมิดบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบรนดา สมิธ เจ้าหน้าที่ซีบีพีกล่าวว่า การบังคับใช้แรงงานของบริษัทที่ผลิตสินค้าที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทำให้บริษัทเหล่านี้ทำกำไรจากการล่วงละเมิดแรงงานที่ด้อยโอกาส บริษัทเหล่านี้ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและผลิตสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานทางจริยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัท เอฟจีวี กล่าวว่า พวกเขาผิดหวังกับการดำเนินการของสหรัฐ ทั้งที่หลายปีมานี้บริษัทดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อปรับปรุงมาตรฐานการดำเนินงานของตน บริษัทไม่อดกลั้นต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ว่าในรูปแบบใด หรือการทำผิดอาญา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79263</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมันปาล์ม, มาเลเซีย, สหรัฐแบนน้ำมันปาล์ม, เอฟจีวี โฮลดิงส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f760494358bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไขมันพอกตับ..ภัยเงียบมะเร็งตับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันผู้คนสามารถเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่ายขึ้น ยิ่งโรคที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน ยิ่งพบเจอได้ง่าย เวลาตรวจสุขภาพต้องมานั่งลุ้นว่าคอเลสเตอรอลจะเกินไหม ไตรกลีเซอไรด์จะพุ่งหรือไม่ โดยเฉพาะค่าน้ำตาลในเลือดที่มีผลให้เกิดความเสี่ยงสารพัดโรค ซึ่งนอกจากโรคเบาหวานแล้ว ยังมีอีกหนึ่งโรคที่น่ากลัวไม่แพ้กัน คือ ไขมันพอกตับ เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่รับประทานแล้วไปใช้ได้หมดจนทำให้เกิดการสะสมอยู่ที่ตับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.ปิติญา รุ่งภูวภัทร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ไขมันพอกตับเป็นภัยเงียบ เนื่องจากผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าตับมีความผิดปกติ เพราะส่วนใหญ่ไม่มีอาการใดๆ มักตรวจพบและได้รับการวินิจฉัยเมื่อมาตรวจสุขภาพประจำปี อาจมีอาการอ่อนเพลียควบคู่ไปด้วย มีอาการจุกแน่นบริเวณชายโครงขวา ภาวะไขมันพอกตับโดยส่วนใหญ่มักพบในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง กลุ่มอาการอ้วนลงพุง ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก ชอบรับประทานอาหารหวาน ไม่ออกกำลังกาย และโดยส่วนใหญ่ไขมันพอกตับระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง อาจทำให้กลายเป็นตับแข็ง และอาจนำไปสู่การเกิดเป็นมะเร็งตับในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันพอกตับพบความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งภาวะนี้เกิดจากร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่เรารับประทานไปใช้ได้หมด ส่วนใหญ่ผู้ป่วยไม่มีอาการ จึงอาจทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตัวเองกำลังอยู่ในภาวะไขมันพอกตับ ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หรือทุก 6 เดือน จะช่วยให้พบความผิดปกติของตับได้เร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะไขมันพอกตับสามารถตรวจเจอในระยะแรกๆ ด้วยวิธีการตรวจเลือด อัลตราซาวด์ หรือการตรวจด้วยเครื่อง FibroScan ประกอบกับวิธีการป้องกันควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว หรืออาหารที่มีไขมันทรานส์สูง เช่น เนื้อติดมัน เบคอน แฮม น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว เบเกอรี่ ครีมเทียม หลีกเลี่ยงน้ำตาลฟรักโทส เช่น เครื่องดื่มที่มีรสหวาน คุกกี้ ลูกอม น้ำผลไม้ (ควรรับประทานผลไม้ทั้งผลมากกว่า) และแนะนำว่าควรรับประทานไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่วต่างๆ ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 4-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30-45 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากใครอยู่ในเกณฑ์อ้วน คือ มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ให้ลดน้ำหนักตัว สามารถปรึกษาแพทย์ได้เช่นกันว่าควรจะมีน้ำหนักประมาณเท่าไร ลดการดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 5-6 ชั่วโมงต่อวัน และควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ก็จะช่วยให้สุขภาพตับของเราแข็งแรง พร้อมทำงานในทุกวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71327</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ตับ, น้ำมันปาล์ม, น้ำมันมะพร้าว, พญ.ปิติญา รุ่งภูวภัทร, เบเกอรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c3fc8c0a3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวใต้สุดจะทนแล้ว&#039;ก่อแก้ว&#039;สงสารชาวสวนปาล์ม อดทนรออีกนิดหลังเลือกตั้ง&#039;ทษช.&#039;แก้ปัญหาให้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 &amp;nbsp;ธ.ค.61- นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) กล่าวถึงกรณีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ครม.มีมติให้นำน้ำมันปาล์มดิบไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่โรงงานไฟฟ้าบางปะกง 160,000 ตัน เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อช่วยดึงราคาปาล์มน้ำมันให้สูงขึ้นส่งผลให้ราคารับซื้อผลปาล์มสดขยับเป็น 3 บาทต่อกิโลกรัมว่า ในฐานะที่ตนเป็นคนใต้ เมื่อเห็นข่าวดังกล่าว ตนอยากจะร้องไห้และรู้สึกสงสารชาวสวนปาล์มซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนใต้เหมือนกัน เพราะตามความเป็นจริงแล้ว ราคาต้นทุนของปาล์มอยู่ที่ 3.50-3.70 บาทต่อกิโลกรัมถึงมีมาตราดังกล่าวชาวสวนปาล์มก็ยังขาดทุนอยู่ดี หากยิ่งได้ราคาต่ำกว่าต้นทุนนานๆ ชาวสวนปาล์มอาจจะต้องตัดสินครั้งใหญ่ในชีวิต คือ ขายสวนปาล์มทิ้ง เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ เพราะขาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรมีปัญหามายาวนานกว่า 5 ปีและตนก็ไม่เห็นว่า รัฐบาลจะออกมาตราการอะไรในการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมและแก้ปัญหาได้จริงและปล่อยให้เรื้อรังมานาน พอใกล้วันเลือกตั้ง กลับมาเร่งช่วยเหลือเอาหน้าในช่วงโค้งสุดท้าย แต่มาตราการช่วยเหลือก็ช่วยไม่ได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ชาวสวนปาล์ม อดทนรออีกนิด จนถึงวันเลือกตั้ง เพราะพรรคไทยรักษาชาติกำลังคิดนโยบายในการแก้ปัญหาช่วยพี่น้องชาวใต้อยู่ ทั้งปาล์ม ยาง ประมง ท่องเที่ยว และโครงการพัฒนาต่างๆ จึงเชื่อมั่นได้เลยว่าทษช.แก้ปัญหาได้อย่างแน่นอน และสาเหตุที่ทำให้ชาวใต้ต้องกลืนเลือดกลั้นน้ำตามาถึงทุกวันนี้ เพราะเหตุใด พี่น้องน่าจะรู้กันดี และเมื่อใดที่ได้เข้าคูหาเลือกตั้ง อยากให้สั่งสอนคนที่เป็นต้นเหตุ ให้เขารู้ว่า ชาวใต้สุดจะทนแล้ว&amp;quot; นายก่อแก้ว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายก่อแก้วกล่าวว่า ถึงแม้จะมีข้อจำกัดจากรัฐธรรมนูญและงบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ 4 ปีกว่าที่ผ่านมา สร้างภาระหนี้สินให้กับประเทศชาติมากมาย และสร้างภาระผูกพัน ทำให้เหลืองบประมาณในการแก้ปัญหาใหญ่ได้น้อยลงอย่างมาก แต่ทษช. ก็กำลังหาทางออกให้กับพี่น้องในเรื่องเหล่านี้อย่างมุ่งมั่นตั้งใจ และเชื่อว่าจะแก้ปัญหาให้พี่น้องคนใต้ได้อย่างแน่นอน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23959</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, น้ำมันปาล์ม, พรรคไทยรักษาชาติ, มติครม., เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0f16c144a30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2018 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พลังงานเร่งแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันตกต่ำ หนุนใช้ไบโอดีเซล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พลังงานเดินหน้าแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ เตรียมหารือผู้ประกอบการน้ำมัน เพิ่มสัดส่วนในน้ำมันดีเซล หวังดูดซับน้ำมันปาล์มอีกปีละ 8 หมื่นตัน


นายศิริ&amp;nbsp; จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการแข่งขัน &amp;ldquo;แรลลี่ส่องเศรษฐกิจเมืองรอง&amp;rdquo; ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ โดยระบุว่า กระทรวงพลังงานจะช่วยเร่งแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ซึ่งได้ทำดีเซลเกรดพิเศษบี20 เพื่อใช้สำหรับรถขนส่งสินค้าและรถโดยสารสาธารณะ เพื่อให้มีต้นทุนการขนส่งที่ต่ำและค่าโดยสารที่ถูกลงเพื่อจะได้ไม่ต้องขึ้นค่าโดยสาร แต่ก็ยังทำได้ไม่มากนัก อาจเพราะที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ค่าราคาน้ำมันดีเซลขึ้นสูงและที่ผ่านมาก็มีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 1 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อวานนี้ลดการชดเชยอยู่ที่ 60 สตางค์ ในสัปดาห์หน้า กระทรวงพลังงานจะนำร่องเพิ่มการใช้บี 20 กับรถของบขส. และขสมก. ซึ่งเป้าหมายหลักขณะนี้คือการเร่งผลักดันให้มีการใช้บี 20 ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อพยุงราคาน้ำมันปาล์มและผลปาล์มไม่ให้ราคาตก คาดว่าจะเพิ่มได้ประมาณ 3-4 แสนตัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กระทรวงพลังงาน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาการเพิ่มสัดส่วนการผสมใช้น้ำมันไบโอดีเซลในดีเซลปัจจุบันที่มีการจำหน่ายบี 7 เพื่อเพิ่มปริมาณการดูดซับน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตามคาดว่า มาตรการนี้จะช่วยเพิ่มการใช้น้ำมันไบโอดีเซลและช่วยดูดซับปาล์มดิบออกจากตลาดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ ถึงปีละ 8 หมื่นตัน ซึ่งขณะนี้มีสัดส่วนที่เกินอยู่ประมาณ 3 แสนตัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมกับผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ และผู้ประกอบการปั้มน้ำมัน เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้ พร้อมยืนยันว่าหากนำมาใช้กับรถยนต์จะไม่มีผลกระทบ ซึ่งคาดว่าในปลายเดือนนี้จะสามารถดำเนินการได้ทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20313</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพลังงาน, ชาวสวนปาล์ม, น้ำมันปาล์ม, ไบโอดีเซล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bcaaeb62d0ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์” ชง ครม. เคาะมาตรการหนุนส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ 5 มิ.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo; ชง ครม. เคาะมาตรการหนุนนส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ 5 มิ.ย.นี้ &amp;nbsp;จ่อช่วยเหลือค่าขนส่ง 1.75 บาท/กก พร้อมแจงหลังกระทรวงพลังงานเริ่มผลิตไบโอดีเซล บี 20ดันราคาปาล์มสดทะลุ 4 บาท/กก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3มิ.ย.61- นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 มิ.ย. 2561 กระทรวงพาณิชย์จะเสนอมาตรการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบออกตลาดต่างประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาสต๊อกน้ำมันปาล์มล้นระบบ ที่ปีนี้มีการคาดการณ์ว่าสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบจะมีมากถึง 8.5 แสนตัน หรือมีปริมาณส่วนเกินง 6 แสนตัน จากระดับปกติที่ควรมีน้ำมันปาล์มดิบในสต๊อก 2-3 แสนตัน ดังนั้นจึงต้องหามาตรการช่วยเหลือเพื่อผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มออกไปให้ได้ประมาณเดือนละไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นตัน โดยได้ข้อสรุปว่าจะชดเชยค่าขนส่งให้ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไม่เกิน 1.75 บาท/กิโลกรัม (กก.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะเสนอครม.เห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันระยะยาว โดยจะส่งเสริมให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้ผลิตผลปาล์มดี มีคุณภาพ หรือมีเปอร์เซ็นต์น้ำมันไม่ต่ำกว่า 18% และมาตรการในการโค่นต้นปาล์มเก่าอายุ 20-22 ปี และใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพในการเพาะปลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับราคาผลปาล์มสดปัจจุบันได้ปรับตัวสูงขึ้นมาต่อเนื่อง โดยราคารับซื้อผลปาล์มสด (เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18%) ที่จ.ชุมพร ราคาสูงสุด 4.10 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นเดือนพ.ค.ที่ราคาผลปาล์มสดอยู่ที่ 3-3.10 บาท/กก. สาเหตุที่ราคาผลปาล์มสดปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นผลจากทิศทางราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งกระทรวงพลังงานได้เริ่มให้มีการผลิตไบโอดีเซล บี 20 สำหรับใช้กับรถบรรทุก โดยคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้เห็นชอบมาตรการผลิตไบโอดีเซล บี 20 ซึ่งจะมีราคาต่ำกว่าน้ำมันดีเซลปกติ 3 บาท/ลิตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10561</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, ค่าขนส่ง, ดีเซล, น้ำมันปาล์ม, ปาล์ม, พลังงาน, พาณิชย์, ไปโอดีเซล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae5b41a13410.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตฯจ่อเพิ่มเปอร์เซ็นสกัดปาล์มหวังเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ 4 พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.อุตฯร่วม 3 กระทรวง เตรียมออกประกาศฯเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์ม ตามยุทธศาสตร์ปฏิรูป ก่อนเสนอครม.คาดประกาศใช้ได้ในเดือน มิ.ย.นี้ หวังเป็นผลดีกับชาวสวนปาล์ม หนุนมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มกว่า 4 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพสุ &amp;nbsp;โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดวัตถุดิบและคุณภาพผลิตภัณฑ์ของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งจะใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายการเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์ม และการรักษาเสถียรภาพราคาวัตถุดิบ โดยกระทรวงจะออกประกาศกำหนดค่าเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มขั้นต่ำที่โรงงานต้องสกัดได้ ซึ่งได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ทั้งกระทรวงพาณิชย์ ที่ดำเนินการกำหนดราคารับซื้อน้ำมันปาล์มดิบคงที่ จะมีผลทำให้ราคาวัตถุดิบปาล์มทะลายมีเสถียรภาพและไม่ตกต่ำตามภาวะตลาด และกำหนดแนวทางการกำกับควบคุมลานเทรับซื้อปาล์มทะลายไม่ให้มีการทำให้วัตถุดิบเสื่อมคุณภาพ เจือปนสิ่งปนเปื้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดมาตรการให้เกษตรกรชาวสวนตัดปาล์มคุณภาพ ให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพปาล์มน้ำมัน ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร และกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการกำกับ ควบคุม กลไกการบริหารจัดการปาล์มทั้งระบบในท้องที่ ตามอำนาจของประกาศฯ และมาตรการอื่น ๆ อันจะส่งผลให้การทำปาล์มคุณภาพและการเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้การจัดทำร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มขั้นต่ำ ดังนี้ &amp;nbsp;1.โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแบบหีบแยก ที่ใช้ปาล์มทะลายหรือลูกร่วงที่เกิดจากการตัด ขนส่งเป็นวัตถุดิบ จะต้องสกัดน้ำมันให้ได้ไม่ต่ำกว่า 18% และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแบบหีบรวม ที่ใช้ผลปาล์มเป็นวัตถุดิบ จะต้องสกัดน้ำมันให้ได้ไม่ต่ำกว่า 30%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในกรณีที่มีเหตุธรรมชาติหรือเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้การสกัดน้ำมันไม่เป็นไปตามประกาศได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตที่โรงงานตั้งอยู่มีอำนาจออกประกาศลดหรือเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำมันได้ และ 3.หลังจากประกาศมีผลบังคับใช้ โรงงานสามารถปรับปรุงและเตรียมการให้เป็นไปตามประกาศได้ ภายใน 180 วัน ซึ่งได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจาก ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ชาวสวนปาล์มลานเท และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อเห็นชอบในหลักการ โดยคาดว่าจะสามารถประกาศฯ ได้ในเดือนมิ.ย. 2561 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำมันขั้นต่ำของโรงงานสกัด ทำให้ชาวสวนปาล์มมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะราคาวัตถุดิบปาล์มทะลายขั้นต้นจะเริ่มที่ 18% น้ำมัน และทุก ๆ 1% น้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ราคาปาล์มทะลายเพิ่มขึ้น 30 สตางค์ต่อกิโลกรัม และในปีนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พยากรณ์ผลผลิตปาล์มน้ำมัน มีปริมาณ 15 ล้านตัน จึงเชื่อว่าการออกประกาศฯ ฉบับนี้ จะมีส่วนช่วยให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมปาล์มทั้งระบบโดยรวมของประเทศ ไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท&amp;quot;นายพสุฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9607</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, น้ำมันปาล์ม, ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, ปาล์ม, พสุ  โลหารชุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b0221c44ed7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
