<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียใจป้ำหั่นภาษีน้ำมันปาล์ม10% พาณิชย์เห็นลู่ทางขยายตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค. 2563 นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า รัฐบาลอินเดียได้ประกาศลดอัตราภาษีนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ (Crude Palm Oil) จากเดิมร้อยละ 37.5 เหลือร้อยละ 27.5 มีผลตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคน้ำมันปาล์มในประเทศและบรรเทาภาระผู้บริโภคจากราคาสินค้าหมวดอาหารที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อินเดียเพิ่งปรับลดอัตราภาษีนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ จากเดิมร้อยละ 40 เหลือร้อยละ 37.5 สำหรับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน
​​&amp;ldquo;อินเดียเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มมากที่สุดในโลก โดยการบริโภคน้ำมันปาล์มคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ของน้ำมันเพื่อการบริโภค (edible oils) ในประเทศทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อินเดียนำเข้าน้ำมันเพื่อการบริโภคเฉลี่ยประมาณ 15 ล้านตันต่อปี รองจากการนำเข้าน้ำมันดิบและทองคำตามลำดับ โดยในปี 2562 อินเดียนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ (พิกัด 1511.10) จากทั่วโลก มูลค่ารวม 3,555 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 11.37 จากปีก่อนหน้า โดยนำเข้าสูงสุดจากอินโดนีเซีย ร้อยละ 66.03 รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย ร้อยละ 26.25 สิงคโปร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้อยละ 5.02 ขณะที่นำเข้าจากไทยเป็นอันดับ 4 มูลค่า 89.64 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 63 จากปีก่อนหน้า คิดเป็นร้อยละ 2.52 ของมูลค่านำเข้าทั้งหมด ทั้งนี้ ระหว่างมกราคมถึงกันยายนที่ผ่านมา อินเดียนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากทั่วโลก มูลค่ารวม 3,221.24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.61 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยนำเข้าสูงสุดจากอินโดนีเซีย ร้อยละ 69.61 รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย ร้อยละ 24.53 สิงคโปร์ ร้อยละ 3.72 ขณะที่นำเข้าจากไทยเป็นอันดับ 4 มูลค่า 62.17 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 1.93 ลดลงร้อยละ 28.64 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;
​​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ว่าส่วนแบ่งตลาดน้ำมันปาล์มดิบของไทยในอินเดียยังมีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับอินโดนีเซียและมาเลเซียก็ตาม กรมฯ มองว่าการที่อินเดียลดอัตราภาษีนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบลงร้อยละ 10&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าน้ำมันปาล์มของไทยไปตลาดอินเดียให้ขยายตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การส่งออกจากท่าเรือภาคใต้ฝั่งตะวันตกไปท่าเรือฝั่งตะวันออกของอินเดีย อาทิ เมืองเจนไนและโกลกาตา ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนการขนส่งไม่สูงจนเกินไปและช่วยให้แข่งขันด้านราคากับประเทศคู่แข่ง เช่น มาเลเซียได้ นอกจากนี้ กรมฯ แนะนำให้ผู้ประกอบการไทยควรศึกษามาตรฐานน้ำมันปาล์มภายใต้กรอบความยั่งยืนของน้ำมันปาล์มอินเดีย (Indian Palm Oil Sustainability Framework) หรือ IPOS ด้วย เพื่อเตรียมรองรับเงื่อนไขด้านมาตรฐานน้ำมันปาล์มที่คาดว่าอินเดียจะนำมาใช้ในอนาคต&amp;rdquo; อธิบดีให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
​​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และเพื่อเป็นการขยายโอกาสส่งออกน้ำมันปาล์มของไทยรองรับอานิสงส์จากการลดภาษีนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบของอินเดีย กรมฯ ได้เตรียมแผนจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching) หรือ OBM สินค้าน้ำมันปาล์ม ในวันที่ 19 มกราคม 2564 โดยนอกจากน้ำมันปาล์มแล้ว กรมยังได้เตรียมจัดกิจกรรม OBM สินค้าประเภทอื่นๆ ระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้นำเข้าอินเดีย ภายใต้ชื่อกิจกรรม Sourcing for India ระหว่างวันที่ 18-22 มกราคม 2564 อาทิ ไม้ยางพาราและเฟอร์นิเจอร์ อาหารสัตว์เลี้ยง ของเล่นเด็ก เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ฮาลาล เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สายด่วน 1169&amp;rdquo; อธิบดีกล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86370</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมันปาล์มดิบ, ลดภาษี, สมเด็จ สุสมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd046864e319.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ.แจงรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบล็อตแรกครบตามกำหนด160,000ตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
พลังงาน ติดตามผลการรับซื้อและใช้น้ำมันปาล์มดิบ เพื่อผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกงเผยล็อตแรกรับซื้อครบแล้ว 160,000 ตัน &amp;nbsp;คาดล็อตใหม่ดำเนินการได้หมดภายในเดือนส.ค.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.62- นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ &amp;nbsp;รมว.พลังงาน &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังได้ตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าบางปะกง และร่วมสังเกตการตรวจสอบสภาพระบบท่อส่งและเตาเผาน้ำมันปาล์มดิบ &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;กฟผ. ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 160,000 ตัน นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง หน่วยที่ 3 จังหวัดฉะเชิงเทรา ในราคาที่โรงสกัดได้ซื้อทลายปาล์มสดจากเกษตรกรชาวสวนปาล์มในราคา 3.20 บาทต่อกิโลกรัม นั้น ได้มีการใช้น้ำมันปาล์มดิบมาผลิตไฟฟ้าได้ครบตามจำนวนแล้ว และได้รับรายงานจาก นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. ว่า ในที่24 มิ.ย.นี้จะหยุดการผลิตเป็นระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 10 วัน เพื่อตรวจสอบสภาพระบบท่อส่งและเตาเผาน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเป็นขั้นตอนของการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้น้ำมันปาล์มดิบล็อตใหม่ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบล็อตแรกครบตามจำนวน 160,000 ตัน และยังได้ดำเนินการเปิดรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มเติมอีก จำนวน 200,000 ตัน โดยมีโรงสกัดที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ยื่นเสนอขายรวม 66,250 ตัน และได้มีการส่งมอบน้ำมันเข้าคลังน้ำมัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนจะทยอยส่งมอบมายังโรงไฟฟ้าบางปะกง กฟผ. รู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์ม สำหรับการใช้น้ำมันปาล์มดิบมาผลิตไฟฟ้าในล็อตใหม่ คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้หมดภายในเดือนส.ค.2562&amp;nbsp;
นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ กฟผ. ได้ดำเนินการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2561 จำนวน 160,000 ตัน และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2562 จำนวน 200,000 ตัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบ ณ วันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 14.13 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 21 บาทต่อกิโลกรัม และราคาผลปาล์มปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.05 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 3.70 บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39337</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., น้ำมันปาล์มดิบ, พลังงาน, วิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย, ศิริ จิระพงษ์พันธ์, โรงไฟฟ้าบางปะกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d1091fd76ec0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GGC เดินหน้าส่งออก B100ยกระดับปาล์มไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GGC สนองตอบนโยบายทางภาครัฐในการเร่งดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในประเทศที่มีสต็อกสูง และเพื่อยกระดับราคาผลปาล์มให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์ม &amp;nbsp;ฟุ้งล่าสุดส่งออก B100 ไปจีน-ยุโรปแล้วกว่า 6,800 ตัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย. 62- นายเสกสรร อาตมางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC &amp;nbsp;ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล เปิดเผยว่า ในปี 2562 ทาง GGC สามารถดำเนินการส่งออก &amp;nbsp; เมทิลเอสเทอร์ หรือ B100 &amp;nbsp;(ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสกัดน้ำมันในปาล์ม) ผ่านทางเรือ (Bulk- Shipment) ไปแล้วกว่า 6,800 ตัน แบ่งเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน 4,300 ตัน และยุโรป 2,500 ตันเพื่อสนองตอบนโยบายทางภาครัฐในการเร่งดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในประเทศที่มีสต็อกสูง และเพื่อยกระดับราคา &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลปาล์มให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทยนั้น เมทิลเอสเทอร์ หรือ &amp;nbsp;B100 ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเมทิลเอสเทอร์สามารถใช้ผสมกับน้ำมันดีเซล เพื่อผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซลที่มีคุณภาพตามมาตรฐานยุโรป ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหล่อลื่น การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ยืดอายุการใช้งานแล้ว ที่สำคัญราคายังดึงดูดผู้บริโภค ช่วยลดมลพิษฝุ่นละอองทางอากาศ และลดภาระค่าใช้จ่ายค่าเชื้อเพลิงของประชาชนอีกด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;GGC จะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซลรายใหญ่อันดับ 1 ใน 3 ของประเทศแล้ว เรายังมุ่งมั่นในการเป็น Green Flagship ของกลุ่มจีซี &amp;nbsp;ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้เราจะได้พบกับ &amp;ldquo;นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์&amp;rdquo; หรือ NBC &amp;nbsp;ถือเป็น ไบโอคอมเพล็กซ์ และ Bio Hub แห่งแรกของไทยแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่งขณะที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างระยะที่ 1 เป็นโครงการก่อสร้างโรงหีบอ้อย &amp;nbsp;โรงผลิตเอทานอล &amp;nbsp;โรงผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการลงทุนต่อยอดการผลิตเคมีภัณฑ์และพลาสติกชีวภาพในระยะที่ 2 ที่ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยนำชานอ้อยมาสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;
เป็นผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาสที่ 1 ปี 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39332</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, น้ำมันปาล์มดิบ, น้ำมันไบโอดีเซล, บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC, บี100, ยุโรป, เมทิลเอสเทอร์, เสกสรร อาตมางกูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d108e1f2647b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการค้าภายในกำหนดราคารับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ2แสนตันกิโลละ16.25-16.50 บาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการค้าภายในกำหนดราคาให้ กฟผ. รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตไฟฟ้า 2 แสนตัน ในราคานำตลาดที่ 16.25-16.50 บาท หวังให้โรงสกัดรับซื้อผลปาล์มดิบจากเกษตรกรไม่ต่ำกว่ากิโลละ 2.50-3.00 บาท พร้อมประกาศเชิญชวนโรงสกัดยื่นเสนอขายได้ตั้งแต่วันนี้ ตั้งเป้าส่งมอบเสร็จภายในเดือนมิ.ย.นี้ ย้ำไม่มีผลทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่ม เหตุ กฟผ. จะรับภาระไว้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ค. 62 - นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มรอบ 2 โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงสกัดที่สมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 2 แสนตัน ว่า ขณะนี้กรมฯ ได้จัดส่งรายชื่อโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบที่ผ่านการตรวจสอบสต๊อกจำนวนกว่า 2 แสนตันให้กับ กฟผ. เพื่อใช้พิจารณาคัดเลือกโรงสกัดที่จะยื่นใบสมัครจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. แล้ว และยังจะตรวจสอบสต็อกของโรงสกัดที่ผ่านการคัดเลือกและทำผู้สัญญาซื้อขายกับ กฟผ. อีก 2 ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันปาล์มดิบที่เหมาะสม ที่กรมฯ กำหนดให้ กฟผ. รับซื้อจากโรงสกัดอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 16.25-16.50 บาท ซึ่งพิจารณาจากราคาส่งมอบ ณ กรุงเทพฯ รวมค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระของโรงสกัด โดยราคานี้ ทำให้โรงสกัดต้องซื้อผลปาล์มสดจากเกษตรกรกก.ละ 2.50&amp;ndash;3.00 บาท ใกล้เคียงกับต้นทุนของเกษตรกร อย่างไรก็ตามขอเชิญชวนโรงสกัดยื่นใบสมัครเพื่อจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ.ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และจะประกาศผลวันที่ 17 พ.ค. เซ็นสัญญาวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งจะได้รับเงินภายใน 7 วัน และตั้งเป้าดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนมิ.ย.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในส่วนกรณีที่มีข้อกังวลว่าการที่ กฟผ. รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตไฟฟ้าที่ราคานำตลาด และจะทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นจนกระทบต่อค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และกระทบทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นนั้น ขอยืนยันว่าไม่มีผลกระทบส่วนมาตรการอื่นๆ รัฐบาลได้กำชับให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน เร่งเพิ่มความต้องการน้ำมันปาล์มดิบ โดยในส่วนของกรมฯ จะส่งเสริมการบริโภคน้ำมันพืชปาล์มผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ เป้าหมาย 2,500&amp;ndash;5,000 ตัน ขณะที่กระทรวงพลังงาน ได้เร่งรัดการนำน้ำมันปาล์มดิบมาผลิตเป็น บี 20 และ บี 100 เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการใช้ได้ถึงปีละ 1.5 ล้านตัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35725</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., กรมการค้าภายใน, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, น้ำมันปาล์มดิบ, ผลิตไฟฟ้า, วิชัย โภชนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180627/image_mid_5b338233ab12a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ. ลงนามสัญญาซื้อขายน้ำมันปาล์มดิบ 83,000 ตัน กับผู้จำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ  ช่วยเหลือเกษตรกรแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ตามนโยบายรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รมว.พน.) เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาซื้อขายน้ำมันปาล์มดิบระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กับผู้จำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ จำนวน 22 ราย ในปริมาณรวม&amp;nbsp;83,000&amp;nbsp;ตัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ&amp;nbsp;โดยมีนางจินตนา ชัยวรรณาการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์ นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน นายยงยุทธ จันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. นายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง และผู้บริหาร กฟผ. ร่วมในพิธี&amp;nbsp;ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อาคาร ท.103&amp;nbsp;สำนักงานใหญ่ กฟผ. อ.บางกรวย จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29550</URL_LINK>
                <HASHTAG>(รมว.พน.), ซื้อขาย, ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, น้ำมันปาล์มดิบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6cf771bb3c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.พน. ลงพื้นที่โรงไฟฟ้าบางปะกง มั่นใจ กฟผ. นำน้ำมันปาล์มดิบมาผลิตไฟฟ้าได้ตามแผน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 ให้เดินเครื่องด้วยน้ำมันปาล์มดิบ โดยจะเริ่มทดสอบระบบภายในเดือนธันวาคม เพื่อให้สามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 62 ตามแผนที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รมว.พน.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 ให้เดินเครื่องด้วยน้ำมันปาล์มดิบ ที่โรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา โดยดูพื้นที่บริเวณถังน้ำมันที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันปาล์มดิบ ห้องควบคุมการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 และบริเวณท่าเรือรับน้ำมันปาล์มดิบ พร้อมทั้งรับฟังแผนการดำเนินงานจากผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทำให้มั่นใจได้ว่า กฟผ. มีการวางแผนงานที่ดี และมีทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและมีอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพจะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในการนำน้ำมันปาล์มดิบมาผลิตไฟฟ้าได้ตามที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ด้านนายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษก กฟผ. เปิดเผยถึงความคืบหน้าและแผนการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 ให้เดินเครื่องด้วยน้ำมันปาล์มดิบ ว่า กฟผ. ได้ปรับปรุงระบบเผาไหม้เชื้อเพลิงรับจ่ายน้ำมัน เช่น หัวจ่ายเชื้อเพลิง ( Burner ) ของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนหน่วยที่ 3 ให้พร้อมใช้น้ำมันปาล์มดิบร่วมกับก๊าซธรรมชาติในอัตราส่วน 50 : 50 โดยมีปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเดือนละ 30,000 ตัน ซึ่ง กฟผ. จะรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบในราคากิโลกรัมละ 18 บาท ณ ท่าเทียบเรือโรงไฟฟ้าบางปะกง ที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดหาจากเกษตรกรผู้ผลิตที่ลานเทและโรงสกัดขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่แหล่งผลิตที่สำคัญ เช่น จ.กระบี่ สุราษฎร์ธานี และชุมพร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับการขนส่งน้ำมันปาล์มดิบไปยังโรงไฟฟ้านั้น กฟผ. จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ใช้การลำเลียงทางเรือวันเว้นวัน ขนาดความจุลำละ 2 พันตัน นำขึ้นที่ท่ารับน้ำมันฝั่งศูนย์ฝึกอบรมบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จากนั้นจะใช้รถบรรทุกขนาด 20 ตัน ขนส่งจากท่ารับน้ำมันฯ ไปที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ระยะทาง 11 กิโลเมตร โดยขนส่ง 3 ช่วงเวลา คือ 05.00 &amp;ndash; 07.00 น. 09.00 &amp;ndash; 16.00 น. และ 19.00 &amp;ndash; 22.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ทั้งนี้ กฟผ. จะเริ่มทยอยรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นไป และคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันปาล์มดิบอย่างเป็นทางการได้ในวันที่ 15 มกราคม 2562 และจะสิ้นสุดโครงการในเดือนกรกฎาคม 2562 รวมระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งสิ้น 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22910</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์, นายพัฒนา แสงศรีโรจน์, น้ำมันปาล์มดิบ, บางปะกง, รมว.พน., รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รมว.พน.), โรงไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfd13082a780.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 23:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ไม่ผลิตB20เพิ่มแม้เสียงตอบรับดีหวั่นกระทบน้ำมันบริโภคราคาพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศิริ&amp;quot;แจงไม่ผลิต B20 เพิ่มถึงกระแสตอบรับดี ชี้เป็นการดูดซับซีพีโอส่วนเกินเท่านั้น หากผลิตเกินหวั่นกระทบน้ำมันใช้กินราคาพุ่ง พร้อมเผยสอบทุจริต &amp;quot;จีจีซี&amp;quot; ขอเวลา 3 วันรอผลสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ว่าการดำเนินมาตรการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลสัดส่วน 20% จนกลายมาเป็น B20 นั้น เพื่อช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) ส่วนเกินประมาณ 660,000 ตันต่อปี โดยมีเป้าหมายการจำหน่ายที่ 15 ล้านลิตรต่อวัน ทั้งนี้หลังจากออกประกาศไปมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าไม่สามารถที่จะเพิ่มกำลังการผลิต B20 ให้มากนี้ได้ เนื่องจากจะไปกระทบต่อปริมาณการใช้ซีพีโอในด้านอื่น ๆ ที่ปัจจุบันมีการใช้เพื่อบริโภคอยู่ 1 ล้านตันต่อปี และผลิตเป็นไบโอดีเซลอีก 1 ล้านตันต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การผลิตบี 20 เป็นมาตรการเพื่อออกมาดูดซับน้ำมันปาล์มดิบที่ล้นตลาดออกมาเท่านั้น หากมีการผลิตมากกว่าส่วนเกิน อาจจะทำให้ไปกระทบส่วนอื่น ๆ อย่างเช่นน้ำมันเพื่อการบริโภคที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากวัตถุดิบขาดตลาด ซึ่งกระทรวงก็ต้องติดตามต่อไปว่าจะให้ดำเนินการเป็นนโยบายระยะยาวหรือไม่&amp;quot;นายศิริ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นมีผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จำนวน 5 ราย ได้แก่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก บมจ.บางจาก , บมจ.ไออาร์พีซี บริษัท ซัสโก้ และบริษัท ซัสโก้ดีลเลอร์ ได้แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการเพื่อจำหน่ายน้ำมัน B20 ให้กับผู้ประกอบการรถบรรทุก จำนวน 24 ราย และเรือด่วน อีก 1 ราย ซึ่งกระทรวงพลังงาน คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายศิริ กล่าวถึงกรณีผู้บริหาร บริษัท โกลบอล กรีน เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีจีซี ยื่นหนังสือลาออก หลังพบวัตถุดิบคงคลังหายไป ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า ในจำนวนสินค้าดังกล่าวมีสต็อกน้ำมันปาล์มรวมอยู่ด้วยนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดังนั้นต้องรอผลการสรุปก่อนว่าสต็อกที่หายไปประกอบด้วยอะไรและมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง กระทรวงจึงขอใช้เวลา 2-3 วันในการติดตามข้อเท็จจริงก่อนจะแจ้งให้ทราบต่อไป แต่ยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการผลิต B20 แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า น้ำมัน B20 ได้รับการตรวจสภาพโดยกระทรวงพลังงานแล้ว พบว่าเหมาะกับรถที่มีเครื่องยนต์ประเภทยูโร 1-3 ซึ่งไม่มีนัยยะสำคัญต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ โดยเบื้องต้นมีเป้าหมายในการนำไปใช้กับรถขนส่งและรถโดยสาร 400,000 คันทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการใช้เฉพาะกลุ่มเท่านั้น โดยขณะนี้อยู่ในระยะเริ่มต้น ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้ก่อน เพราะยังไม่เกิดผลในการปฏิบัติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12616</URL_LINK>
                <HASHTAG>B20, น้ำมันดีเซลเกรดพิเศษ B20, น้ำมันปาล์มดิบ, ศิริ จิระพงษ์พันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9ba6c5fd1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
