<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำมันมะกอก..ทางเลือกเพื่อสุขภาพทุกวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงเวลาที่คนไทยยังคงต้องดูแลเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัยท่ามกลางการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 อยู่นี้ ผู้คนยังให้ความสำคัญกับการหันมาพัฒนาสุขภาพและการกระตุ้นภูมิคุ้มกันกันมากขึ้นด้วย ซึ่งนอกเหนือจากการรักษาระยะห่างทางสังคมและล้างมือบ่อยๆ แล้ว เรื่องของโภชนาการและการเลือกส่วนประกอบอาหารให้เหมาะสมก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนทุกวัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้โดยสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ American Heart Association&amp;nbsp; ได้เผยให้เห็นว่า น้ำมันมะกอกถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำอาหารที่มีประโยชน์ โดยผู้ที่รับประทานน้ำมันมะกอกเป็นประจำนั้น มีความเสี่ยงน้อยกว่าที่จะเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะไขมันในเส้นเลือดสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ รายงานจากโครงการ &amp;ldquo;อาหารไทย หัวใจดี&amp;rdquo; มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็แสดงให้เห็นว่าน้ำมันมะกอกนั้นจัดเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพเป็นอันดับต้นๆ อีกด้วย เพราะว่าสามารถช่วยในการลดความเสี่ยงต่อโรคที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดี เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากน้ำมันมะกอกมีโพลีฟีนอลอยู่สูง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวซึ่งสามารถช่วยลดความดันและความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังมีวิตามินอี วิตามินเค และโอเมก้าด้วย ดังนั้นจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สูงอายุจะต้องได้รับประโยชน์จากอาหารให้ได้มากที่สุดในช่วงภาวะโรคระบาดแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีเพียงแค่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์จากน้ำมันมะกอก เพราะว่า พญ. พรนิภา ศรีประเสริฐ กุมารแพทย์เจ้าของเพจ &amp;ldquo;เรื่องเด็กๆ by หมอแอม&amp;rdquo; ได้เผยว่าน้ำมันมะกอกนั้นยังเปี่ยมไปด้วยประโยชน์ต่อทารกที่มีอายุเกิน 6 เดือนขึ้นไปด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;น้ำมันมะกอกสูตรเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น มีส่วนประกอบของโอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 ในปริมาณใกล้เคียงกับน้ำนมแม่ รวมทั้งมีกรดลิโนเลอิกในปริมาณใกล้เคียงกัน ซึ่งช่วยในเรื่องของการสร้างระบบประสาทและพัฒนาการทางสมองของเด็กได้เป็นอย่างดี โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มใช้น้ำมันมะกอกในการประกอบอาหารให้แก่ลูกๆ ได้ตั้งแต่เมื่อพวกเขาเริ่มรับประทานอาหารแข็ง หรือเริ่มเคี้ยวได้&amp;rdquo; พญ. พรนิภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ พญ. พรนิภา ยังได้แบ่งปันประโยชน์ดีๆ จากน้ำมันมะกอกที่มีต่อลูกน้อยดังนี้ 1.บรรเทาอาการท้องผูก ลูกน้อยโตขึ้นทุกวัน และร่างกายก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อาการท้องผูกอาจจะเป็นปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอ แต่สามารถแก้ได้ไม่ยาก โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถนำน้ำมันมะกอกมาประกอบอาหารเพื่อช่วยระบบขับถ่าย หรืออีกหนึ่งวิธี คือการนำน้ำมันมะกอกอุ่นๆ มาลูบเบาๆ ไปตามเข็มนาฬิกาบริเวณหน้าท้องของลูกก็ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.บรรเทาอาการไอ น้ำมันมะกอกมีส่วนประกอบทางธรรมชาติที่สามารถช่วยบรรเทาอาการไอได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติด้วย คุณพ่อคุณแม่สามารถบรรเทาอาการไอของลูกน้อยและทำให้เขาหลับง่ายขึ้นได้ โดยการผสมน้ำมันมะกอกเพียง 3-4 ช้อนชา กับน้ำมันธรรมชาติอื่นๆ เช่น น้ำมันเปปเปอร์มิ้นท์ หรือน้ำมันยูคาลิปตัส แล้วนำมาลูบบริเวณหน้าอกและหลังของลูกน้อยก่อนนอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ย่อมอยากที่จะให้ลูกน้อยมีผิวที่ชุ่มชื่นผ่านการดูดซึมสารที่มีประโยชน์ เพื่อจะได้รู้สึกสบายอยู่ตลอดเวลา แต่ทุกวันนี้ลูกน้อยในหลายๆ บ้านอยู่ในห้องแอร์หรือโดนพัดลมเป่าอยู่เป็นประจำ ซึ่งทำให้ผิวแห้งและแพ้ง่าย น้ำมันมะกอกนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินต่างๆ ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นสารให้ความชุ่มชื่นตามธรรมชาติที่เหมาะกับทุกวัย รวมถึงทารกที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนด้วย พญ. พรนิภา แนะนำให้ทาน้ำมันมะกอกสูตรเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นเล็กน้อยลงบนผิว เพื่อลดอาการแห้งกร้าน และช่วยให้เด็กๆ ผ่อนคลาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110888</URL_LINK>
                <HASHTAG>American Heart Association, กระตุ้นภูมิคุ้มกัน, คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, น้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ, น้ำมันมะกอก, น้ำมันมะกอกสูตรเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น, ประโยชน์ต่อทารก, มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา, ส่วนประกอบอาหาร, อาหารไทย หัวใจดี, เกิดโรคหัวใจ, เรื่องเด็กๆ by หมอแอม, เสี่ยงน้อย, โภชนาการ, โรคความดันโลหิตสูง, โอเมก้า 3, โอเมก้า 6</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fac81519317.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริโภคอาหารเหมาะสม ช่วยสุขภาพดีห่างไกลโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อครั้งที่เรายังหนุ่มสาวนั้น เราสามารถกินพิซซ่าและไอศกรีมได้เท่าที่เราต้องการ แต่เมื่ออายุของเราเข้าสู่เลข 5 นำหน้าแล้วละก็ เราอาจจะต้องบอกลาอาหารขยะเหล่านี้ เพราะนั่นอาจเป็นสาเหตุของผมหงอกและริ้วรอยก่อนวัยได้นั่นเอง เพราะเมื่อเข้าสู่วัยกลางคน ระบบการเผาผลาญในร่างกายของเราก็จะทำได้ลดน้อยลง ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายของเราสูญเสียฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือฮอร์โมนเพศหญิง รวมถึงฮอร์โมนชนิดอื่นๆ ด้วยเช่นกัน และแม้คนวัยเลข 5 จะยังคงต้องทำงานควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั้น แต่ดูเหมือนว่าไลฟ์สไตล์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลดีกับสุขภาพของเรามากนั้น ดังนั้นบรรทัดข้างล่างต่อไปนี้เป็นสิ่งที่คนหลัก 5 จะต้องทำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันแห่งชาติเพื่อผู้สูงอายุได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความฉลาดในการเลือกกินอาหารที่ดีเพื่อช่วยให้มีสุขภาพที่ยืนยาว เพื่อนำมาเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ โดยข้อความดังกล่าวนั้นมุ่งเน้นไปที่การบริโภคอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการที่สูงเช่นเดียวกัน นั่นจะช่วยทำให้ร่างกายเกิดภาวะสมดุล ซึ่งดีกว่าการกินยารักษาโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน &amp;ldquo;อนิตา ดั๊ก&amp;rdquo; เจ้าของสถาบันให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ Anita Dock Nutrition Counseling ได้ให้คำแนะนำกับผู้หญิงในวัยเลข 5 ไว้น่าสนใจ โดยเฉพาะการมุ่งเน้นบริโภคโปรตีน หรือโปรตีนคลีนๆ (เช่น ปลาเนื้อขาว, อกไก่, สันในหมู, ไข่ขาวหรือเต้าหู้ หรือโปรตีนจากแหล่งโปรตีนที่ดีถึง 3 ชนิด นั่นคือ เนื้อปลาทะเล, ถั่วเหลืองสกัด และไข่ขาว) รวมถึงผักหลากสีให้ได้มากที่สุด กระทั่งได้เป็นข้อสรุปอีก 5 ข้อที่ผู้หญิงอายุ 50 ปีไม่ควรกินหรือควรหลีกเลี่ยง เช่น ไส้กรอกทอด เบคอนทอด ซึ่งมีทั้งไขมันและโซเดียมสูง ซึ่งนั่นเป็นอาหารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ที่สำคัญยังเป็นกลุ่มของอาหารที่ได้รับการวิเคราะห์แล้วว่ามีประโยชน์หรือสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายค่อนข้างน้อย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงกันข้ามสำหรับผู้หญิงในกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปนั้น ควรบริโภคผัก โปรตีน และกินอาหารที่มีโซเดียมหรือความเค็มต่ำ และต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง แต่ถ้าหากคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาหารในกลุ่มที่กล่าวมาได้ เนื่องจากหารับประทานได้ค่อนข้างสะดวก ก็ควรเพิ่มการบริโภคผักสดลงไปในเมนูดังกล่าวให้มากที่สุด เช่น เมนูสเต๊กไก่กินกับผัดสด หรืออาหารแช่แข็งกลุ่มลาซานญา ที่มีส่วนผสมของผักอยู่ในอาหาร กระทั่งอาหารที่ต้องรับประทานอย่างรวดเร็ว หรือต้องบริโภคเป็นคำๆ เช่น แฮมเบอร์เกอร์ที่มีผักสดสอดแทรกอยู่ เป็นต้น แต่ถ้าจะให้ดีต่อสุขภาพนั้น คุณไม่ควรบริโภคอาหารแช่แข็งบ่อยเกินไป แต่ถ้าจะต้องกินก็ขอให้กินอาหารแช่แข็งในกลุ่มที่มีปริมาณแคลอรีน้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนไขมันทั้งหมด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อาหารในกลุ่มของโปรตีนอัดแท่งเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปอย่างหนักจึงทำให้มีน้ำตาลสูง หรือการที่หลายคนกินโปรตีนที่สกัดได้จากถั่วเหลือง ที่รู้จักกันดีในนามโปรตีนไอโซเลต (โปรตีนไอโซเลต เป็นโปรตีนที่ได้จากพืชหรือสัตว์ นำมาสกัดและทำให้บริสุทธิ์ จะมีโปรตีนประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เช่น โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง (soy protein isolate)) ที่บางครั้งถั่วเหลืองที่นำมาสกัดนั้นอาจจะถูกพ่นด้วยยาฆ่าแมลงเพื่อกำจัดศัตรูพืช ก็เป็นไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหารแนะนำสำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ได้แก่ เนื้อปลา ที่มีกรดไขมันจำเป็นต่อร่างกาย เช่น โอเมกา 3 ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าสามารถป้องกันโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง อีกทั้งป้องกันโรคไขข้ออักเสบ รองลงมาเป็น ผลบลูเบอร์รีสด ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและเส้นใยอาหารสูง สามารถปกป้องเซลล์ในร่างกายของคุณ จากอนุมูลอิสระ หรือสารก่อโรคมะเร็งที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและโรคหัวใจ ที่ขาดไม่ได้คือ โยเกิร์ต ซึ่งเป็นแหล่งของโปรตีนแคลเซียมและโปรไบโอติกสูง รวมถึง เนยอัลมอนด์ รสดั้งเดิม ที่มีส่วนผสมของโฟเลตสูง วิตามินซี วิตามินเค แคลเซียม เหล็ก โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ รวมถึงไฟเบอร์ และยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ซึ่งเป็นไขมันเชิงเดี่ยวที่ดีต่อสุขภาพ ที่จะช่วยลดระดับไขมันที่ไม่ดีในร่างกาย ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง และยังเป็นยาแก้อักเสบไปในตัวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลาดไม่ได้สำหรับ น้ำมันมะกอก ที่มีวิตามินซี วิตามินเค แคลเซียม เหล็ก โพแทสเซียม สารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ และไฟเบอร์ พวงมะเขือเทศแสนสวย จะอุดมไปด้วยเบตากลูแคน ทองแดง, โพแทสเซียม, แมกนีเซียม, สังกะสี และวิตามินบี รวมถึงไฟเบอร์ พวกมันยอดเยี่ยมสำหรับการเสริมภูมิคุ้มกันและทำให้สมองของคุณแข็งแรง ปิดท้ายกันที่ บร็อกโคลี เป็นหนึ่งในผักตระกูลกะหล่ำ และเราที่รู้จักกันดีในการป้องกันโรคมะเร็งและป้องกันความเสียหายของเซลล์ พวกเขามีสาร sulforaphane ซึ่งเป็นสารที่ช่วยชะลอวัย อีกทั้งสารนี้ยังสามารถปรับปรุงระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีวิตามินเค วิตามินซี โฟเลต โพแทสเซียม และไฟเบอร์สูง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72567</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, น้ำมันมะกอก, บร็อกโคลี, เนยอัลมอนด์, โยเกิร์ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d73f601491.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วใจ..ต้องพิถีพิถัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วิถีของผู้สูงวัยนั้นต้องพิถีพิถันกับการเลือกใช้น้ำมันพืชให้เหมาะสมกับวิธีการปรุงอาหาร เพื่อการดูแลหัวใจให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อยู่กับเรานานๆ นะคะ นั่นคือ ควรเลือกใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง สำหรับผัด หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ ซึ่งส่วนใหญ่พบได้ในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และอาหารทอดซ้ำ รับประทานอาหารรสชาติอ่อนเค็ม ไม่ควรเติมเครื่องปรุงที่มีรสเค็มต่างๆ เช่น ซีอิ๊วขาว น้ำปลา เกลือ น้ำมันหอย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35349</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันมะกอก, เล็กๆน้อยๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำมันมะกอกดีต่อสมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น้ำมันมะกอกถือเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพและมักถูกนำมาปรุงอาหาร&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;เพื่อสุขภาพมากมาย ซึ่งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่อยู่ในน้ำมันมะกอกนั้น ก็ช่วยช&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;ะลอความการเสื่อมสภาพของสมองตามวัยได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32210</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมันมะกอก, เล็กๆน้อยๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
