<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สนธิรัตน์’ดันดีเซลB10 ซับปาล์ม ลดฝุ่น ประหยัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สนธิรัตน์ดีเดย์ปี 63 ดันดีเซล B10 น้ำมันเกรดมาตรฐาน รากฐานพลังงาน &amp;quot;ซับปาล์ม-ปลอดฝุ่น-ประหยัด&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวระหว่างลงพื้นที่ติดตามการดำเนินนโยบายกำหนดน้ำมันดีเซล B10 ให้เป็นน้ำมันเกรดมาตรฐาน เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ว่า ถือเป็นย่างก้าวสำคัญของรากฐานด้านพลังงานในสังคมไทย ที่รัฐบาลขับเคลื่อนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 เป็นต้นไป น้ำมันดีเซล B10 จะเป็นหนึ่งในน้ำมันเกรดมาตรฐาน ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานไทย 4 ด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ 1.สร้างสมดุลปาล์มน้ำมันในประเทศทั้งระบบ ราคาปาล์มมีเสถียรภาพ ตามที่สัญญาไว้ก่อนเลือกตั้ง &amp;nbsp;2.ช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) คิดเป็น 2 ใน 3 ของกำลังการผลิต CPO ในไทย และลดปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียม 3.ช่วยลดมลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ และ 4.ประชาชนจะได้ใช้น้ำมันราคาถูกลงและมีคุณภาพมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;นี่คือหมุดหมายสำคัญด้านพลังงานของประเทศไทยที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบในการหันมาใช้ดีเซล B10 แทนที่ B7 พร้อมกันทั้งประเทศ ซึ่งกระรวงพลังงานยืนยันว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ดีเซล B10 จะมีความพร้อมจำหน่ายในทุกสถานี เพื่อบริการพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน&amp;quot; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การผลักดันดังกล่าวจะทำให้เกิดประโยชน์แก่รถยนต์ที่รองรับน้ำมันดีเซล B10 จำนวน 5.3 ล้านคัน หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของรถที่รองรับน้ำมันดีเซลทั้งหมด จึงคาดการณ์ว่าจะมีการใช้ไม่น้อยกว่า 7 ล้านลิตรต่อวัน จากสถานีจำหน่ายที่ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 ได้ขยายถึงกว่า 500 สถานี และจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าเมื่อถึงกลางปี 2563 ปริมาณการจำหน่ายจะสูงขึ้นถึงประมาณ 57 ล้านลิตรต่อวัน ช่วยลดการปล่อยมลพิษ ลดฝุ่นละอง (PM) ได้ประมาณ 15% และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ประมาณ 5% นอกจากนี้ยังช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าเชื้อเพลิงไปได้อีก 2 บาทต่อลิตร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53719</URL_LINK>
                <HASHTAG>B10, ซับปาล์ม, น้ำมันเกรดมาตรฐาน.รากฐานพลังงาน, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0df88c2dc3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
