<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรบ. แจงน้ำมันแพงเหตุราคาตลาดโลกขยับตัวสูงขึ้น เผยนายกฯห่วงสั่งหามาตรการช่วยปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น สาเหตุมาจากความต้องการใช้พลังงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นหลังจากทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่มีการปรับขึ้น ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยในเรื่องนี้ จึงสั่งการให้ติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด โดยคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน มีมาตรการบรรเทาผลกระทบของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่ปรับตัวสูงขึ้น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของ B7 จาก 1 บาท เหลือเพียง 1 สตางค์ ส่งผลให้ B7 มีราคาอยู่ที่ 30.29 บาท/ลิตร ซึ่งมาตรการนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 5 ต.ค. 2564 เป็นต้นไป และ 2.ปรับลดสัดส่วนไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จากเดิมมีการผสมอยู่ 3 สัดส่วน คือ ร้อยละ 7 (บี7) ร้อยละ 10 (บี10) และร้อยละ 20 (บี20) ให้เหลือ 2 สัดส่วน คือ สัดส่วนร้อยละ 6 (บี6) และร้อยละ 20 พร้อมทั้งเห็นชอบค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา บี6 เท่ากับ 1.40 บาทต่อลิตร เพื่อใช้อ้างอิงในการกำกับดูแลความเหมาะสมของราคาขายปลีก ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซล B6 จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 28.29 บาท/ลิตร ในช่วงระหว่างวันที่ 11-31 ต.ค. 2564 และในระหว่างนี้จะมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกำหนดมาตรการในระยะต่อไป ทั้งหมดนี้ คิดเป็นมูลค่าการชดเชยตามมาตรการดังกล่าวนี้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันสถานะเงินกองทุนฯ อยู่ที่ 11,000 ล้านบาท ยังคงเพียงพอที่จะนำมาช่วยเหลือ นอกจากนี้ที่ผ่านมาได้ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ เพื่อชดเชยราคาขายปลีก LPG สำหรับถังขนาด 15 กิโลกรัม อยู่ที่ 318 บาทต่อถัง (ไม่รวมค่าขนส่ง) ต่อเนื่องจนวันที่ 31 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ราคาขายน้ำมันแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับนโยบายของประเทศนั้นๆ แต่ละประเทศมีมาตรการภาษี ระบบการเก็บเงินเข้ากองทุนหรืออุดหนุนราคาพลังงานที่แตกต่างกัน ราคาหน้าโรงกลั่น ค่าเงินบาท ซึ่งความจริงแล้วราคาน้ำมันในปัจจุบันไม่ได้สูงไปกว่ารัฐบาลก่อนตามที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาแสดงความเห็นเรื่องภาษีน้ำมันสรรพสามิตในรัฐบาลก่อน แต่บริบทที่เปลี่ยนไปมีความแตกต่างต่อการบริหารประเทศอยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือในหลายแนวทาง และต้องมีการบริหารการเงินการคลังให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันระหว่างประเทศไทยและประเทศอื่นๆ พบว่า ประเทศไทยไม่ได้ขายน้ำมันแพงที่สุดในโลก ราคาน้ำมันเบนซินอ้างอิง ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2564 ประเทศไทยขายอยู่ที่ 31.15 บาท/ลิตร กัมพูชา 37.22 บาท/ลิตร และสิงคโปร์ 63.79 บาท/ลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลอ้างอิง ณ วันที่ 4 ตุลาคม เช่นกัน ประเทศไทยขายอยู่ที่ 28.29 บาท/ลิตร กัมพูชา 30.19 บาท/ลิตร และสิงคโปร์ 51.87 บาท/ลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่นายพิชัยระบุว่า รัฐบาลควรลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 5 บาท/ลิตร โดยเปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาลยิ่งสักษณ์ที่จัดเก็บอัตราภาษีน้ำมันดีเซลเพียงลิตรละ 0.005 บาท/ลิตรนั้น เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันดิบโลกอยู่ที่ 77.30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล (ข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2564) ต่างจากสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งสักษณ์ ชินวัตร ที่เคยสูงประมาณ 106.86 เหรียญหรัฐ/บาร์เรล (เดือนสิงหาคม 2554) ในขณะนั้นจึงต้องมีการลดอัตราภาษีน้ำมันและเงินนำส่งเข้ากองทุนลดลง ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องลดอัตราภาษีลง แต่รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์น้ำมันอย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีที่นายพิชัยระบุว่า รัฐบาลเอาคนที่ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจมาบริหารเศรษฐกิจถึงได้ล้มเหลวนั้น ต้องชี้แจงให้เข้าใจว่า เพราะท่านนายกฯ ทราบดี จึงต้องการให้คนที่เข้าใจปัญหาเศรษฐกิจดีมาช่วยบริหารประเทศ ทำให้ไม่มีชื่อของนายพิชัยอยู่ในลิสต์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านนายกฯ มีความห่วงใย จึงเร่งรัดทุกฝ่ายติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้กระทรวงพลังงานเตรียมมาตรการรับมือเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนอยู่เสมอ ทั้งเรื่องราคา LPG การรักษาค่า FT ในส่วนของค่าไฟฟ้า และดูแลเกษตรกรให้ยังได้รับผลประโยชน์จากการผลิตปาล์มน้ำมัน รวมทั้งผู้ผลิตยังสามารถส่งออกน้ำมันปาล์มได้อย่างต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลมีเจตนารมณ์สำคัญที่จะบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ให้คนไทยในฐานะผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด&amp;rdquo; นายธนกร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118971</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นราคาน้ำมัน, ธนกร วังบุญคงชนะ, น้ำมันแพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613752f672877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;เดือด! ทุนสามานย์ต้นเหตุน้ำมันแพง จ่อทวงคืนราคาเป็นธรรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ&amp;nbsp;#น้ำมันแพง&amp;nbsp;ว่า &amp;quot;มีประชาชนหลายท่าน ติดต่อผมมาให้ช่วยตรวจสอบเรื่องราคาน้ำมัน ผมยืนยันว่า ราคาสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ราคาไฟฟ้า ประปา (ต้องดื่มได้) อินเตอร์เน็ต น้ำมัน แก๊สหุงต้ม ต้องมีราคาที่เป็นธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่าที่เราตรวจสอบเบื้องต้น มีกระบวนการของทุนสามานย์ เข้ามาครอบงำ ทำให้มีการบิดเบือนโครงสร้างของราคา ในสาธารณูปโภคเหล่านี้ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบที่เรียกว่า แพงจนชิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเรายืนยันว่า จะเข้าไปจัดการกับสิ่งเหล่านี้ เพื่อคืนราคาที่เป็นธรรมให้กับประชาชน ขอเวลาให้ผมเคลียร์เรื่องดาวเทียมให้จบ เพื่อเป้าหมายอินเตอร์เน็ต คุณภาพดีและราคาถูกลง จึงจะเข้ามาจัดการปัญหาเหล่านี้ทีหลังครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118700</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุนสามานย์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, น้ำมันแพง, ไทยภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a7972e59d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดกรุงปารีสรับมือ &#039;ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง&#039; ชุมนุมวันเสาร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝรั่งเศสประกาศปิดหอไอเฟล, พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ และร้านค้าบนถนนฌ็องเซลีเซในกรุงปารีสวันเสาร์ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การชุมนุมที่อาจบานปลายเป็นจลาจลรุนแรงเหมือนเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว รัฐบาลเตรียมกำลังตำรวจ 89,000 นายเตรียมพร้อมระงับเหตุทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้คนเดินอยู่ด้านล่างของหอไอเฟล วันที่ 2 พ.ย. 2561 ฝรั่งเศสประกาศปิดหอไอเฟลไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค. / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม กล่าวว่า การชุมนุมประท้วงของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อกั๊กสีเหลืองที่ต่อต้านนโยบายขึ้นภาษีเชื้อเพลิงของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ซึ่งเกิดขึ้นติดต่อกันหลายเสาร์ เกิดความรุนแรงถึงขั้นจลาจลครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปีของกรุงปารีสเมื่อวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้รัฐบาลยอมรอมชอมด้วยการระงับการขึ้นภาษีเชื้อเพลิงและขึ้นราคาน้ำมันและก๊าซต้นปีหน้าไว้ก่อนชั่วคราว แต่ทางการฝรั่งเศสยังหวั่นเกรงว่า การนัดชุมนุมอีกในวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคมนี้ จะเกิดความรุนแรงซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยรายหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เจ้าหน้าที่รัฐกำลังเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์รุนแรงวันเสาร์นี้ เนื่องจากสิ่งบ่งชี้ที่ผู้ประท้วงทั้งฝ่ายขวาจัดและซ้ายจัดกำลังวางแผนจะชุมนุมกันในกรุงปารีส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเจ้าหน้าที่กลัวกันว่าการชุมนุมของผู้คนเหล่านี้จะมีพวกอันธพาลปะปนมาก่อจลาจลและปล้นสะดมด้วย แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คริสตอฟ กัสตาเนร์ รัฐมนตรีมหาดไทย (กลาง) แถลงข่าวพร้อมกับผู้บัญชาการตำรวจและรัฐมนตรีร่วมกระทรวง เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ เอดัวร์ ฟีลิป กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมมาตรการ &amp;quot;พิเศษ&amp;quot; สำหรับการควบคุมฝูงชน โดยจะวางกำลังตำรวจ 8,000 นายในกรุงปารีส พร้อมกับยานหุ้มเกราะ 12 คัน ซึ่งไม่เคยนำมาใช้ปฏิบัติภารกิจในเมืองมาก่อนนับจากเหตุการณ์วัยรุ่นก่อจลาจลในเมืองเมื่อปี 2558 เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์รุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟีลิปกล่าวย้ำข้อเรียกร้องของเขาที่ขอให้ใช้ความสงบ โดยในคำให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ช่วงไพรม์ไทม์เขาแจ้งว่า รัฐบาลพร้อมจะพิจารณาทุกๆ มาตรการที่จะช่วยเพิ่มอำนาจในการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเตรียมพร้อมรับมือในครั้งนี้ ทางการฝรั่งเศสได้เพิ่มกำลังตำรวจทั่วประเทศเป็น 89,000 นาย มากกว่าสุดสัปดาห์ที่แล้ว 24,000 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้รัฐบาลจะยอมถอยด้วยการระงับมาตรการภาษีแล้ว แต่ขบวนการเคลื่อนไหว &amp;quot;เสื้อกั๊กเหลือง&amp;quot; ยังไม่มีวี่แววจะรามือ และทำให้ตำรวจได้ออกคำเตือนให้ธุรกิจร้านค้าที่อยู่ใกล้และอยู่บนถนนฌ็องเซลีเซปิดทำการในวันเสาร์ และให้ปิดบังกระจกหน้าต่างร้านรวมถึงเก็บเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ด้านนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ตำรวจปราบจลาจลยืนอยู่กลางซากความเสียหายของภัตตาคารลาเบลอามีในกรุงปารีส ที่ตกเป็นเหยื่อการปล้นสะดมระหว่างการจลาจลเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปิดธุรกิจร้านค้าในย่านท่องเที่ยวอันโด่งดังของกรุงปารีสซึ่งเป็นสุดสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน น่าจะทำให้สูญเสียรายได้นับหมื่นๆ ยูโร นอกจากร้านค้า หอไอเฟล, พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์และออร์แซ, โรงอุปรากรทั้งการ์นีเยและบาสตีย์ ต่างปิดในวันเสาร์ เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ หลายแห่งในกรุงปารีส แม้แต่การแข่งขันฟุตบอลลีกเอิงของฝรั่งเศสก็ต้องเลื่อนถึง 6 คู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงของคนเสื้อกั๊กเหลืองเริ่มต้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน เพื่อต่อต้านมาตรการขึ้นภาษีเชื้อเพลิง แต่การชุมนุมขยายการประท้วงเป็นการต่อต้านนโยบายหนุนหลังภาคธุรกิจและรูปแบบการบริหารประเทศของประธานาธิบดีมาครง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ รถยนต์โดนจับพลิกแล้วจุดไฟเผาระหว่างการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อกั๊กเหลืองที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสำรวจความคิดเห็นประชาชนในสัปดาห์ที่ผ่านมาเผยให้เห็นว่า ประชาชนในวงกว้างให้การสนับสนุนผู้ประท้วง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเมืองเล็กๆ และเมืองในชนบทของฝรั่งเศส โดยมีถึง 72% สนับสนุนการชุมนุมถึงแม้จะเกิดเหตุรุนแรงเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวของผู้ประท้วงกลุ่มนี้จะกระตุ้นให้มีการประท้วงด้านอื่นๆ ตามมา โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการยกเครื่องการจัดสอบและการกำหนดคุณสมบัติการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เข้มงวดขึ้น กลุ่มเกษตรกรก็เรียกร้องให้จัดการชุมนุมทุกวันในสัปดาห์หน้า และสหภาพคนขับรถบรรทุก 2 แห่งวางแผนจะนัดหยุดงานอย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่คืนวันอาทิตย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23753</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นภาษี, จลาจล, น้ำมันแพง, ปารีส, ปิดกรุงปารีส, ฝรั่งเศส, ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181207/image_mid_5c0a880fa44db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 22:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 22:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอมม็อบเสื้อกั๊กเหลือง ฝรั่งเศสระงับแผนขึ้นภาษีน้ำมัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลฝรั่งเศสยอมจำนนต่อ &amp;quot;ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง&amp;quot; ที่ก่อจลาจลเผากรุงปารีสครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประกาศระงับการขึ้นภาษีเชื้อเพลิงที่เดิมจะมีผลต้นปีหน้าไว้ชั่วคราวนาน 6 เดือน และระงับการขึ้นราคาน้ำมันและก๊าซไว้ก่อน 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก AFP TV นายกฯ เอดัวร์ ฟีลิป แถลงเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ เอดัวร์ ฟีลิป ของฝรั่งเศส แถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2561 ว่ารัฐบาลจะระงับแผนการปฏิรูปภาษีซึ่งเดิมจะเริ่มมีผลวันที่ 1 มกราคม 2562 โดยแผนการขึ้นภาษีที่จะส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแพงขึ้นจะถูกระงับไว้เป็นเวลา 6 เดือน ส่วนแผนการขึ้นราคาก๊าซและไฟฟ้าจะระงับไว้ชั่วคราว 3 เดือนระหว่างฤดูหนาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การขึ้นภาษีไม่ควรเป็นภัยต่อเอกภาพของคนในชาติ และความโกรธแค้นของประชาชนที่ออกมาชุมนุมประท้วงตามท้องถนนนั้นมีที่มาจากความอยุติธรรมที่หยั่งลึก จากความรู้สึกของคนทำงานที่ไม่สามารถมีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากระงับการขึ้นภาษีแล้ว ฟีลิปยังประกาศระงับการบังคับใช้การประเมินสภาพรถยนต์อย่างเข้มงวด ซึ่งกำหนดบทลงโทษหนักแก่ผู้ใช้รถยนต์เก่าที่ปล่อยมลพิษไว้ก่อนเป็นเวลา 6 เดือนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า มาตรการเหล่านี้เป็นความพยายามของรัฐบาลฝรั่งเศสเพื่อลดความโกรธแค้นของคนรากหญ้ารายได้ต่ำที่ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในเมืองเล็กๆ และในชนบทของฝรั่งเศส ซึ่งได้ปิดถนนหลายสายและชุมนุมกันมายาวนานกว่า 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงที่กรุงปารีสเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาบานปลายเป็นการก่อจลาจลครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปีของเมืองหลวงแห่งนี้ มีรถยนต์ถูกเผาทำลายมากกว่า 200 คัน และประตูชัยโดนพวกมือบอนฉีดพ่นเปรอะไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟีลิปกล่าวว่า ผู้ประท้วงและรัฐบาลมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ การทำงานต้องได้ค่าตอบแทน เขายอมรับด้วยว่า ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่เก็บภาษีสูงที่สุดในยุโรป &amp;quot;หากภาษีลดลง การใช้จ่ายภาครัฐก็ต้องลดลงตาม&amp;quot; เขาเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายกฯ ผู้นี้ก็ประณามความรุนแรงในกรุงปารีสเมื่อสุดสัปดาห์ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ทำงานกันสุดกำลัง &amp;quot;หากยังมีการนัดชุมนุมประท้วงอีกวัน ก็ต้องมีการประกาศให้ทราบล่วงหน้าและต้องดำเนินอย่างสงบด้วย&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองถือธงชาติฝรั่งเศสยืนอยู่กลางต้นกลางคริสต์มาสขณะร่วมการประท้วงต่อต้านน้ำมันแพงและค่าครองชีพสูง ที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยอมถอยระงับมาตรการภาษีที่ไม่ได้รับความนิยมนี้ ถือเป็นการจำนนต่อเสียงคัดค้านของประชาชนเป็นครั้งแรกของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ผู้ที่สร้างภาพพจน์ความเป็นนักปฏิรูปทางเศรษฐกิจที่เด็ดเดี่ยวและไม่ยืดหยุ่น แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามาตรการเหล่านี้จะบรรเทาความโกรธแค้นของม็อบที่พากันชุมนุมตามท้องถนนมาหลายสุดสัปดาห์ติดต่อกันหรือไม่ แต่ทั้งแกนนำม็อบเสื้อกั๊กเหลืองและพรรคฝ่ายค้านต่างบอกแล้วว่าพวกเขายังไม่หนำใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบ็งฌาแม็ง คอชี หนึ่งในแกนนำม็อบเสื้อกั๊กเหลือง กล่าวว่า ชาวฝรั่งเศสไม่ต้องการเศษขนมปังป่น พวกเขาต้องการขนมปังก้อนใหญ่ทั้งก้อน แต่เขาเห็นด้วยว่ามาตรการนี้เป็น &amp;quot;ก้าวแรก&amp;quot; ที่จะนำไปสู่การกระจายความมั่งคั่งในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มารีน เลอ แปน ผู้นำฝ่ายค้านแนวทางขวาจัดซึ่งสนับสนุนขบวนการรากหญ้านี้ กล่าวทางทวิตเตอร์ว่า ผู้ประท้วงต่อต้านให้รัฐบาลยกเลิกการขึ้นภาษีเชื้อเพลิง ไม่ใช่แค่การระงับชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมของม็อบเสื้อกั๊กเหลือง ซึ่งมาจากเสื้อฉุกเฉินสีเหลืองสะท้อนแสงที่กฎหมายฝรั่งเศสบังคับให้รถทุกคันต้องมีติดรถ เริ่มต้นจากการแสดงความไม่พอใจผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อเดือนตุลาคม ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการขึ้นภาษี ควบคู่กับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และให้รื้อฟื้นมาตรการเก็บภาษีคนมีรายได้สูงที่มาครงยกเลิกไปเมื่อปีที่แล้ว ตามนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานด้วยการลดภาษีผู้ประกอบการและคนมีรายได้สูง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23519</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมันแพง, ฝรั่งเศส, ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง, ระงับขึ้นภาษี, เอดัวร์ ฟีลิป, เอมมานูเอล มาครง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181204/image_mid_5c069fd350598.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปารีสระอุ ตร.สลาย &#039;ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง&#039; เผาฌ็องเซลีเซ ต้านน้ำมันแพง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรุงปารีสของฝรั่งเศสอบอวลด้วยควันไฟและแก๊สน้ำตาเมื่อวันเสาร์ กลุ่มผู้ประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองต่อต้านราคาน้ำมันแพงชุมนุมขับไล่รัฐบาล เผาเครื่องกีดขวางกลางถนนฌ็องเซลีเซ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ประณามม็อบน่าละอาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองโยนรถจักรยานเข้ากองเพลิงที่ด้านหน้าประตูชัย บนถนนฌ็องเซลีเซ กลางกรุงปารีส ระหว่างการประท้วงก่อความวุ่นวายเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ประท้วงซึ่งใช้เสื้อกั๊กสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวต่อต้านราคาน้ำมันแพงและการขึ้นภาษี ได้นัดชุมนุมใหญ่ทั่วฝรั่งเศสเมื่อวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561 เป็นสุดสัปดาห์ที่ 2 การประท้วงครั้งนี้มีจุดรวมความสนใจอยู่ที่จลาจลใจกลางกรุงปารีส เมื่อผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจที่ขัดขวางไม่ให้ผู้ชุมนุมที่มีราว 5,000 คนเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบประธานาธิบดีผ่านถนนฌ็องเซลีเซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ผู้ประท้วงได้จัดวางสิ่งกีดขวางในบางจุด และทำลายสัญญาณไฟจราจรและป้ายถนน ระหว่างการปะทะกับตำรวจ ผู้ประท้วงได้จุดไฟเผารถและสิ่งกีดขวาง เกิดเป็นภาพจลาจลที่ย้อนให้นึกถึงการก่อความไม่สงบเมื่อปี 2511 หรือการก่อจลาจลตามท้องถนนกลางทศวรรษที่ 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสตอฟ กัสตาเนร์ รัฐนตรีมหาดไทยและตำรวจกรุงปารีส เปิดเผยว่า ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้ 130 คน โดยจับได้ที่ปารีส 69 คน และมีคนบาดเจ็บ 24 คน ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 5 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ถนนฟรีดลันด์ที่อยู่ใกล้กัน ตำรวจยิงกระสุนยางแบบพิเศษ เพื่อควบคุมฝูงชนที่เดินขบวนถือธง หรือป้ายคำขวัญขับไล่ เช่น &amp;quot;มาครง ลาออกไป&amp;quot; และ &amp;quot;มาครง หัวขโมย&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงที่อื่นซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกัน มีหลายเมืองที่เกิดความวุ่นวาย ผู้ประท้วงเข้ายึดด่านเก็บเงินบนทางด่วนแล้วปล่อยให้รถวิ่งผ่านฟรี หรือไม่ก็ใช้วิธีขับรถช้าๆ เพื่อกีดขวางการจราจร หรือขัดขวางทางเข้าคลังน้ำมัน, ศูนย์การค้าและโรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซากขยะจากการประท้วงกองทิ้งไว้ใกล้ประตูชัยเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ประท้วงสวมใส่เสื้อกั๊กเหลืองสะท้อนแสง ซึ่งกฎหมายฝรั่งเศสบังคับให้รถยนต์ทุกคันต้องมีติดรถไว้ ไม่พอใจนโยบายภาษีที่มาครงเสนอเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้น้ำมันโดยเฉพาะดีเซล ราคาสูงขึ้น โดยหวังกระตุ้นให้ประชาชนหันไปใช้ระบบขนส่งจากพลังงานสะอาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมาครงทวีตขอบคุณตำรวจที่ควบคุมการประท้วงอย่างกล้าหาญและเป็นมืออาชีพ ขณะเดียวกันก็ประณามผู้ประท้วงที่โจมตีตำรวจหรือข่มขู่พลเรือน, นักข่าวและนักการเมือง ว่าน่าละอาย &amp;quot;ไม่มีที่ว่างสำหรับความรุนแรงในฝรั่งเศส&amp;quot; เขาทวีตเมื่อวันเสาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22737</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจล, ฌ็องเซลีเซ, น้ำมันแพง, ฝรั่งเศส, ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง, เอมมานูเอล มาครง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bfaa69e091ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทย อ่วม ไตรมาส3ขาดทุน 3.6 พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บินไทย เผยไตรมาส 3 แต่ยังคงขาดทุน3,686 ล้านบาทหลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่ญี่ปุ่นและจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงรวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 40%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม จำนวน 47,953 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ยังคงขาดทุนสุทธิ 3,686 ล้านบาท สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่ญี่ปุ่นและจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 40% ทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัท ได้ปลดประจำการเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-400 จำนวน 2 ลำ ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีจำนวนเครื่องบินที่ใช้ในการดำเนินงาน ณ วันที่ 30 ก.ย. 2561 จำนวน 103 ลำ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 4 ลำ มีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบิน เท่ากับ 12.1 ชั่วโมง เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้น 2.0% ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 1.0% มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 77.5% ต่ำกว่าปีก่อน ซึ่งเฉลี่ยที่ 78.2% มีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่ง รวมทั้งสิ้น 6.0 ล้านคน ใกล้เคียงกับปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการดำเนินงานรวม จำนวน 47,953 ล้านบาท มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 1,025 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.2% โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ รายได้จากค่าโดยสารและน้ำหนักส่วนเกิน เพิ่มขึ้น 304 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.8% จากปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น รายได้จากค่าระวางขนส่ง และไปรษณียภัณฑ์ เพิ่มขึ้น 561 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10.9% รายได้จากการให้บริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 360 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ปกติในไตรมาส3 เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว อีกทั้งการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินยังคงรุนแรง ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่สูงกว่าช่วงครึ่งปีแรก ส่งผลให้ความต้องการเดินทางลดลงและต้นทุนเพิ่มขึ้น อีกทั้งผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติในช่วงเดือน ก.ย. 2561 ได้แก่ พายุไต้ฝุ่นเซบีพัดเข้าฝั่งประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้ท่าอากาศยานคันไซได้รับความเสียหาย รันเวย์เกิดน้ำท่วมขัง และประกาศปิดการให้บริการเป็นการชั่วคราว แผ่นดินไหวบนเกาะฮอกไกโด และพายุไต้ฝุ่นมังคุดพัดเข้าฝั่งฮ่องกง ทำให้บริษัทฯ ต้องยกเลิกเที่ยวบินจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกอบกับการลดลงของนักท่องเที่ยวจีน อีกทั้งในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นโดยมีค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 5,259 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11.3% ค่าน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้น 3,499 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 29.4% จากราคาน้ำมันเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นถึง 41.0% และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ไม่รวมค่าน้ำมัน เพิ่มขึ้น 1,862 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.5% สาเหตุหลักเกิดจากค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยาน และค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบิน จำนวน 371 ล้านบาท แต่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 299 ล้านบาท ซึ่งเป็นการตีมูลค่าทางบัญชี ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย ขาดทุนสุทธิ 3,686 ล้านบาท ขาดทุนมากกว่าปีก่อน 1,872 ล้านบาท โดยเป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 3,701 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 1.70 บาท ขาดทุนมากกว่าปีก่อน 0.86 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ วันที่ 30 ก.ย. 2561 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมจำนวน 277,607 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธ.ค. 2560 จำนวน 3,168 ล้านบาท (1.1%) หนี้สินรวมมีจำนวน 249,219 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2560 จำนวน 457 ล้านบาท (0.2%) และส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 28,388 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธ.ค. 2560 จำนวน 3,625 ล้านบาท (11.3%) ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผลขาดทุนจากการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามแผนฟื้นฟูองค์กร โดยยังคงมุ่งเน้นการสร้างรายได้เพิ่มและรายได้เสริม รวมทั้งยังมีมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดทุน, นักท่องเที่ยวจีนลดลง, น้ำมันแพง, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), สุเมธ ดำรงชัยธรรม, ไตรมาส3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181109/image_big_5be4f34d79de4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เงินเฟ้อขาขึ้น! พุ่ง13เดือนติด ชี้ทั้งปีโต1.2%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;น้ำมันแพงดัน &amp;quot;เงินเฟ้อ&amp;quot; เพิ่ม 1.46% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 พาณิชย์ชี้อยู่ในช่วงขาขึ้น ทั้งจากบริโภคกำลังซื้อประชาชนฟื้นตัว รายได้ภาคเกษตรกระเตื้อง คาดทั้งปีโต 1.2% อยู่ในกรอบที่ประเมินไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน ก.ค.2561 เท่ากับ 102.00 สูงขึ้น 1.46% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ค.2560 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 ติดต่อกัน แต่ลดลง 0.05% เทียบกับเดือน มิ.ย.2561 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เงินเฟ้อช่วง 7 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-ก.ค.) สูงขึ้น 1.04%&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุหลักที่ทำให้เงินเฟ้อเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้น มาจากดัชนีหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่ม 2.29% สินค้าสำคัญที่เพิ่มขึ้น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่ม 13.85% สูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20, หมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 5.86%, ค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าหอพัก เพิ่ม 1.12%, ค่าโดยสารสาธารณะ เพิ่ม 0.70% ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 0.02% สินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้น เช่น เครื่องประกอบอาหาร เพิ่ม 1.74%, เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 1.48%, &amp;nbsp;อาหารบริโภคในบ้าน เพิ่ม 1.10% นอกบ้าน เพิ่ม 1.23% และข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง เพิ่ม 3.65% แต่ผักสด ลด 5.33% ผลไม้สด ลด 2.35%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อแยกรายการสินค้า 422 รายการ ที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อ พบว่า สินค้าสูงขึ้น 224 รายการ ได้แก่ ข้าวสารเจ้า เพิ่ม 6.91%, ครีมเทียม เพิ่ม 1.07%, ซีอิ๊ว เพิ่ม 1.63%, กาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม เพิ่ม 11.07%, &amp;nbsp;กาแฟผงสำเร็จรูป เพิ่ม 1.15%, กับข้าวสำเร็จรูป เพิ่ม 1.29%, ก๋วยเตี๋ยว เพิ่ม 1.51%, ข้าวราดแกง เพิ่ม 1.22%, อาหารตามสั่ง เพิ่ม 1.37%, ก๊าซหุงต้ม เพิ่ม 10.76%, ค่ากระแสไฟฟ้า เพิ่ม 2.62%, น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพิ่ม 3.13%, แชมพูสระผม เพิ่ม 1.01%, ค่าโดยสารเรือ เพิ่ม 10.38%, น้ำมันดีเซล เพิ่ม 17.52%, บุหรี่ เพิ่ม 12.02%, เบียร์ เพิ่ม 1.16% และสุรา เพิ่ม 0.37% ส่วนสินค้าราคาไม่เปลี่ยนแปลง 84 รายการ และสินค้าราคาลดลง 114 รายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า สนค.คาดว่าเงินเฟ้อไตรมาส 3 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.35% และไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 1.5% ซึ่งทั้งปีจะทำให้เงินเฟ้อขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.2% หรืออยู่ในกรอบที่ประเมินไว้ 0.8-1.6% ภายใต้สมมุติฐานคือ อัตราขยายตัวเศรษฐกิจไทยเติบโต 4.2-4.7% น้ำมันดิบตลาดดูไบ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังราคาน้ำมันดิบจะอยู่ในกรอบ 65-75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนทั้งปี 32-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น และต้องดูราคาน้ำมันในช่วงที่เหลือของปีนี้อีกว่าจะขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากกำลังซื้อของประชาชนดีขึ้น โดยเฉพาะภาคการเกษตร ที่มีรายได้จากราคาสินค้าเกษตร เช่น ข้าว มัน ข้าวโพด ราคาดีขึ้น และเงินบาทอ่อนที่ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรดีขึ้น รวมทั้งยังมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล เช่น รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่จะทำให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ สนค.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (เงินเฟ้อพื้นฐาน) ที่หักรายการสินค้าอาหารสดและพลังงานออกไปเดือนก.ค.2561 เท่ากับ 102.10 สูงขึ้น 0.79% และสูงขึ้น 0.04% เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.2561 ส่วนยอดเฉลี่ย 7 เดือน สูงขึ้น 0.70%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14548</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป, น้ำมันแพง, พิมพ์ชนก วอนขอพร, หนังสือพิมพ์, เงินเฟ้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61c854df479.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
