<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กเลย กอนช. เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นตลิ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 2564 ประกาศ กอนช. ฉบับ 22 เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 11 &amp;ndash; 16 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉบับที่ 22/2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง &amp;nbsp;เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ และน้ำล้นตลิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 13 เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2564 &amp;nbsp;พายุโซนร้อน&amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo; มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน คาดว่าเคลื่อนลงสู่อ่าวตังเกี๋ยและขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 10 - 11 ตุลาคม 2564 และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับต่อไป ซึ่งจะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันเวลาดังกล่าวจะมีฝนเพิ่มขึ้น ทางตอนบนของภาค ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีกำลังแรง ทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากแผนที่ฝนคาดการณ์ (ONE MAP) ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และพื้นที่เสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรธรณี พบว่าในช่วงวันที่ 11 &amp;ndash; 16 ตุลาคม 2564 &amp;nbsp;มีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังอุทกภัย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดสกลนคร และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด และสระแก้ว ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ภาคใต้ จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80%
และแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้น กระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ (จังหวัดพิษณุโลก ลำปาง สุโขทัย น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดชัยภูมิ มหาสารคาม ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ อุดรธานี มุกดาหาร ยโสธร เลย บึงกาฬ นครพนม กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู และสกลนคร) ภาคตะวันออก (จังหวัดระยอง นครนายก ปราจีนบุรี ตราด สระแก้ว จันทบุรี และชลบุรี) ภาคกลาง (จังหวัดลพบุรี และสระบุรี) ภาตตะวันตก (จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์) และภาคใต้ (จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต ระนอง และสุราษฎร์ธานี) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เฝ้าระวังระดับน้ำในลำน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นล้นตลิ่ง และท่วมขังบริเวณที่ลุ่มต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.1 ภาคเหนือ บริเวณแม่น้ำน่าน อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร แม่น้ำยม อำเภอสามง่าม และอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณแม่น้ำชี อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย&amp;nbsp;
และอำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม อำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย อำเภอยางตลาด&amp;nbsp;
และอำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองยโสธร และอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร แม่น้ำมูล อำเภอประโคนชัย อำเภอสตึก และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอชุมพลบุรี และอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ และอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.3 ภาคกลาง บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง และอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำป่าสัก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี แม่น้ำลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี แม่น้ำท่าจีน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี และอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เฝ้าระวังแม่น้ำโขง บริเวณจังหวัดเชียงรายจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงเพิ่มสูงขึ้น
ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 หรือเกณฑ์ควบคุมสูงสุด (Upper Rule Curve) ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาบริหารจัดการ
เขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำและเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ รวมทั้งใช้พื้นที่ลุ่มต่ำ
เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ&amp;nbsp;
และติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วม ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, ดินถล่ม, น้ำล้นตลิ่ง, น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ, น้ำหลาก, แจ้งเตือนพื้นที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61624a2c53a5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ธรรมนัส’โชว์พลัง!สั่งขนส.ส.ตามก้น’ประวิตร’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งถึงการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. เพื่อติดตามความพร้อมการบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 22 ก.ย.ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร.ได้กำชับส.ส.ในพรรคให้ร่วมคณะไปด้วยจำนวนมาก โดยมีการลิสต์รายชื่อผู้ที่จะร่วมคณะ พล.อ.ประวิตร ครั้งนี้ ประมาณ 40 คน อาทิ ร.อ.ธรรมนัส, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค, นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปรัฐบาล, นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม., น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี รวมถึงส.ส.จากหลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน นอกจากนี้ จะมีการพาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคร่วมคณะไปในครั้งนี้ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรค พปชร.แจ้งอีกว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ได้แจ้งในกลุ่มไลน์กลุ่มหนึ่งว่า ในวันที่ 22 ก.ย. จะมี ส.ส.สมาชิก อบจ. จาก จ.เพชรบุรี จ.ราชบุรี และ จ.กาญจนบุรี ประมาณ 12 คน ร่วมคณะไปกับนายกฯ ด้วย โดยให้กระทรวงแรงงานจัดรถไว้รองรับคนเหล่านี้ และให้รถดังกล่าวติดตามอยู่ในขบวนของนายกฯ เลย พร้อมกำชับว่าไม่ให้ขบวนรถยาวจนเกินไป ทั้งนี้ ส.ส.เหล่านี้จะติดตามคณะนายกฯ ไปยังเขื่อนเพชรบุรี อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี จากนั้นจะร่วมคณะไปพบปะชาวบ้าน และซื้อของตามร้านต่างๆ เช่น ร้านผัดไทยาง ร้านข้าวแช่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ในวันที่ 23 ก.ย. พรรค พปชร.มีการนัดประชุมส.ส. ที่ห้องประชุมพรรคชั้น 6 อาคารรัฐสภา เวลา 14.00 น. โดย พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. และ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค จะเข้าร่วมด้วย โดยวาระสำคัญคือการหารือถึงความชัดเจนในการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับ อบต. ว่าพรรคจะวางบทบาทของตัวเองอย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117480</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำหลาก, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e41d6e8c16c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 20:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวิดไป!2แหม่มอาบแดดเพลิน น้ำป่าทะลักน้ำตกแม่สา กู้ภัยช่วยเหลือได้ทันเวลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.61- &amp;nbsp;เกิดเหตุระทึกหลังฝนตกหนักกว่าชั่วโมงทำให้ปริมาณน้ำในลำห้วยแม่สาหลากลงสู่น้ำตกแม่สา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เขตอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เกิดน้ำหลากฉับพลันมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติติดอยู่ด้านในต้องระดมทีมเข้าช่วยเหลือจนปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่ 3 (น้ำตกแม่สา) ได้แจ้งเตือนและอพยพนักท่องเที่ยวที่อยู่ในบริเวณน้ำตกแม่สาออกจากพื้นที่แล้ว แต่เวลา 15.45 น.ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากมายังน้ำตกแม่สา ซึ่งขณะนั้นมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน 2 ราย นอนอาบแดดอยู่บริเวณโขดหินกลางน้ำตกชั้น 4 (วังสามหมื่น) โดยไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุดังกล่าว จึงไม่สามารถออกจากบริเวณนั้นได้ทันท่วงที ทำให้ติดอยู่บริเวณโขดหิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ร่วมกับ ศูนย์กู้ภัยและมวลชนสัมพันธ์ ภาคเหนือตอนบน และชมรมกู้ภัยทางสูง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันทำการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวโดยวิธีระบบเคเบิลเวย์ หรือเป็นระบบลำเลียงผู้ประสบภัยทางเชือก จนสามารถให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้สำเร็จ ในเวลา 18.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบชื่อนักท่องเที่ยว คือ Miss Benedita Feron อายุ 21 ปี และ Miss Leonor Feron อายุ 25 ปี เป็นชาวโปรตุเกส ซึ่งจากการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้ง 2 ราย โชคดีที่ไม่ได้รับการบาดเจ็บแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมผู้เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจอำนวยการช่วยเหลือ และสั่งการให้หน่วยงานเกี่ยวข้องประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย บริเวณน้ำตกแม่สาไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและประชาชน รวมทั้งให้ดูพื้นที่เสี่ยงภัยอื่นๆทั้ง 25 อำเภอด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15149</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่#, ช่วยเหลือ 2 แหม่ม, นักท่องเที่ยว, น้ำตกแม่สา, น้ำหลาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6d922ff2b5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เตือน41จังหวัดรับมือน้ำหลาก-ดินถล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 61 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า ในช่วง 2 &amp;ndash; 3 วันที่ผ่านมาหลายจังหวัดมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องกันหลายวัน กอปรกับแม่น้ำหลายสายเริ่มมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม สำหรับคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร ปภ. จึงได้ประสาน 41 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ แยกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร และพิจิตร, ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี นครนายก สระแก้ว ชลบุรี และระยอง, ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี และราชบุรี, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ, ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา กระบี่ สตูล ตรัง และภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำฝนรายวัน ปริมาณน้ำฝนสะสม ระดับน้ำในลำน้ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขาอย่างใกล้ชิด ส่วนพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ให้เฝ้าระวังอันตรายจาก คลื่นลมแรง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาด รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วและเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14493</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล, ดินถล่ม, น้ำหลาก, ปภ., ฝนตกหนัก, เตือน41จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b612e0f7cf1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
