<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานเกิดวาตภัย น้ำไหลหลาก และดินสไลด์ 13 จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.64 เวลา 10.00 น. รายงานตั้งแต่วันที่ 4 - 6 มิ.ย. 64 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่เกิดวาตภัย น้ำไหลหลาก และดินสไลด์ 13 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ พะเยา อุดรธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด สกลนครอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา และสุราษฎร์ธานี รวม 39 อำเภอ 58 ตำบล 134 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 891 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ส่วนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดวาตภัยใน 6 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี และกาฬสินธุ์ รวม 20 อำเภอ 34 ตำบล 78 หมู่บ้าน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัดซึ่งปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในห่วงวันที่ 4 มิถุนายน 2564 จนถึงปัจจุบัน (6 มิ.ย. 64 เวลา 06.00น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากลมกระโชกแรง น้ำไหลหลาก และดินสไลด์รวม 39 อำเภอ 58 ตำบล 134 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 891 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต แยกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ และพะเยา รวม 9 อำเภอ 12 ตำบล 27 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 42 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด สกลนคร อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และนครราชสีมา รวม 29 อำเภอ 45 ตำบล 106 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 849 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี รวม 1 อำเภอ 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี รวม 1 อำเภอ 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดวาตภัยใน 6 จังหวัด รวม 20 อำเภอ34 ตำบล 78 หมู่บ้าน ดังนี้ ยโสธร เกิดวาตภัยในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกุดชุม และอำเภอเลิงนกทา รวม 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน ร้อยเอ็ด เกิดวาตภัยในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่อำเภอธวัชบุรี และอำเภอเชิงขวัญ รวม 4 ตำบล 8 หมู่บ้านศรีสะเกษ เกิดวาตภัยในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกันทรลักษณ์ อำเภอขุขันธ์ อำเภอขุนหาญ อำเภอพยุห์ อำเภอภูสิงห์ อำเภอยางชุมน้อย อำเภอวังหิน และอำเภอไพรบึง รวม 13 ตำบล 24 หมู่บ้านสุรินทร์ เกิดวาตภัยในอำเภอบัวเชด รวม 2 ตำบล 11 หมู่บ้านอุบลราชธานี เกิดวาตภัยในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอน้ำยืน อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอสำโรง และอำเภอบุณฑริก รวม 8 ตำบล 14 หมู่บ้าน กาฬสินธุ์ เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอฆ้องชัย อำเภอกุฉินารายณ์ และอำเภอเขาวง รวม 5 ตำบล 17 หมู่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัดซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยเหลือตามความเหมาะสม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105408</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดินสไลด์, น้ำไหลหลาก, วาตภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210605/image_big_60bb4d3c6b6f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เผย 23 จังหวัดเกิดวาตภัย น้ำไหลหลากแต่คลี่คลายแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 พ.ค. 64 เวลา 09.30 น. รายงานตั้งแต่วันที่ 24 &amp;ndash; 30 พ.ค. 64 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่เกิดวาตภัย น้ำไหลหลาก และดินสไลด์ 23 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา พิษณุโลก นครพนม อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สระบุรี จันทบุรี ตราด ชลบุรี ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พังงาและนครศรีธรรมราช รวม 45 อำเภอ 75 ตำบล 132 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 315 หลังมีผู้เสียชีวิต 1 ราย (นครราชสีมา)ปัจจุบันสถานการณ์ คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่งปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานผลกระทบ จากสถานการณ์พายุไซโคลน &amp;ldquo;ยาอาส&amp;rdquo; (YAAS) บริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ส่งผลให้มีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนัก โดยในห้วงวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน (30 พ.ค. 64 เวลา 06.00น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง น้ำไหลหลาก และดินสไลด์ 23 จังหวัด รวม 45 อำเภอ 75 ตำบล 132 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 315 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (นครราชสีมา) แยกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา และพิษณุโลก รวม 5 อำเภอ 6 ตำบล 6 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 46 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ นครพนม อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ชัยภูมิ และนครราชสีมา รวม 26 อำเภอ 45 ตำบล 77 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 239 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี รวม 1 อำเภอ 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด และชลบุรี รวม 4 อำเภอ 9 ตำบล 29 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 5 จังหวัด ได้แก่ ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พังงา และนครศรีธรรมราช รวม 9 อำเภอ 14 ตำบล 19 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 30 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และ สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104643</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำไหลหลาก, ปภ., พื้นที่เกิดวาตภัย\</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_6069a8330b74b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่น้องชาวใต้เกือบ7หมื่นครัวเรือนช้ำจากน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่ามีทั้งสิ้น 9 จังหวัด 58 อำเภอ 240 ตำบล 1,480 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 67,070 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังใน 7 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา นราธิวาส สุราษฎร์ธานี ตรัง และปัตตานี ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ โดยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังและสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&amp;nbsp;
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน &amp;ndash; ปัจจุบัน (2 ธันวาคม 2563 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย รวม 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 58 อำเภอ 240 ตำบล 1,480 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 67,070 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต แยกเป็น พื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 57 อำเภอ 235 ตำบล 1,440 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 66,939 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังใน 7 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอพระพรหม &amp;nbsp;อำเภอลานสกา อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชะอวด อำเภอสิชล อำเภอนบพิตำ อำเภอท่าศาลา อำเภอขนอม และอำเภอนาบอน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง พัทลุง ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอป่าบอน อำเภอศรีนครินทร์ อำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอป่าพะยอม อำเภอบางแก้ว และอำเภอศรีบรรพต ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สงขลา ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอจะนะ อำเภอสะเดา อำเภอหาดใหญ่ อำเภอควนเนียง อำเภอสิงหนคร อำเภอนาหม่อม อำเภอรัตภูมิ และอำเภอบางกล่ำ ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว นราธิวาส ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ปัจจุบันระดับน้ำลดลง สุราษฎร์ธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอดอนสัก อำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอวิภาวดี และอำเภอท่าฉาง ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ตรัง น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง และอำเภอนาโยง ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ปัตตานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง และอำเภอมายอ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง พื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 1 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช รวม 3 อำเภอ 11 ตำบล 51 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 131 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเจ้าหน้าที่พร้อมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องสูบน้ำ เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ รถบรรทุกติดตั้งเครน รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถไฟฟ้าส่องสว่าง ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงและเร่งระบายน้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85730</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, น้ำไหลหลาก, ปภ., ภาคใต้, รายงาน, วาตภัย, สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc739d55f660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
