<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นึกถึงแอมมี่สาดสี! &#039;เอกชัย&#039; ขอเอาบ้างสาดน้ำมนต์หน้ากองทัพบก ประท้วงเชิงสัญลักษณ์ถึงบิ๊กแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.63 - ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง ให้สัมภาษณ์กรณีการเดินทางมาทำกิจกรรมวันนี้ ว่าตนนึกถึงภาพเหตฺการณ์ที่ แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ นำสีไปสาดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีความคล้ายกับเหตุการณ์ที่มีคนร้ายนำน้ำปลาร้าสาดตน จนถึงทุกวันนี้ ผ่านมายังไม่สามารถจับกฺมคนร้ายได้ วันนี้ ผบ.ทบ.ใกล้สิ้นสุดอายุราชการ หลายกรณียังไม่มีการดำเนินการใดๆ อ้างมีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวการเมือง รวมถึงประเด็นอื่นๆ อาทิ จ่าทหารก่อเหตุกราดยิง ที่โคราช , สนามมวยราชดำเนิน รามอินทรา รวมถึงสนามบินอู่ตะเภากรณีทหารอีย์ปต์ที่ติดเชื้อโควิด-19 หนีออกมาเดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้าที่จังหวัดระยอง&amp;nbsp;แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายเอกชัยได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ทำน้ำมนต์ไล่เสนียดจัญไร นำไปสาดบริเวณด้านหน้า บก.ทบ. โดยสาดไปบริเวณป้ายกองทัพบก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง จำนวน 20 นายทั้งในและนอกเครื่องแบบ นำแผงเหล็กมากั้นล้อมรอบป้ายกองทัพบก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังนายเอกชัยยุติกิจกรรมได้เดินทางออกจากพี้นที่ เบี้องต้นแจ้งว่าจะเดินทางไปรับประทานอาหาร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.นางเลิ้ง ได้เชิญตัวไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76142</URL_LINK>
                <HASHTAG>บก.ทบ., ผบ.ทบ., สาดน้ำมนต์, เอกชัย หงส์กังวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4de12d938b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยาวชนปลดแอกบุกกองทัพบก 4 แกนนำดาหน้าขึ้นเวทีโจมตี &#039;ผู้พันเจี๊ยบ&#039; หยามม็อบมุ้งมิ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63 - ที่บริเวณด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน กลุ่มเยาวชนปลดแอก&amp;nbsp;และกลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) นำโดย&amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้&amp;nbsp;อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ อดีตพรรคอนาคตใหม่ นายอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;นายภาณุพงษ์ จาดนอก หรือ ไมค์ เยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตยที่ชูป้ายด่านายกฯลงพื้นที่ระยอง&amp;nbsp;และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน&amp;nbsp;ได้ทยอยเดินทางมาร่วมตัวชุมนุมทำกิจกรรมทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีการใช้เครื่องขยายเสียงพร้อมตั้งเวทีปราศรัยขนาดเล็ก สืบเนื่องจากที่ พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร หรือผู้พันเจี๊ยบ นายทหารประจำกรมยุทธการทหารบก ซึ่งเป็นอดีตรองโฆษกกองทัพบก โพสต์แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการชุมนุมเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่าเป็นม็อบมุ้งมิ้ง รวมถึงกรณีการใช้งบประมาณของกองทัพบกในการจัดซื้อเครื่องบินวีไอพี และการใช้กฎหมายคุกคามประชาชน&amp;nbsp;โดยมีมวลชนส่วนหนึ่งชูกล้วยและป้ายระบุข้อความว่า &amp;ldquo;หยุดซื้อเรือ เครื่องบิน เพื่อปากท้องประชาชน&amp;rdquo; , &amp;ldquo;ทหารคือรั้ว อย่ามั่วเป็นเจ้าของบ้าน&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ทหารมีไว้ทำไม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนนครบาล 1 จำนวน 1 หมวด เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.นางเลิ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนนอกเครื่องแบบประมาณ 20 นาย พร้อมรถเครื่องขยายเสียง และเจ้าหน้าที่หน่วยข่าว ประมาณ 20 นาย คอยทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารบก กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ได้ปิดประตูทางเข้าด้านหน้าในเวลา 17.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก่อนที่แกนนำจะเริ่มทำกิจกรรมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.นางเลิ้งได้อ่านประกาศและข้อกำหนดโทษที่ออกตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินในช่วงที่มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 พ.ร.บ.ควบคุมโรค และพ.ร.บ.การจราจร ผ่านรถเครื่องขยายเสียงโดยมีการจอดรถหันลำโพงไปที่กลุ่มผู้ชุมนุม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ได้สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายภาณุพงษ์ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ม็อบเราไม่ใช่ม็อบมุ้งมิ้ง เวลาเราทำกิจกรรมจะมีเจ้าหน้าที่แต่งกายคล้ายทหารไปหาที่บ้าน ถ่ายรูปครอบครัวและขอเบอร์โทรคนที่บ้าน สิ่งเหล่านี้คือการคุกคามประชาชนหรือไม่ ขอให้ช่วยแยกแยะอำนาจกับสิทธิเสรีภาพประชาชนด้วย ทั้งนี้ผู้นำควรรับฟังเสียงประชาชน ทั้งผู้เห็นด้วยและผู้เห็นต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72026</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเยาวชนปลดแอก, บก.ทบ., ผู้พันเจี๊ยบ, ม็อบมุ้งมิ้ง, สนท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f1586a0f0679.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อภิรัชต์&#039;เข้มออก7ข้อคุมโควิด-19ประเดิมเคอร์ฟิวนายทหารห้ามกลับบ้านพักเกิน3ทุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มีคำสั่งการถึงกำลังพลกองทัพบกว่า เพื่อนทหารร่วมชีวิตในกองทัพบกทุกนาย จากสถานการณ์ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 รวมถึงประเทศไทย ซึ่งล่าสุดพบผู้ติดเชื้อจำนวน 827 ราย เสียชีวิตแล้ว 4 ราย กระจายอยู่ใน 47 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ซึ่งในส่วนกองทัพบกมีกำลังพลที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัส โควิด-19 จำนวน 5 นาย กำลังพลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงและอยู่ระหว่างการกักตัวตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 238 นาย ทั้งนี้กำลังพลของกองทัพบกดังกล่าวได้ให้ความร่วมมือในการกักตัวอยู่บ้านตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล และกองทัพบกได้มีระบบการติดตามตรวจสอบอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวต่อว่า จากการที่รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 มี.ค. 2563 โดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ของรัฐบาล ในส่วนของกองทัพบกมีหน้าที่ในการเตรียมกำลังพล บุคลากรทางการแพทย์ และยุทโธปกรณ์ทุกประเภทสนับสนุนรัฐบาล และศอฉ. ของรัฐบาล แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 การเตรียมความพร้อมในเรื่องกำลังพลจึงมีความสำคัญสูงสุดในห้วงเวลานี้ ดังนั้นเพื่อให้การควบคุมพิทักษ์ และปกป้องกำลังพล และครอบครัวของกองทัพบกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอสั่งการให้ปฏิบัติตามคำสั่ง โดยมีผลการบังคับใช้กับกำลังพลในสังกัดกองทัพบกทุกนาย ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กำลังพลที่พักอาศัยในบ้านพักของทางราชการให้หลีกเลี่ยงการออกนอกบริเวณโดยไม่จำเป็น ห้ามนำบุคคลภายนอกเข้ามาพักอาศัยโดยเด็ดขาดยกเว้นได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาระดับผู้บังคับกองพันขึ้นไป และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการโรคระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ห้ามกลับเข้าบ้านพักของทางราชการเกินเวลา 21.00 น. หากมีความจำเป็นให้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาเป็นรายบุคคลส่วนกำลังพลที่มีบ้านพักอาศัยส่วนตัวอยู่นอกหน่วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการติดตาม และเฝ้าระวังให้แจ้งที่อยู่บ้านพักและช่องทางการติดต่อสื่อสารที่สามารถติดตามตัวได้ตลอดเวลา ส่วนหน่วยที่มีการฝึกร่วมกับมิตรประเทศในที่ตั้งให้ดำเนินการตามมาตรการนี้เช่นเดียวกัน ยกเว้นการฝึกนอกที่ตั้งให้ปฏิบัติตามตารางการฝึกและคำสั่งของกองทัพบก เรื่องมาตรการควบคุมโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การเดินทางออกนอกพื้นที่กทม. หรือจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่งให้กระทำได้ในเฉพาะกรณีเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง เช่น การเดินทางไปราชการ การสับเปลี่ยนกำลังของหน่วย หากไม่มีคำสั่งให้กำลังพลทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ในที่ตั้งปกติ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. ถึงวันที่ 22 เม.ย. 2563 ยกเว้นการลากิจที่จำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินให้รายงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเองและผู้บังคับบัญชาจะต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วน และอนุมัติอย่างรวดเร็ว 3.ให้ผู้บังคับหน่วยหน่วยปรับปรุงอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมภายในหน่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โรงยิมใต้ถุนกองร้อย สโมสรของหน่วยเพื่อลดความแออัดของกำลังพล และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคให้กับกำลังพล และเพื่อกักบริเวณในการระวังผู้ที่กลับจากการลาพัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ตามที่กองทัพบกได้สั่งการไปแล้วโดยให้หน่วยปรับเปลี่ยนระเบียบปฏิบัติประจำวัน เพื่อป้องกันโรคตามคำแนะนำขอให้หน่วยรักษาวินัยในเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เช่น การอยู่ห่างกันอย่างน้อย 2 เมตร มีอุปกรณ์ ภาชนะ กระติกน้ำดื่มส่วนตัว การกระจายที่นั่ง แบ่งผลัดรับประทานอาหารการออกกำลังกายกลางแจ้งกลางแดด กิจกรรมใดที่ต้องรวมพลพร้อมกันจำนวนมาก ให้พิจารณาแบ่งการปฏิบัติเป็นผลัดเพื่อลดความแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.งดการปล่อยลาพักของทหารกองประจำการเพื่อเป็นการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค จัดให้มีการเยี่ยมญาติสามารถปฏิบัติได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการการระวังป้องกันโรคระบาด เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล ส่วนน้องๆพลทหารฯ และกำลังพลทุกระดับที่ได้ลาพักไปแล้วเมื่อกลับมาขอให้หน่วยได้จัดสถานที่ให้อยู่ต่างหาก และกันตัวเองออกจากกำลังพลส่วนใหญ่เป็นเวลา 14วัน เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ หากพบอาการป่วยให้ส่งตรวจรักษาทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ให้ทุกหน่วยพิจารณาจำกัดทางเข้า - ออกของหน่วย ส่วนกองร้อยกองรักษาการณ์ทุกหน่วยให้แปรสภาพเป็นเจ้าหน้าที่คัดกรองเฝ้าระวังบุคคลเข้าหน่วย โดยจัดหาอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือตามจุดเข้า - ออก โดยกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่กองรักษาการณ์ให้ใส่หน้ากากทุกนาย และบันทึกการเข้า-ออกอย่างเคร่งครัด และ 7.ผู้บังคับกองร้อยและผู้บังคับกองพันจะต้องเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด และอยู่กับหน่วย ยกเว้นหน่วยในสนาม โดยมีผู้บังคับการกรม และผู้บัญชาการกองพล หรือเทียบเท่าเป็นผู้กำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง หากไม่กำกับการปฏิบัติหรือได้รับการรายงานถือว่าขัดคำสั่ง จะมีผลในการปรับย้ายทันที ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล และครอบครัวของกองทัพบก ผู้บังคับหน่วยทุกนายจะต้องทุ่มเทเสียสละดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะน้องๆ พลทหาร ซึ่งมีกำลังพลถึง 120,000 นาย ถือว่าเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบก ทั้งนี้ให้ปฏิบัติตามคำสั่งทั้ง 7 ข้อ ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 2563 ถึงวันที่ 23 เม.ย. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ผมมีความห่วงใยต่อพลทหารกองประจำการที่กำลังจะปลดประจำการสิ้นเดือนเม.ย.2563 จึงขอเสนอทางเลือกให้สมัครเป็นทหารกองประจำการต่อโดยกองทัพบกจะพิจารณาโอกาสให้เป็นนักเรียนนายสิบ ส่วนพลทหารที่มีความประสงค์จะขอปลดประจำการในเดือนเม.ย.2563 ผมขอขอบคุณทุกคนที่ได้เข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการรับใช้ประเทศชาติ และการช่วยเหลือประชาชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สุดท้ายนี้ขอให้กำลังพลทุกนายติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพบก และศอฉ.ของรัฐบาลที่ได้สั่งการไปแล้วอย่างเคร่งครัดจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นการวางมาตรการเข้มข้น และเป็นแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขให้เฝ้าระวังสถานที่ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ค่ายทหาร เรือนจำฯลฯ เพราะหากมีการติดเชื้อจะนำไปสู่การแพร่กระจายในวงกว้าง นอกจากนั้นยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กองทัพบกหลังพบเอกสารการขอความร่วมมือจากหน่วยราชการแห่งหนึ่งเพื่อขอให้งดการจัดมวยรายการพิเศษที่เวทีลุมพินี แต่ก็ได้รับการอนุมัติให้จัดได้ ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60840</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพบก, บก.ทบ., ผบ.ทบ., ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ระบาด, เชื้อไวรัส, โควิด - 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d761b646c861.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;กลับถิ่นเก่าโอดรับราชการมาไม่เคยโดนด่าเท่าเป็นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค. 62 &amp;ndash; มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวมอบนโยบายให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ระหว่างเดินทางมาตรวจเยี่ยมกองทัพบก ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน ตอนหนึ่งว่า ขอให้นำความรู้จากการฝึกและการดูงานกองทัพประเทศที่เจริญแล้วมาพัฒนาปรับปรุงกิจการกองทัพบกให้มีความทันสมัย เพื่อสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน และ ให้มีการเตรียมความพร้อมที่สามารถรองรับได้ ทั้งภัยคุกคามแบบเดิม และภัยคุกคามรูปแบบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการทำงานร่วมกับส่วนราชการอื่นๆ หรือหน่วยงานภาคส่วนอื่นๆ ขอให้ดำเนินการอย่างประสานสอดคล้องกัน รวมทั้งสั่งการให้ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ในเดือนต.ค.นี้ ทั้ง 3 วาระสำคัญ ได้แก่ วันที่ 13 ต.ค.วันคล้ายวันสวรรคตในหลวง ร.9, วันที่ 18 ต.ค. วันคล้ายวันพระราชสมภพ ร.4 และวันที่ 23 ต.ค.วันคล้ายวันสวรรคต ร.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า ตั้งแต่รับราชการทหารมา ไม่เคยต้องมาโดนด่า เหมือนตอนมาเป็นนายกฯ แต่ก็ต้องอดทน เพราะภารกิจยังไม่จบสิ้น ส่วนตัวยืนยันไม่ได้ต้องการจะมาอยู่ตรงนี้ แต่สถานการณ์มีความจำเป็นที่ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47676</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บก.ทบ., บิ๊กตู่, รมว.กลาโหม, โดนด่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9d788648262.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โกลาหล!ไฟไหม้ลานจอดรถกองบัญชาการกองทัพบก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.62 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.30 น. ได้เกิดเหตุไฟไหม้ ที่ลานจอดรถ ชั้น 7 บี ภายในกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ที่ตั้งอยู่ด้านหลังติดกับฝั่งถ.นครราชสีมา โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสถานีภูเขาทองได้ตรวจสอบพบว่าเป็นเพลิงไหม้ โดยได้ใช้น้ำภายในตัวอาคารช่วยกันดับเพลิง แต่ไม่สามารถดับได้ ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงใช้สารเคมีฉีดเพื่อดับเพลิง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า มีรถได้รับความเสียหายจำนวน 5 คัน ทั้งนี้คาดว่ารถต้นเพลิงมาจากรถกระบะยี่ห้ออีซูซู หมายเลขทะเบียน 8ฎ8421 กทม. ก่อนที่จะลุกลามไปติดรถที่จอดอยู่ด้านข้างอีก 4 คัน ทำให้ได้รับความเสียหาย ประกอบด้วย รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเอ็มจีสีเหลือง หมายเลขทะเบียน 5 กภ 2131 กทม. รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าโคโรน่าสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 9 ฐ 7479 กทม. รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ หมายเลขทะเบียน ษฐ 3483 กทม. และรถกระบะยี่ห้อมาสด้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งภายหลังจากเกิดเหตุหัวหน้าส่วนสนับสนุน กองทัพบกได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจด้านนอกบก.ทบ.รับทราบเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผู้กำกับการสน.นางเลิ้ง ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมกับพนักงานสอบสวน โดยสั่งการให้พนักงานสอบสวนประสานงานกับหัวหน้าส่วนสนับสนุน กองทัพบก เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดต่อไป ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรในตัวรถยนต์ เนื่องจากการต่อสายไฟไม่ผ่านฟิวส์กับตัวรถ ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัด จนทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรภายในตัวรถได้ หรืออาจจะเกิดสาเหตุจากการทิ้งพาวเวอร์แบงค์ในรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศภายในบก.ทบ.นั้นเป็นไปด้วยความชุลมุนวุ่นวายและโกลาหล เนื่องจากกำลังพลส่วนใหญ่จอดรถไว้บนลานจอดรถ ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น โดยมีรถของกำลังพลจอดเต็มทุกชั้น เมื่อเกิดเหตุกำลังพลต่างก็เป็นห่วงรถของตัวเองจึงรีบไปนำรถออกจากอาคารจอดรถอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งบก.ทบ.ไม่เคยมีเหตุการณ์ไฟไหม้เกิดขึ้นมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งไม่ได้เกิดจากการกระทำของบุคคล หรือการวางเพลิงเพื่อสร้างสถานการณ์แต่อย่างใด ส่วนสาเหตุรายละเอียดอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและกองพิสูจน์หลักฐาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33047</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพบก, บก.ทบ., ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca709fa34670.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม่ทัพภาค1&#039; คนใหม่ ลั่นเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ณรงค์พันธ์&amp;rdquo; รับมอบหน้าที่ มทภ.1 ระบุ ลั่นเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ด้วยชีวิต พร้อมเป็นหลักรักษาความมั่นคง &amp;nbsp;ในฐานะหน่วยที่พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ไว้วางพระราชหฤทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.61- เมื่อเวลา 8.30 น. ที่ลานเอนกประสงค์ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 &amp;nbsp;(บก.ทภ.1) ได้จัดพิธีรับส่งหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 1 ระหว่าง พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) &amp;nbsp;ให้ พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1( มทภ.1) คนใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.กู้เกียรติ &amp;nbsp;กล่าวระหว่างส่งมอบหน้าที่ว่า ขอขอบคุณกำลังพลทุกคนที่ได้ร่วมมือร่วมใจทำงานเป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ตลอดระยะเวลา 34 ปี ที่ตนเองได้รับราชการใน ทภ.1 จนเกิดความรักความผูกพันกับกำลังพล และหน่วย ได้เห็นถึงความจริงใจ มุ่งมั่น ทุ่มเทในการปฏิบัติงาน ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้จะดำรงอยู่ในจิตใจตลอดไป อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของ ทภ.1 ยังดำเนินต่อไป จึงขอให้กำลังพลทุกนายมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ และจงรักภักดีเช่นนี้ตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; แม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่ เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพภาคที่1 มาอย่างยาวนาน และดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพภาคที่ 1 มาตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่ง ผู้บัญชาการกองพลที่ 1รักษาพระองค์ &amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่1 จึงมีความมั่นใจกองทัพภาคที่ 1 ภายใต้การนำของแม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่จะมีความเจริญก้าวหน้าทุกด้าน และเป็นหลักของกองทัพบก ในการปกป้อง ป้องกัน รักษาซึ่งเอกราชอธิปไตยของชาติ ความมั่นคงของประเทศ และ ราชบัลลังก์ รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศเพื่อสร้างความผาสุกให้เกิดแก่พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ&amp;rdquo; พล.อ.กู้เกียรติ กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน &amp;nbsp;พล.ท.ณรงค์พันธ์ กล่าวภายหลังรับมอบธง มทภ.1ว่า ขอพร้อมรับหน้าที่นี้ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความรับผิดชอบ ทั้งนี้ ทภ.1 เป็นหน่วยทหารที่ สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจัดตั้งขึ้น และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ ได้ทรงไว้วางพระราชหฤทัยในการเป็นหน่วยทหาร ที่มีหน้าที่ในการปกปักษ์รักษาความมั่นคงของประเทศชาติ รักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า และเป็นที่ยอมรับเชื่อถือศรัทธา ของพี่น้องประชาชน ตนเองจะยึดถือแนวทางและการปฏิบัติงานของอดีตผู้บังคับบัญชา และ ผช.ผบ.ทบ.ในอันที่จะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ด้วยชีวิต และพร้อมจะเป็นหลักในการรักษาความมั่นคง ปกป้องเอกราช อธิปไตยของชาติตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 7.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ &amp;nbsp;คงสมพงษ์ &amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้เดินทางมาทำงานในตำแหน่ง ผบ.ทบ.เป็นวันแรก โดยเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายใน บก.ทบ. เช่น พระบรมรูปรัชกาลที่ 5 หน้าหอประชุมกิตติจร &amp;nbsp;และ ศาลพระภูมิ ด้านทางเข้าประตู บก.ทบ. เพื่อความเป็นศิริมงคล ซึ่งเป็นการทำพิธีสักการะส่วนตัว &amp;nbsp;ลงจากรถยนต์ส่วนตัวมาเพียงคนเดียว &amp;nbsp;ไม่มีผู้ติดตาม จากนั้นได้เข้าประชุม สำนักงานเลขาธิการ คสช.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18785</URL_LINK>
                <HASHTAG>บก.ทบ., บิ๊กแดง, ผบ.ทบ., พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, มทภ.1, แม่ทัพภาค1คนใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb197f4da047.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
