<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กวินท์’ แจ้งความเพจดังและผู้เผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว ยันรวบรวมหลักฐานครบแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่เคยเป็นข่าวดัง เมื่อมีเพจดังเพจหนึ่งโพสต์แฉว่ามีแร็ปเปอร์ทรงดีโกงเงินเพื่อนศิลปินที่ช่วยทำเพลงแล้วไม่จ่ายค่าจ้าง แต่เอาเงินไปซื้อของให้ภรรยาแพงๆ ทำให้ชื่อของ กวินท์ ดูวาล ถูกโยงไปประเด็นดังกล่าว จนนักร้องหนุ่มได้โพสต์ชี้แจงไปเมื่อหลายวันก่อน ล่าสุดวันนี้เจ้าตัวและทนายความได้เดินทางไป กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพจดังกล่าว และผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลบ้านเลขที่ ที่อยู่อาศัยของตนสู่สาธารณะ ทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งถึงแม้ตอนนี้เพจดังกล่าวจะปิดไปแล้ว แต่ทนายความและหนุ่มกวินท์ก็ยืนยันว่าคนร้ายต้องถูกลงโทษ และได้มีการแจ้งความเอาผิดไว้ 2 ข้อหาแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย กวินท์ เผยว่า &amp;quot;เป็นห่วงภรรยาและลูก เพราะสำคัญที่สุด และไม่มีอะไรจะพูดกับคู่กรณี เพราะเราได้ชี้แจงไปทางเฟซบุ๊กไปเรียบร้อยแล้ว คิดว่ามันค่อนข้างชัดเจน ไม่โกรธที่เขาโพสต์กล่าวหา ถามว่าสงสัยใครไหม ให้ลองพิจารณาดูกันเองแล้วกันครับ และตอนนี้เก็บรวบรวมหลักฐานค่อนข้างครบแล้ว ทั้งผู้ที่ให้ข้อมูลเท็จกับเพจดังกล่าว และผู้ที่โพสต์ โดยได้รวบรวมรายชื่อไว้หมดแล้ว แต่ยังไม่ขอบอกจำนวน ส่วนที่โดนท้าให้ไปออกรายการ โหนกระแส ผมมองว่าไม่ทำให้อะไรดีขึ้น และไม่ใช่การยุติปัญหา ยืนยันว่าไม่ได้ทำอย่างที่เขาโพสต์แน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120181</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวินท์ ดูวาล, บก.ปอท., แจ้งความ, แร็ปเปอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e5af738c9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน 1 เม.ย. &#039;วันโกหก&#039; ระวังแชร์ข่าวปลอมทำสังคมแตกตื่น เสี่ยงผิดพรบ.คอมฯ โทษหนัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.64 - ที่กองบังคับการปราบปราอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ 1 เม.ย. ของทุกปีเป็นวัน&amp;nbsp;April Fool&amp;#39;s Dayหรือ &amp;quot;วันโกหก&amp;quot; เป็นธรรมเนียมของฝรั่งจะเล่นมุกตลกและเรื่องหลอกลวงต่อกัน&amp;nbsp;พี่น้องประชาชนอาจนึกสนุกโพสต์หรือแชร์ข้อมูลที่เป็นเรื่องหลอกลวงในวันพรุ่งนี้แล้วออกมาเฉลยในวันต่อมา โดยไม่ถือโทษโกรธกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากในช่วงเวลานี้บ้านเมืองเรายังถือว่าอยู่ในช่วงเฝ้าระวังการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ประกอบกับพี่น้องประชาชนมีการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น จึงขอเตือนว่าอย่าโพสต์หรือแชร์เรื่องราวอะไรที่ไม่เป็นความจริงแล้วมาอ้างว่าเป็นการล้อเล่นในวันโกหกในลักษณะข่าวปลอม (Fake News)&amp;nbsp;ที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายได้รับความอับอาย โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดโควิด-19 หรือในประเด็นอื่นที่ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก ซึ่งในเรื่องนี้มีกฎหมายควบคุมอยู่อย่างชัดเจน จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนหากจะร่วมสนุกด้วยการโกหกก็ขอให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และไม่ละเมิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝากเตือนพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังในการโพสต์หรือแชร์ข่าวต่างๆในโซเชียลมีเดีย ว่ามีโทษจำคุกและเสียค่าปรับตามความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนมาตรา 14 (2) ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนมาตรา 14(5) ผู้ใดเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวข้างต้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงนี้มีผู้ไม่หวังดีพยายามปล่อยข่าวปลอมในหลายประเด็น เพื่อหวังให้ประชาชนเกิดความสับสนและตื่นตระหนกจึงฝากพี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณให้มากๆ ก่อนที่จะเชื่อและแชร์ข้อมูลโดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งจะได้มีการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย&amp;quot;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97903</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 เมษายน, ข่าวปลอม, บก.ปอท., พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พรบ.คอมพิวเตอร์, วันโกหก, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6064380a0559a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 23:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 23:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด! ตร.คุมตัวหนุ่มวัย 40 โพสต์คุกคามลูกสาวนายกฯ ส่ง ปอท.สอบเครียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.64 - จากกรณี นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน ได้รับมอบอำนาจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ผู้โพสต์สวิตเตอร์ข้อความคุกคาม น.ส.ธัญญา และ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา บุตรสาวฝาแฝดของ กับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 85 ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยมี พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 และ พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รองผกก.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง เป็นผู้รับเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย ได้ออกหมายเรียกผู้ใช้ทวิตเตอร์ดังกล่าว เป็นชายไทยอายุประมาณ 40 ปี พักอาศัยอยู่ย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ และเป็นเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ jojoshamlet ที่โพสต์ข้อความคุกคามลูกสาวนายกฯ ให้มาพบพนักงานสอบสวนที่ สน.นางเลิ้ง ในวันที่ 29 มี.ค.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก Street Hero Project โพสต์ข้อความเมื่อเวลา 19.39 น. วันที่ 24 มี.ค. โดยแจ้งว่า&amp;nbsp;อัพเดท!!! Jojo เกมแล้ว ตอนนี้​ผู้ต้องหาคดีโพสต์คุกคามลูกสาวนายกฯถูกนำตัวไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โดยทางพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ได้ติดต่อขอหลักฐานทางคอมพิวเตอร์จากแอดมินเพจ Street Hero Project เพิ่มเติม ซึ่งแอดมินได้ส่งหลักฐานให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97201</URL_LINK>
                <HASHTAG>บก.ปอท., พรบ.คอมพิวเตอร์, มือทวีตข่มขู่ลูกสาวนายก, ลูกสาวนายกฯ, สน.นางเลิ้ง, หมิ่นประมาท, อภิวัฒน์ ขันทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b66712738a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไมค์-ลูกเกด&#039; มอบตัว ปอท.รับทราบข้อหา 112 มึนทั้งคู่ยังไม่รู้ทำผิดจากโพสต์เรื่องอะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.64 - เวลา 13.50 น. ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​การกระทำ​ความผิด​เกี่ยวกับ​อาชญา​กรร​มทาง​เทคโนโลยี​ (บก.ปอท.) ​นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์&amp;nbsp;นักกิจกรรมกลุ่มราษฎร​ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนปอท. เพื่อให้ปากคำหลังถูกร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดมาตรา 112 โดยนายภาณุพงศ์ กล่าวว่า เบื้องต้นทราบเพียงผู้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก แต่ยังไม่ทราบว่ามาจากการโพสต์หรือเหตุการณ์ใดที่เผยแพร่ทางโซเชียลและเข้าข่ายความผิดฐาน 112 พร้อมย้อนถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าก่อนหน้านี้เคยมีรับสั่งแล้วว่า ให้ยกเลิกความผิดฐาน 112 แต่นายกฯ ยังปล่อยให้มีการใช้มาตรา 112 ถือว่ามีความผิดฝ่าฝืนขัดกระแสรับสั่งหรือไม่ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่กังวล แม้ตอนนี้จะโดนแจ้งความ 8 คดี อีกทั้งทราบว่ามีคนโดนแจ้งข้อกล่าวหาในคดี มาตรา 112 แล้วกว่า 40 คน ซึ่งตนพร้อมสู้ตามกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในเวลา 14.00 น. น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นักกิจกรรมทางการเมือง เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับบก.ปอท. ในมาตรา 112 โดยน.ส.ชลธิชา กล่าวว่า วันนี้มารับทราบ และชี้แจงข้อกล่าวหาในมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์​ฯ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีแรกของตน แต่ยังไม่มีการนำพยานหลักฐานมาประกอบการชี้แจง เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจากการโพสต์ใดในเฟซบุ๊​กของตน เบื้องต้นคนที่มาแจ้งข้อกล่าวหาคือ นายนพดล พรหมภาสิต รองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย และเจ้าหน้าที่ได้มีการออกหมายเรียกในวันที่ 18 ม.ค.64 ซึ่งตนได้รับหมายเรียกในวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามทราบว่านายนพดล ยังมีการแจ้งข้อกล่าวหากับนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรเพิ่ม 3-4 คน ทั้งนี้นับตั้งแต่ที่มีการเคลื่อนไหวการปฏิรูปสถาบัน ก็รู้ว่าต้องถูกดำเนินคดี แต่ก็ยืนยันว่าจะเคลื่อนไหวต่อ และมั่นใจว่าตนไม่หนักใจที่จะต่อสู้คดี และยืนยันว่าการโพสต์เป็นเรื่องบริสุทธิ์​ใ​จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลธิชา แจ้งเร็ว, บก.ปอท., ภาณุพงศ์ จาดนอก, มาตรา112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e7d2494492.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039; สาหัส! แห่แจ้งความเอาผิดมาตรา 112-พรบ.คอมพ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค. 64 - ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) &amp;nbsp;นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) นายทศพล เพ็งส้ม กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนให้เอาผิดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในข้อหา ม.112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีแถลงข่าวผ่านไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กวิจารณ์การนำเข้าวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 โดยการจองล่วงหน้าและจัดซื้อผ่านบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า สหราชอาณาจักร ที่เชื่อมโยงกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กล่าวว่า เรามาในฐานะคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยรับมอบหมายจากนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอีเอส)ที่มอบหมายให้ตนรวบรวมพยานหลักฐานมาแจ้งความเอาผิดนายธนาธร หลังจากดูการแถลงข่าว เนื่องจากการวิจารณ์รัฐบาลเรื่องการนำเข้าการผลิตวัคซีน ที่กล่าวหารัฐบาลเรื่องประสิทธิภาพ คุณภาพ การผลิตล่าช้า และจำหน่ายให้กับประชาชน อีกทั้งในการแถลงข่าวว่ามีสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นการนำประชาชนมาเป็นตัวประกันระหว่างรัฐบาลกับสถาบัน ซึ่งไม่เป็นความจริง ดังนั้นทางทีมงานจึงเข้ามาดำเนินการ แจ้งความกล่าวโทษกับนายธนาธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กล่าวอีกว่า ทางทีมเจ้าหน้าที่ได้แกะคลิปวีดิโอไลฟ์สดกว่า 30 นาที รวมแล้ว 11 วรรคตอน โดยเฉพาะนาทีที่ 3 จนถึงนาทีที่ 28.10 น. ซึ่งถ้าหากฟังแต่ละช่วง โดยถ้าไม่ได้ดูคลิปโดยรวมทั้งหมด ก็จะเชื่อว่าสถาบันเข้าไปเกี่ยวข้องกับวัคซีน ซึ่งได้มีการย้ำโดยเฉพาะในช่วงที่มีการพูดถึงการถือหุ้น 100% และโยงเรื่องทุนต่างๆซึ่งไม่ถูกต้อง โดยรายละเอียดเนื้อหาในช่วงแต่ละประเด็นเราได้เตรียมให้ทางพนักงานสอบสวนดูแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ทางทีมงานก็ได้นำข้อมูลเมื่อวานนี้ (19 ม.ค.) ที่หน่วยงานราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องก็ได้ออกมาชี้แจงประเด็นที่นายธนาธร พูดเปรียบเทียบกับสิ่งที่นายธนาธร พูดนั้นไม่เป็นความจริง มีการบิดเบือนทำให้ประชาชนเชื่อทำให้เข้าใจผิด และตื่นตระหนก ซึ่งภาครัฐได้ชี้แจงในประเด็นต่างๆ ไปแล้วซึ่งก็มีคนมาติดต่อสอบถามมายังตนว่ามีสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ ตนยืนยันว่าสถาบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตวัคซีน และที่สำคัญยังไปดูถูกว่ารัฐบาลมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่จะนำวัคซีนที่มีคุณภาพมาให้กับประชาชนได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะดำเนินการคดีกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ใช่เฉพาะแค่นายธนาธร ทั้งในส่วนคดีม.112 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจะเร่งรัดติดตามอย่างต่อเนื่อง ว่าพนักงานสอบจะดำเนินการเสร็จเมื่อใด โดยมีคณะทำงานติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;อีกทั้งเรื่องนี้ได้มีการนำเรื่องวัคซีนกับสถาบันเข้ามาเชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกัน ทำให้ถูกดูถูก ดูหมิ่น และเกลียดชังจากประชาชน ซึ่งสถาบนไม่มีโอกาสที่จะมาชี้แจงตนจึงต้องมาชี้แจงให้กับประชาชนได้รับรู้ ส่วนกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งคำถามเรื่องงบประมาณเกี่ยวกับวัคซีนนั้น ตนมองว่าการชี้นำกับการตั้งคำถามนั้นต่างกัน กรณีนี้เป็นการชี้นำที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสุภรณ์ กล่าวว่า ตนผิดหวังในตัวนายธนาธร ที่พยายามบิดเบือนคำพูดทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ตระหนก เพื่อประโยชน์ตีกินทางการเมือง &amp;nbsp;ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เน้นย้ำหากมีใครบิดเบือนนำข่าวเท็จมากล่าวหาดูหมิ่น ก็คงไม่ปล่อยไว้ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเนวินธุ์ &amp;nbsp;ยืนยันว่าจะมีการดำเนินการเอาผิดกับคนที่ทำความผิดในม.112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กระทรวงดีอีเอส จะดูว่าการทำผิดของนายธนาธร มีการล่วงเกินถึงสถาบัน และบิดเบือนข่าวเพียงใด ซึ่งกระทรวงดีอีเอส จะมีการยืนให้ดำเนินการปิดทุกแพลตฟอร์ม โดยเร็วที่สุด รวมทั้งผู้ที่บิดเบือนข่าววัคซีน ทั้งนี้การบิดเบือนสามารถพิสูจน์ความผิดได้ โดยจะเริ่มจากช่องทางเฟซบุ๊กก่อน ที่จะยื่นขอให้ปิด ทั้งนี้ในส่วนของการแชร์ต่อ และผู้ที่เป็นต้นโพสต์ก็มีความผิดทั้งสิ้น จึงอยากฝากให้ประชาชนได้ตระหนักว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม และอย่าแชร์ต่อ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90451</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร, บก.ปอท., มาตรา112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007e793acb04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 03:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 03:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจนี่&#039;ใช้สิทธ์ความเป็นแม่ ฟาดกลับชาวเน็ตที่บูลลี่ลูกสาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดนกับตัวเองก็ยอมที่จะอดทน อยู่เงียบๆ เฉยๆ แต่พอเริ่มลุกลามไปยังลูกสาวตัวน้อย ทำเอา เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร หรือ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ทนไม่ไหว หลังเจอชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ถึงลูกสาวของเธออย่างเสียหาย จึงขอใช้สิทธิ์ความเป็นแม่ออกมาปกป้องลูกน้อย โดยได้เดินทางไปที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. เพื่อแจ้งความเอาผิดกับชาวเน็ตที่เข้ามาบุลลี่ลูกสาวเธอเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเจนี่ได้โพสต์ภาพและข้อความทางอินสตาแกรมว่า &amp;ldquo;ที่ผ่านมาเจนี่และมิกตกเป็นเหยื่อของ Cyberbullying หรือการระรานทางไชเบอร์มาตลอด มีทั้งสร้างเพจFacebook, Twitter, Instagram มีการใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ หยาบคาย กลั่นแกล้ง นำภาพไปตัดต่อในพื้นที่ส่วนตัวของเราและในพื้นที่การทำงานที่ได้รับมอบหมายมาตลอด ทางเราไม่เคยโต้ตอบใดๆ ครั้งนี้เจนี่และมิก ขอใช้สิทธิ์ของการเป็นคุณแม่และเป็นคุณพ่อ ปกป้องลูกสาวของเรา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากมีการใช้คำพูดไม่สุภาพ เอารูปของครอบครัวเราไปตัดต่อ เอารูปลูกของเราไปกลั่นแกล้ง เจตนาดูหมิ่นในที่สาธารณะและมีการคุกคามลูกของเรา ตามระรานครอบครัวเราในทุกพื้นที่ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 &amp;ndash; ผู้ใดกระทำประการใดๆ ต่อผู้อื่น เป็นการรังแก ข่มเหง คุกคามหรือกระทำให้ได้รับความอับอายเดือดร้อนรำคาญต่อสาธารณะ มาตรา326 ผู้กระทำมีความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทต่อบุคคลอื่น มาตรา 293 ผู้กระทำเด็กอายุไม่เกิน16 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎหมายทุกมาตรานี้ผู้กระทำผิดมีโทษทั้งจำคุกและโทษปรับ การกระทำด้วยการเขียนให้เกิดความอับอาย การตัดต่อภาพ การคุกคาม ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการถึงที่สุด วันนี้เราไม่สามารถจะนิ่งเฉยปล่อยให้ผู้กระทำผิดมาทำร้ายตัวเรา ลูกเรา และครอบครัวของเราได้อีกแล้วค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม janienineeleven&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87742</URL_LINK>
                <HASHTAG>บก.ปอท., มิกกี้-นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร, เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, แจ้งความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe24eba07db6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีริต้าอุ้มท้อง6เดือนแจ้งความปอท.ถูกตัดต่อคลิป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.63 - ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) น.ส.ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช หรือริต้า ดารานักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วยนายกรณ์ ณรงค์เดช สามี และนายธีรศักดิ์ ปัสสารี ที่ปรึกษากฎหมาย เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ณัฐไชยเฉลิม วงศ์ใหญ่ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความเอาผิดบุคคลนำคลิปวิดีโอที่ถูกตัดต่อเชิงลามกอนาจารเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ฐานความผิดข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศรีริต้า กล่าวว่า เห็นคลิปดังกล่าวที่มีการตัดต่อเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วแต่ระบุเพียงว่าเป็นคนหน้าคล้ายนางเอกชื่อดังจึงไม่ได้สนใจ กระทั่งล่าสุดมีแฟนคลับส่งคลิปนี้มาอีกครั้งและตั้งชื่อเป็นตนเองเพื่อต้องการให้คนเข้าไปดูเยอะๆ มีการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ส่อไปในทางลามกอนาจาร โดยผู้หญิงคนในคลิปก็ไม่ใช่ตน แต่เห็นแล้วทนไม่ได้เพราะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวคนอื่น จึงปรึกษา สามี และ ที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อต้องปกป้องชื่อเสียงตัวเอง ตนรู้สึกว่าคนทำคลิปนั้นเป็นคนใจร้ายมาก ส่วนการตั้งครรภ์ลูกคนแรกนั้นขณะนี้ท้องได้ 6 เดือนแล้วส่วนเรื่องเพศขอยังไม่เปิดเผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายกรณ์ เผยว่าเป็นห่วงในอนาคตเรื่องครอบครัว เพราะต้องมีลูกที่เกิดมา กลัวว่าเมื่อลูกโตขึ้นอาจได้รับผลกระทบ จึงอยากให้ลบคลิปทั้งหมด และได้ปรึกษา ตำรวจ ปอท. แล้วว่าเป็นคดีอาญา พร้อมต้องการนำคนผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทาง นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบกว่า 30 เว็บไซต์ที่มีการเผยแพร่คลิป ส่วนใหญ่เป็นเว็บไซต์พนันออนไลน์ จึงนำหลักฐานมามอบให้ตำรวจ ปอท. เพื่อปกป้องสิทธิ ทั้งนี้ จะดำเนินผู้โพสต์และผู้แชร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 โดยจะไม่มีการยอมความ อย่างไรก็ตาม ฝากถึงผู้ที่จะกระทำอาจมีความผิดตามมาหรือถ้าเป็นคนในครอบครัวจะมีความรู้สึกอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นตำรวจ ปอท. สอบปากคำผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86380</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, คลิป, น.ส.ศรีริต้า เจนเซ่น, บก.ปอท., ริต้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0565b90b8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
