<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หุ้นน้ำหวาน กำไรร่วงถ้วนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หุ้นน้ำหวานโอดเศรษฐกิจไม่ฟื้น กำลังซื้อชะลอ เจอภาษีสรรพสามิตและภาษีน้ำตาลเพิ่มขึ้น ฉุดกำไรร่วงถ้วนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ได้ประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรก ปี 61 ซึ่งส่วนใหญ่มีผลกำไรปรับลดลงหลังจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังชะลอตัว โดย บมจ.ทิปโก้ฟูดส์ (TIPCO) ไตรมาสแรก มีกำไรสุทธิ 50 ล้านบาท ลดลง 87% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากรายได้จากการขายและบริการรวม 978 ล้านบาท ลดลง 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของธุรกิจผลิตภัณฑ์จากพืช ผัก และผลไม้ที่ราคาขายปรับลดลงตามราคาวัตถุดิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บมจ. มาลีกรุ๊ป (MALEE) ในไตรมาส 1/61 มีกำไรสุทธิจำนวน 9 ล้านบาท ลดลง 92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากสัดส่วนการขายต่างประเทศลดลง ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนเพิ่มเติมในโรงงาน เครื่องจักร และสำนักงาน ค่าใช้จ่ายจากการทดสอบและเริ่มการผลิตของเครื่องจักรใหม่ ต้นทุนภาษีสรรพสามิตและภาษีน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากภาระเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนเพิ่มเติมในเครื่องจักร รวมถึงการทยอยลงทุนในธุรกิจการร่วมค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI) ไตรมาส 1 มีกำไรสุทธิ 32.9 ล้านบาท ลดลง 47.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากรายได้จากการขายอยู่ที่ 1,312.5 ล้านบาท ลดลง 11.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไม่เติบโต มีการแข่งขันด้านราคา รวมถึงการปรับราคาขายปลีกที่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต และภาษีน้ำตาลของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านบมจ.โออิชิ กรุ๊ป (OISHI) ไตรมาส 2/61 (สิ้นสุด มี.ค. 61) มีกำไรสุทธิ 245.6 ล้านบาท ลดลง 41% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 418.83 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 6 เดือน ปี 61 มีกำไรสุทธิ 543 ล้านบาท ลดลง 21.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 691.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายของธุรกิจเครื่องดื่ม แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการเพื่อควบคุมและลดต้นทุนขายในส่วนของวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายในการบริหารได้เป็นอย่างดีเนื่องมาจากการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการดาเนินงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 3,123 ล้านบาท ลดลง 340 ล้านบาท หรือ 9.8 % จากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้จากการขายรวม 3,463 ล้านบาท โดยธุรกิจเครื่องดื่ม มีรายได้จำนวน 1,516 ล้านบาท ลดลง 18.9% หลังตลาดชาเชียวโดยรวมลดลง ส่วนธุรกิจอาหารมีรายได้รวม 1,607 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากการขยายสาขาร้านอาหารต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9287</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลท., ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ธุรกิจเครื่องดื่ม, บจ., บริษัทจดทะเบียน, ผลประกอบการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afb9254e3e07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.กระทุ้ง 20 บจ.เร่งส่งแก้ไขเหตุเพิกถอนภายในสิ้นเดือนนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลท.เตือนบจ. 20 แห่ง เร่งดำเนินการแก้ไขเหตุเพิกถอนและยื่นคำขอพ้นเหตุเพิกถอน หรือคำขอขยายระยะเวลาแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 31 มี.ค. 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค. 61 - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศแจ้งเตือนบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 20 บริษัท ให้เร่งดำเนินการแก้ไขเหตุเพิกถอนและยื่นคำขอพ้นเหตุเพิกถอน หรือคำขอขยายระยะเวลาแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนแล้วแต่กรณี มายังตลท. ภายในวันที่ 31 มี.ค. 61 หากครบระยะเวลาดังกล่าว บจ.ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ตลท.จะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ขณะที่ หากบจ.ใดสามารถดำเนินการให้เหตุเพิกถอนหมดไปภายในระยะเวลาดังกล่าว ตลท.จะประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ของบจ.ว่าเข้าสู่ช่วงดำเนินการให้มีคุณสมบัติเพื่อกลับมาซื้อขาย และจะให้เวลาดำเนินการให้มีคุณสมบัติเพื่อกลับมาซื้อขายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายชื่อบจ.ที่มีเหตุเพิกถอนเนื่องจากฐานะการเงิน จำนวน 12 บริษัท คือ บมจ.เค-เทค คอนสตรัคชั่น (KTECH) บมจ.ปุ๋ยเอ็นเอฟซี (NFC) บมจ.ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล (POMPUI) บมจ.โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) (PRO) บมจ.ซาฟารีเวิลด์ (SAFARI) บมจ.ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง (STHAI) บมจ.ทุ่งคาฮาเบอร์ (THL) บมจ.เวนเจอร์ อินคอร์ปอเรชั่น (VI) บมจ.เวิลด์ คอร์ปอเรชั่น (WORLD) บมจ.วีรีเทล (WR) บมจ.ยงไทย (YCI) และบมจ.ยานภัณฑ์ (YNP)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ รายชื่อบจ.ที่มีเหตุเพิกถอนเนื่องจากไม่ส่งงบการเงินภายในกำหนด จำนวน 8 บริษัท คือ บมจ.เอเชียน อินซูเลเตอร์ (AI) บมจ.เอไอ เอนเนอร์จี (AIE) บมจ.บลิส-เทล (BLISS) บมจ.บางกอกสหประกันภัย (BUI) บมจ.ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) (CHUO) บมจ.อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง (IEC) บมจ.แอล.วี.เทคโนโลยี (LVT) และบมจ.ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ (TUCC) นอกจากนี้ NFC POMPUI SAFARI BLISS และ BUI ได้ยื่นคำขอพ้นเหตุเพิกถอนแล้วโดยตลท.อยู่ระหว่างพิจารณา ส่วน PRO STHAI และ YNP สามารถยื่นคำขอขยายระยะเวลาแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนได้อีกไม่เกิน 1 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5326</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบการเงิน, ตลท., ตลาดหลักทรัพย์, บจ., บริษัทจดทะเบียน, เพิกถอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf63032ae00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.เตรียมใช้เครื่องหมาย “C” ดูแลนักลงทุน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลท.เตรียมใช้เครื่องหมาย &amp;ldquo;C&amp;rdquo; ดูแลนักลงทุน กรณี บจ. มีความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน งบการเงิน หรือลักษณะธุรกิจ เริ่มใช้ตั้งแต่ 2 ก.ค. 61&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 61 นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ตลท.เปิดเผยว่า ตลท.เตรียมใช้เครื่องหมาย &amp;ldquo;C&amp;rdquo; (Caution) ในกรณีที่ฐานะการเงินและการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีการเปลี่ยนแปลงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเห็นว่าควรมีเครื่องหมาย &amp;ldquo;C&amp;rdquo; เพื่อเตือนผู้ลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนหลักทรัพย์นั้นๆ โดยเกณฑ์ดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 2 ก.ค. 61 และในส่วนของงบการเงินจะพิจารณาจากงบรายไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักทรัพย์ที่ขึ้นเครื่องหมาย &amp;ldquo;C&amp;rdquo; ต้องซื้อด้วยบัญชีเงินสด (Cash Balance) โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะประกาศให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้า 1 วันทำการ และเพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลและแนวทางแก้ไขของบจ. จึงให้ บจ.ชี้แจงข้อมูลภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมายและทุกไตรมาส สำหรับระยะเวลาของการขึ้นเครื่องหมาย จะมีผลจนกว่า บจ. จะแก้ไขเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามหลักการทั่วไปของการขึ้นเครื่องหมายประเภทอื่นๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4464</URL_LINK>
                <HASHTAG>Caution, ก.ล.ต., ตลท., ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, นักลงทุน, บจ., สัญลักษณ์, เกศรา มัญชุศรี, เครื่องหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a786deb4fd56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บจ.ไทยโกยกำไรปี 60 เฉียดล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลท.เผยบจ.ไทยแข็งแกร่ง ปี 60 มีกำไร 982,000 ล้านบาท กลุ่มพลังงานหนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค. 61 - นางเกศรา มัญชุศรี กรามการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในปี 60 บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน SET จำนวน 566 บริษัท หรือคิดเป็น 97.75% จากทั้งหมด 579 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 982,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.05% เมื่อเทียบกับปี 59 ถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนงวดไตรมาส 4/60 มีกำไรสุทธิ 251,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.26% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/59 ด้านบจ.ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีกำไรสุทธิ 4,970 ล้านบาท ลดลง 13.54% เมื่อเทียบกับปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผลจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น มาจากหมวดพลังงานและสาธารณูปโภคที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ กำไรสุทธิของหมวดธนาคารปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น ส่วน mai ที่มีผลกำไรลดลง มาจากบจ.บางแห่ง ไม่สามารถเติบโตได้ตามสภาวะเศรษฐกิจได้ แต่เชื่อว่าอยู่ในช่วงปรับตัว และมีศักยภาพดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4394</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไร, ตลท., ตลาดหลักทรัพย์, ตลาดหุ้น, บจ., ผลประกอบการ, เกศรา มัญชุศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a786deb4fd56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2018 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2018 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วรวรรณ” โพสต์เฟซบุ๊กจี้รัฐกดดันบอร์ดสอบธรรมาภิบาลผู้บริหาร ITD</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกสมาคมบลจ.โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วอนรัฐกดดันบอร์ดบริษัทตรวจสอบธรรมาภิบาลผู้บริหารล่าสัตว์ในป่าสงวน เพราะบริษัทรับงานบิ๊กโปรเจ็คของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ. 61 - นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคมบลจ.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ถูกควบคุมตัวเนื่องจากเข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โดยมีตอนหนึ่งระบุว่า เนื่องจากบริษัทนี้เป็นกิจการที่ได้รับงานใหญ่จากภาครัฐ ถ้าภาครัฐเห็นความสำคัญของการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและการกระทำที่ไม่ผิดต่อกฏหมาย ก็ควรส่งความกดดันไปยังกิจการ เพื่อให้ความศักดิ์สิทธิ์ของกฏหมายยังคงอยู่ และมีความเป็นธรรมเมื่อเทียบกับกรณีอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริษัทและผู้บริหาร ไม่ได้ทำผิดต่อ พรบ.หลักทรัพย์ฯ จึงอยู่นอกเหนือขอบข่ายการพิจารณาความผิดของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย (ก.ล.ต.) แต่อาจจะผิดต่อกฏหมายอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องต้องพิสูจน์ สืบสวน สอบสวน กันต่อไป ทั้งนี้ หากผู้บริหารระดับสูงของกิจการใดใด กระทำผิดต่อกฏหมายอื่นๆ เป็นส่วนตัว (ไม่ใช่ ผิดกฏหมายหลักทรัพย์) เช่น ไปทำร้ายหรือฆ่าใคร ไปลักทรัพย์คนอื่น ฯลฯ ... ผลกระทบต่อบริษัทน่าจะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการของบริษัทนั้นๆ ว่าจะพิจารณาผู้บริหารรายนั้นๆ อย่างไรให้เหมาะสม โดยคำนึงถึง &amp;quot;Reputation Risk&amp;quot; ของบริษัท (ความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อชื่อเสียงของกิจการ จนอาจส่งผลต่อการทำธุรกิจ) ซึ่งเสียงสะท้อนจากสาธารณชนจะมีส่วนกดดัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เอกสารบรรษัทภิบาล ปี 61 ของบริษัทนี้ที่ประกาศต่อผู้ลงทุนและสาธารณชน ระบุในหน้า 10 โดยข้อ 6. ด้านสังคมส่วนรวม ระบุว่า บริษัทฯ จะไม่กระทำการใดๆ ที่จะส่งผลเสียหายต่อสังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังต้องแสวงหาโอกาสสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ปลูกฝังจิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อสังคมให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงานทุกระดับอย่างต่อเนื่องและจริงจัง รวมทั้งปฏิบัติหรือควบคุมให้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามเจตนารมย์ของกฏหมายและกฏระเบียบที่ออก และในหน้า 11 เรื่องจริยธรรมธุรกิจและจรรยาบรรณ ระบุในหน้า 13 ข้อ 1.6 เรื่องผู้บริหารต่อสังคมส่วนรวม เอาไว้ว่า &amp;quot;ไม่กระทำการใดๆ ที่จะมีผลเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพแวดล้อม&amp;quot; กรณีนี้ จึงน่าจะเป็นเรื่องที่คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2675</URL_LINK>
                <HASHTAG>ITD, บจ., บลจ., วรวรรณ ธาราภูมิ, อิตาเลียนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7c07cfa9c01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
