<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับยาบ้า-ไอซ์ล็อตใหญ่76ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตำรวจปราบปรามยาเสพติดแถลงจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ของกลางยาบ้า 5.4 ล้านเม็ด กัญชา 560 กก. ขณะที่ทาง พ.ต.ท.ก้องภพ โพธิ์แสน ผบ.ร้อย ตชด.426 จ.กระบี่ และพวก ได้จับกุมผู้ต้องหายาเสพติดจำนวน 3 ราย ยาบ้าจำนวน 1,341,550 เม็ด, ยาไอซ์ 6 กก. รวมมูลค่า 76 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 13 ก.ย.2564 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดจำนวน 2 คดี จับผู้ต้องหารวม 5 คน พร้อมของกลางยาบ้า 5,400,000 เม็ด และกัญชา 560 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคดีแรกเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายสิทธิพล เจริญงดงาม อายุ 40 ปี นายตั๋ว เจริญภัย อายุ 40 ปี และนายขวัญนภัส ลี้เจริญสุวรรณ อายุ 32 ปี พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 27 กระสอบ จำนวนประมาณ 5,400,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน เงินสดจำนวน 17,000 บาท โทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง ที่บริเวณถนนสายเอเชีย (32) ขาเข้ากรุงเทพฯ หลัก กม.ที่ 114 ต.โพบางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เวลาประมาณ 12.20 น. ต่อเนื่อง บริเวณริมถนนสายเอเชีย (32) ขาขึ้นเหนือ ต.ท่างาม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เวลาประมาณ 12.10 น. ของวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกคดี เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายนิพนธ์ หรือแสบ เก่งธัญการ อายุ 43 ปี นายสุรศักดิ์ หรือศักดิ์ พันธุ์สวัสดิ์ อายุ 28 ปี พร้อมของกลางกัญชา 560 กิโลกรัม โดยเป็นการขยายผลจากการจับกุมนายชัยณรงค์ หมั่นเขตรกิจ ผู้ต้องหาในคดีเสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายขณะขับรถ ในพื้นที่ สภ.บ้านแพง จ.นครพนม จึงได้ขยายผลจนทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการจับกุมเครือข่ายลักลอบลำเลียงกัญชา 274 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว ของ บก.ปส.2 บช.ปส. เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา และจากข้อมูลรถต้องสงสัยข้างต้น พบยังมีเครือข่ายนักค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับการจับกุม มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติด (กัญชา) จากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง จึงได้ติดตามพฤติการณ์กลุ่มบุคคลดังกล่าว และสามารถจับกุมบุคคลในเครือข่ายได้ก่อนหน้านี้จำนวน 4 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจได้สืบสวนขยายผลทราบว่า กลุ่มของนายหรั่งจะลักลอบลำเลียงยาเสพติด โดยใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 4 กล 516 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียน กษ 6187 นครสวรรค์ จึงได้วางแผนติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 12 ก.ย. พบรถยนต์ทั้งสองคันวิ่งติดตามกันในเส้นทาง (ถนนบึงกาฬ&amp;ndash;หนองคาย) ในเขตพื้นที่ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย มุ่งหน้า จ.หนองคาย เมื่อถึงบริเวณริมถนนบ้านผือ&amp;ndash;กุดจับ ในเขตพื้นที่บ้านเม็ก หมู่ที่ 1 ต.ข้าวสาร อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี จึงเข้าตรวจสอบพบยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) จำนวน 560 กิโลกรัม วางเรียงซ้อนอยู่ภายในห้องโดยสารของรถยนต์เชฟโรเลต จึงยึดไว้เป็นของกลางก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2564 ที่ห้องประชุม กก.ตชด.42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.ณัฐ สิงห์อุดม รอง ผบช.ตชด.พร้อมด้วย พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบช.ภ.8 พ.ต.อ.วัฒนา เพ็งแก้ว ผกก.ตชด.42 ทุ่งสง ได้ร่วมแถลงข่าวผลงานของ พ.ต.ท.ก้องภพ โพธิ์แสน ผบ.ร้อย ตชด.426 จ.กระบี่ และพวก ได้จับกุมผู้ต้องหายาเสพติดจำนวน 3 รายประกอบด้วย นายกานต์ หรือต่อ แซ่ลิ่ม อายุ 37 ปี, นางสาวสิวิณี หรือทราย เอื้อเฟื้อ อายุ 39 ปี และ น.ส.กันณิกา หรือเมย์ จันทร์หนองไทร อายุ 42 ปี ชาว จ.ภูเก็ต พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 1,341,550 เม็ด, ยาไอซ์ 6 กก. รวมมูลค่า 76 ล้านบาท และตรวจยึดรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเทา ทะเบียน 1ตข-9885 กทม. จำนวน 1คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.ต.ต.ณัฐได้แถลงรายละเอียดการจับกุมของกลางยาบ้าล็อตมหึมาในครั้งนี้ เมื่อ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา เริ่มจากกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการข่าว ร้อย ตชด.426 จ.กระบี่นำโดย พ.ต.ท.ก้องภพ โพธิ์แสน ผบ.ร้อย ตชด.426 ได้ทำการจับกุม น.ส.กันณิกา หรือเมย์ จันทร์หนองไทร อายุ 42 ปี ผู้ต้องหารายแรกในพื้นที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมของกลางยาบ้า 22,000 เม็ด จากนั้นได้คุมตัวไปสอบสวนขยายผลจนทราบว่าสั่งซื้อยาบ้ามาจากนายกานต์หรือต่อ แซ่ลิ่ม และ น.ส.สิวิณี หรือทราย เอื้อเฟื้อ ผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางตำรวจ ตชด.ชุดดังกล่าวจึงวางแผนล่อซื้อและจับกุม นายกานต์ หรือต่อ และ น.ส.สิวิณี ขณะขับรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเทา ทะเบียน 1ตข-9885 กทม. บนถนนสายลานสกา-จันดี หมู่ 1 ต.เขาแก้ว อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช จึงทำการตรวจค้นในรถเจอยาบ้าล็อตมหึมาจำนวนกว่า 1 ล้านเม็ด โดยมีการขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช และ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา จนสามารถตรวจยึดยาบ้าของกลางทั้งหมด 1,341,550 เม็ด มูลค่า 70 ล้านบาท และยาไอซ์ 6 กก. มูลค่า 6 ล้านบาท รวมมูลค่า 76 ล้านบาทดังกล่าว&amp;nbsp; โดยนายกานต์หรือต่อ หัวหน้าแก๊งยาเสพติดให้การรับสารภาพว่าเดินทางไปรับยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ดจากเอเยนต์รายใหญ่ในพื้นที่ อ.หัวไทร และเตรียมจะนำมาส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ จ.กระบี่และ จ.พังงา จนมาถูก ตชด.จับกุมได้ดังกล่าว ซึ่งทาง ตชด.จะได้ขยายผลแก๊งนี้ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116590</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของกลางยาบ้า 5.4 ล้านเม็ด, จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่, จับยาบ้า, ตำรวจปราบปรามยาเสพติด, บช.ปส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f40a53631f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.ปส. ทลายแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดไอซ์ 500 กก. ยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64 - ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ,พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่ง (ผช.ผบ.ตร.) พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) แถลงข่าวทลายขบวนการยาเสพติดรายใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 1 วันที่ 10 มิ.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 ร่วมกับเจ้าที่ตำรวจ บก.ขส., ชุดวิเคราะห์ข่าวฯ บก.ปส.2, ปป.3 สปป.ป.ป.ส., เจ้าหน้าที่ ศรภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ นายพีรพัฒน์ หรือติมอร์ พิรักษา อายุ 23 ปี นายสามารถ หรือแก๊ป คุ้มสมุทร อายุ 23 ปี นายพุฒิพงศ์ หรือปอนด์ พวงสมบัติ อายุ 25 ปี และนายศุภฤกษ์ หรือแครอท&amp;nbsp; แรงกสิวิทย์ อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง ไอซ์&amp;nbsp; 516 กิโลกรัม รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน รถยนต์เก๋ง จำนวน 1 คัน อาวุธปืน ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน จำนวน 12 นัดและโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 8 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้อนุญาต และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ใจครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; จับกุมได้ที่พิสมัยรีสอร์ท ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จว.กาฬสินธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทำการสืบสวนขยายผลและวิเคราะห์ข้อมูลจากการจับกุมเครือข่าย&amp;nbsp; ยาเสพติดรายสำคัญในห้วงที่ผ่านมารวม 7 คดี สามารถตรวจยึดยาบ้ารวม จำนวนประมาณ 20,000,000 เม็ด, ตรวจยึดไอซ์ รวมจำนวนประมาณ 2,000 กิโลกรัม และยาเสพติดอื่นอีกจำนวนมาก ทำให้พบข้อมูลว่ายังมีเครือข่ายยาเสพติดที่พยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วนำไปซุกซ่อนอำพรางในสินค้าต่างๆ เพื่อลักลอบส่งออกไปยังต่างประเทศจึงได้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 พบข้อมูลว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะขึ้นไปดำเนินการเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชุดจับกุมจึงร่วมบูรณาการออกสืบสวนติดตาม จนพบว่าในเวลาช่วงเช้ามืดของวันที่ 10 มิถุนายน 2564 กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ใช้รถยนต์จำนวน 2 คัน ขับขี่ตามกันเข้าไปในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม แล้วขับขี่กลับออกมามุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ตอนในและเข้าพักที่ พิศมัยรีสอร์ท ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ จึงเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง&amp;nbsp; 4 คน พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 12 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 516 กก. และจะสืบสวนขยายผลยึดทรัพย์ เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกรายจับกุม เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สกส.บช.ปส.ได้ร่วมกันจับกุมนายศุภโชค สุขสุด อายุ 35 ปี นายวิชัย อินทรีย์วงศ์ อายุ 40 ปี นายประมวล ขันแก้ว. อายุ 36 ปี&amp;nbsp; พร้อมของกลางยาบ้า&amp;nbsp; 4,000,000 เม็ด&amp;nbsp; รถยนต์ 3 คัน จยย.1 คัน&amp;nbsp; โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;&amp;nbsp; จับกุมได้ที่บริเวณภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ หสน.ธวัชบริการแพร่ เลขที่ 188 หมู่ 4 ต. ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จ.แพร่ ต่อเนื่อง บริเวณภายในลานจอดรถตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายศุภโชค สุขสุด ซึ่งมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ร่วมกับ นายวิชัย อินทรีย์วงศ์ ทั้งสองมีพฤติการณ์ร่วมกันลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ทางภาคเหนือ และจะนำไปจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ทางกลางและปริมณฑล ตามสั่งการของผู้ว่าจ้าง โดยใช้เส้นทาง จว.เชียงราย - พะเยา &amp;ndash; ลำปาง - แพร่ - อุตรดิตถ์ - พิษณุโลก - พิจิตร - นครสวรรค์ จนกระทั่งวันที่&amp;nbsp;14 มิถุนายน 2564 เวลา 08.30 น.สามารถจับกุมนายศุภโชค และนายวิชัย ผได้ที่บริเวณ บริเวณภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ หสน.ธวัชบริการแพร่ เลขที่ 188 ม. 4 ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จว.แพร่ พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด และจับกุมนายประมวล ได้ที่บริเวณภายในลานจอดรถตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี&amp;nbsp;จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ตามกฎหมายเพื่อขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.มาตราการฯ ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106443</URL_LINK>
                <HASHTAG>บช.ปส., ยาบ้า, ยาเสพติด, ยาไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c85656bcdf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปปส.&#039; แก้เกี้ยวแจ้งของกลางคือ &#039;โซเดียมไตรฟอสเฟต&#039; ยันไม่สลับ &#039;ยาเค&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.63 - ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส.แจ้งความร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.ให้ดำเนินคดีผู้ร่วมขบวนการส่งออกเคตามีนไปยังประเทศไต้หวันกว่า 300 กิโลกรัม หลังไปยึดเคตามีนที่โกดังใน จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 11.5 ตัน มูลค่านับ 20,000 ล้านบาท แต่กลับพบว่าเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟตที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวว่า วันนี้นำเอกสารที่ได้รับจากประเทศไต้หวันจับกุมเคตามีนไว้ได้ 300 กิโลกรัมมาแจ้งความเอาผิดกับผู้ร่วมขบวนการลอบส่งเคตามีนไปยังประเทศไต้หวัน ซึ่งบุคคลรายนี้อยู่ในประเทศไทย โดยเช่าโกดังเพื่อเก็บเฟอร์นิเจอร์แต่เมื่อตรวจค้นกลับเป็นที่เก็บสารเคมี ทั้งนี้ขอชี้แจงถึงกรณีที่ตรวจสอบเคตามีนกว่า 11.5 ตันแล้วพบว่ามีบางส่วนเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟส เบื้องต้นพบว่าสารเคมีทั้ง 2 ชนิด มีลักษณะภายนอกเหมือนกัน ตอนตรวจค้นที่โกดังพบของกลาง 66 กระสอบถูกเปิดอยู่ ที่เหลือ 406 กระสอบยังเย็บปากถุงปิดไว้ พอตรวจสอบด้วยน้ำยาเคมีกับกระสอบที่เปิดไว้แสดงผลออกมาเป็นสีม่วง จึงเชื่อว่าเป็นเคตามีนตามที่ไต้หวันจับกุมได้จากต้นทาง จากนั้นก็ได้ร่วมกับ บช.ปส.นำของกลางไปเก็บไว้ที่ ป.ป.ส.ภาค 1 โดยเช่ารถบรรทุกขนของกลางไว้ 2 คัน และมีขบวนรถจากหลายหน่วยงานคอยคุ้มกันและแวะเติมน้ำมันที่เดียว ยืนยันไม่มีการสับเปลี่ยนของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวว่า ต่อมาเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าสารเคมีดังกล่าวคือไตรโซเดียมฟอสเฟสซึ่งไม่เคยพบว่า สารตัวนี้จะแสดงผลเป็นสีม่วง โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 09.30 น.นักวิทยาศาสตร์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และผู้เชี่ยวชาญของ ป.ป.ส.จะตรวจพิสูจน์สารเคมีจากของกลางทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่ ป.ป.ส.ภาค 1 แต่ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน จึงจะทราบว่าของกลางที่เหลือเป็นยาเสพติดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวชี้แจงว่า สาเหตุที่การตรวจสอบล่าช้านั้น แต่แรกที่ไต้หวันจับกุมตรวจยึดของกลางได้วันที่ 23 ตุลาคม ก่อนส่งเอกสารให้ไทยลงวันที่ 29 ตุลาคม 2563 และ ป.ป.ส.รับเรื่องวันที่ 2 พฤศจิกายน จึงจะสืบสวนหาข้อมูลถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน แล้วเข้าตรวจค้นโกดัง พร้อมทำบันทึกการเข้าตรวจค้น ซึ่งผลการทดสอบสารเคมีที่พบเบื้องต้นพบเป็นเคตามีนจึงบันทึกเป็นสารคล้ายเคตามีนทุกรายการ โดยมีพยานนำตรวจค้นและตำรวจท้องที่ได้สอบปากคำเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ พฐ.ได้เก็บหลักฐานเป็นที่เย็บปิดปากถุง พร้อมประสานประเทศต้นทางเก็บหลักฐานใบส่งสินค้าและอื่นๆ ซึ่งจะนำมามอบให้ บช.ปส.ภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่า บช.ปส.ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงจากทั้งพยานหลักฐาน บุคคล และเอกสาร เบื้องต้นรับคำร้องทุกข์ไว้พิจารณาดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย ฉะนั้นการสอบสวน บช.ปส.ต้องเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ประสานอธิบดีอัยการตั้งคณะทำงานสอบสวน เพื่อติดตามกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของยาเสพติดต่อไป ทั้งนี้พบว่าเคตามีนไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทย แต่เป็นทางผ่านเพื่อไปสู่ประเทศที่ 3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, บช.ปส., ปปส., ยาเค, สารไตรโซเดียมฟอสเฟต, เคตามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbb4f82e80b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!จับร้านทองเครือข่ายฟอกเงินยาเสพติด&#039;ดาวเรือง&#039;รวมทั่วประเทศนับแสนล้าน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.น.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค5 (บช.ภ.5)กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค8 (บช.ภ.8) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการบุกค้นร้านทองในพื้นที่กรุงเทพ เเละต่างจังหวัดเช่น จ.นครปฐม จ.กาญจนบุรี ภาคใต้ และจังหวัดทางภาคเหนือ ว่า เป็นการขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ 4 เครือข่าย ซึ่งหนึ่งในนั้นมี &amp;quot;เครือข่ายดาวเรือง&amp;quot; รวมอยู่ด้วย เนื่องจากพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดดังกล่าวใช้วิธีการฟอกเงินด้วยการนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดโอนเข้าบัญชีร้านทอง เพื่อซื้อทองคำแท่ง ซึ่งพบว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดดาวเรืองฟอกเงินที่ร้านทองย่านวังบูรพา จากการตรวจสอบเงินหมุนเวียนในบัญชีของร้านที่รับโอนจากเครือข่ายยาเสพติดหลายร้อยราย สูงถึงหลักพันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดเครือข่ายอื่นในภาพรวมทั่วประเทศ ฟอกเงินด้วยการซื้อทองคำแท่ง ซื้อขายน้ำมันเเละธุรกิจการส่งออกสินค้าหลากหลายประเภท เมื่อส่งออกไปก็จะมีการส่งสินค้ากลับเข้ามาในรูปแบบสินค้าอื่นๆ มูลค่าในการฟอกเงินครั้งนี้กว่าเเสนล้านบาท การปฏิบัติการในครั้งนี้มีการหมายจับ 400 หมายจับ สามารถจับกุมได้กว่า 300 หมายจับ ซึ่งมีทั้งเจ้าของร้านทอง กว่า 10 หมายจับ เจ้าของธุรกิจน้ำมัน และผู้รับเปิดบัญชีรับโอนเงิน และกดเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ พร้อมทั้งขยายผลไปยังผู้บงการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขบวนการค้ายาเสพติดดาวเรือง เป็นขบวนการที่ค้าทั้งยาไอซ์ และยาบ้า จากข้อมูลพบว่าทำมาซักระยะแล้ว ซึ่งกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดมีข้อมูลอยู่แล้ว ซึ่งยังพบว่าผู้บงการของเครือข่ายนี้ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศ และพบว่ามีบางส่วนสั่งการมาจากในเรือนจำ ซึ่งมีการประสานกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์มาตลอด นอกจากนี้ขยายผลยังพบร้านทองอีกหลายแห่งที่รับฟอกเงินจากเครือข่ายยาเสพติด เช่น ย่านเยาวราช 2-3 ร้าน จ.กาญจนบุรี จ.นครปฐม แม่สอด จ.ตาก และภาคใต้ ซึ่งจากการสอบปากคำเจ้าของร้านทองที่ถูกจับกุม บางส่วนรับสารภาพ บางส่วนให้การภาคเสธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69145</URL_LINK>
                <HASHTAG>บช.ปส., พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, ร้านทองฟอกเง ิน, เครือข่ายยาเสพติดดาวเรือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec6eea7c944.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองผบ.ตร.&#039;สั่งขยายผลยาบ้ารูปแบบใหม่อัดแผ่นซุกในเสื้อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.62-ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. ร่วมกับ กอ.รมน.,ป.ป.ส.,ป.ป.ง. และกรมศุลกากร แถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดราย 3 คดีใหญ่ของกลางยาบ้ากว่า 1.5 ล้านเม็ด และไอซ์ มูลค่ารวมกว่า 150 ล้านบาท
โดยคดีแรกจับกุม นายบัญชา โสภารัตกุลอายุ 32 ปี ชาว จ. แพร่ พร้อมของกลางยาบ้า 1,500,000 เม็ด รถกระบะและของกลางอื่นๆ หลังสกัดกั้นและจับกุมผู้ต้องหาได้เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ริมถนนสายเอเซีย(32) ขาเข้ากรุงเทพฯ หน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี ต. น้ำตาล อ. อินทร์บุรี จ สิงห์บุรี แจ้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 2 จับกุมนายมีชัย มนต์คาถา อายุ 46 ปี พร้อมของกลางไอซ์ 970 กรัม และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง หลังฝ่ายสืบสวนตรวจพบข้อมูลของผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงจะลักลอบนำยาเสพติดออกนอกประเทศไทย โดยจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานนาริตะ ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา พบนายมีชัยกำลังเข้ารับการตรวจบัตรขึ้นเครื่อง จึงเชิญตัวไปตรวจค้น เมื่อปลดกระดุมกางเกงที่สวมใส่พบว่านายมีชัย สวมกางเกงในสองชั้น โดยชั้นในสุด มีผ้าอนามัยที่นำเส้นใยด้านในออกและบรรจุไอซ์ในถุงก้อนวงรี 25 ก้อน น้ำหนักรวม 370 กรัม นายมีชัยรับสารภาพอีกว่า ยังมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในช่องทวารหนักอีกจำนวน 41 ก้อน น้ำหนักรวม 500 กรัม รวมของกลางทั้งหมด 66 ก้อน หนัก 470 กรัม และได้เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว 5-6 ครั้ง ส่วนคดีที่ 3 จับกุม น.ส.วีรนุช วรรณแสง อายุ 27 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาในเครือข่ายยาเสพติดพีอาร์เงินล้าน หลังตำรวจปราบปรามยาเสพติดเปิดยุทธการ &amp;ldquo;สยบไพรี 62/2 เครือข่าย PR เงินล้าน&amp;rdquo; ติดตามจับกุมนายเอกนิธิ กอบชัยณรงค์ และ น.ส.หนึ่งฤทัย ภาคพูลไทร พร้อมยาบ้าประมาณ 294,000 เม็ด,ไอซ์ จำนวนประมาณ 6,700 กรัม และของกลางอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวถึงกรณีมียาบ้ารูปแบบใหม่ที่มีลักษณะอัดเป็นแผ่นซุกซ่อนไว้ในเสื้อที่ถูกตรวจพบว่า มีผู้นำเข้ามาใน จ.เชียงรายว่า วัตถุดังกล่าวนั้นเป็นสารเสพติดประเภท 1 หรือ เมทแอมเฟตามีน ซึ่งออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งอาจนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นผลิตเคตามีนหรือไอซ์ โดยคาดว่านำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งแม้จะมีเพียง 6 กิโลกรัม แต่ก็ไม่เคยพบมาก่อน โดยจะต้องใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์มาร่วมตรวจสอบว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง และต้องสอบถามผู้ต้องหาอีกครั้งว่าจะนำไปทำอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43860</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, บช.ปส., ป.ป.ส., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาเสพติด, รองผบ.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bb459e0cd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปส.รวบ2 ผัวเมียจัดหายาเสพติดให้&#039;ปุ๊กกี้&#039;นานกว่า 1 ปี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.62- &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปราม (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน &amp;nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วยพล.ต.ท.ชินภัทร &amp;nbsp;สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบรามยาเสพติด (ผบช.ปส) แถลงข่าวจับกุมตัวนายกันต์ธร หรือมิว แก้วกระจ่าง อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 276/2562 &amp;nbsp;และ น.ส.ธาริณี ขาวบัณฑิต อายุ 23 ปี ชาวจ.พังงา ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 278/2562 จับกุมได้ที่จุดรับส่งผู้โดยสารท่าเรือลมพระยา ภายในบริเวณท่าเรือเกาะพะงัน หมู่ที่ 1 ต.เกาะพะงัน &amp;nbsp;อ.เกาะพะงัน จว.สุราษฏร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 17 &amp;nbsp;มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ร่วมกับเจ้าพนักงาน สำนักงาน ป.ป.ส. จับกุม น.ส.พริสซิลลา ปริศนา จิวเมลลี่ อายุ 40 ปี กับพวก 3 คน พร้อมของกลาง เคตามีน น้ำหนักร่วมสิ่งห่อหุ้ม ประมาณ 5.2 กิโลกรัม และของกลางอื่นฯ อีกหลายรายการ ที่บ้านเลขที่18/118 ซ.รามอินทรา 65 รามอินทรา แขวง ท่าแร้ง เขต บางเขน กรุงเทพมหานคร นำส่ง พงส.บก.ปส.4 บช.ปส. ดำเนินคดี จากการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบการเงินของ น.ส.พริสซิลลา พบว่ามียอดเงินหมุนเวียนจำนวนมาก มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินของ น.ส.พริสซิลลา จำนวนหลายคน และเมื่อดูจากพยานหลักฐานอื่นๆ ประกอบด้วยแล้วพบว่า มีนายกันต์ธร ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหายาเสพติดให้กับกลุ่มของน.ส.พริสซิลลา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลอาญา เพื่อออกหมายจับนายกันต์ธร ต่อมาศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับนายกันต์ธร หรือมิวฯ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 276/2562 ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนพบว่า นายกันต์ธร ได้เดินทางไปยังพื้นที่ จว.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติดตามตัว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน เวลาประมาณ 13.30 น. พบนายกันต์ธร และน.ส.ธาริณี ยืนอยู่บริเวณจุดรับส่งผู้โดยสารท่าเรือลมพระยา ภายในบริเวณท่าเรือเกาะพะงัน หมู่ที่ 1 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จว.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหานายกันต์ธร และควบคุมตัวนำส่ง พงส.บก.ปส.4 บช.ปส. เจ้าของคดี เพื่อดำเนินคดีและขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้น นายกันต์ธร และน.ส.ธาริณี &amp;nbsp;ทั้งสองรู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ค ฝ่ายหญิงทำอาชีพจัดงานอีเว้นท์ ส่วนรู้จักกับน.ส.พริสซิลลา อย่างไรนั้นยังไม่ขอเปิดเผย จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 มีความเชื่อมโยมเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด ร่วมกับ น.ส.พริสซิลลา โดยทำหน้าที่จัดส่งของและรับเงิน &amp;nbsp;รู้จักกับ น.ส.พริสซิลลา เป็นเวลา 1 ปี มีการติดต่อกับ น.ส.พริสซิลลา เรื่องเกี่ยวกับการเงิน จากการตรวจบัญชีพบว่า ในช่วงเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเป็นจำนวนมาก โดยในวันส่งของ นายกันต์ธร และน.ส.ธาริณี ไม่ทราบว่าภายในกระเป๋านั้น บรรจุยาเสพติดอยู่ ทราบเป็นเพียงเสื้อผ้าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนกระแสข่าวที่มีดาราเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการของ ปุ๊กกี้นั้น เบื้องต้นยังไม่มีรายชื่อปรากฎแต่อย่างใด&amp;quot;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39319</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, บช.ปส., ปุ๊กกี้, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาเสพติด, เครื่องข่ายยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10780f278a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ2พี่น้องโคราชใช้รถทัวร์ขนยาบ้าเกือบ 3 ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62- พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติด &amp;nbsp;พร้อมด้วยพล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.และนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯเชียงราย ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายพร้อม รัตนกระจ่าง อายุ 46 ปี และนายธนาธิป รัตนกระจ่าง อายุ 50 ปี &amp;nbsp;2 พี่น้องจังหวัดนครราชสีมา พร้อมของกลางยาบ้าประทับตรา 999 ตรารูปดาว และตราฝิ่นสีแดง จำนวน 17 กระสอบ 1,414 มัด รวม 2,828,000 เม็ด , รถกระบะมิตซูบิชิสีเทา ทะเบียน ผค-6604 เชียงราย รถทัวร์โดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-เชียงราย หมายเลขทะเบียน 10-1294 ปทุมธานี , รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง ทะเบียน ขงฉ-192 เชียงราย , โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ตำรวจ ปส.สืบทราบขบวนการค้ายาเสพติดเครือข่ายรถทัวร์โดยสารที่เคยก่อเหตุขนยาบ้ามาแล้วหลายครั้ง จะขนยาบ้าจำนวนมากจากเชียงราย ส่งเครือข่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงติดตามจนพบรถทัวร์โดยสารดังกล่าว โดยมีนายพร้อมและนายธนาธิป ขับมาตามถนนพหลโยธิน เข้าไปจอดภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.เชียงราย แห่งที่ 2 ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย จากนั้นได้ขนถ่ายยาพสติดและขับออกจากสถานีไปจอดพักอยู่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.สันทราย ไม่ห่างจากสถานีขนส่งฯมากนัก ก่อนจะมีรถยนต์กระบะของกลางขับเข้าไปเทียบ แล้วรถยนต์กระบะได้ขับออกไปจากปั๊ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าคุมตัวนายพร้อม และนายธนาธิป ซึ่งกำลังนั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยวอยู่บริเวณปั๊มน้ำมันได้ พร้อมนำรถออกไล่ติดตาม ปรากฎว่ารถกระบะไหวตัวขับหลบหนีขึ้นสายเหนือไปตามถนนพหลโยธิน ก่อนจะขับหลบหนีไปทางถนนทวีรัตน์ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย และเสียหลักพุ่งลงไปข้างทาง แต่คนขับเปิดประตูหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจค้นรถพบของกลางยาบ้าจำนวนมากดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้านพล.ต.ต.พรชัย เสริมว่า เครือข่ายยาเสพติดรายนี้มีพฤติกรรมขนยาเสพติดมาต่อเนื่องและทำมาแล้วหลายครั้ง โดยใช้ทั้งรถโดยสารประจำทาง รถบรรทุกห้องเย็น รถขนพืชผลทางการเกษตร ฯลฯ แล้วขนยาเสพติดขนปนไปกับนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสาร ส่งเครือข่ายที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27120</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เชียงราย, บช.ปส., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาบ้า, รถทัวร์, ศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c455b073e2ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
