<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. สั่งตำรวจไซเบอร์สอบแต่งกายคล้ายจนท.ร่วมเพศชายรักชายเผยแพร่ใน Onlyfans</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีการตรวจพบบัญชีผู้ใช้ Onlyfans ในลักษณะลามกอนาจาร โดยมีการแต่งเครื่องแบบคล้ายเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงให้ความสำคัญในประเด็นดังกล่าวและได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เร่งพิสูจน์ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้สั่งการไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้เร่งทำการพิสูจน์ทราบตัวผู้ใช้บัญชีที่กระทำลักษณะดังกล่าวว่าเครื่องแบบที่ผู้ใช้บัญชีดังกล่าวใช้นั้น เป็นเครื่องแบบของตำรวจหรือไม่ หรือเป็นชุด Cosplay ที่ผู้ใช้บัญชีใช้แต่งเพื่อดึงดูดยอดผู้เข้าชม โดยในขณะนี้ได้ทราบบัญชีที่มีการกระทำลักษณะดังกล่าวแล้ว แต่ยังคงอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวผู้ใช้บัญชี ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีการดำเนินการทางวินัยและทางอาญา หากไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการทางอาญาและส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการโพสต์ภาพหรือคลิปวิดิโอในลักษณะลามกอานาจาร ก็จะเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้า ผลิต เผยแพร่สื่อลามกอนาจารฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกฯ ตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ในส่วนการแต่งกายในเครื่องแบบนั้น หากพบว่าเป็นเครื่องแบบตำรวจ ก็เป็นความผิดฐานแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547 หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องพิจารณาจากพฤติการณ์และพยานหลักฐานที่ปรากฎต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากเตือนผู้ที่เป็นเจ้าของกลุ่มหรือช่อง Onlyfans ต่างๆ ว่าอย่าคำนึงถึงแต่เพียงการได้รับค่าสมาชิกเท่านั้น เพราะภาพหรือคลิปวิดีโอที่ท่านได้โพสต์ไป อาจจะมีผู้ไม่หวังดีนำมาใช้ล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของท่าน หรืออาจย้อนกลับมาทำร้ายท่านในภายหลังได้ และตัวท่านเองอาจถูกดำเนินคดีจากพฤติกรรมดังกล่าวได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117661</URL_LINK>
                <HASHTAG>Onlyfans, คลิปลามก, ตำรวจไซเบอร์, บช.สอท., พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c6cdfa76bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจไซเบอร์บุกทลายแหล่งผลิตปืนเถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่ 2 จังหวัด มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.64 - ที่กองบังคับการ 3 กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.3 บช.สอท. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท.(กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผบก. 3 บช.สอท. ร่วมกันแถลงข่าว ผลการจับกุม นายดนุนัย (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุล) &amp;nbsp;อายุ 38 ปี ชาว จ.ขอนแก่น , นายสรวีย์ (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุล) &amp;nbsp;อายุ 43 ปี ชาว จ.เชียงราย ,นางกุลธิรัตน์ (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุล)&amp;nbsp;อายุ 43 ปี ชาว จ.เชียงราย พร้อมของกลางอาวุธปืนเถื่อนกว่า 2,000 กระบอก ลูกกระสุนปืนรวม 1,000,000 นัด รวมมูลค่าของกลางกว่า 50 ล้าน หลังถูกกำลังเจ้าหน้าที่ บก.3 บช.สอท. ทำการตรวจยึดได้ในเจตพื้นที่ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ ในเขต จ.เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.กรไชย &amp;nbsp;คล้ายคลึง ผบช.สอท. กล่าวว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตํารวจ บช.สอท. ร่วมกับ บก.สส.ภ.4 และ สภ.เมืองขอนแก่น ได้ทำการสืบสวนสอบสวนกลุ่มผู้ค้าอาวุธปืนเถื่อนทางออนไลน์จนกระทั่งพบผู้ค้ารายใหญ่จำนวน 2 ราย ทำการเสนอจำหน่ายอาวุธปืนผ่านช่องทางเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊ค จึงได้ทำการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล และสถานที่ที่ใช้สำหรับซุกซ่อนอาวุธปืนเพื่อรอจำหน่าย ในเขต จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงราย จนกระทั่งในวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาพร้อมกันทั้งในเขต จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจุดแรกในเขต จ. ขอนแก่น 3 จุด ทาวเฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งดัดแปลงเป็นโกดังเก็บของที่ ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 1,114 กระบอก , อาวธุ ปืนสั้นไม่มีทะเบียน 30 กระบอก และกระสุนปืน &amp;nbsp;400,000 นัด จุดที่ 2 ที่บ้านทาวเฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นโกดังเก็บของเช่นกัน ในเขต ต.ศิลา อ.เมือง ในจุดนี้ ตรวจยึด ปืนยาวไม่มีทะเบียน 258 กระบอก,อาวธุ ปืนสั้นไมมีทะเบียน 84 กระบอกและกระสุนปืนประมาณ 320,000 นัด จุดที่ 3 บ้านพักภายในหมู่บ้านวราศิริหนองไผ่ ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น พบอาวธุปืนยาวไม่มีทะเบียน 42 กระบอก, อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 8 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 200,000 นัด &amp;nbsp;โดยทั้ง 3 จุดของขอนแกน มีนายดนุนัย เป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะที่กำลัง บก.3 บช.สอท. อีก 1 ชุดได้เข้าทำการตรวจค้นภายในเขต อ.เมือง จ.เชียงราย &amp;nbsp;2 จุด คือจุดแรกที่ บ้านพักแห่งหนึ่งที่มีการต่อเติมให้เป็นโกดังเก็บของ พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 173 กระบอก , อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 51 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 54,000 นัด และจุดที่ 2 ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์บีบีกัน &amp;nbsp; พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 13 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 3,500 นัด อาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียนจำนวน 1,600 กระบอก,อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 173 กระบอก และกระสุนปืนตะกั่ว จำนวน 977,510 นัด &amp;nbsp;ซึ่งจากการสอบสวน นายดนุนัย ให้การว่าได้สั่งอาวุธปืนมาจากผู้ค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคใต้โดยปืนดังกล่าวนำเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งจากอินโดนีเซีย,สวีเดน,สหรัฐอเมริกา, ตุรกี,สเปนและจีนโดยไม่ผ่านวิธีการทางศุลกากร ผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนรายหนึ่งที่กำลังเจ้าหน้าที่กำลังเข้าสอบสวน ในส่วนอุปกรณ์ส่วนควบและกระสุนปืน &amp;nbsp;จะสั่งซื้อมาจากร้านค้าในเขตพื้นที่ กรุงเทพฯ โดยอาวุธปืนและอุปกรณ์ส่วนควบทั้งหมดจะถูกส่งมาที่โกดังทั้ง 3 แห่งในเขต จ.ขอนแก่น เพื่อทำการประกอบตามออเดอร์การสั่งซื้อ &amp;nbsp;และสร้างเว็บไซต์เป็นช่องทางจำหน่ายคือ &amp;nbsp;ปืนอัดลม.com เพื่อโพสต์แสดงสินค้าเมื่อมีลูกค้าสนใจจะทำการ ติดต่อผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ และให้ลูกค้าทำการชำระเงินผ่านวิธีการทางธนาคาร ก่อนที่จะจัดส่งสินค้าให้ทาง บริษัทขนส่งเอกชน โดยมีลูกค้าอยู่ทั่วประเทศไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.สอท. กล่าวว่า ขณะที่แนวทางการสอบสวนยังคงพบอีกว่านายดนุนัยนั้นใช้ขอนแก่นเป็นฐานการผลิต &amp;nbsp;และใช้พื้นที่เชียงราย เป็นจุดจำหน่ายสินค้าเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ &amp;nbsp;โดยกลุ่มขบวนการดังกล่าวได้ทำการค้าขายมาแล้วประมาณ 5 ปี มีลูกค้ามากกว่า 50,000 ราย มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 300,000 บาทต่อเดือน โดยมียอดของการสั่งซื้อทุกวันๆละหลายร้อยกระบอก &amp;nbsp;ทั้งยังคงมีการเปิดช่องยูทูป &amp;nbsp;ชื่อ &amp;ldquo;AirgunRifle&amp;rdquo; สำหรับการใช้รีวิว สินค้า โดยมีบริษัทเอกชนขนส่งที่กลุ่มขบวนการดังกล่าวนี้เลือกใช้โดยเฉพาะ ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่มีข้อมูลที่จะทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมต่อไป อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จจึงตั้งข้อกล่าวหาว่า มีและจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน,จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนแก่ผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อหรือมีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนฯพ.ศ.2490 , ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซึ่งรับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันพึงรู้ว่านำเข้ามา โดยไม่ถูกต้องตามพิธีการทางศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นและ สภ.เมืองเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113088</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าอาวุธออนไลน์, บช.สอท., ปืนเถื่อน, พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114dd6d3e4ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บก.สอท.1&#039;บุกทลายเว็บพนันบอลCLUB388ยึดของกลางเงินหมุนเวียนจำนวนมาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.64-พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.)มอบหมายให้ พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1(ผบก.สอท.1) และพ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รองผบก.สอท.1 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองผบก.สอท.1 สั่งการพ.ต.อ.คัมภีร์ พรหมสนธิ ผกก.2 บก.สอท.1 และพ.ต.อ.วีระวิทธ์ ผลประสิทธิ์ ผกก.3บก.สอท.1 ติดตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีพฤติการณ์เปิดให้มีการทายผลฟุตบอลพบเว็บไซต์การพนันฟุตบอล CLUB388 มีพฤติการณ์การกระทำความผิด จึงได้เข้าทำการตรวจค้นห้องเลขที่ 10/90 อาคาร LPN รามอินทรา-หลักสี่ อาคาร C 2 ชั้น 4 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร พบผู้ต้องหาจำนวน 4 คน พร้อมของกลางเป็น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 2 เครื่อง, จอคอมพิวเตอร์ 4 จอ , โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ,สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน &amp;ldquo;จัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น(ทายผลฟุตบอลต่างประเทศ) ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการจับกุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับพนันออนไลน์ เปิดให้มีการทายผลฟุตบอลในครั้งนี้ พบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบ เป็นปัญหาสังคมในวงกว้าง เป็นต้นเหตุของการก่ออาชญากรรมอีกมากมาย จึงขอประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อ และเฝ้าระวังบุตรหลานของท่านไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ สามารถแจ้งไปยังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, บช.สอท., เว็บพนันฟุตบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc867f7658e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแจง&#039;ติวเข้มเสริมเขี้ยวเล็บ&#039;ตำรวจไซเบอร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 64 - ที่อาคารประชุมสัมนาและฝึกอบรม บช.ก. เมืองทองธานี พล.ต.ท.กรไชย&amp;nbsp; คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&amp;nbsp; (ผบช.สอท.) เป็นประธานเปิด โครงการสัมมนาการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเบื้องต้น ให้แก่ข้าราชการตำรวจ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งใหม่ ในระดับ รอง สว. - ผบ.หมู่จำนวน 347 นาย ตั้งแต่วันที่ 15 - 16&amp;nbsp; มี.ค. 2564 โดยมี พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผบก.ตอท. พร้อมคณะ เป็นวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ บรรยายการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า โครงการดังกล่าว ดำเนินการตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ซึ่งมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างทักษะ ความรู้ความเข้าใจ ในพื้นฐานอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, แนวทางการทำงานของ บช.สอท., ความตระหนัก เรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์, มาตรการป้องกันและแก้ไขการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน ตลอดจน การยกระดับขีดความสามารถ ในการปฏิบัติภารกิจ อาทิ แนวทางการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการเก็บและรวบรวมพยานหลักฐานดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอดรับกับนโยบายการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้ง 5 ด้าน อันได้แก่ ด้านที่ 1 ประภทการหลอกลวงออนไลน์ทางด้านการเงิน (Scam หรือCallCenter), ด้านที่ 2 ประเภทการใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตในการซื้อขายสินค้า และสิ่งผิดกฎหมาย, ด้านที่ 3 ประเภทการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไชเบอร์, ด้านที่ 4 ประเภทการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก หรือสตรีทางอินเตอร์เน็ต การใช้อินตอร์เน็ตในการซื้อขายทางลามก อนจารเด็ก บริการทางเพศ และการค้ามนุษย์ และด้านที่ 5 ประเภทการพนันทางออนไลน์อาชญากรรมข้ามชาติ และงานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีความมุ่งหมาย ในการพัฒนาบุคคลกร ให้มีความสามารถ ในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาสนับสนุนการทำงานอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ จนสามารถสืบสวนสอบสวน ติดตามจับกุม ผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจน สามารถปกป้อง ประชาชน เยาวชน สังคม และประเทศชาติ ให้มีความปลอดภัยจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ ถือเป็นการขับเคลื่อนทิศทางการทำงานของ บช.สอท. ไม่ว่าจะเป็น อาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมพิเศษระหว่างประเทศ การก่อการร้ายทางไซเบอร์ การเงินดิจิทัล เว็บไซด์ใต้ดิน รวมถึงการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดต่าง ๆ ทางเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อาชญากรรมทางไซเบอร์ ถือเป็นความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายและการรับมือป้องกันในรูปแบบต่าง ๆ โดยต้องอาศัยทักษะความรู้ ในการป้องอาชญากรรมทางไซเบอร์, กระบวนการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการรวบรวมพยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ทางดิจิทัล เพื่อสามารถยืนยันการกระทำความผิดของอาชญากรทางไซเบอร์ ได้อย่างแน่ชัด ในขั้นตอนของการอำนวยยุติธรรมทางอาญาและลดความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมให้แก่ประชาชน สมดั่งวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ว่า &amp;ldquo;เป็นองค์กรสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมไซเบอร์อย่างมืออาชีพที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจไซเบอร์, บช.สอท., พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง, เทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604edb94d4f56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กปั๊ด&#039;สั่งเอาจริง!จัดหนักบูลลี่ทางโซเชียล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเด็กหญิงถูกเพื่อนบูลลี่สีผิวว่าดำในสื่อออนไลน์ ว่าการใช้เเพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือสื่อออนไลน์ ในปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนไปแล้ว ซึ่งหากใช้อย่างถูกต้องก็จะก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ในทางกลับกันหากใช้ในทางไม่ถูกต้องก็จะก่อให้เกิดผลร้ายตามมามากเช่นกัน อย่างการระรานทางไซเบอร์ หรือ Cyberbullying หมายถึง การกลั่นแกล้ง การให้ร้าย การด่าว่า การข่มเหง หรือการรังแกผู้อื่นทางสื่อสังคมต่างๆ เช่น Facebook, Twitter เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying) นอกจากจะส่งผลร้ายในด้านของจิตใจและอาจส่งผลต่อร่างกายของผู้ที่ถูกกระทำแล้ว ในทางกฎหมายอาจจะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชนทั่วไปสามารถเห็นหรือเข้าถึงข้อความดังกล่าวได้อาจจะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในฐานความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ผู้เสียหายจะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญ และตระหนักถึงภัยจากอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีในการกระทำความผิดมาโดยตลอด จึงได้สั่งการ บช.สอท.เร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. ได้สนองนโยบายดังกล่าว และสร้างการรับรู้ถึงพิษภัยต่างๆ บนโลกออนไลน์ พร้อมกับแนวทางการป้องกันให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ขอฝากแนวทางการป้องกัน การระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying) ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ เก็บข้อมูลส่วนตัวของตัวเองให้ดี โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์, ผู้ปกครองต้องคอยสอดส่องพฤติกรรม ให้คำแนะนำในการใช้สื่อออนไลน์แก่บุตรหลาน และควรสร้างความสัมพันธ์อันดี เพื่อให้บุตรหลานไว้วางใจ เมื่อมีปัญหาจะได้กล้าขอคําปรึกษา นอกจากนี้ยังฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนทุกคนให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีสติ หากพบเห็นการ Cyberbullying ก็อย่าแชร์ต่อ อย่าคอมเมนต์ อย่าไปยุ่งเกี่ยวไม่ว่าจะทางใด เพื่อให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันปัญหาและทำให้สังคมออนไลน์เป็นสังคมที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91851</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, บช.สอท., ผบ.ตร., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รองโฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a31f08be4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขาหื่นวิตถารเตรียมซวย!ตร.ชี้คนดูคลิปโป้เด็กผิดกม.ด้วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) แถลงถึงแนวทางการป้องกันจากกรณีมีการจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่สื่อลามกบนโลกออนไลน์ และการใช้อินเทอร์เน็ตในการซื้อขายทางลามกอนาจาร ว่าในการจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องกับการนำภาพของผู้เสียหายมาข่มขู่เพื่อเรียกเอาทรัพย์, การล่อลวงให้เด็กและเยาวชนกระทำลามกอนาจาร และการเผยแพร่สื่อลามกบนโลกออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันมีผู้เสียหายในคดีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงอยากฝากข้อคิดไปยังผู้ใช้โซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์ต่างๆ ขอให้ใช้วิจารณญาณในการใช้สื่อออนไลน์ให้มาก เพราะท่านเองอาจจะตกเป็นเหยื่อ หรืออาจจะเป็นผู้สนับสนุนการเผยแพร่สื่อลามกโดยไม่รู้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่ออีกว่า ขอฝากเตือนไปยังผู้ใช้โซเชียลมีเดีย รวมถึงสื่อออนไลน์ต่างๆ ว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าวข้างต้นเข้า ข่ายความผิดฐาน พยายามรีดเอาทรัพย์ฯ &amp;nbsp;มาตรา 338 , ทําผลิต มีไว้ นําเข้าหรือส่งออก หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กด้วยวิธีใดๆ การค้า การแจกจ่าย การแสดงหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการค้า สื่อลามกอนาจารเด็กฯ มาตรา &amp;nbsp;287/2, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ ที่มีลักษณะลามกฯ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 , บังคับขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรฯ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 26, โฆษณาหรือรับโฆษณา ชักชวน เรียกร้องเพื่อการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่นฯ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี มาตรา 7 หรืออาจจะมีความผิดอื่นๆเพิ่มเติมอีก ส่วนคนดู โดยเฉพาะพวกที่สมัครเป็นสมาชิกเพื่อเข้าไปดูภาพลามกเด็กดังกล่าว อาจจะเป็นความผิดตาม มาตรา 287/1 ฐานครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศของตนเองและผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการไปยัง พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. ให้ทาง บช.สอท. เร่งรัดปราบปราม จับกุมผู้กระทำความผิดบนโลกออกไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เนื่องจากเป็นนโยบายที่ทาง ผบ.ตร. และรัฐบาลให้ความสำคัญ รวมถึงให้สร้างการรับรู้ถึงพิษภัยต่างๆ บนโลกออนไลน์ พร้อมกับแนวทางการป้องกันให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงแนวทางการป้องกันการขู่กรรโชกทางเพศ(Sextortion) ดังนี้ 1. ระมัดระวังเมื่อจะเลือกรับเพื่อนจากโลกออนไลน์ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ ถึงแม้ปรากฏว่าเป็นเพื่อนของเพื่อน ก็ควรตรวจสอบว่าเป็นเพื่อนกันจริง ๆ หรือไม่ &amp;nbsp;2.การพูดคุย ส่งรูป หรือการไลฟ์สด ควรคิดให้รอบคอบ ไม่ควรส่งภาพส่วนตัวให้ใครดูทางออนไลน์ และไม่ควรหลงเชื่อการชวนให้ทำกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม เพราะอาจถูกนำคลิปหรือรูปภาพส่วนตัวไปใช้ในการขู่กรรโชกเอาทรัพย์ได้ ซึ่งคนร้ายมักออกอุบายให้เหยื่อที่เป็นเด็กมาถ่ายภาพเพื่อเป็นนางแบบ หรือ ให้ส่งภาพเปลือยหน้าอกผ่านทางออนไลน์เพื่อแลกกับค่าตอบแทน แล้วใช้ภาพดังกล่าวในการข่มขู่ให้ถ่ายคลิปลามกเพิ่มเติม และ 3.หากตกเป็นเหยื่อแล้ว ไม่ควรส่งเงินหรือทำตามที่มิจฉาชีพบังคับให้ทำ เพราะจะยิ่งทำให้มิจฉาชีพได้เครื่องมือในการขู่กรรโชกเพิ่มขึ้นไปอีก โดยในเบื้องต้นควรรายงานการละเมิดนโยบายของผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ที่คนร้ายใช้เพื่อระงับบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของคนร้าย &amp;nbsp;เก็บรวบรวมข้อมูลการขู่กรรโชก และรายละเอียดของคนที่ขู่กรรโชกเราไว้เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ผู้ปกครองเองควรใส่ใจบุตรหลานรวมถึงให้คำแนะนำและควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียหรือสื่อออนไลน์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้บุตรหลานมีทัศนคติในการใช้สื่อออนไลน์ที่ถูกต้อง, &amp;nbsp;รู้จักการเลือกรับสื่อออนไลน์ที่เหมาะสม, &amp;nbsp; เข้าใจถึงพิษภัยที่มีบนโลกออนไลน์และหลีกเลี่ยงป้องกันได้อย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91145</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, คลิปเด็ก, บช.สอท., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_6010d9a0e76f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;ตั้ง11นายตำรวจรักษาราชการกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 471/2563 ลงวันที่ 15 ก.ย.2563 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน ใจความว่า ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2563 จัดตั้งกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2563 เป็นต้นไป และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่น ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ฉบับที่17) พ.ศ.2563 ประกอบกับ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ 8/2563 เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2563 มีมติให้ความเห็นชอบ การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับผู้บังคับการ ถึงผู้บัญชาการในสังกัด บช.สอท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72 (2) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2559 ลงวันที่ 5 ก.พ.2559 ให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนในตำแหน่งต่างๆ จำนวน 11 ราย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง จเรตำรวจ (สบ.8) รักษาราชการแทน ผบช.สอท. 2.พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รองผบช.สตม. รักษาราชการแทน รอง ผบช.สอท. 3.พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รองผบช.ภ.6 รักษาราชการแทน รอง ผบช.สอท. 4.พล.ต.ต.มณเทียร พันธ์อิ่ม ผบก.กองมาตรฐานวินัย รักษาราชการแทน รอง ผบช.สอท.&amp;nbsp;5.พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สส.ภ.6. รักษาราชการแทน ผบก.สอท.2 6.พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผบก.ประจำ บช.น. รักษาราชการแทน ผบก.สอท. 1 7.พ.ต.อ.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รองผบก. กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 รักษาราชการแทน ผบก.สอท.5 8.พ.ต.อ.ชัยพงศ์ ทรงผลนภจร รองผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู รักษาราชการแทน ผบก.อก.สอท.9.พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผบก.ภ.จ.ชลบุรี รักษาราชการแทน ผบก.สอท.4 10.พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผบก.กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี รักษาราชการแทนผบก.บก.ตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ 11.พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์รักษาราชการแทน ผบก.สอท.3
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77612</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, บช.สอท., ผบ.ตร., ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, รักษาราชการแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61a65349d57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
