<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังจ่อควบรวม “บตท.-ธอส.” ชี้ภารกิจใกล้เคียงกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค. 2562 รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ขณะนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังเร่งดำเนินการควบรวมสถาบันการเงินเฉพาะของรัฐระหว่างธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) โดยจะนำ บตท.เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ธอส.และยุบ บตท.ทิ้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากทั้ง 2 สถาบันมีภารกิจด้านการเงินเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยคล้ายกัน ซึ่งระยะเวลาการควบรวมจะทำให้เสร็จโดยเร็วไม่น่าจะเกินปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การควบรวมครั้งนี้ถือเป็นเรื่องลับ โดย ธอส.จะเป็นแกน เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กร ไม่ใช่ควบรวมเพื่อแก้ปัญหา เพราะตัว บตท.แม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็ยังมีกำไรอยู่ปีล่าสุด 102 ล้านบาท และมีสินทรัพย์ 18,972 ล้านบาท แต่ด้วยภารกิจที่มีจำกัดโอกาสเติบโตคงน้อย จึงน่าจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธอส.มากกว่า ซึ่งปัจจุบันมียอดสินทรัพย์ 1.16 ล้านล้านบาท กำไร 1.2 หมื่นล้านบาท โดยช่วยให้ ธอส.สามารถทำภารกิจได้รอบด้านขึ้น ซึ่งรูปแบบการควบรวมจะมีการโอนทั้ง สินทรัพย์ หนี้ ภาระผูกพัน พนักงานประจำ ลูกหนี้ แต่ลูกหนี้จะไม่ได้รับผลกระทบจากการควบรวม โดยยังได้รับเงื่อนไขเดิม&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนการควบรวมขณะนี้อยู่ระหว่างการออกร่างกฎหมายเพื่อควบรวมกิจการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งได้สรุปการเปิดรับฟังความเห็นไปแล้ว 4 ครั้ง อยู่ระหว่างเสนอ ครม.และให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อ ขณะเดียวกันจะต้องแก้ไขกฎหมายของทั้ง ธอส. และบตท. เพื่อรองรับการควบรวม เนื่องจากทั้ง 2 สถาบันการเงินมีพ.ร.บ.เป็นของตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือ สศค.จะเสนอการออก และแก้ไขกฎหมายให้ สนช.พิจารณาได้หรือไม่ เพราะยังไม่แน่ว่า สนช.จะมีอำนาจพิจารณากฎหมายได้ถึงเมื่อไร แต่หากเสนอไม่ได้ก็ต้องรอสภาผู้แทนราษฎร โดยยืนยันว่าการควบรวมจะมีแค่ 2 สถาบันการเงินนี้เท่านั้น ไม่ได้มี ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือสถาบันการเงินรัฐแห่งอื่นรวมอยู่&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาระสำคัญของกฎหมายการควบรวมสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น มีการกำหนดการโอนกิจการ เงิน ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน เป็นต้น การเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้กับสถาบันการเงินที่ได้รับโอน การยกเว้นค่าธรรมเนียม จากการโอนหรือเปลี่ยนแปลง รายการทางทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือหลักประกันที่ได้รับโอน การยกเว้นภาษีที่เกิดขึ้นจากการกระบวนการควบรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามข้อดีช่วยให้ธอส.มีความเชี่ยวชาญในการทำตลาดรองสินเชื่อเพิ่มขึ้นแบบครบวงจร ส่วนข้อเสียจากการควบรวม อาจทำให้ ธอส.มีต้นทุนการดําเนินงานเพิ่มขึ้นจากที่ประมาณการไว้ และมีภาระต้องกันสํารองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคุณภาพทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาจาก บตท.ด้วย โดยเฉพาะขณะนี้ ธอส.อยู่ระหว่างทดลองทำมาตรฐานรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือทางการเงิน (ไอเอฟอาร์เอส 9) ซึ่งกําหนดให้มีการกันสํารองสําหรับความเสี่ยงตลอดอายุของสินทรัพย์จึงอาจทำให้มีภาระเพิ่มขึ้นมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนพนักงานประเภทลูกจ้างชั่วคราวของ บตท. จะไม่สามารถไปปฏิบัติงานที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจผู้รับโอนกิจการได้ทําให้พนักงานประเภทนี้จะถูกเลิกจ้างและได้รับเงินชดเชยแทน ส่วนพนักงานประจําของ บตท.ยังได้รับสิทธิการโอนย้ายไปอยู่กับ ธอส.ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า เพิ่งได้รับทราบข่าวการออกร่างกฎหมายควบรวมสถาบันการเงินจากสื่อ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นการควบรวมระหว่างใคร ซึ่งหลังจากนี้ ธอส.จะมีการสอบถามไปยัง สศค.เพื่อรับทราบรายละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33030</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบรวม, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), บตท., สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca6c3762e72d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
