<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039; หนาวแน่! &#039;แก้วสรร&#039; ออกบทความ &#039;บริษัทพระราชทาน&#039; ไม่ใช่ &#039;วัคซีนพระราชทาน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.64 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;บริษัทพระราชทาน&amp;quot;&amp;nbsp;ไม่ใช่ &amp;quot;วัคซีนพระราชทาน&amp;quot;&amp;nbsp;ผ่าน www.thaipost.net โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไลฟ์สด ของธนาธร เรื่อง &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน : ใครได้ใครเสีย&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดนรัฐบาลส่งคนไปแจ้งความเอาผิด มาตรา ๑๑๒ ได้อย่างไร &amp;nbsp;ใครวิพากษ์รัฐบาลก็โดน ๑๑๒ ปิดปากเอาได้ง่ายๆ ยังงี้หรือ ?
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทไลฟ์สดที่ว่านี้ คุณต้องแบ่งเนื้อความเป็นสองส่วน ส่วนที่วิพากษ์นโยบายจัดซื้อวัคซีน โควิด ของรัฐบาล กับส่วนที่พาดพิงสถาบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวิพากษ์นั้น คุณธนาธรเขาเห็นว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.การจัดหาวัคซีนของรัฐบาลช้าเกินไป &amp;nbsp; ไม่กระจายความเสี่ยง สั่งจองกับ แอสตร้าซีเนกร้าเจ้าเดียว มีวัคซีนของจีนเจือมาบ้างนิดหน่อย แถมยังสั่งไม่เพียงพอกับจำนวนประชากรอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. บริษัทสยามไบโอไซแอนซ์ ที่แอสตร้าฯจ้างผลิตวัคซีนนั้น &amp;nbsp; ขาดทุนต่อเนื่องไม่น่าไว้วางใจให้มาดูแลผลิตวัคซีนเกือบทั้งหมดให้ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดแค่นี้ก็ผิดแล้วหรือครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังครับ &amp;nbsp; มันมีส่วนที่สองที่พาดพิงสถาบันว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. เป็นการไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่งที่รัฐบาล &amp;nbsp;ออกเงินให้สยามไบโอฯ ปรับปรุงโรงงานเครื่องจักรเครื่องมือในงานผลิตวัคซีนนี้ด้วยกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท &amp;nbsp;( มีสัญญาให้ชำระคืนในรูปของวัคซีนในภายหลัง )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. นโยบายที่ผิดพลาด และการให้เงินสนับสนุนที่ไม่ชอบมาพากลนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น คุณธนาธรไม่บรรยายตรงๆ ว่าในหลวงสั่งการ แต่บอกข้อมูลว่าสยามไบโอนี้มีในหลวงถือหุ้น ๑๐๐ % แล้วใช้คำในหัวข้อว่า &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. แล้วเขาเสริมด้วยนะครับว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในไตรมาสที่สามของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ม๊อบเยาวชนปลดแอกกำลังโจมตีสถาบันอย่างหนักพอดี &amp;nbsp;การให้บริษัทในหลวงโผล่มาผลิตวัคซีนให้ประชาชน จึงเป็นนโยบายซ่อมแซมความเสียหายทางเกียรติภูมิให้สถาบันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบอกโดยปริยาย ใช้ถ้อยคำและเดินเรื่องให้ผู้ฟังเข้าใจได้เองเช่นนี้ &amp;nbsp;ถือเป็นการใส่ความได้แล้วหรือยังครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นตัดสินในคดีก็อยู่ตรงนี้แหละครับ ว่าท้องเรื่องและคำนี้ชัดพอไหมที่จะถือเป็นการใส่ความในหลวง ที่ผ่านมาก็มีคนใช้คำในทำนองนี้มาแล้วเช่นใช้คำว่า&amp;ldquo;กระสุนพระราชทาน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อสื่อว่าในหลวงรู้เห็นในการใช้อาวุธกับฝ่ายตนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นธนาธรเขาอ้างว่า &amp;nbsp;เมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว ในคราวชี้แจงเรื่องการจัดซื้อวัคซีนนั้น นายกฯลุงตู่ก็พูดพาดพิงไว้แล้วในครั้งนั้นว่า งานนี้ &amp;ldquo;ในหลวงได้พระราชทานบริษัทในพระปรมาภิไธยให้มาผลิตวัคซีนด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ดังนั้นการที่เขาพูดตามคำพูดลุงตู่ข้างต้นว่า &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน&amp;rdquo; จึงไม่แปลก&amp;nbsp;
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯลุงตู่เขาบอกว่าในหลวง &amp;ldquo;พระราชทานบริษัท&amp;rdquo; &amp;nbsp;ไม่ใช่ &amp;ldquo;พระราชทานวัคซีน&amp;rdquo;สองคำนี้ให้ความเข้าใจต่างกันคนละเรื่องเลย &amp;nbsp;ที่ลุงตู่พูดน่าจะหมายถึงการกราบทูลขอให้เจ้าของบริษัท ทรงเห็นด้วยกับการที่สยามไบโอจะรับงานผลิตวัคซีนตามโครงการที่ผู้เกี่ยวข้องได้ไปเจรจากับแอสตร้าซีเนกร้าเท่านั้นก็ได้ &amp;nbsp; การที่ลุงตู่ใช้คำว่า&amp;ldquo;ในหลวงพระราชทานบริษัทในพระปรมาภิไธยให้รับผลิตวัคซีน &amp;rdquo; จึงถูกต้องแล้วส่วนควรจะพูดหรือไม่นั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดี ๑๑๒ ของธนาธร &amp;nbsp;จึงมีประเด็นชี้ขาดอยู่ตรงการใช้คำคำนี้
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ &amp;nbsp;เวลาอัยการเขียนคำฟ้อง ก็ต้องบรรยายฟ้องว่า &amp;nbsp;จำเลยขึ้นต้นหัวข้อก็บอกไว้แล้วว่า&amp;rdquo;ใครได้ใครเสีย&amp;rdquo; จากนั้นในท้องเรื่องก็ชี้ถึงมาตรการที่ไม่ชอบมาพากล ไม่สมเหตุผล แล้วมีบริษัทของในหลวงได้ประโยชน์ &amp;nbsp;ส่วนจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเจ้ากี้เจ้าการนั้น จำเลยก็จบด้วยคำที่ขึ้นต้นไว้ก่อนแล้วว่า &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยคงปฏิเสธท่าเดียวว่า &amp;nbsp;ตนเองวิพากษ์นายกฯลุงตู่เท่านั้นว่าแอบอ้างในหลวงมาคุ้มกันนโยบายที่ผิดพลาดของตน
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าต้องการแค่นี้ มันไม่จำเป็นต้องวิพากษ์พาดพิงถึงในหลวงเลยก็ได้ &amp;nbsp;ตั้งหัวข้อว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นโยบายจัดหาวัคซีนโควิดของรัฐบาล : ใครได้ใครเสีย? &amp;rdquo; เปลี่ยนหัวข้อแค่นี้ก็รอดตัวแล้วครับ น่าเสียดายที่เกินเลยจนจะเข้าคุกอย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมต้องเสียดายครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนรุ่นใหม่ควรเป็นความหวังใหม่ ส่งผู้แทนดีๆเก่งๆมาช่วยติดตามตรวจสอบแก้ไขความเลวในแผ่นดินนี้ได้ดีกว่ารุ่นผม &amp;nbsp; แต่ผู้นำที่ชักใบเรือขึ้นมารับลมรับพลังเยาวชนไทยในยุคนี้ ได้พลังแล้วกลับถือท้ายพาเรือมุดเข้าป่าชายเลนไปเลย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายจัดหาวัคซีนโควิดครั้งนี้ของรัฐบาลก็เช่นกัน ผมเห็นด้วยว่ามีจุดที่ควรตรวจสอบซักถามอยู่จริงๆ แต่แทนที่พวกธนาธรเขาจะสืบสาวกันให้จริงจัง &amp;nbsp;กลับเกินเลยพุ่งมาพาดพิงสถาบัน ถึงขั้นเป็นคดีใส่ความให้ในหลวงเสียหายไปเสียได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าตำรา &amp;ldquo;ปากหมาพาโชค &amp;rdquo;&amp;nbsp;
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นปัญหาที่สมองและหัวใจครับ ไม่ใช่ปาก.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90750</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทความพิเศษ, วัคซีนโควิด, แก้วสรร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b4e5f2a1d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039; หนาวแน่! &#039;แก้วสรร&#039; ออกบทความ &#039;บริษัทพระราชทาน&#039; ไม่ใช่ &#039;วัคซีนพระราชทาน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.64 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;บริษัทพระราชทาน&amp;quot;&amp;nbsp;ไม่ใช่ &amp;quot;วัคซีนพระราชทาน&amp;quot;&amp;nbsp;ผ่าน www.thaipost.net โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไลฟ์สด ของธนาธร เรื่อง &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน : ใครได้ใครเสีย&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดนรัฐบาลส่งคนไปแจ้งความเอาผิด มาตรา ๑๑๒ ได้อย่างไร &amp;nbsp;ใครวิพากษ์รัฐบาลก็โดน ๑๑๒ ปิดปากเอาได้ง่ายๆ ยังงี้หรือ ?
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทไลฟ์สดที่ว่านี้ คุณต้องแบ่งเนื้อความเป็นสองส่วน ส่วนที่วิพากษ์นโยบายจัดซื้อวัคซีน โควิด ของรัฐบาล กับส่วนที่พาดพิงสถาบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวิพากษ์นั้น คุณธนาธรเขาเห็นว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.การจัดหาวัคซีนของรัฐบาลช้าเกินไป &amp;nbsp; ไม่กระจายความเสี่ยง สั่งจองกับ แอสตร้าซีเนกร้าเจ้าเดียว มีวัคซีนของจีนเจือมาบ้างนิดหน่อย แถมยังสั่งไม่เพียงพอกับจำนวนประชากรอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. บริษัทสยามไบโอไซแอนซ์ ที่แอสตร้าฯจ้างผลิตวัคซีนนั้น &amp;nbsp; ขาดทุนต่อเนื่องไม่น่าไว้วางใจให้มาดูแลผลิตวัคซีนเกือบทั้งหมดให้ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดแค่นี้ก็ผิดแล้วหรือครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังครับ &amp;nbsp; มันมีส่วนที่สองที่พาดพิงสถาบันว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. เป็นการไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่งที่รัฐบาล &amp;nbsp;ออกเงินให้สยามไบโอฯ ปรับปรุงโรงงานเครื่องจักรเครื่องมือในงานผลิตวัคซีนนี้ด้วยกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท &amp;nbsp;( มีสัญญาให้ชำระคืนในรูปของวัคซีนในภายหลัง )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. นโยบายที่ผิดพลาด และการให้เงินสนับสนุนที่ไม่ชอบมาพากลนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น คุณธนาธรไม่บรรยายตรงๆ ว่าในหลวงสั่งการ แต่บอกข้อมูลว่าสยามไบโอนี้มีในหลวงถือหุ้น ๑๐๐ % แล้วใช้คำในหัวข้อว่า &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. แล้วเขาเสริมด้วยนะครับว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในไตรมาสที่สามของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ม๊อบเยาวชนปลดแอกกำลังโจมตีสถาบันอย่างหนักพอดี &amp;nbsp;การให้บริษัทในหลวงโผล่มาผลิตวัคซีนให้ประชาชน จึงเป็นนโยบายซ่อมแซมความเสียหายทางเกียรติภูมิให้สถาบันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบอกโดยปริยาย ใช้ถ้อยคำและเดินเรื่องให้ผู้ฟังเข้าใจได้เองเช่นนี้ &amp;nbsp;ถือเป็นการใส่ความได้แล้วหรือยังครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นตัดสินในคดีก็อยู่ตรงนี้แหละครับ ว่าท้องเรื่องและคำนี้ชัดพอไหมที่จะถือเป็นการใส่ความในหลวง ที่ผ่านมาก็มีคนใช้คำในทำนองนี้มาแล้วเช่นใช้คำว่า&amp;ldquo;กระสุนพระราชทาน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อสื่อว่าในหลวงรู้เห็นในการใช้อาวุธกับฝ่ายตนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นธนาธรเขาอ้างว่า &amp;nbsp;เมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว ในคราวชี้แจงเรื่องการจัดซื้อวัคซีนนั้น นายกฯลุงตู่ก็พูดพาดพิงไว้แล้วในครั้งนั้นว่า งานนี้ &amp;ldquo;ในหลวงได้พระราชทานบริษัทในพระปรมาภิไธยให้มาผลิตวัคซีนด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ดังนั้นการที่เขาพูดตามคำพูดลุงตู่ข้างต้นว่า &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน&amp;rdquo; จึงไม่แปลก&amp;nbsp;
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯลุงตู่เขาบอกว่าในหลวง &amp;ldquo;พระราชทานบริษัท&amp;rdquo; &amp;nbsp;ไม่ใช่ &amp;ldquo;พระราชทานวัคซีน&amp;rdquo;สองคำนี้ให้ความเข้าใจต่างกันคนละเรื่องเลย &amp;nbsp;ที่ลุงตู่พูดน่าจะหมายถึงการกราบทูลขอให้เจ้าของบริษัท ทรงเห็นด้วยกับการที่สยามไบโอจะรับงานผลิตวัคซีนตามโครงการที่ผู้เกี่ยวข้องได้ไปเจรจากับแอสตร้าซีเนกร้าเท่านั้นก็ได้ &amp;nbsp; การที่ลุงตู่ใช้คำว่า&amp;ldquo;ในหลวงพระราชทานบริษัทในพระปรมาภิไธยให้รับผลิตวัคซีน &amp;rdquo; จึงถูกต้องแล้วส่วนควรจะพูดหรือไม่นั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดี ๑๑๒ ของธนาธร &amp;nbsp;จึงมีประเด็นชี้ขาดอยู่ตรงการใช้คำคำนี้
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ &amp;nbsp;เวลาอัยการเขียนคำฟ้อง ก็ต้องบรรยายฟ้องว่า &amp;nbsp;จำเลยขึ้นต้นหัวข้อก็บอกไว้แล้วว่า&amp;rdquo;ใครได้ใครเสีย&amp;rdquo; จากนั้นในท้องเรื่องก็ชี้ถึงมาตรการที่ไม่ชอบมาพากล ไม่สมเหตุผล แล้วมีบริษัทของในหลวงได้ประโยชน์ &amp;nbsp;ส่วนจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเจ้ากี้เจ้าการนั้น จำเลยก็จบด้วยคำที่ขึ้นต้นไว้ก่อนแล้วว่า &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยคงปฏิเสธท่าเดียวว่า &amp;nbsp;ตนเองวิพากษ์นายกฯลุงตู่เท่านั้นว่าแอบอ้างในหลวงมาคุ้มกันนโยบายที่ผิดพลาดของตน
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าต้องการแค่นี้ มันไม่จำเป็นต้องวิพากษ์พาดพิงถึงในหลวงเลยก็ได้ &amp;nbsp;ตั้งหัวข้อว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นโยบายจัดหาวัคซีนโควิดของรัฐบาล : ใครได้ใครเสีย? &amp;rdquo; เปลี่ยนหัวข้อแค่นี้ก็รอดตัวแล้วครับ น่าเสียดายที่เกินเลยจนจะเข้าคุกอย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมต้องเสียดายครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนรุ่นใหม่ควรเป็นความหวังใหม่ ส่งผู้แทนดีๆเก่งๆมาช่วยติดตามตรวจสอบแก้ไขความเลวในแผ่นดินนี้ได้ดีกว่ารุ่นผม &amp;nbsp; แต่ผู้นำที่ชักใบเรือขึ้นมารับลมรับพลังเยาวชนไทยในยุคนี้ ได้พลังแล้วกลับถือท้ายพาเรือมุดเข้าป่าชายเลนไปเลย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายจัดหาวัคซีนโควิดครั้งนี้ของรัฐบาลก็เช่นกัน ผมเห็นด้วยว่ามีจุดที่ควรตรวจสอบซักถามอยู่จริงๆ แต่แทนที่พวกธนาธรเขาจะสืบสาวกันให้จริงจัง &amp;nbsp;กลับเกินเลยพุ่งมาพาดพิงสถาบัน ถึงขั้นเป็นคดีใส่ความให้ในหลวงเสียหายไปเสียได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าตำรา &amp;ldquo;ปากหมาพาโชค &amp;rdquo;&amp;nbsp;
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นปัญหาที่สมองและหัวใจครับ ไม่ใช่ปาก.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90749</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทความพิเศษ, วัคซีนโควิด, แก้วสรร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b4e5f2a1d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039;ออกบทความพิเศษ &#039;ปฏิรูปการป้องกันคอร์รัปชันด้วยวิศวกรรมประเมินราคา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.62 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;ปฏิรูปการป้องกันคอร์รัปชันด้วยวิศวกรรมประเมินราคา (Estimation Engineering)&amp;quot; ผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp; https://www.thaipost.net&amp;nbsp;โดยมีรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยที่ธรรมศาสตร์ส่งรองอธิการบดีอย่างผมไปประจำศูนย์อำนวยการก่อสร้างศูนย์กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ ๑๓ ของกระทรวงการคลัง ที่ศูนย์รังสิต มธ. มูลค่าโครงการกว่า ๗,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมได้เรียนรู้ถึงคุณประโยชน์ของวิชาวิศวกรรมที่ว่าด้วยการประเมินราคาอย่างเห็นจริง จากนั้นได้เฝ้าแนะนำผลักดันจะให้ใช้วิชามาปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างไทยให้โปร่งใส รวดเร็ว หลายครั้งแล้วก็ยังไม่สำเร็จเสียที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานคุมโครงการก่อสร้างศูนย์เอเชียนเกมส์ในคราวนั้น เป็นโชคดีที่ได้พี่วิศวกรไทยอาวุโสมือระดับสากล ผ่านงานต่างประเทศมาโชกโชน มาเป็นวิศวกรประเมินราคางานในโครงการ ราคากลางในการประกวดข้อเสนอก่อสร้างบรรดาอาคารแข่งขันกีฬาของเราครั้งนั้นมีรายละเอียดยิบชัดเจน ทั้งวิธีการ ขั้นตอน และเวลาที่ใช้ในการก่อสร้าง ตามด้วยรายการราคาที่เป็นปัจจุบัน ทั้งค่าแรง วัสดุ เครื่องจักรเครื่องมือทั้งปวง เหตุเพราะต้องการให้ผู้รับเหมาที่เข้าแข่งขันต้องสู้กันด้วยฝีมือจริงๆ เราประกาศไว้ชัดเจนเลยว่า ถ้ารายใดเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางแล้วตอบไม่ได้ว่าราคาอย่างนี้ทำได้อย่างไร เราจะถือว่าเป็นข้อเสนอที่เชื่อถือไม่ได้ แต่ถ้าตอบได้ เช่น ได้ราคาในรายการใดที่ย่อมเยากว่า หรือมีวิธีก่อสร้างที่ดีรวดเร็วกว่า ที่แสดงไว้ในราคากลาง ดังนี้จึงจะถือว่าสอบผ่านเข้าแข่งราคาได้ และหากใครมีราคาต่ำสุด ก็จะถือว่าเก่งที่สุด จนได้งานไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่วิศวกรประเมินราคาท่านนี้ บอกผมว่าการจัดซื้อจัดจ้างในประเทศที่มีผู้รับเหมาเก่งๆ ออกก่อสร้างไปทั่วโลกได้นั้น เขาจะใช้วิศวกรประเมินราคากันอย่างเข้มข้น มีการสอนในมหาวิทยาลัยหรือการฝึกอบรมให้ใบอนุญาตอย่างจริงจัง ทั้งฝ่ายเจ้าของงานและผู้รับเหมาจะมีวิศวกรประเมินราคาทำงานด้วยมาตรฐาน ฝีมือ และบัญชีราคาวัสดุของกรมโยธาเล่มเดียวกัน ถ้าข้อเสนอของผู้รับเหมารายใดไม่มีเหตุผล โผล่เข้ามาดัมพ์ราคาอย่างเดียว นอกจากจะถูกปฏิเสธแล้วก็จะถูกขึ้นบัญชีดำทั้งบริษัทและวิศวกรประเมินราคานั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยระบบจัดซื้อจัดจ้างที่ละเอียดเข้มข้นอย่างนี้ เงินค่าว่าจ้างในสัญญาจะไม่มีเหลือเป็นเงินทอนให้อธิบดีใดเลย งานก็ไม่ล่าช้า เพราะมีขั้นตอน เวลา วิธีการ ปรากฏโดยละเอียดแล้ว เหลาะแหละล่าช้าเมื่อใดก็จับฟาวล์ ยึดเงินประกันมาจ้างผู้รับเหมารายอื่น เข้าทำแทนได้เลยทันที ไม่มีถนนเจ็ดชั่วโคตรเหมือนบ้านเรา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้วิศวกรรมประเมินราคานี้ ใช้ได้ตั้งแต่ประเมินราคาโครงการตั้งแต่แรกเลยก็ได้ จากนั้นก็จะลามมาคุมต่อไปอีกถึงขั้นออกแบบไม่ให้งานบานปลาย เดินหน้าต่อถึงขั้นประกวดข้อเสนอและตัดสินหาผู้รับเหมา แล้วคุมงานคุมงบในระหว่างก่อสร้างจนแล้วเสร็จในที่สุด ดังตัวอย่างของพี่วิศวกรประเมินราคาผู้นี้ พี่เขาก็เคยทำตั้งแต่ประเมินราคาโครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เลยไปจนออกแบบและก่อสร้างเลยทีเดียว ทุกวันนี้พี่เขาก็ได้งานหลักจากบริษัทเจ้าของศูนย์การค้าชื่อดังทั่วประเทศ บริษัทจะสร้างศูนย์ใหม่ที่ไหน พี่เขาก็จะไปประเมินราคาให้ คุมแบบให้ คุมประกวดราคาให้ จนสบายไปตลอดทั้งเจ้าของและวิศวกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชการบ้านเราเอง ตั้งแต่ อบต.มาถึงกรมทางหลวง ถ้าถูกกำหนดให้ทำงานด้วยระบบวิศวกรประเมินราคาอย่างนี้ คอร์รัปชันน่าจะยากขึ้นอีกมาก พอกราคาสร้างเงินทอนไม่ได้ ล่าช้าก็ไม่ได้ งบก็บานปลายได้ยาก งานชัดเจนไม่มีปัญหาอะไรให้ต้องเจรจากันมาก ทั้งหมดนี้ล้วนยังเป็นฝันกลางวันของเมืองไทยทั้งสิ้น ผมเองเคยอยากจะเข้าไปผลักดันเรื่องนี้ในคณะทำงานวางมาตรการปราบคอร์รัปชันของนายกฯ ลุงตู่ แต่ท่านก็ปฏิเสธไม่รับผมเข้าร่วมงานด้วย จะด้วยเหตุใดก็ไม่ทราบได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างล่าสุดที่น่าเป็นห่วงมาก คือโครงการรถไฟความเร็วสูงอีอีซี งานนี้ถ้าการรถไฟไทยรู้จักลงทุนจ้างวิศวกรประเมินราคาที่ได้คุณภาพมาพัฒนาข้อเสนอให้สมบูรณ์ ทั้งราคาโครงการ แผนการส่งมอบพื้นที่ พร้อมแผนก่อสร้างที่สอดคล้องกับแผนส่งมอบพื้นที่นั้น แล้วก็แผนเวลาที่จะใช้ทั้งหมดเสียก่อน ก็จะไม่เกิดปัญหาทางตันอย่างเช่นที่เป็นอยู่ จนเจรจากันไม่ได้กว่า ๔ เดือนแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในข้อแรกทางตันนี้เกิดขึ้นเพราะฝ่ายรัฐเป็นสำคัญ ที่เชิญเอกชนมาลงทุนกว่า ๒ แสนล้าน ก่อสร้างให้เสร็จใน ๖ ปี ถ้าไม่เสร็จในเวลา นอกจากจะถูกปรับวันละ ๙ ล้านบาทแล้ว เงินลงทุนส่วนของรัฐ ๑ แสนล้าน ที่เอกชนสำรองไปก่อนรัฐก็มีสิทธิ์หยุดชะงักการจ่ายด้วย &amp;nbsp;งานอย่างนี้จึงมีความเสี่ยงผูกอยู่กับการส่งมอบพื้นที่อย่างแยกไม่ได้ และโดยหลักกฎหมายร่วมลงทุนแล้ว ฝ่ายรัฐควรต้องรับผิดชอบในความเสี่ยงนี้ จะบอกว่าส่งมอบพื้นที่ให้ ๕๐% ก่อน ที่เหลือจะส่งให้ใน ๒ ปี ส่งไม่ได้ก็ขอต่อเวลาไปเท่านั้นไม่ได้ เพราะเส้นทางนี้มีที่ดินที่ถูกบุกรุก เช่า หรือต้องเวนคืนอยู่มาก กระจายไปทั่ว มีท่อก๊าซ และระบบไฟฟ้าแรงสูงเต็มไปหมด กรณีจึงเป็นความเสี่ยงที่รัฐต้องประกันกับเอกชนให้ได้ว่า เขาจะได้ที่ดินในเวลาที่เพียงพอกับการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาอย่างนี้ถ้าฝ่ายทางการไทยรู้จักลงทุนใช้วิศวกรประเมินราคาที่มีฝีมือมาช่วยพัฒนาโครงการเสียตั้งแต่แรก การรถไฟกับเอกชนก็ไม่จำเป็นจะต้องมาพบทางตันที่ตรงนี้ หากคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รู้จักถามการรถไฟฯ เท่านั้นว่า เวลาก่อสร้าง ๖ ปี เงินลงทุนกว่า ๒ แสนล้านบาท ที่การรถไฟฯ ประเมินมานั้น &amp;nbsp;วางอยู่บนแผนการก่อสร้างและแผนส่งมอบที่ดินเช่นใด หากการรถไฟฯ ไม่มีคำตอบ ก็แสดงว่าโครงการรถไฟอีอีซีนี้ไม่ได้ใช้วิชาการตามมาตรฐานโลกเลย และเสี่ยงมากๆ ที่จะล้มเหลว มีสิทธิ์เป็นระเบียงเสาร้างตลอดภาคตะวันออก เหมือนโฮปเวลล์แน่นอน และถ้าบริษัทเอกชนใดยอมเข้าเป็นคู่สัญญากับโครงการนี้โดยแบกรับความเสี่ยงเรื่องนี้เสียเองแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ก็เตรียมเทขายหุ้นบริษัทนี้ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความด้อยพัฒนาไม่รู้จักนำวิชาวิศวกรรมประเมินราคามาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้าง หรือพัฒนาโครงการวิศวกรรมต่างๆ เช่นที่ควรดังนี้นี่เอง คือความด้อยปัญญาขนาดใหญ่ที่ขวางความเจริญของบ้านเมืองนี้มาตลอด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โง่แล้วยังอยากนอนเตียง มีรถไฟความเร็วสูงใช้เสียด้วย...มันเป็นไปได้หรือครับ?
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ..........................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ล. ขอแรงสำนักข่าวอิศราช่วยตรวจสอบด้วยว่า ท่านรองนายกฯ ที่ควบคุมกระทรวงคมนาคมนี้ ปัจจุบันท่านยังถือหุ้นอยู่ในบริษัทก่อสร้างที่รอเสียบโครงการรถไฟความเร็วสูง และโครงการก่อสร้างสนามบินอีอีซีอยู่..ใช่หรือไม่? &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47699</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทความพิเศษ, บทความแก้วสรร, รถไฟความเร็วสูง, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf5a5b38efc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร อติโพธิ&#039;เขียนบทความพิเศษ&#039; นายกฯลิ้นทอง&#039;คนที่ 2!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เขียนบทความพิเศษเรื่อง &amp;ldquo; นายกฯลิ้นทอง&amp;rdquo; คนที่ ๒ !!!&amp;nbsp; มีเนื้อหาว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้หลายคนอดเป็นห่วงและเฝ้าดูไม่ได้ว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงนโยบายต่อรัฐสภาคราวนี้ นายกฯลุงตู่จะทนการรุมกัดทางวาจาของบรรดาฝ่ายค้านที่แสนจะแค้นเคืองได้หรือไม่ เชื่อว่างานนี้บรรดาองครักษ์คงเหนื่อยแน่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเองไม่คิดอย่างนั้น ผมกลับเป็นห่วงสภาผู้แทนเสียมากกว่า ว่าจะทนอยู่กับวาจาของท่านนายกฯได้หรือไม่ &amp;nbsp; ท่านผู้นี้เป็นนักสู้ที่ต้องตอบทุกเม็ด ถามสิบตอบได้ร้อย ท่านได้ฝึกปรือพูดใส่จอทีวีทุกวันศุกร์มาห้าปีแล้ว ยังไม่เห็นกันหรือว่าทานทนอึดขนาดไหน หนาหนัก หลากหลาย ลึกซื้ง ตรึงใจ เพียงใดบ้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูอย่างท่าน &amp;ldquo;นายกฯลิ้นทอง&amp;rdquo;หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์นั่นสิครับ &amp;nbsp;นายกฯไทยคนนี้ท่านได้ฉายานี้มาก็เพราะยืนซดกับการซักฟอกของ สส.ในสภาได้สามวันสามคืน ทรหดมาก ท่านพูดทุกเม็ดตอบทุกเม็ดจน สส.ฝ่ายค้านต้องดึงกางเกงกันเองว่าให้หยุดซักได้แล้ว..กูง่วง &amp;nbsp; คิดอย่างนี้แล้วผมว่า นายกฯลุงตู่ นี่แหละ จะได้ฉายาเป็น &amp;ldquo;นายกฯลิ้นทอง&amp;rdquo; คนที่สอง เป็นแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นพอผมถามความเห็นน้องชายดูบ้าง &amp;nbsp;เขาก็เห็นด้วยว่างานนี้สภาไทยน่าจะซวยแน่ &amp;nbsp;แต่เขาขอเปลี่ยนฉายาจะได้ไหม &amp;nbsp;เพราะนายกฯลุงตู่นี้ แม้จะพูดได้ไม่หยุดก็จริง &amp;nbsp;แต่ที่หยุดยากนั้นก็เพราะท่านสำคัญว่าคนเขาชอบฟังที่ท่านพูด ท่านก็เลยพูดได้มาก พูดไม่มีหยุด พูดได้เรื่อยๆ สส.จะว่าอย่างไรก็ว่าไป ท่านก็ว่าของท่านไป &amp;nbsp;ให้มันรู้ไปว่าใครจะทนกว่ากัน &amp;nbsp;แม้จะมีขึ้นเสียงมีตวาดบ้างก็พอให้หายง่วงเท่านั้น ไม่ต้องถือสาอะไรกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิดอย่างนี้แล้วน้องผมก็ลงความเห็นว่า ลุงตู่จะมิใช่ &amp;ldquo;นายกฯลิ้นทอง&amp;rdquo; คนที่ ๒ หรอก &amp;nbsp; แต่จะเป็น &amp;ldquo;นายกฯนกแก้ว&amp;rdquo; คนที่ ๑ เสียมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านทั้งหลายฟังนายกฯคนนี้พูดมาหลายร้อยครั้ง กว่า ๕ ปี แล้ว &amp;nbsp; เห็นตรงกับผมหรือน้อง ก็โปรดกาเครื่องหมาย X แสดงความเห็นลงในช่องท้ายนี้ด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41512</URL_LINK>
                <HASHTAG>คตส., นายกฯลิ้นทอง, บทความพิเศษ, อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08f3712fab5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
