<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2020 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2020 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดๆ &#039;แก้วสรร-อดีตคตส.&#039; พารู้จัก &#039;คดีโควต้าบ้านเอื้ออาทร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.63 - นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;รู้จัก &amp;ldquo;คดีโควต้าบ้านเอื้ออาทร&amp;rdquo;&amp;quot; ผ่าน www.thaipost.net โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; โครงการ &amp;ldquo;บ้านเอื้ออาทร&amp;rdquo;คืออะไร?
ตอบ &amp;nbsp; คือโครงการที่คุณทักษิณ ชินวัตร &amp;nbsp;ให้การเคหะแห่งชาติ มาทำหมู่บ้านจัดสรรให้ผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ ตั้งเป้าที่ ๖ แสนหน่วย ลงทุนบ้านและที่ดินไม่เกินหน่วยละ ๔.๒ แสนบาท ขายหน่วยละ ๓.๙ แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; ระบบ &amp;ldquo;โควต้า&amp;rdquo; บ้านเอื้ออาทรคืออะไร
ตอบ &amp;nbsp; สมัยรัฐมนตรีวัฒนา ในปี ๒๕๔๘ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เห็นว่าการว่าจ้างเอกชนเป็นรายหมู่บ้านล่าช้า จึงนำหน่วยที่เหลือ ๓ แสนหน่วยมาเปิดให้เอกชนมาทำสัญญาแบ่งจำนวนหน่วยที่ต้องการรับเหมาไปทำเลย เช่นบริษัทหนึ่งรับโควต้าไป ๑๐,๐๐๐ หน่วย ก็ทำสัญญารับโควต้าไปทำพร้อมวางหลักประกัน&amp;nbsp;จากนั้นก็นำโครงการมาเสนอขายเป็นรายหมู่บ้านไป ทำไปหลายหมู่บ้านจนกว่าจะครบ ๑๐,๐๐๐ หน่วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; รับซื้อกันยังไงครับ
ตอบ &amp;nbsp; การเคหะฯเหมาซื้อที่หน่วยละ ๔.๒ แสนบาท &amp;nbsp;ได้โควตาแล้วเบิกเงินล่วงหน้าได้ไม่เกิน &amp;nbsp;๑๕% ของค่าโควต้าทั้งหมด&amp;nbsp;หมู่บ้านใดที่เสนอแล้วได้รับอนุมัติได้ค่าที่ดินทันที ๑๐๐ %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; ระบบโควต้าอย่างนี้ผู้รับเหมามีโอกาสกำไรมากกว่าระบบเดิมที่รับซื้อเป็นรายโครงการไหม
ตอบ &amp;nbsp; ระบบนี้ไม่มีการรับซื้อตามราคาที่ดินจริง เหมาให้เลย หน่วยละ ๔.๒ แสน ถ้าได้ที่ดินราคาถูกก็ยิ่งกำไร ยิ่งยัดบ้านลงไปแน่นอีกเท่าใดก็กำไรหนักขึ้นไปอีก &amp;nbsp;จากการตรวจสอบของคตส.หมู่บ้านยุคนี้แน่นมากและเข้าถึงยากมาก เคยอยู่แค่รังสิตคลอง ๒ ก็โดดไปคลอง ๙ เลย ที่สมุทรสาครเลี้ยวเข้านากุ้ง นาเกลือก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; อยู่ไกลแล้วมีคนซื้อหรือครับ
ตอบ &amp;nbsp; มีคดีโกงชื่อคนจอง&amp;nbsp;เอาผีมาจองหลายโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; มีส่วนต่างให้นักการเมืองเรียกค่าโควต้า ถึงหน่วยละ ๑ หมื่นบาทไหม
ตอบ &amp;nbsp; ผู้รับเหมารายใหญ่ที่จ่ายเงินแล้วสารภาพกับคตส. ๗ ราย &amp;nbsp;เขาบอกว่าทำได้ครับ สภาพคล่องก็ไม่ยาก&amp;nbsp;ใช้กระดาษ ๓ ใบยื่นคำขอโควต้า ๑๐,๐๐๐ หน่วย&amp;nbsp;มูลค่างาน ๔,๒๐๐ ล้านก็ได้เงินล่วงหน้ามาแล้วไม่เกิน ๖๓๐ ล้าน เท่านี้ก็พอ แบ่งไปจ่ายค่าโควตาได้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างในคดีนี้เราพบว่าจ่ายเงินล่วงหน้าให้ ๑๑ บริษัท ไปกว่าสี่พันล้านบาท พอเราตรวจทางเดินเงินก็พบว่าไหลไปเข้าเครือข่ายรับค่าโควต้าของจำเลยถึง ๑,๔๐๐ ล้านบาททีเดียว&amp;nbsp;อาทิตย์เดียวเท่านั้นวางบิลเสร็จหมดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; ผู้รับเหมายอมบอกไหมครับว่าค่าอะไร
ตอบ &amp;nbsp; ๗ ราย เขายอมบอกว่าเป็นค่าโควต้าให้รัฐมนตรี โดยตัวแทนที่เป็นเสี่ยค้าข้าวและลูกน้องเป็นคนเจรจา คนทวง และคนรับครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; เห็นรัฐมนตรีเขายืนยันว่าการให้โควต้าเป็นเรื่องของการเคหะและ จ่ายไปถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง
ตอบ &amp;nbsp; นั่นก็ถูกของเขาครับระบบโควต้านี้ไม่ผิดกฎหมาย ทุกสัญญาโควต้าที่ให้ก็ไม่ผิดกฎหมาย &amp;nbsp;มันจึงไม่มีความผิดตามมาตรา ๑๕๗ เกิดขึ้น&amp;nbsp;แต่ที่ผิดมันผิด&amp;nbsp;ตรงที่ไม่มีใครมีสิทธิไปเรียกเก็บตั๋วค่าโควต้าครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; เขาบอกว่าเขาไม่ได้เรียก
ตอบ &amp;nbsp; แต่หลักฐานมันชัดว่าเสี่ยคนนั้นคอยกำกับจัดการการให้โควต้าและการให้เงินล่วงหน้า ทำตัวเป็นที่ปรึกษาอยู่ในออฟฟิศรัฐมนตรีเลย&amp;nbsp;หน้าห้องรัฐมนตรีก็เคยโทรไปทวงเงินผู้รับเหมา เสี่ยคนนี้อาชีพค้าข้าวแล้วจะไปทำงานเป็นที่ปรึกษาบริษัทรับเหมาได้ค่าปรึกษาเป็น ๑๔๐๐๐ ล้านบาท ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; เขาบอกอีกว่า เขาไม่ได้จับเงินเลย
ตอบ &amp;nbsp; มาตรา ๑๔๘ &amp;nbsp;แค่เจ้าพนักงานเรียกประโยชน์จากผู้อื่นก็ผิดแล้วครับ&amp;nbsp;ส่วนเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;๑,๔๐๐ ล้านนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;คตส.ตามไปติดๆก็เข้าบริษัทส่งออก ทะเบียนตั้งอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว มีหมานอนเกาเห็บ ๒ ตัว เงินเข้าแล้วก็โอนไปธนาคารฮ่องกงเลย&amp;nbsp;เข้าใจว่าเป็นการฟอกเงินกลับมาในนามเงินส่งออกข้าว คุณต้องรู้ว่าเสี่ยคนนี้เป็นมือฟอกเงินของพรรคนี้มาหลายโครงการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; รัฐมนตรีเขาบอกอีกว่าไม่รู้เรื่องเสี่ยเรียกเงิน
ตอบ &amp;nbsp; ผู้รับเหมาขนาดใหญ่ของเมืองไทยก็ไม่โง่ที่จะถูกหลอกขายโควตาง่ายๆ&amp;nbsp;เสี่ยเองก็วางตัวอยู่ในออฟฟิสรัฐมนตรีสั่งเจ้าหน้าที่ให้ส่งเอกสารรายงานความคืบหน้าให้ตนเองตลอดเวลา ศาลก็เลยตัดสินว่าเสี่ยต้องเป็นตัวการเรียกค่าโควต้าร่วมกันกับรัฐมนตรีรวม ๑๑&amp;nbsp;ครั้ง ๑๑ กระทง วางโทษรัฐมนตรีจำคุกกระทงละ ๙ ปี รวม ๙๙ปี แต่เสี่ยไม่ใช่เจ้าพนักงาน จึงโดนแค่สนับสนุนโทษ สองในสาม คือ ๖๖ ปี จุดจบก็มาถึงตรงนี้ วันนี้ในที่สุด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; ในฐานะที่เป็น คตส.รับผิดชอบสำนวนนี้ รู้สึกอย่างไรที่ศาลตัดสินลงโทษ
ตอบ &amp;nbsp; คดีนี้ คตส.ได้ทีมตำรวจมือดีมาช่วยงานสืบสวนเจาะลึกปากคำในการเคหะฯได้นักตรวจสอบมือฉกาจจากธนาคารชาติมาไล่ตรวจสอบทางเดินของเงินจนละเอียดยิบ ได้มือทำสำนวนจากกรมพระธรรมนูญมาสมทบอีก รวมกว่ายี่สิบคน&amp;nbsp;พวกเขาทุ่มเทปิดทองหลังพระกันเป็นปี จนสำเร็จมาถึงวันนี้ได้ ช่วยขอบคุณเขาด้วยเถิดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; อยากบอกคุณวัฒนาว่าอย่างไรครับ
ตอบ &amp;nbsp; พวกเราไม่ได้แกล้งคุณจริงๆ &amp;nbsp;คุณจะชนะหรือแพ้คดีในชั้นอุทธรณ์หรือไม่ก็แล้วแต่ศาลท่าน &amp;nbsp;พวกผมเสร็จงานของผมแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้อ...ยังมีรัฐมนตรีอีกคนที่ผมอยากบอกเขาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม &amp;nbsp; ใครครับ
ตอบ &amp;nbsp; ก็คือ คุณพงษ์เทพ เทพกาญจนา ครับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผมยังจำได้ดีที่ท่านถามผมอย่างเยาะเย้ยถากถางกลางเวทีอภิปรายที่นิติจุฬาหลายปีก่อนว่า &amp;ldquo;คดีที่ทำแล้วคุยนักคุยหนานั้น ไปไหนหมดแล้ว &amp;rdquo; &amp;nbsp;วันนี้ก็อยากถามเท่านั้นครับว่า พวกท่านได้คำตอบเป็นยึดทรัพย์ เป็นคุกตะรางไปกี่คดีแล้ว..นับถูกไหม...แล้วนี่ยังอยากจะเป็นรัฐบาลกันอีกหรือ ?&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78667</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านเอื้ออาทร, บทความแก้วสรร, วัฒนา เมืองสุข, แก้วสรร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200926/image_big_5f6e3f86cec25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039;ออกบทความ&#039;วิกฤตโควิด:โรคระบาด–เศรษฐกิจหลอมละลาย–ม็อบลุกฮือ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63-นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความ เรื่องวิกฤตโควิด : โรคระบาด &amp;ndash; เศรษฐกิจหลอมละลาย &amp;ndash; ม็อบลุกฮือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม เห็นด้วยหรือไม่ ที่ฝ่ายค้านจะให้เลิกภาวะฉุกเฉิน เพื่อปลดปล่อยการทำมาหากิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ไม่เห็นด้วยครับ &amp;nbsp;เฟส ๒ นี้เราต้องมุ่งปลดปล่อยการทำมาหากินก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีอำนาจควบคุมกิจการ &amp;ndash; กิจกรรมต่างๆ เพื่อควบคุมโรคอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม ควบคุมแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ คุมหลักๆเท่านั้นคือการเข้าประเทศและห้ามกิจกรรมหรือกิจการที่มีการชุมนุม &amp;nbsp;แล้วถ้าพบผู้ติดเชื้อเมื่อใดต้องมีอำนาจเต็มพร้อมทรัพยากรในมือ ตรวจ-ติดตาม-กักตัว กลุ่มเสี่ยงได้เต็มที่ ห้ามแค่นี้นะครับ ที่เหลือเป็นแดนเสรีภาพที่ห้ามไม่ได้ ได้แต่กำกับคือวางข้อกำหนดเพื่อความปลอดภัยเท่านั้นทั้งร้านค้า ห้าง ตลาด &amp;nbsp;เรากำกับไว้ก็พอ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม ทำไมนายกฯต้องกั๊กไว้ แล้วสั่งให้เปิดเป็นขยักๆไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ อันที่จริง พอกำหนดมาตรการควบคุมโรคในกิจการใดได้แล้วก็เปิดได้เลย &amp;nbsp;เร็วช้าต่างกันได้ตามเวลาที่ต้องใช้เพื่อเตรียมการและทำความเข้าใจ &amp;nbsp;ไม่ควรขยักหรือกั๊กไว้เฉยๆ เพื่อรอดูทางมวยโควิดก่อน &amp;nbsp; คิดแบบการ์ดอย่าตกอย่างนี้ผมไม่เห็นด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒ เดือนที่ผ่านมาถูกต้องแล้ว ดีแล้ว ที่เราอยู่บ้านหยุดเชื้อ จนหยุดการระบาดใหญ่ไว้ได้ &amp;nbsp;เฟส ๒ นี้เป็นไฟต์ฟื้นฟูทำมาหากิน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อโผล่มาบ้างก็ไม่ต้องหวาดกลัว เพราะโรงพยาบาลเราหลวมแล้ว อัตราตายจากโรคนี้ก็น้อยนิดเดียวไม่ใช่หรือครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม วันนี้นายกฯ เขาจะให้เปิดห้างได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ เรื่องให้คนกรุงเดินห้างได้นั้นเรื่องเล็ก &amp;nbsp; เราต้องมุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรวม อย่างเศรษฐกิจท่องเที่ยวที่ให้จีดีพีเศรษฐกิจไทยถึง ๓๐ % นี่ทรุดโทรมมากเลย วันนี้เราต้องใช้กำลังซื้อในประเทศมาต่อชีวิตให้ได้ ต้องเปิดให้ &amp;ldquo;ไทยเที่ยวทั่วไทย&amp;rdquo;อย่างเต็มที่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม ถ้าเช่นนั้น..ก็ต้องเลิกข้อห้ามเดินทางข้ามจังหวัด และให้เปิดโรงแรม รีสอร์ตต่างๆได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ครับ...นี่คือเรื่องด่วน เมื่อวางมาตรการควบคุมโรคในกิจการกิจกรรมต่างๆได้แล้ว ก็เร่งเปิดได้เลย &amp;nbsp;เรื่องยกเลิกข้อห้ามเดินทางข้ามจังหวัดนี้ สำคัญกว่าเปิดห้างให้คนรวยเดินเล่นเย็นใจเสียอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม ทั้งเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ นี่ รัฐบาลเขามีแผนฟื้นฟูแล้วหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ก็รอดูกันอยู่ทุกฝ่ายว่าจะเริ่มกระบวนการอย่างไร &amp;nbsp; ต้องมีข้อมูลจริง มีวิสัยทัศน์ มีกลยุทธ์ มีการมีส่วนร่วม และการจัดการการสื่อสารขนาดใหญ่ และกว้างขวางมาก &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันผมยังมองไม่เห็นเค้ามูลของงานนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม ถ้ามัวแต่คอยเปิดร้าน เปิดห้างแล้วหันไปมองทางมวยโควิดเป็นระยะๆไปอย่างนี้ อะไรจะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ขณะนี้ความเสียหายกำลังทยอยปรากฏตัวเป็นวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนตกงาน หางานกันไปทั่วแล้ว &amp;nbsp;ถ้าเราสร้างความหวังใหม่ขึ้นมาไม่ได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความร้อนทางการเมืองจะพลุ่งพล่านขึ้นมาร่วมวงเกิดเป็นวิกฤตการเมืองทันที &amp;nbsp; เจอวิกฤตสองเด้งอย่างนี้เมืองไทยก็ไปไม่รอด ร่วงลงมาเป็นบ้านเมืองที่สิ้นหวังไร้อนาคตเหมือนฟิลิปปินส์หลังมาร์คอสเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนเข้าคิวรอจังหวะกันมากทีเดียว &amp;nbsp;คุณไม่เห็นหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม จังหวะอะไรครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ชนวนลุกฮือของมวลชนอยู่ที่ความโกรธ ความสิ้นหวัง &amp;nbsp;ผู้ก่อการที่เล็งเห็นว่าวิกฤตเศรษฐกิจกำลังเคลื่อนเข้ามา &amp;nbsp;เขาก็จะต้องสร้างจำเลยที่มีฤทธานุภาพและเลวร้าย ให้มวลชนเห็นเป็นจำเลยเสียก่อน &amp;nbsp;เอาให้เป็นจำเลยที่ชั่วและแสบมากๆ พอที่จะรับเหมาในเคราะห์กรรมทั้งปวงในบ้านเมือง เหมือนยิวของนาซี หรือชนชั้นนายทุนของคอมมิวนิสต์ เลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม บ้านเราเขาจะให้ใครเป็นจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ก็ใช้สูตรเดิมคือขุนศึกและศักดินา ทุกวันนี้เห็นได้ชัดเลยว่าเขาลงมือกระพือแล้ว &amp;nbsp;เปรยถึงขนาดจะให้พักบัลลังก์เลยทีเดียว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอได้ความคิดแล้ว ก็ต้องไปที่การจัดตั้ง และความเคลื่อนไหวต่อไป &amp;nbsp; ซึ่งวันนี้ก็เห็นชัดว่าเริ่มเป็นโครงข่ายแล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถาม แล้วคิดหรือว่า จะไปได้ไกลแบบปฏิวัติฝรั่งเศส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ถ้าเศรษฐกิจมันฟุบ ภาพผู้นำทั้งในและนอกระบบชัดเจนว่าเฮงซวยยิ่งนัก &amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่านี้เงื่อนไขมันก็สุกงอมเอื้ออำนวยให้โบกธงปฏิวัติได้แล้ว &amp;nbsp; ผู้นำมวลชนพวกนี้เขารอแค่โอกาสเท่านั้น จะสำเร็จหรือไม่ไม่สำคัญ เขายึดมั่นว่าความพยายามเป็นของคน ความสำเร็จเป็นของกงล้อประวัติศาสตร์ คำถามเหมือนผู้ชมเกาะรั้วอยู่นอกสนามของคุณนั้น &amp;nbsp; มันงี่เง่าไร้สาระไม่มีความหมายใดๆสำหรับเขาเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชิญปิดไฟใส่กลอน นอนหยุดเชื้อ บ่นอยู่กับบ้าน ฟังเพลงลุงตู่ต่อไปเถิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65550</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทความแก้วสรร, เรื่องวิกฤตโควิด : โรคระบาด – เศรษฐกิจหลอมละลาย – ม็อบลุกฮือ, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf5a5b38efc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039;ออกบทความพิเศษ &#039;ปฏิรูปการป้องกันคอร์รัปชันด้วยวิศวกรรมประเมินราคา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.62 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;ปฏิรูปการป้องกันคอร์รัปชันด้วยวิศวกรรมประเมินราคา (Estimation Engineering)&amp;quot; ผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp; https://www.thaipost.net&amp;nbsp;โดยมีรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยที่ธรรมศาสตร์ส่งรองอธิการบดีอย่างผมไปประจำศูนย์อำนวยการก่อสร้างศูนย์กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ ๑๓ ของกระทรวงการคลัง ที่ศูนย์รังสิต มธ. มูลค่าโครงการกว่า ๗,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมได้เรียนรู้ถึงคุณประโยชน์ของวิชาวิศวกรรมที่ว่าด้วยการประเมินราคาอย่างเห็นจริง จากนั้นได้เฝ้าแนะนำผลักดันจะให้ใช้วิชามาปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างไทยให้โปร่งใส รวดเร็ว หลายครั้งแล้วก็ยังไม่สำเร็จเสียที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานคุมโครงการก่อสร้างศูนย์เอเชียนเกมส์ในคราวนั้น เป็นโชคดีที่ได้พี่วิศวกรไทยอาวุโสมือระดับสากล ผ่านงานต่างประเทศมาโชกโชน มาเป็นวิศวกรประเมินราคางานในโครงการ ราคากลางในการประกวดข้อเสนอก่อสร้างบรรดาอาคารแข่งขันกีฬาของเราครั้งนั้นมีรายละเอียดยิบชัดเจน ทั้งวิธีการ ขั้นตอน และเวลาที่ใช้ในการก่อสร้าง ตามด้วยรายการราคาที่เป็นปัจจุบัน ทั้งค่าแรง วัสดุ เครื่องจักรเครื่องมือทั้งปวง เหตุเพราะต้องการให้ผู้รับเหมาที่เข้าแข่งขันต้องสู้กันด้วยฝีมือจริงๆ เราประกาศไว้ชัดเจนเลยว่า ถ้ารายใดเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางแล้วตอบไม่ได้ว่าราคาอย่างนี้ทำได้อย่างไร เราจะถือว่าเป็นข้อเสนอที่เชื่อถือไม่ได้ แต่ถ้าตอบได้ เช่น ได้ราคาในรายการใดที่ย่อมเยากว่า หรือมีวิธีก่อสร้างที่ดีรวดเร็วกว่า ที่แสดงไว้ในราคากลาง ดังนี้จึงจะถือว่าสอบผ่านเข้าแข่งราคาได้ และหากใครมีราคาต่ำสุด ก็จะถือว่าเก่งที่สุด จนได้งานไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่วิศวกรประเมินราคาท่านนี้ บอกผมว่าการจัดซื้อจัดจ้างในประเทศที่มีผู้รับเหมาเก่งๆ ออกก่อสร้างไปทั่วโลกได้นั้น เขาจะใช้วิศวกรประเมินราคากันอย่างเข้มข้น มีการสอนในมหาวิทยาลัยหรือการฝึกอบรมให้ใบอนุญาตอย่างจริงจัง ทั้งฝ่ายเจ้าของงานและผู้รับเหมาจะมีวิศวกรประเมินราคาทำงานด้วยมาตรฐาน ฝีมือ และบัญชีราคาวัสดุของกรมโยธาเล่มเดียวกัน ถ้าข้อเสนอของผู้รับเหมารายใดไม่มีเหตุผล โผล่เข้ามาดัมพ์ราคาอย่างเดียว นอกจากจะถูกปฏิเสธแล้วก็จะถูกขึ้นบัญชีดำทั้งบริษัทและวิศวกรประเมินราคานั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยระบบจัดซื้อจัดจ้างที่ละเอียดเข้มข้นอย่างนี้ เงินค่าว่าจ้างในสัญญาจะไม่มีเหลือเป็นเงินทอนให้อธิบดีใดเลย งานก็ไม่ล่าช้า เพราะมีขั้นตอน เวลา วิธีการ ปรากฏโดยละเอียดแล้ว เหลาะแหละล่าช้าเมื่อใดก็จับฟาวล์ ยึดเงินประกันมาจ้างผู้รับเหมารายอื่น เข้าทำแทนได้เลยทันที ไม่มีถนนเจ็ดชั่วโคตรเหมือนบ้านเรา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้วิศวกรรมประเมินราคานี้ ใช้ได้ตั้งแต่ประเมินราคาโครงการตั้งแต่แรกเลยก็ได้ จากนั้นก็จะลามมาคุมต่อไปอีกถึงขั้นออกแบบไม่ให้งานบานปลาย เดินหน้าต่อถึงขั้นประกวดข้อเสนอและตัดสินหาผู้รับเหมา แล้วคุมงานคุมงบในระหว่างก่อสร้างจนแล้วเสร็จในที่สุด ดังตัวอย่างของพี่วิศวกรประเมินราคาผู้นี้ พี่เขาก็เคยทำตั้งแต่ประเมินราคาโครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เลยไปจนออกแบบและก่อสร้างเลยทีเดียว ทุกวันนี้พี่เขาก็ได้งานหลักจากบริษัทเจ้าของศูนย์การค้าชื่อดังทั่วประเทศ บริษัทจะสร้างศูนย์ใหม่ที่ไหน พี่เขาก็จะไปประเมินราคาให้ คุมแบบให้ คุมประกวดราคาให้ จนสบายไปตลอดทั้งเจ้าของและวิศวกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชการบ้านเราเอง ตั้งแต่ อบต.มาถึงกรมทางหลวง ถ้าถูกกำหนดให้ทำงานด้วยระบบวิศวกรประเมินราคาอย่างนี้ คอร์รัปชันน่าจะยากขึ้นอีกมาก พอกราคาสร้างเงินทอนไม่ได้ ล่าช้าก็ไม่ได้ งบก็บานปลายได้ยาก งานชัดเจนไม่มีปัญหาอะไรให้ต้องเจรจากันมาก ทั้งหมดนี้ล้วนยังเป็นฝันกลางวันของเมืองไทยทั้งสิ้น ผมเองเคยอยากจะเข้าไปผลักดันเรื่องนี้ในคณะทำงานวางมาตรการปราบคอร์รัปชันของนายกฯ ลุงตู่ แต่ท่านก็ปฏิเสธไม่รับผมเข้าร่วมงานด้วย จะด้วยเหตุใดก็ไม่ทราบได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างล่าสุดที่น่าเป็นห่วงมาก คือโครงการรถไฟความเร็วสูงอีอีซี งานนี้ถ้าการรถไฟไทยรู้จักลงทุนจ้างวิศวกรประเมินราคาที่ได้คุณภาพมาพัฒนาข้อเสนอให้สมบูรณ์ ทั้งราคาโครงการ แผนการส่งมอบพื้นที่ พร้อมแผนก่อสร้างที่สอดคล้องกับแผนส่งมอบพื้นที่นั้น แล้วก็แผนเวลาที่จะใช้ทั้งหมดเสียก่อน ก็จะไม่เกิดปัญหาทางตันอย่างเช่นที่เป็นอยู่ จนเจรจากันไม่ได้กว่า ๔ เดือนแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในข้อแรกทางตันนี้เกิดขึ้นเพราะฝ่ายรัฐเป็นสำคัญ ที่เชิญเอกชนมาลงทุนกว่า ๒ แสนล้าน ก่อสร้างให้เสร็จใน ๖ ปี ถ้าไม่เสร็จในเวลา นอกจากจะถูกปรับวันละ ๙ ล้านบาทแล้ว เงินลงทุนส่วนของรัฐ ๑ แสนล้าน ที่เอกชนสำรองไปก่อนรัฐก็มีสิทธิ์หยุดชะงักการจ่ายด้วย &amp;nbsp;งานอย่างนี้จึงมีความเสี่ยงผูกอยู่กับการส่งมอบพื้นที่อย่างแยกไม่ได้ และโดยหลักกฎหมายร่วมลงทุนแล้ว ฝ่ายรัฐควรต้องรับผิดชอบในความเสี่ยงนี้ จะบอกว่าส่งมอบพื้นที่ให้ ๕๐% ก่อน ที่เหลือจะส่งให้ใน ๒ ปี ส่งไม่ได้ก็ขอต่อเวลาไปเท่านั้นไม่ได้ เพราะเส้นทางนี้มีที่ดินที่ถูกบุกรุก เช่า หรือต้องเวนคืนอยู่มาก กระจายไปทั่ว มีท่อก๊าซ และระบบไฟฟ้าแรงสูงเต็มไปหมด กรณีจึงเป็นความเสี่ยงที่รัฐต้องประกันกับเอกชนให้ได้ว่า เขาจะได้ที่ดินในเวลาที่เพียงพอกับการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาอย่างนี้ถ้าฝ่ายทางการไทยรู้จักลงทุนใช้วิศวกรประเมินราคาที่มีฝีมือมาช่วยพัฒนาโครงการเสียตั้งแต่แรก การรถไฟกับเอกชนก็ไม่จำเป็นจะต้องมาพบทางตันที่ตรงนี้ หากคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รู้จักถามการรถไฟฯ เท่านั้นว่า เวลาก่อสร้าง ๖ ปี เงินลงทุนกว่า ๒ แสนล้านบาท ที่การรถไฟฯ ประเมินมานั้น &amp;nbsp;วางอยู่บนแผนการก่อสร้างและแผนส่งมอบที่ดินเช่นใด หากการรถไฟฯ ไม่มีคำตอบ ก็แสดงว่าโครงการรถไฟอีอีซีนี้ไม่ได้ใช้วิชาการตามมาตรฐานโลกเลย และเสี่ยงมากๆ ที่จะล้มเหลว มีสิทธิ์เป็นระเบียงเสาร้างตลอดภาคตะวันออก เหมือนโฮปเวลล์แน่นอน และถ้าบริษัทเอกชนใดยอมเข้าเป็นคู่สัญญากับโครงการนี้โดยแบกรับความเสี่ยงเรื่องนี้เสียเองแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ก็เตรียมเทขายหุ้นบริษัทนี้ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความด้อยพัฒนาไม่รู้จักนำวิชาวิศวกรรมประเมินราคามาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้าง หรือพัฒนาโครงการวิศวกรรมต่างๆ เช่นที่ควรดังนี้นี่เอง คือความด้อยปัญญาขนาดใหญ่ที่ขวางความเจริญของบ้านเมืองนี้มาตลอด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โง่แล้วยังอยากนอนเตียง มีรถไฟความเร็วสูงใช้เสียด้วย...มันเป็นไปได้หรือครับ?
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ..........................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ล. ขอแรงสำนักข่าวอิศราช่วยตรวจสอบด้วยว่า ท่านรองนายกฯ ที่ควบคุมกระทรวงคมนาคมนี้ ปัจจุบันท่านยังถือหุ้นอยู่ในบริษัทก่อสร้างที่รอเสียบโครงการรถไฟความเร็วสูง และโครงการก่อสร้างสนามบินอีอีซีอยู่..ใช่หรือไม่? &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47699</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทความพิเศษ, บทความแก้วสรร, รถไฟความเร็วสูง, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf5a5b38efc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2019 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2019 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039; ออกบทความ &#039;ปฏิกษัตริย์&#039; คืออะไร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.62 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;ldquo;ปฏิกษัตริย์ &amp;rdquo; คืออะไร? ผ่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;www.thaipost.net&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวก &amp;ldquo;ปฏิกษัตริย์&amp;rdquo; คืออะไรครับ &amp;nbsp; เห็นเอามากล่าวหากันใหญ่&amp;nbsp;
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำนี้เขาเอามาจากคำในภาษาอังกฤษว่า &amp;ldquo; Anti-monarchist&amp;rdquo; &amp;nbsp;คือเริ่มจากมีพวกคลั่งไคล้ในระบบกษัตริย์ หรือ Monarchist ก่อน &amp;nbsp;แล้วถึงเกิดอีกขั้วหนึ่งที่เป็นปฏิกิริยา หลงคลั่งไคล้ในการต่อต้านกษัตริย์ หรือ Anti-monarchist ตามขึ้นมาอีกพวกหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่ว่าอย่างไรทั้งสองพวกก็เชื่อหัวปักหัวปำจนคลั่งไคล้เหมือนกันใช่ไหม
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ..เป็นเช่นนั้น &amp;nbsp; ทั้งสองขั้วนี้เชื่อจนหลงจนยึดมั่นเป็นความหมายของชีวิตไปเลย พวกหนึ่งก็ว่าโลกนี้ดีเพราะมีกษัตริย์ &amp;nbsp;อีกพวกก็แอนตี้จนเหมาว่าโลกนี้ไม่ดีเพราะมีกษัตริย์ ล้มกษัตริย์แล้วโลกจะดีทุกอย่างเลย พอกันทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขาทั้งสองมีแนวทางปฏิรูปบ้านเมืองอย่างไร ในความเชื่อเช่นนี้
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาจะคลั่งไคล้จนไม่มีความคิดอื่นใดอีกแล้วล่ะครับ &amp;nbsp;สำหรับพวกเขาแล้วบ้านเมืองจะดีหรือไม่ดีก็ชี้ขาดตรงที่มีหรือไม่มีกษัตริย์เท่านั้น &amp;nbsp;โลกและ ความหมายในชีวิตของเขาจะอยู่ที่ตรงนี้เท่านั้น &amp;nbsp; คุณอย่าไปถามเขาเรื่องปฏิรูปบ้านเมืองเลย &amp;nbsp;เขาจะมืดบอดสนิท ตอบไม่ได้ทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนพวกนี้เอาความคิดอย่างนี้มาตั้งพรรคการเมืองลงเลือกตั้งได้ไหม ?
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคการเมืองต้องแทนความคิดชาวบ้านในเรื่องทิศทางบ้านเมืองว่าจะพาไปทางนั้นทางนี้ &amp;nbsp; เช่นจะพัฒนาเกษตรกรรมไทยอย่างไรไม่ให้ดักดาน &amp;nbsp;ไร้อนาคต เหลือแต่เกษตรกรแก่ๆจนๆเช่นทุกวันนี้ &amp;nbsp;หรือปัญหาการค้าโลกที่ปัจจุบันนี้ไม่มีเสรีอีกแล้ว &amp;nbsp;แล้วไทยจะเดินนโยบายอย่างไร?ฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาแนวทางบ้านเมืองอย่างนี้พรรคการเมืองต้องตอบได้ &amp;nbsp;จะพร่ำตอบแต่ว่า ต้องเอา ๒๕๖๒ ไปต่อติดกับ ๒๔๗๕ เท่านั้น &amp;nbsp; อย่างนี้แสดงว่าตัวจริงเป็นขบวนการปฏิวัติ แต่ใส่เสื้อวินประชาธิปไตยปลอมตัวเป็นพรรคการเมืองเท่านั้นเอง &amp;nbsp;พรรคเช่นนี้จะหาประโยชน์ต่อประชาชนและประชาธิปไตยไม่ได้เลย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกลง..เราจะเอาความชอบหรือไม่ชอบสถาบันกษัตริย์มาเป็นธงนำทางการเมืองไม่ได้อย่างนั้นหรือ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาซ่อนตัวอยู่ในพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง &amp;nbsp;ไม่ใช่เรื่องของการเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ &amp;nbsp;มันเป็นลัทธิความเชื่อคลั่งไคล้เฉพาะกลุ่มเท่านั้นเอง &amp;nbsp;
โดยโครงสร้างการเมืองปกครองแล้ว สถาบันกษัตริย์ของไทย..เป็นองค์คุณของความสมานฉันท์ในชีวิตปรกติของผู้คนในแผ่นดิน อยู่เหนือเส้นแบ่งเผด็จการหรือประชาธิปไตย ใครจะเอาความคลั่งไคล้ที่เกี่ยวกับกษัตริย์ไม่ว่าขั้วไหน มาอ้างอิงปรุงแต่งให้คนไทยแตกแยกฆ่าฟันกันนั้นไม่ได้... มันเป็นอนันตริยะกรรมที่ร้ายแรงมาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42078</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทความแก้วสรร, ปฏิกษัตริย์, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf5a5b38efc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039;ชำแหละ&#039;กุศโลบายม้าแก้วของลุงตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปข้างบนนี้เป็น &amp;ldquo;ม้าแก้วอุปการ&amp;rdquo; ที่จักรพรรดิ์อินเดียโบราณเขาขยายอำนาจไปทั่วอาณาจักร โดย &amp;ldquo;พิธีอัศวเมธ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ปล่อยม้าแก้วที่คัดเลือกฟูมฟักปลุกเสกหญ้าน้ำมา ๓ ปี เดินทางออกไปเยี่ยมเยือนบ้านเมืองต่างๆพร้อมกองทัพ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บ้านใดเมืองใดยอมอยู้ใต้ขัณฑสีมา ก็จะทำพิธีต้อนรับม้าแก้วด้วยดีพร้อมถวายบรรณาการ &amp;nbsp; ถ้าใครไม่ยอมก็ต้องสู้รบกัน ยอมกันแล้วหรือชนะกันแล้วก็ต้องให้ทหารมาสมทบ จนเติบกล้าเป็นทัพใหญ่ให้ม้าแก้วพาไปยังเมืองอื่นอีก ผ่านไปเป็นเมืองๆจนรวมอาณาจักรได้ใหญ่โต แล้วจบด้วยการมาชุมนุมเข้าเฝ้าจักรพรรดิ์กันทั้งแผ่นดิน &amp;nbsp;จากนั้นก็บูชายัญม้าแก้วที่แสนเหน็ดเหนื่อยส่งขึ้นสวรรค์ให้เขาไปพักผ่อน &amp;nbsp; ก็เป็นอันจบพิธีอัศวเมธในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก มาถึงเมืองไทย พ.ศ.นี้ ก็มีคนปล่อยม้าแก้วอีกเหมือนกัน &amp;nbsp;โดยหลังจากเตรียมการสร้างฐานไว้ในรัฐธรรมนูญรองรับ &amp;ldquo;นายกฯคนนอกวงการเมือง&amp;rdquo;ที่พรรคเชิญมาอยู่ในบัญชีเรียบร้อยแล้ว ลุงตู่ก็ปล่อยม้าแก้วประชารัฐ ออกรวบรวมผู้มีบุญตามหัวเมืองต่างๆจนสำเร็จเป็นพรรค เหลือแต่เพียงหลังเลือกตั้งเท่านั้นว่า &amp;nbsp;ชาวบ้านกับกลุ่มหัวเมืองอื่นพรรคอื่นที่เหลือ จะยอมสมทบด้วยโดยดุษฎีหรือไม่ &amp;nbsp; หรือจะต้องให้ใช้กำลังกันอีก (โปรดสังเกตหอกใบพายในมือทหารที่ยืนใส่นาฬิกา ๒๓ เรือนตามภาพ )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุศโลบายม้าแก้วของลุงตู่ จะใช้ได้หรือไม่ในสังคมการเมืองไทยปัจจุบันนับเป็นปัญหาที่น่าวิเคราะห์มาก ซึ่งผมก็ขอขบคิดมาเสนอตามกำลัง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนเราจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่ลงสมัคร ส.ส. และไม่เป็นหัวหน้าพรรคได้อย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ต้องให้คนตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาหนุน โดยเขียนรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ให้นั่งรออยู่ในบัญชีนายกฯที่พรรคนั้นเสนอ จะได้ไม่เกิดปัญหาประท้วงขับไล่กันอีก เหมือนคราวพฤษภาทมิฬ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วทำไมป่านนี้ลุงตู่ยังไม่ประกาศตัวรับเชิญอยู่ในบัญชีนายกฯอีก ยิ่งนานยิ่งเสียแต้มไปทุกวัน
ตอบ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาต้องเว้นระยะให้ดูเนียนๆว่า เป็นคนนอกการเมือง ที่รักบ้านรักเมืองมากแล้วทนคำกราบไหว้วิงวอนไม่ได้จริงๆ จึงยอมเข้ามาแปดเปื้อนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะมาเป็นนายกฯในระบบผู้แทน ทำไมกลัวแปดเปื้อนด้วย เห็นประชาชนเป็นอะไร
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านไม่ได้ลง สส. ท่านเข้ามาช่วยเป็นคนกลางสร้างบ้านเมืองต่อไปอีกสักระยะเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคม้าแก้วอย่างนี้จะไปรอดหรือครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแง่บริหารแล้ว พรรคม้าแก้วจะลำบากมาก &amp;nbsp;เริ่มจากไม่มี ผู้นำ-ผู้ตาม ที่แท้จริง พากันมาจับกลุ่มตั้งซุ้มหนุนคนกลางเท่านั้น นโยบายก็ไม่ต้องคิดอะไร ได้แต่ชูยุทธศาสตร์ชาติแห้งๆของ คสช. &amp;nbsp;แล้วก็เดินเป็นกลางขอเสียงโดยสุภาพเงียบๆไปตลอดเท่านั้น &amp;nbsp;ไม่มีการนำสร้างพลังอะไรให้สังคมเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เลยเป็นกลางจริงๆ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ..คือสะเทิน..นิ่งไปตลอด ไม่หือไม่อือกับใครเขาเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วเมื่อรับเข้ามามีชื่อในบัญชีนายกฯแล้ว ลุงตู่จะเข้ามาคุม เข้ามาบริหารพรรคประชารัฐได้ไหม
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้ครับ เพราะฐานะยังเป็นคนนอกพรรคอยู่ กฎหมายห้ามไม่ให้เข้ามาครอบงำพรรค มีที่อยู่นิ่งๆในบัญชีนายกฯเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคสมัยนี้..เขาแปลกๆนะครับ...ไม่มีหัวหน้าตัวจริง
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งคราวนี้ถูกทำให้เป็นการเลือกเพื่อไทยหรือ คสช.เท่านั้น &amp;nbsp; ไม่ต้องรณรงค์สู้กันในนโยบายใดๆเลย มันถูกทำให้เป็นการ&amp;ldquo;เลือกข้าง&amp;rdquo;ไม่ใช่ &amp;ldquo;เลือกตั้ง&amp;rdquo;เลือกทิศทางบ้านเมืองใดๆ &amp;nbsp;จึงไม่จำเป็นต้องมีผู้นำเป็นหัวหน้าโบกธงจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำตัวเป็นคนนอก ดีวิเศษอย่างนี้ แล้วถ้าได้เป็นนายกฯจริงๆ คุณท่านจะอยู่กับ บรรดา สส.ได้หรือ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าน่าเป็นห่วง ส.ส.มากกว่านะครับว่า จะอยู่กับคุณท่านได้อย่างไร ส่วนภายนอกพรรคนั้นเมื่อทำการเมืองแบบอยู่เหนือการเมืองอย่างนี้ ม้าแก้วก็จะถูกรุมตีข้างเดียวไปตลอด &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อตัวตนไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ก็อาจหมดสภาพได้ทุกเมื่อ คุณอย่าไปเชื่อที่เขาบอกว่าแบเบอร์แน่ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะอยู่นานแบบป๋าท่านได้ไหม &amp;nbsp; &amp;nbsp; หรือเสร็จเลือกตั้งก็วุ่นเลยแบบคุณสุจินดา
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห่วงบ้านเมืองดีกว่าครับว่าจะอยู่อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ว่าลุงตู่ผิดหรือ..ที่คิดจะเป็นนายกฯต่อไปอีก
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันไม่ได้ผิดหรือถูกที่ตรงจุดนี้ &amp;nbsp;มันผิดตั้งแต่ไม่ลงมือปฏิรูปการเมืองให้สำเร็จ จนในที่สุดก็ต้องสร้างม้าแก้วขึ้นมาเพื่ออยู่ต่อ อยู่ต่อไปแบบครึ่งๆกลางๆ ทำตัวเป็นนายกฯโปรดสัตว์ผู้ยาก มีสภาผู้แทนเป็นไส้ติ่ง เช่นรัฐธรรมนูญนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สัญญาว่า..ขอเวลาอีกไม่นาน...นานเป็น ๕ ปีแล้ว...ลงเอยอย่างนี้เองหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ:ชื่อบทความเดิม&amp;nbsp;&amp;ldquo;ม้าแก้ว&amp;rdquo;ของลุงตู่ เขียนโดยแก้วสรร อติโพธิ ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 30 มกราคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27815</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทความแก้วสรร, ม้าแก้ว, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbe9cb2ad826.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039;ชำแหละทำไมการเมืองปัจจุบันถึงหนักแผ่นดินได้ถึงเพียงนี้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราได้พยายามให้ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาประเทศไทย ๓ ครั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ จึงขอโอกาสครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อชาติ&amp;rdquo; ยงยุทธ ติยะไพรัช...พิษณุโลก ๖ มกราคม ๒๕๖๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำกล่าวข้างต้นของแกนนำระบอบทักษิณในร่างพรรคเพื่อชาติ ข้างต้น ยังผลให้ภาพบ้านเมืองหลังเลือกตั้งในอนาคตมืดหม่นลงในฉับพลัน ทางเลือกอันสับสนไร้ค่าถูกสร้างขึ้นมาอีกภาพหนึ่ง จากเดิมที่บอกว่าเราจะต้องเลือกทหารหรือประชาธิปไตย จะเอาลุงตู่หรือไม่เอาลุงตู่ ท่านตู้เย็นก็เติมมาอีกว่าเราจะให้ทักษิณกลับบ้านหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เศรษฐกิจครัวเรือนฝืดเคือง คนใต้ขายลูกปาล์ม ๖๐ กิโล ได้เงินมาซื้อปลาทูเพียง ๑ กิโล ราคายางก็ตกต่ำตลอดกาล มาตรการปฏิรูปประมงก็ผลักดันต้นทุนธุรกรรมประมงไทยจนถีบตัวสูงลิ่ว โดนประมงพม่าเข้ามาทุบตลาดตลอดชายฝั่งแล้ว ส่วนข้าวไทยก็ยืนขาสั่น เพราะอินเดียเวียดนามทุ่มเทพัฒนาเกษตรกรรมเต็มตัว ประกาศจะขายข้าวให้ได้รายได้เพิ่มอีกสองเท่า ท่ามกลางความอับจนที่ลึกลงไปถึงพื้นฐานหรือแพลตฟอร์มเช่นนี้ ทางเลือกอุบาทว์ๆข้างต้นถูกผลักดันเข้ามาในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมการเมืองปัจจุบันถึงหนักแผ่นดินได้ถึงเพียงนี้???&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จะนำเสนอต่อไปนี้คือ สังเขปร่างคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญของจำเลยคดี กปปส.ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยรับรองว่า การกระทำของตนเป็นการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ต่อต้านการเมืองที่หนักแผ่นดิน ใช้สิทธิเสรีภาพในระบบของระบอบประชาธิปไตยโดยผิดครรลองจนเติบใหญ่เป็นทรราชย์เลือกตั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องนี้ขณะนี้เป็นรูปร่างแล้วอยู่ระหว่างพัฒนาข้อมูลให้สมบูรณ์ มาวันนี้พอดีการเมืองไทยเริ่มจะหนักแผ่นดินอีก ผมจึงขอนำเสนอให้ท่านผู้สนใจได้พิเคราะห์แล้วสังเคราะห์ดูบ้างว่า ที่ผ่านมานั้นการเมืองเรามาจมปลักอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร และถ้าจะเลือกตั้งกันต่อไป ทำอย่างไรจึงจะไม่ชิบหายเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อไปนี้คือความจริงและความถูกต้องที่กลั่นตัวเป็นคำร้องในระบบกฎหมายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังเขปคำร้องศาลรัฐธรรมนูญให้รับรอง &amp;ldquo;สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ในคดี กปปส. &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;...........................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.บทบัญญัติรับรองสิทธิ : รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ส่วนที่ ๑๓ มาตรา ๖๙&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรา ๖๙ บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใดๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.&amp;ldquo;สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; เป็นสิทธิพื้นฐานของปวงชนชาวไทย ใช้เพื่อยับยั้ง &amp;ldquo;เผด็จการในเสื้อคลุมประชาธิปไตย&amp;rdquo; คือคณะบุคคลที่ใช้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองโดยผิดครรลองรัฐธรรมนูญ ทำนองเดียวกันกับฮิตเลอร์ ที่จัดตั้งและพัฒนาขบวนการนาซี โดยอาศัยการเลือกตั้งใช้เวลากว่า ๑๐ ปี ก็ขึ้นครองอำนาจเด็ดขาด ใช้เสียงข้างมากงดใช้รัฐธรรมนูญ เป็นเผด็จการเต็มตัวในที่สุด &amp;ldquo;ระบอบเผด็จการพรรคการเมืองนายทุน&amp;rdquo; (ชื่อนี้ตั้งโดย ศจ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์) ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อันประกอบด้วยพรรคการเมืองและขบวนการมวลชน ก็เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓.ระบอบนี้ถือการเมืองเป็นการลงทุนและถอนทุน ทั้งโดย พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว (ดูคดียึดทรัพย์) โดยทุนอื่นที่เข้าร่วมทุน (ดูทุนโทรทัศน์ คดีรถดับเพลิง กทม.) หรือโดยผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง ที่ยอมเข้าร่วมแปรสินทรัพย์ (สิทธิเลือกตั้ง) เป็นทุนประชานิยมต่างๆ ด้วย (ดูคดีจำนำข้าว) คิดอย่างนี้ทำอย่างนี้จึงผิดครรลองรัฐธรรมนูญชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบอบนี้เคลื่อนไหวผิดครรลองด้วย เพราะตามครรลองรัฐธรรมนูญนั้น พรรคการเมืองต้องไม่จัดตั้งขบวนการมวลชนด้วยความเกลียดชัง เพื่อเอาประชาชนมาต่อสู้ทางการเมือง (ดูคดีก่อจลาจล ๒๕๕๓) ต้องไม่แบ่งแยกคนไทยตามชนชั้นหรือถิ่นกำเนิด หรือเขตเลือกตั้ง จนแตกแยกกันทั้งแผ่นดินสิ้นสมานฉันท์ ส.ส.ต้องเป็นผู้แทนคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะเหนือหรืออีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบอบนี้ใช้ระบบโดยถือหลักว่า &amp;ldquo;หีบเลือกตั้งคือกฎหมายสูงสุด&amp;rdquo; ลิดรอนสิทธิเสรีภาพบทบาทของเสียงข้างน้อยทุกโอกาส ใครไม่มาจากเลือกตั้งอย่ามาขวาง ไม่ว่า ศาล,องค์กรอิสระ หรือแม้กระทั่งสถาบันสูงสุด มีเสียงข้างมากแล้วจะล้มหรือรื้อรัฐธรรมนูญก็ได้ (ดูคดีศาลยับยั้งการล้มหรือรื้อรัฐธรรมนูญ), ยอมตนอยู่ใต้อำนาจคนนอกระบบหนีคดี เพื่อเอาอำนาจประชาชนมาพานายกลับบ้าน เกิดรัฐบาลหุ่นเชิด พรรคหุ่นเชิด ผิดรัฐธรรมนูญตั้งแต่ลงเลือกตั้ง มาจนถึงกฎหมายนิรโทษกรรมคดีคอร์รัปชันก็ยังทำได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.ที่กล่าวมาล้วนเป็นการแสวงอำนาจโดยผิดครรลองทั้งสิ้น ในส่วนความเป็นภัยต่อรัฐธรรมนูญนั้น ผ่านไป ๑๐ ปี ก็จัดตั้งปัจจัยอิทธิพลในสังคม ๔ ประการ คือ เงิน อำนาจ ความเชื่อ และพวกพ้อง จนสำเร็จ ใช้เงินสร้างอำนาจ&amp;ndash;อำนาจสร้างเงิน, ใช้พวกสร้างอำนาจ-ใช้อำนาจสร้างพวก, ใช้อำนาจใช้เงินสร้างสื่อ-ใช้สื่อสร้างอำนาจสร้างพวก ฯลฯ พลวัตเหล่านี้พัฒนามา ๑๐ ปี โดนยุบพรรค ๒ ครั้ง, รัฐประหาร ๒ ครั้ง ต้องคดีเป็นสิบคดี จนนายและน้องต้องหนีคดีไปต่างประเทศ ก็ยังมีตัวตนฟื้นอำนาจได้เสมอจนทุกวันนี้ หรือแม้เลือกตั้งครั้งหน้าก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕.ขบวนการนี้แข็งแรงและอาละวาดเต็มตัว ตั้งแต่ยึดถนนบีบรัฐบาลประชาธิปัตย์ยุบสภาส่งน้องสาวเจ้านายเป็นนายกหุ่นเชิด ได้อำนาจแล้วไม่ทำหน้าที่ งานหลักคือพานายกลับบ้านให้ได้ จนเมื่อลงมือผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมในพฤศจิกายน ๒๕๕๖ จุดนั้นก็ถือเป็นภัยต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนใกล้ชิด ยับยั้งโดยกฎหมายและกลไกอื่นๆ ไม่ได้อีกแล้ว แม้กระทั่งยุบสภาก็ยังกล้าข้ามในหลวง ไม่เข้าเฝ้าถวายรายงานขอพระบรมราชโองการ ถ้าเปรียบเป็นงูเห่า ก็โตเต็มที่เลื้อยเข้ามาชูคอขู่ฟ่อๆ อยู่กลางบ้านแล้ว พอเจ้าของบ้านแห่ออกมา ก็หยุดผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษฯ เลื้อยหลบไปอยู่ใต้ตู้รองเท้า เช่นนี้ก็ต้องไล่ออกจากบ้านอยู่ดี จะอ้างว่าหยุดเห่าแล้วไม่ได้ ต้องถือว่าสิทธิต่อต้านโดยสงบของปวงชนชาวไทยเกิดขึ้นแต่บัดนั้น คือตั้งแต่ชูคอกัดรัฐธรรมนูญแล้ว คำร้องนี้จึงมีสาระสำคัญขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้มีหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ช่วยวินิจฉัยรับรองสิทธิต่อต้านโดยสงบของปวงชนชาวไทยตรงจุดนี้ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖.จำเลยในคดี กปปส.และในคดีต่อต้านอื่นๆ จึงขอบารมีศาลให้ช่วยยืนยันสิทธิตรงนี้ก่อน ซึ่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรับคำร้องนี้เมื่อใด ผู้ร้องก็จะขอให้ศาลยุติธรรมยุติคดีไว้พลางก่อน หากศาลพิจารณาเหตุผลตามข้อ ๒&amp;ndash;๕ แล้ววินิจฉัยว่าเกิดสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญแก่ปวงชนจริงแล้ว คำวินิจฉัยนี้ก็จะผูกพันให้พนักงานอัยการต้องถอนฟ้องการกระทำที่ตนเห็นว่าอยู่ในกรอบต่อต้านโดยสงบออกไป ส่วนที่เห็นว่าน่าจะเกินเลยก็คงไว้ให้ศาลอาญาพิจารณาชี้ขาดต่อไปว่า จะมีความผิดหรือไม่หากศาลอาญาเห็นว่าเป็นการใช้สิทธิเกินขอบเขตก็ลงโทษได้โดยอาจลดโทษได้ตามควร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗.คำร้องนี้จึงไม่ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญก้าวล่วงไปวินิจฉัยการกระทำของ กปปส.เลย เพราะขอให้พิจารณาถึงภัยอันเกิดจาก &amp;ldquo;เผด็จการพรรคการเมืองนายทุน&amp;rdquo; เท่านั้นว่ามีจริงหรือไม่ และเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ ภัยนี้ก็กำเริบชัดเจนใกล้ชิด จนปวงชนมีสิทธิต่อต้านแล้วหรือไม่เท่านั้น คำร้องนี้ขอให้ศาลดูที่เหตุการณ์บ้านเมือง ไม่ใช่ดูที่การกระทำของ กปปส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘.ประเด็นที่ว่า เกิดสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญแก่ปวงชนชาวไทยในพฤศจิกายน ๒๕๕๖ หรือไม่นี้ เป็นประเด็นร่วมในทุกคดีที่เกิดขึ้นในการต่อต้านเมื่อปีนั้น ทั้งคดีแกนนำ และคดีคัดค้านก่ารเลือกตั้งทั่วประเทศ ประเด็นนี้มีอยู่ในทุกคดี ต้องให้ศาลเดียวคือศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน แล้วมีผลผูกพันทุกคดี จะปล่อยให้ศาลในคดีอาญาแต่ละศาลวินิจฉัยไปจนขาดเอกภาพไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๙.สำหรับฐานอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญนั้น คำร้องนี้เห็นว่ามีรับรองไว้อยู่แล้วในส่วนที่ ๑๓ ของรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ส่วนช่องทางนั้น กฎหมายวิธีพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗ (๓) ก็เทียบเคียงได้ การยื่นคำร้องก็ร้องต่อศาลได้โดยตรง เพราะเป็นคดีที่เกิดขึ้นในศาล และกระทบถึงสิทธิของจำเลยแล้ว เทียบเคียงได้กับกรณีตามมาตรา ๒๑๒ ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๐.ท้ายนี้ หากไม่ประสงค์จะให้เกิด &amp;ldquo;เผด็จการในเสื้อคลุมประชาธิปไตย&amp;rdquo; ขึ้นมาอีก คำร้องนี้ก็ได้วิเคราะห์นำเสนอ เป็นตุ๊กตาไว้แล้วว่า มีข้อใดบ้างที่คนไทยพึงร่วมกันคิดและเกิดสำนึก จนตกลงร่วมกันได้ว่า ในภายหน้ามีการกระทำใดบ้างที่จะต้องไม่มีให้เห็นอีก การได้คิดแล้วตกลงปรับศีลและวินัยทางการเมืองเช่นนี้ต่างหากคือการปรองดองอันแท้จริง ที่ยังไม่เกิดขึ้นเลย เกิดขึ้นได้ ตกลงกันได้เมื่อใดบ้านเมืองหลังการเลือกตั้งคราวหน้าถึงจะสงบได้ &amp;nbsp; ต่อไปนี้คือข้อที่สังเคราะห์ เสนอขึ้นมาเป็นตุ๊กตา ให้ใช้แลกเปลี่ยนพูดคุยกันต่อไปเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่าง : ประมวลข้อห้ามที่สังคมไทยต้องคุยกัน เพื่อกลับไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑) นายทุนที่ลงเล่นการเมือง จะต้องขายหุ้นสัมปทานในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ขายให้ญาติพี่น้องลูกหลานคนใช้คนขับรถ ฝ่าฝืนเมื่อใดจะอ้างว่าผิดพลาดโดยสุจริตไม่ได้ ต้องถือเป็นภัยต่อประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒) หุ้นในตลาดหุ้นไทยที่ให้บริษัทต่างประเทศเป็นตัวแทนจัดการหุ้น ต้องมีหนังสือยินยอมของเจ้าของหุ้นอนุญาตให้บริษัทมีหน้าที่ให้ข้อมูลผู้ถือหุ้นที่แท้จริง ตามคำขอ ก.ล.ต.ไทยเสมอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓) นักการเมืองใดมีบัญชีเงินฝากในต่างประเทศต้องถือเป็นภัยต่อประชาธิปไตย ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาเป็นนักการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔) นโยบายพรรคที่เสนอเพื่อรับเลือกตั้ง ต้องอยู่ในกรอบแนวนโยบายแห่งรัฐ นโยบายใดที่ไม่เป็นไปตามนี้ เช่น กฎหมายวางกรอบให้พยุงราคาข้าว ก็กลับล้ำเส้นให้รัฐบาลรับซื้อข้าวทั้งประเทศในราคาแพง นโยบายดังนี้จะรับรองไว้ในคำแถลงนโยบายหรือในงบประมาณแผ่นดินมิได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕) พรรคการเมืองจะจัดตั้งหรือสนับสนุนขบวนการมวลชน เพื่อเป็นเครื่องมืออาละวาดทางการเมืองของตนมิได้ พฤติการณ์เช่นนี้ต้องถือเป็นภัยต่อประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖) ผู้สมัคร ส.ส.ใด ไม่มีมติสาขาพรรครับรองการส่งสมัคร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นขี้ข้าของหัวหน้าพรรค &amp;nbsp;กกต.ต้องปฏิเสธไม่รับสมัคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗) พรรคใดหรือรัฐบาลใดอยู่ใต้อำนาจและใช้อำนาจเพื่อตอบสนองประโยชน์ของต่างชาติหรือบุคคลนอกพรรค ทำตัวเป็นหุ่นเชิดหลอกประชาชน ต้องถือเป็นภัยต่อประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘) การใช้งบประมาณราชการหรือรัฐวิสาหกิจว่าจ้างสื่อมวลชนในการใด หรือใช้ลงทุนทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงานราชการใด โดยมีใบหน้าหรือชื่อนักการเมืองฝากเป็นโฆษณาแฝง ต้องถือว่าไม่มียางอาย จะกระทำมิได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๙) ข้าราชการการเมืองใด พรรคใด ใช้อำนาจหน้าที่หรืองบประมาณแผ่นดินโดยเลือกปฏิบัติเอื้อประโยชน์เฉพาะพวกพ้องหรือเขตเลือกตั้งไม่ถือตนเป็นผู้แทนของคนทั้งประเทศ ต้องถือเป็นพวกแบ่งแยกแผ่นดิน เป็นภัยต่อประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๐) วิทยุหรือโทรทัศน์จะเป็นเครื่องมือชวนเชื่อของพรรคการเมืองใด หรือกลุ่มการเมืองใดไม่ได้ทั้งสิ้น ต้องถือเป็นภัยร้ายแรงต่อประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๑) การจัดรายการ &amp;ldquo;พบนายกฯ&amp;rdquo; รายงานผลงานรัฐบาลในสื่อวิทยุหรือโทรทัศน์ทุกอาทิตย์จะกระทำมิได้ &amp;nbsp;การสื่อสารต้องมีขอบเขต ประชาชนไม่ใช่กบที่ต้องโฆษณาชวนเชื่อทุกอาทิตย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๒) การปฏิเสธ ให้ร้าย โจมตี การตรวจสอบของศาลหรือองค์กรอิสระ โดยพรรคการเมืองหรือนักการเมืองใด ถือเป็นการแสดงอำนาจบาตรใหญ่ อันเป็นภัยต่อประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๓) ประธานและรองประธานของรัฐสภาหรือของคณะกรรมาธิการใด ที่ประพฤติตนไม่เป็นอิสระ ยอมตนอยู่ใต้บงการรัฐบาลหรือพรรคการเมือง ต้องถือว่าเป็นภัยต่อประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๔) ข้าราชการหรือพนักงานของรัฐ กับนักการเมือง ต้องเป็นอิสระจากกัน ไม่พึ่งพาหาประโยชน์หรือตำแหน่งหน้าที่ระหว่างกัน มิเช่นนั้นจะถือเป็นผู้บ่อนทำลายประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๕) การนิรโทษกรรมคดีคอร์รัปชันผู้มีอำนาจจะกระทำมิได้ นักการเมืองใดริเริ่มผลักดันกฎหมายดังกล่าว ให้ถือเป็นคนทรยศต่อประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๑ คำร้องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเสนอโดยผู้ร้องต่างๆที่เป็นจำเลยในคดี กปปส. ต่างก็จะเสนอต่อศาลในคดีของตน โดยชุดคำร้องเดียวกัน มีสาระขอให้ทุกศาลส่งคำร้องนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญของปวงชนเกิดขึ้นจริงๆ แล้วเมื่อ ๒๕๕๖-๒๕๕๗&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องนี้เป็นไปตามมาตรา ๒๑๒ ทุกศาลต้องส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญเสมอ หากศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณา ผู้ร้องก็จะร้องขอให้ศาลอาญาพักคดีไว้ก่อน เมื่อใดที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ผลก็จะเป็นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๑.๑.ถ้าวินิจฉัยว่า เกิดสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญแก่ปวงชนจริง ทุกคดีที่สู้กับระบอบทักษิณ ก็จะได้รับผลอันเป็นคุณทั้งหมด ติดคุกอยู่ฐานขัดขวางเลือกตั้งก็ออกมาได้ ที่พิจารณาคดีอยู่ (เช่นคดี กปปส.) ส่วนหนึ่งอัยการก็ถอนฟ้องได้ (ส่วนที่เห็นว่าอยู่ในกรอบสันติวิธี) ส่วนที่ยังไม่ฟ้องก็ต้องยุติ (ถ้าเห็นว่าอยู่ในกรอบสันติวิธี)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๑.๒.ข้อต่อสู้เรื่อง &amp;ldquo;สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; นี้ จึงเป็นข้อต่อสู้ของมหาชน ที่ทุกคนที่ต้องคดี อาจหยิบยกขึ้นได้ทั้งนั้น สู้ขึ้นมาแล้วก็ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล ผลของคำตัดสินจะส่งผลไปทั่วทั้งระบบกฎหมายและการเมือง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒๕๖๒..ถ้าไม่อยากเป็นกบใต้ตีนนกกระสาแดงหรือเขียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องเดินทางต่อไป..เพื่อเติบโตเป็น &amp;ldquo;ประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ : ชื่อบทความเดิม&amp;nbsp;&amp;quot;การเมืองหนักแผ่นดิน!&amp;quot; เขียนโดยแก้วสรร อติโพธิ ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 11 มกราคม 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26301</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, บทความแก้วสรร, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbe9cb2ad826.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
