<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าด้วยเรื่องการซุบซิบ ข่าวลือ ข่าวลวงและเสรีภาพ (ตอนที่หนึ่ง) </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมที่ปิดกั้นเสรีภาพในการพูด นั่นคือ มีการลงโทษทั้งทางกฎหมายและทางสังคม ผู้คนก็จะหันไปใช้การซุบซิบแทน และการซุบซิบมักจะเริ่มกับคนใกล้ชิด และก็ไม่ได้จบลงแค่นั้น เพราะเมื่อ นาย ก. ซุบซิบกับคนสนิท ได้แก่ &amp;nbsp;นาย ข. และนาย ค. ก็ไม่ได้หมายความว่า การซุบซิบจะจำกัดอยู่แค่คนสามคน เพราะ นาย ข. และ นาย ค. ต่างก็มีคนที่ตนไว้ใจอื่นๆ ต่อๆ ไปอีก จนระบาดไปทั่ว และไม่สามารถจับมือใครดมได้ว่า มันเริ่มมาจากใคร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้นี่เอง ที่การซุบซิบจึงระบาดไปทั่ว แปรสภาพเป็นข่าวลือที่มีผลกระทบมากกว่าแค่ซุบซิบ ข่าวลือส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อคนที่ถูกลือ เพราะคนส่วนใหญ่จะรับรู้เรื่องที่ซุบซิบหรือข่าวลือนั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริง มันก็จะมีพลังกลายเป็น &amp;ldquo;คำตัดสินพิพากษา&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซุบซิบ-ข่าวลืออาจจะเป็นเรื่องจริงหรือข่าวลวง แต่ซุบซิบ-ข่าวลือจะมีประสิทธิภาพอย่างยิ่งหากคนที่ถูกซุบซิบเป็นคนที่อยู่อย่างไม่เปิดเผยหรือมีระยะห่างจากผู้คนมาก &amp;nbsp;เมื่อไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง ใช้ชีวิตอย่างไร การซุบซิบ-ข่าวลือจึงไม่สามารถถูกพิสูจน์หักล้าง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งคนที่ไม่สามารถอธิบายตอบโต้ได้ ไม่ว่าจะด้วยสถานะและเหตุผลอะไร การซุบซิบ-สร้างข่าวลือก็จะยิ่งมีพลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่อยู่อย่างเปิดเผยและใกล้ชิดกับชาวบ้านหรือสามารถสื่อสารตอบโต้ได้ การซุบซิบ-ข่าวลือจะไม่ค่อยมีพลังมากนัก หากการซุบซิบ-ข่าวลือมันแย้งกับความจริงที่ผู้คนเห็นกับตา แต่กระนั้นก็ตาม แม้จะอยู่อย่างเปิดเผย แต่อย่างไรเสีย ไม่มีใครที่จะดีหมดในสายตาคนมากมายหลากหลาย เพราะตัวตนของคนคนหนึ่ง อาจจะดีในสายตาบางคนและไม่ดีในสายตาอีกคนได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
กระนั้น การซุบซิบ-ข่าวลือไม่จำเป็นต้องเกิด หากคนที่เป็นเป้านั้นไม่มีอำนาจที่จะลงโทษใครที่ซุบซิบเรื่อง &amp;nbsp;เพราะไม่จำเป็นต้องซุบซิบ แต่สามารถพูดตรงๆ ต่อหน้าได้เลย ไม่ต้องกลัวถูกลงโทษทำร้าย อย่างเช่น คนเป็นนายสามารถด่าคนงานต่อหน้าได้ว่า ทำไมมึงถึงตัวเหม็นจัง &amp;nbsp;แต่คนงานคงไม่กล้าพูดเรื่องกลิ่นตัวของนายต่อหน้านาย สิ่งที่ทำได้คือ ไปซุบซิบกับคนงานด้วยกันหรือกับคนอื่นๆ ที่ไม่มีทางที่จะกลับมาเข้าหูนายได้ ดังนั้น การซุบซิบ-ข่าวลือจึงมีเรื่องความสัมพันธ์เชิงอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นั่นคือการที่คนคนหนึ่งจะมีเสรีภาพในการพูดได้ คือ การที่คนคนนั้นมีอำนาจเหนือคนที่เราพูดถึง คนเป็นนายมีเสรีภาพในการพูดเรื่องกลิ่นตัวของคนงานต่อหน้าคนงาน เพราะตัวเองมีอำนาจเหนือคนงาน ส่วนคนงานไม่มีเสรีภาพในการพูด แต่ต้องซุบซิบเพราะกลัวนายเล่นงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากความสัมพันธ์เชิงอำนาจแล้ว &amp;nbsp;อาจจะเป็นเรื่องของความสุภาพมีมารยาทด้วยก็ได้ ผู้เป็นนายอาจจะมีมารยาทพอที่จะไม่พูดตรงๆ เรื่องกลิ่นตัวคนงานต่อหน้า แต่ไม่ใช่เพราะนายกลัว แต่เป็นเรื่องการถนอมน้ำใจกันมากกว่า นายจ้างอาจจะหาวิธีพูดอย่างมีศิลปะเตือนให้คนงานรู้ว่านายจ้างได้กลิ่นตัวของเขา และเช่นเดียวกัน คนงานก็อาจจะหาวิธีพูดเรื่องกลิ่นตัวของเจ้านายได้อย่างสุภาพและมีศิลปะ โดยไม่ทำให้นายโกรธและลงโทษเขา &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในแง่นี้ ทั้งเจ้านายและคนงานต่างมีเสรีภาพที่จะพูดความจริงในสิ่งที่แต่ละคนคิดต่อกันและกันได้ โดยคนงานไม่จำเป็นจะต้องไปแอบซุบซิบ และเจ้านายมีเสรีภาพในการพูด โดยไม่ใช่เพราะตนมีอำนาจเหนือคนงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในแง่นี้ ถ้ารู้จักพูด คนแต่ละคนก็จะมีเสรีภาพเท่าเทียมกันในการพูด เพราะแต่ละคนมีความปรารถนาดีต่อกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
แต่ถ้าไม่ปรารถนาดีและไม่ต้องรับโทษใดๆ ในการพูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่ซุบซิบ (เพราะไม่ต้องแอบคุยในวงแคบๆ แล้วค่อยขยายไป) เป็นข่าวลือที่ไม่ใช่ข่าวลือ เพราะมันสามารถระบุตัวคนจำนวนมากที่ลือต่อๆ กันได้ และมันอาจจะเป็นข่าวจริงหรือข่าวลวงก็ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การแพร่ระบาดของ &amp;ldquo;บัตรสนเท่ห์&amp;rdquo; จึงสามารถเป็นทั้งอาวุธของคนตัวเล็กตัวน้อยที่ไม่มีทางสู้ต่อหน้ากับคนตัวใหญ่ แต่คนตัวใหญ่ก็สามารถเป็นเหยื่ออธรรมของฝูงคนตัวเล็กตัวน้อยได้เช่นกัน (ทั้งที่มีตัวจริงๆ และที่เป็นอวตาร)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ในสมัยรัชกาลที่สี่ ในราว พ.ศ.2408 มีคนปล่อยบัตรสนเท่ห์ออกไปจนกลายข่าวลือแพร่สะพัดเป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับพระองค์ มีข้อกล่าวหาสามข้อ คือ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
หนึ่ง กรุงสยามอยู่ภายใต้อำนาจสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่ว่าพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหญ่ (หมายถึงรัชกาลที่สี่ เพราะสมัยนั้น มีพระเจ้าแผ่นดินสองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชอนุชาในรัชกาลที่สี่) จะมีพระบรมราชโองการมากประการใดก็ต้องปฏิบัติตาม จะคัดค้านมิได้ไม่ว่าจะเป็นราษฎรผู้ใดก็ตาม &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง ในท้องพระคลังของพระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงสยามนั้น เต็มไปด้วยเงิน ประหนึ่งภูเขาทองและเงิน และเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มั่งคั่งที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สาม พระเจ้าแผ่นดินผู้ครองกรุงสยามองค์ปัจจุบัน มีพระทัยคับแคบและทรงนิยมสิ่งของทั้งหลายที่แปลกๆ ทรงโปรดธรรมเนียม ประเพณี วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และวรรณคดี ฯลฯ ของชาวยุโรปโดยไม่มีขอบเขต พระองค์ยังทรงพอพระราชหฤทัยถ้อยคำประจบ และทะเยอทะยานในพระเกียรติ ดังนั้น ในขณะนี้ จึงเป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะทำการกอบโกยเอาเงินเอาทองจำนวนมากจากท้องพระคลังของกรุงสยาม ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พระองค์ทรงทำอย่างไรกับข่าวลือนี้ หรือมันเป็นความจริง? โปรดติดตามตอนต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105159</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทความไทยโพสต์, ว่าด้วยเรื่องการซุบซิบ ข่าวลือ ข่าวลวงและเสรีภาพ, ไชยันต์ ไชยพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8ed43870cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
