<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 07:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 07:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อมูลคุ้นๆ!บทบรรณาธิการวอชิงตันโพสต์แนะ&#039;ทรัมป์&#039;อย่าเพิ่งคบ&#039;บิ๊กตู่&#039;เพราะมีการเสนอให้สินบนงูเห่าสีส้ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.62-บีบีซีไทยเผยแพร่บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ เผยแพร่เมื่อ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา แนะนำรัฐบาลสหรัฐฯว่า ยังไม่ควรฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทยอย่างเต็มรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อทรงอิทธิพลของสหรัฐฯแห่งนี้ชี้ว่า แม้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร ได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลที่ได้ชื่อว่ามาจากการเลือกตั้ง แต่ประชาธิปไตยจอมปลอมของไทยไม่คู่ควรกับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทบรรณาธิการเริ่มต้นด้วยการให้ภาพว่าไทยเป็นชาติพันธมิตรนอกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ของสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2013 และการวางแผนปฏิบัติการต่าง ๆ ในเอเชียของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมืออย่างมากจากไทย แต่เป็นเวลา 5 ปีมาแล้วที่สหรัฐฯ ระงับการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่กองทัพไทย เพราะการก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าขณะนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำรัฐบาลทหาร สามารถจัดการให้ตัวเองได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ได้ชื่อว่ามาจากการเลือกตั้งได้แล้ว และรัฐบาลของเขากับบุคคลในกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บางส่วน กำลังหวังว่า จะมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์กันอย่างเต็มรูปแบบ แต่ไทยไม่ควรได้รับสิ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดความช่วยเหลือเป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐบัญญัติการให้ความช่วยเหลือต่างประเทศ (Foreign Assistance Act) ของสหรัฐฯ ที่ห้ามไม่ให้มีความร่วมมือทางการทหารกับประเทศที่ขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยการใช้กำลัง การห้ามนี้อาจถูกยกเลิกได้ หากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ให้การรับรองว่า ประเทศนั้นได้กลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้ว แต่การรับรองให้ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (5 มิ.ย.) ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าประชาธิปไตยของปลอม หลังจากจัดการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมอย่างน่ารังเกียจ โดยฝ่ายที่เห็นตรงข้ามรัฐบาลทหารบางส่วนถูกห้ามไม่ให้ลงเลือกตั้ง และมีอีกหลายคนที่ถูกตั้งข้อหาอาญาหลายข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วอชิงตันโพสต์ยังชี้ด้วยว่ารัฐธรรมนูญใหม่สร้างความได้เปรียบอย่างใหญ่หลวงให้กองทัพ วุฒิสภาซึ่งมีสมาชิก 250 คนที่มาจากการแต่งตั้ง แต่กลับมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรที่มีสมาชิก 500 คน แม้ว่าประชาชนไม่ชื่นชอบ พล.อ. ประยุทธ์ แต่เขาก็เอาชนะมาได้ แม้การเลือกตั้งในเดือน มี.ค. แนวร่วมฝ่ายค้านจะได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรคที่สนับสนุนกองทัพได้ที่นั่งไม่ถึง 126 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจำนวนเสียงที่ต้องมีในการสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนั่นได้นำไปสู่การร่วมกันหาทางจัดการเพื่อสร้างความได้เปรียบอีกครั้งหนึ่ง เริ่มจากคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แก้ไขกฎในการจัดสรรปันส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลังการเลือกตั้ง ส่งผลให้แนวร่วมฝ่ายค้านสูญเสียเสียงข้างมาก และพรรคขนาดเล็ก 11 พรรค ได้ที่นั่งพรรคละ 1 ที่นั่ง ทุกพรรคสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ ทำให้เขาได้คะแนนเสียงตามที่ต้องการ ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลสร้างความได้เปรียบให้ตัวเองด้วยการให้ศาลตัดสิทธิสมาชิกพรรคฝ่ายค้านบางคน รวมถึงแกนนำแนวร่วมฝ่ายค้านที่ได้รับความนิยมสูงสุดด้วย มีรายงานว่า ได้มีการเสนอสินบนมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ย้ายข้างด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลที่ได้ก็คือ แนวร่วม 19 พรรคที่อ่อนแอ ร่วมกันสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีเสียงข้างมากเกินมา 5 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร ความอ่อนแอของรัฐบาลนี้ จะทำให้กองทัพไทย...มีอำนาจมากขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทบรรณาธิการของวอชิงตันโพสต์สรุปด้วยว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ไม่ลังเลที่จะร่วมมือทางการทหารกับรัฐบาลที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโจ่งแจ้งในหลายประเทศ เช่น อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย การรับรองของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ว่ารัฐบาลของไทยเป็นรัฐบาลพลเรือนและเป็นประชาธิปไตยแล้ว ถือเป็นการเหยียบย่ำกฎหมายที่รัฐสภาสหรัฐฯ บัญญัติขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งที่กองทัพไทยได้กระทำลงไป ถ้ารัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการฟื้นฟูความร่วมมือบางส่วน สามารถทำได้ด้วยการยกเว้นให้ตามที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ แต่ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อแลกกับการได้มาซึ่งสิทธิมนุษยชนที่จับต้องได้ และรัฐบาลสหรัฐฯ ควรจะยอมรับว่าไทยยังไม่ได้กลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีบีซีไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38216</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทบรรณาธิการ, บีบีซีไทย, วอชิงตันโพสต์, สินบนส.ส.ย้ายข้าง, ไทย-สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc2606a9f372.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 23:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 23:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นสพ.มากกว่า 350 ฉบับผนึกกำลัง ลงบทบรรณาธิการฉะ &#039;ทรัมป์&#039; โจมตีสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์ระดับประเทศและระดับท้องถิ่นของสหรัฐมากกว่า 350 ฉบับ พร้อมใจกันลงบทบรรณาธิการฉบับวันพฤหัสบดี ปกป้องเสรีภาพสื่อและประณามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่โจมตีสื่อเสรีด้วยการตราหน้าว่าสื่อเป็นศัตรูของคนอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์บอสตันโกลบฉบับวันที่ 15 สิงหาคม 2561 ถูกถ่ายภาพคู่กับฉากหลังที่เป็นตึกระฟ้าของนครบอสตัน โกลบเป็นตัวตั้งตัวตีรณรงค์ให้สื่อสหรัฐพร้อมใจกันโต้กลับทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์มากกว่า 350 ฉบับ ที่ลงบทบรรณาธิการในฉบับวันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคมนั้น ยังรวมถึงหนังสือพิมพ์จากบางรัฐที่ทรัมป์ชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 ด้วย โดยรายงานเอเอฟพีและบีบีซีกล่าวว่า บอสตันโกลบเป็นหัวขบวนของการรณรงค์ต่อต้าน &amp;quot;สงครามสกปรก&amp;quot; ของทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยการติดแฮชแท็กว่า ไม่ใช่ศัตรูของใคร และทำให้หนังสือพิมพ์ทั่วสหรัฐขานรับ ทั้งยังรวมถึงหนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ในสหรัฐ เรามีประธานาธิบดีที่ร่ายมนต์ว่า สื่อมวลชนที่ไม่ได้สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลชุดนี้อย่างโจ่งแจ้งนั้นเป็น &amp;#39;ศัตรูของประชาชน&amp;#39;&amp;quot; บทบรรณาธิการของโกลบกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกลบระบุว่า การปฏิบัติต่อสื่อของทรัมป์เสริมส่งพวกผู้นำเผด็จการอำนาจนิยมอย่างวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี ที่ปฏิบัติต่อนักข่าวเหมือนเป็นศัตรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผนึกกำลังกันของหนังสือพิมพ์ทั่วสหรัฐในครั้งนี้เป็นการตอบโต้สิ่งที่โกลบกล่าวว่า คือการโจมตีทำร้ายสื่อเสรีโดยประธานาธิบดีคนนี้ การตราหน้าสื่อว่าเป็น &amp;quot;ศัตรูของประชาชน&amp;quot; ถือเป็นพฤติกรรมที่ &amp;quot;ไม่เป็นอเมริกัน&amp;quot; และเป็นอันตรายต่อข้อตกลงร่วมกันของพลเมืองที่ชาวอเมริกันยึดถือกันมานานกว่า 2 ศตวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์มักจะวิจารณ์นักข่าวและโจมตีรายงานข่าวที่ขัดแย้งกับทัศนะหรือนโยบายของเขาว่าเป็น &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทมส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อที่ทรัมป์โจมตีบ่อยที่สุด ลงบทบรรณาธิการความยาวเพียง 7 ย่อหน้า พร้อมพาดหัวด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดว่า &amp;quot;เสรีภาพสื่อต้องการท่าน&amp;quot; พร้อมกับถ้อยแถลงว่า ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์สื่อเช่นกัน หากสื่อรายงานผิดพลาด &amp;quot;แต่การยืนกรานว่าความจริงที่คุณไม่ชอบเป็น &amp;#39;ข่าวปลอม&amp;#39; นั้น อันตรายต่อเลือดที่หล่อเลี้ยงประชาธิปไตย และการเรียกผู้สื่อข่าวว่าเป็น &amp;#39;ศัตรูของประชาชน&amp;#39; นั้นก็อันตราย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15576</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทบรรณาธิการ, บอสตันโกลบ, ศัตรูของคนอเมริกัน, หนังสือพิมพ์สหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์, โต้กลับทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b7594ca6a1e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
