<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บทบาทเงินสด ที่หดหายในโลกดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สิงคโปร์เป็นผู้นำด้าน &amp;quot;ฟินเทค&amp;quot; เพราะเอกชนและรัฐบาลเดินหน้าไปพร้อมกัน ส่งเสริมกันและกัน มีเป้าหมายร่วมกัน จึงสามารถดึงดูดคนต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนและสร้างพื้นฐานได้อย่างคล่องแคล่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คริสตีน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการและประธานกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ (IMF) ไปพูดเปิดงาน &amp;ldquo;Singapore Fintech Festival 2018&amp;rdquo; ซึ่งเป็นงานนิทรรศการฟินเทคที่ใหญ่ที่สุดในโลกครอบคลุมเวลา 3 วันตั้งแต่ 12-14 พฤศจิกายน 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนมาพูดไม่น้อยกว่า 250 คน ผู้มาร่วมจัดนิทรรศการกว่า 450 แห่ง และคนเข้าร่วมกว่า 40,000 &amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการใหญ่ IMF พูดเรื่อง &amp;ldquo;Winds of Change: The Case for New Digital Currency&amp;rdquo; เน้นเรื่อง &amp;quot;เงินดิจิทัลใหม่&amp;quot; มีประเด็นที่น่าสนใจมากหลายหัวข้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ ThaiPublica แปลปาฐกถาของเธอเป็นภาษาไทยไว้ค่อนข้างละเอียด ผมขออนุญาตนำเอาบางตอนมาให้ท่านได้อ่านเพื่อร่วมกันคิดต่อถึงเรื่อง &amp;quot;เงินดิจิทัลกับประเทศไทย&amp;quot; ไปพร้อมๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสตีน ลาการ์ดบอกว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีลมแรง เป็นลมที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงและโอกาส จากประวัติศาสตร์ลมได้พัดเรือต่างๆ เข้าสู่ท่าเรือของสิงคโปร์และเติมเสบียงเตรียมพร้อมรอให้มรสุมผ่านไป และรอให้ฤดูกาลเปลี่ยนผ่านไปเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า &amp;ldquo;การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งเดียวที่แน่นอน&amp;rdquo; เป็นคำพูดของนักปรัชญากรีกโบราณนามว่า เฮราคลิตุสแห่งเอฟิซัส (Heraclitus of Ephesus)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์รู้ซึ้งถึงเรื่องนี้และนั่นคือจิตวิญญาณที่แท้จริงของนิทรรศการฟินเทค ที่ซึ่งเปิดประตูไปสู่อนาคตของดิจิทัล และชักใบเรือขึ้นเพื่อแล่นออกไปสู่ลมแห่งการเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอแสดงความชื่นชมที่สิงคโปร์ได้แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์อย่างยอดเยี่ยม ยกตัวอย่าง &amp;quot;กระบะทรายทดลองนโยบาย&amp;quot; หรือ Regulatory Sandbox ซึ่งเป็นที่ที่แนวคิดใหม่จะถูกทดสอบ นึกถึงห้องทดลองฟินเทคและนวัตกรรม และความร่วมมือกับธนาคารกลางประเทศต่างๆ เรื่องการชำระเงินระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลาร์กาดพูดถึง &amp;quot;การเปลี่ยนโดยธรรมชาติของเงินและการปฏิวัติฟินเทค&amp;quot; ว่า ย้อนกลับไปเมื่อการค้าขายอยู่เฉพาะท้องถิ่น รอบๆ ศูนย์กลางเมือง เงินในรูปของเหรียญโลหะถือว่าเพียงพอและมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนมือของเงินสามารถชำระหนี้และธุรกรรมต่อกันได้ และตราบใดที่เหรียญยังถูกยอมรับว่าเป็นของจริง ไม่ว่าจะการส่องดู การขูด หรือกัดเหรียญ มันก็ไม่ได้สำคัญว่าใครจะถือมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อการค้าย้ายลงไปสู่ทะเลและเรือ เหมือนกับเรือจำนวนมากที่ผ่านเข้ามายังสิงคโปร์ และครอบคลุมระยะทางการค้าที่กว้างขึ้นอย่างมาก การแบกเหรียญไปชำระหนี้กลายเป็นสิ่งที่มีต้นทุนแพง เสี่ยง และวุ่นวาย แม้ว่าจีนได้ประดิษฐ์เงินกระดาษขึ้นในศตวรรษที่ 9 ซึ่งก็ช่วยได้ แต่ยังไม่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นวัตกรรมที่มาแก้ไขปัญหาคือตั๋วแลกเงิน หรือ Bill of Exchange หมายถึงแผ่นกระดาษที่อนุญาตให้พ่อค้าที่มีบัญชีธนาคารในเมืองต้นทางสามารถถอนเงินออกจากเงินที่อยู่ในธนาคารในปลายทางได้ ชาวอาหรับเรียกสิ่งนี้ว่า ซักกส์ (Sakks) ซึ่งจะกลายเป็นที่มาของคำว่า &amp;ldquo;เช็ค&amp;rdquo; ในปัจจุบัน เช็คเหล่านี้และธนาคารที่ตามไปกับพวกเขาได้กระจายไปทั่วโลก นำโดยนายธนาคารชาวอิตาลีและพ่อค้าแห่งยุคเรเนซองส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันใดนั้น สิ่งที่สำคัญคือใครที่คุณกำลังพูดคุยอยู่ พ่อค้าชาวเปอร์เชียนี้มีสิทธิที่แท้จริงของตั๋วแลกเงินหรือไม่? ตั๋วแลกเงินนี้เชื่อถือได้หรือไม่? ธนาคารที่อยู่ในจีนจะรับมันหรือไม่?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเชื่อใจ หรือ Trust กลายเป็นสิ่งสำคัญ และรัฐกลายเป็นผู้รับประกันความเชื่อใจเหล่านั้น ด้วยผลิตเงินรองรับสภาพคล่องที่จะเกิดขึ้นเหล่านั้นและรวมไปถึงการให้คำแนะนำต่างๆ ทำไมประวัติศาสตร์เหล่านี้ถึงเกี่ยวข้องกับโลกดิจิทัล?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอตอบว่า &amp;quot;เพราะการปฏิวัติฟินเทคกำลังตั้งคำถามกับเงิน 2 รูปแบบที่เราพูดถึงไป เงินเหรียญและเงินฝากธนาคาร &amp;nbsp;รวมทั้งมันยังตั้งคำถามไปถึงบทบาทของรัฐในการผลิตเงิน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟบอกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราอยู่ที่จุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ พวกคุณ ผู้ประกอบการเด็กและไฟแรงได้มารวมกันวันนี้ ไม่ใช่แค่ประดิษฐ์บริการ แต่คุณมีศักยภาพที่จะปั้นประวัติศาสตร์ขึ้นมา และเราทั้งหมดกำลังอยู่ในกระบวนการของการปรับตัว ลมใหม่ได้พัดแล้ว ลมของดิจิทัล ในโลกแห่งใหม่นี้ เราพบปะกันได้ทุกที่ทุกเวลา &amp;nbsp;ศูนย์กลางเมืองอยู่ที่หลังมือของเรา ผ่านมือถือสมัยใหม่อย่างเห็นชัดๆ เราแลกเปลี่ยนข้อมูล บริการ อิโมจิ อารมณ์ ทันทีจากเพื่อนสู่เพื่อน จากผู้คนสู่ผู้คน พวกเรากำลังลอยอยู่ในโลกของข้อมูล เมื่อข้อมูลกลายเป็น &amp;ldquo;ทองคำ&amp;rdquo; ในยุคสมัยใหม่ แม้ว่าจะมีความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย เราอยู่ในโลกที่คนรุ่นใหม่กำลังสร้างวิธีที่เศรษฐกิจทำงานด้วยมือถือในมือ...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนี่คือจุดสำคัญ เงินด้วยมันเองกำลังเปลี่ยนแปลง เราคาดหวังว่ามันจะสะดวกขึ้น เป็นมิตรกับคนใช้มากขึ้น และบางทีอาจจะดูไม่จริงจังนัก เราคาดหวังว่ามันจะรวมเข้ากับสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ &amp;nbsp;พร้อมที่จะให้ใช้จ่ายผ่านออนไลน์และระหว่างผู้คน รวมไปถึงเงินเล็กๆ น้อยๆ ด้วย และแน่นอนเราคาดหวังว่ามันจะถูก ปลอดภัย ถูกปกป้องจากอาชญากรรมและตาที่สอดรู้สอดเห็นของนักจารกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอตั้งประเด็นสำคัญ: คำถามคือจะเหลือบทบาทอะไรให้เงินสดอีกในโลกดิจิทัลนี้?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และตอบว่าทุกวันนี้ก็เห็นชัดในบางร้านค้าที่ติดป้าย &amp;ldquo;ไม่รับเงินสด&amp;rdquo; แล้วไม่ใช่แค่ในประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียที่เป็นสัญลักษณ์ของโลกไร้เงินสด แต่ในอีกหลายประเทศด้วย อุปสงค์ความต้องการเงินสดกำลังลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากงานวิจัยเร็วๆ นี้ของไอเอ็มเอฟ และในอีก 10 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี ใครจะยังใช้เงินเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับเงินฝากธนาคารที่ได้รับแรงกดดันจากรูปแบบใหม่ของเงิน นึกถึงผู้บริการชำระเงินที่เชี่ยวชาญใหม่ๆ ที่นำเสนอบริการ e-Money ตั้งแต่ AliPay และ WeChat ในจีน จนถึง PayTM ในอินเดีย และ M-Pesa ในเคนยา รูปแบบของเงินเหล่านี้ถูกออกแบบมาโดยกรอบแนวคิดของเศรษฐกิจดิจิทัลในใจ พวกเขาตอบสนองกับสิ่งที่คนอยากได้ และอะไรที่เศรษฐกิจต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลาการ์ดบอกว่าแม้แต่คริปโตเคอเรนซีอย่าง บิตคอยน์ อีเธอเรียม และริปเปิล ต่างกำลังแข่งขันกันชิงพื้นที่ในโลกไร้เงินสด พร้อมทั้งประดิษฐ์พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยความหวังว่ามันจะนำเสนอบทบาทการรักษามูลค่าที่เสถียรมากขึ้น เร็วขึ้น และถูกลงในการทำธุรกรรม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22748</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, บทบาทเงินสด, สุทธิชัย หยุ่น, โลกดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
