<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;ปัดตีเช็คเปล่าให้กกต.แจงหากยุบสภาใน 120 วันที่แก้กม.ลูกไม่แล้วเสร็จจะเกิดปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่&amp;hellip;) พ.ศ&amp;hellip;. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง รัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคเพื่อไทยพยายามนำร่างที่ถูกตีตกไปในวาระที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐกลับเข้ามาสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 อีกว่า ในชั้นนี้เป็นการพิจารณาในชั้นกมธ.รัฐสภา ที่ผ่านขั้นตอนการรับหลักการมาแล้ว ขณะนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับพรรคประชาธิปัตย์ และจะไม่เรียกว่าร่างพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นร่างของรัฐสภา โดยมีหลักในการแก้ไข 2 มาตราที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือกตั้ง ซึ่งคำว่าระบบไม่ได้มีเพียงแค่ 2 มาตราแน่นอน ตนยอมรับว่ากมธ.มีความหนักใจมาก โดยเฉพาะการแก้มาตรา 83 เรื่องระบบบัตรเลือกตั้งจาก 1 ใบมาเป็น 2 ใบ เมื่อให้โจทย์มาแบบนี้ทางเสียงข้างมากใน กมธ. มีมติชัดเจนว่าเป็นการแก้ไขจากบัตรเลือกตั้ง 1 ใบเป็น 2 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยมีการเลือกส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งรัฐธรรมนูญเดิมเขียนไว้ว่ามาตรา 84 , 85 , 86 ,87 , 88 , 89 , 90 , 91 , 92 ,93 และมาตรา 94 รองรับเรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว แต่ที่รัฐสภารับหลักการมา คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือว่าเป็นโจทย์ยากที่เรารับมา ทั้งนี้ต้องมาดูรัฐธรรมนูญที่เหลืออยู่ และแก้ไขให้สอดรับกับมาตรา 83 และมาตรา 91 โดยเฉพาะมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รองรับและสอดรับกัน จึงจำเป็นต้องแก้มาตราอื่นด้วย และยืนยันว่ารัฐสภามีข้อบังคับอนุญาตให้สามารถดำเนินการได้ แต่ห้ามแก้ไขหลักการ เว้นแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า สิ่งที่เป็นปัญหาและเป็นประเด็นในสังคมกล่าวหาว่ากมธ.พรรคเพื่อไทยเขียนเช็คเปล่าให้กกต.ในเรื่องบทเฉพาะกาล และบอกว่าเป็นการพิจารณาเกินหลักการด้วยนั้น ยืนยันว่าบทเฉพาะกาลเขียนไป 2 มาตรา เพราะหากเราแก้รัฐธรรมนูญได้และมีการประการใช้ เกิดมีการเลือกตั้งซ่อมขึ้นมา ก็มีคำถามว่าเราใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขแล้วจัดการเลือกตั้งหรือจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม ซึ่งตนเห็นว่าถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขมีการประกาศใช้แล้ว ก็ยังไม่ควรนำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปใช้ เพราะจะมีผลใช้กับการเลือกตั้งทั่วไปเท่านั้น หากมีการเลือกตั้งซ่อมในช่วงนี้ห้ามนำมาใช้ เพราะจะมีปัญหาในสภาว่า ส.ส.สภาเดียวกันจะมาจาก 2 ระบบ และเกิดการตีความทำให้สภาทำงานไม่ได้ และอาจทำให้สภาล่มได้ จึงเป็นที่มาของการเขียนบทเฉพาะกาล เพื่อป้องกันการตีความว่ายังไม่ควรนำรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาใช้ และหลังจากฉบับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขประกาศใช้แล้ว รัฐสภาต้องไปทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการประกอบการเลือกตั้งให้เสร็จภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ เพื่อนำมาใช้ในการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และเราเป็นห่วงว่าหากภายใน 120 วันนี้เกิดการประกาศยุบสภาโดยที่กฎหมายลูกยังไม่เสร็จแต่รัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว กกต.ก็จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใต้การออกประกาศข้อกำหนดของกกต. ได้ โดยยึดสิ่งที่รัฐธรรมนูญแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปประกาศเป็นหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานได้ แต่พรรคเพื่อไทยกลับถูกหาว่ายัดไส้และทำเกินหลักการ ไปมอบอำนาจให้กกต. ผมถามว่าหากไม่มอบอำนาจให้ กกต. จะเกิดการเลือกตั้งได้หรือไม่ หรือจะให้ฝ่ายบริหารออกพระราชกำหนดประกาศให้มีการเลือกตั้ง ถามว่าจะเอาแบบนั้นหรือ ซึ่งเราก็ไม่เอา ระหว่างเลือกกกต.กับฝ่ายบริหาร เราเลือกกกต.มากกว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเขียนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ใช้โอกาสยุบสภาเร็วขึ้นนั้น คนพูดไล่พล.อ.ประยุทธ์ทุกวันให้ออกไป แต่พอมาสู้กันในมุมกฎหมายกลับย้อนแย้งเสียเอง ซึ่งตนก็อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ ยุบสภาโดยเร็ว เพราะเป็นสิ่งที่คนต้องการมากที่สุด อย่างไรก็ตามยืนยันว่าในกมธ.ไม่มีความขัดแย้งและไม่มีการกระหนุงกระหนิง เพราะทุกความคิดเห็นที่เสนอโดยเฉพาะในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่ใช่ความคิดเห็นของตนเพียงคนเดียว แต่เราผ่านกระบวนการกลั่นกรองจากพรรคมาเพื่อเสนอให้เป็นไปในด้านที่ดีที่สุด ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจะให้รัฐสภาตีความเรื่องข้อบังคับที่เราใช้นั้นใช้ไม่ได้ ก็สามารถทำได้ หรือจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาหลักผ่านวาระที่ 3 ก็ทำได้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็ต้องรอจังหวะเวลา ยืนยันว่าทุกอย่างไม่ได้พิจารณาอย่างร้อนรน เพราะมีเพียงแค่ 2 มาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113165</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ชลน่าน ศรีแก้ว, บทเฉพาะกาล, บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116134c10e59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปธ.กมธ.แก้รธน.&#039;ไฟเขียว&#039;พท.&#039;เพิ่มบทเฉพาะกาล ตีตกข้อเสนอก้าวไกล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ..... แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง รัฐสภา&amp;nbsp; เปิดเผยว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เสนอคำแปรญัตติให้เขียนมาตราเพิ่มขึ้นใหม่ ในส่วนบทเฉพาะกาลจำนวน 2 มาตรา ได้แก่ 1.ขอกำหนดให้ใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ปรับปรุงใหม่ ในการเลือกตั้งทั่วไป และหากเกิดกรณีมีการเลือกตั้งซ่อมขอให้งดเว้นมาตราที่ได้ปรับปรุงใหม่ โดยให้ใช้บทบัญญัติเดิมของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560&amp;nbsp; และ 2.กำหนดให้รัฐสภา พิจารณาและให้ความเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ภายใน 90 วันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม และหากเกิดกรณีที่ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ทำไม่แล้วเสร็จก่อนมีการเลือกตั้งทั่วไป ให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกตั้ง ส.ส.ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมองว่าการบัญญัติบทเฉพาะกาลดังกล่าว เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของเนื้อหาและไม่ขัดข้อง อีกทั้งกรรมาธิการฯ มีหน้าที่ต้องพิจารณารายละเอียดและเนื้อหาว่าเป็นเรื่องที่เข้ากับข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 124 วรรคท้ายหรือไม่ ในส่วนที่ต้องเป็นเรื่องซึ่งเกี่ยวเนื่องกัน โดยกรรมาธิการต้องทำเนื้อหาของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์ ก่อนจะเสนอต่อประธานรัฐสภา ส่วนรัฐสภาจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ต้องพิจาณาในที่ประชุม&amp;rdquo; นายไพบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกมธ.แก้รัฐธรรมนูญฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อเสนอของกมธ.พรรคก้าวไกล ที่ขอให้รับฟังความเห็นประชาชนนั้น อยากอธิบายว่าการทำงานของกมธ. มีหน้าที่พิจารณาตามคำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภา และความเห็นของกรรมาธิการเป็นรายมาตรา อีกทั้งข้อบังคับการประชุมรัฐสภาไม่ได้ระบุไว้ ดังนั้น จึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องรับฟัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112691</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้รธน., ก้าวไกล, บทเฉพาะกาล, พท., ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110cd0ac3e91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หึ่ง! สูตรแก้รธน. &#039;พลังประชารัฐ&#039; ไม่ขวางสะเดาะกลอน ม.256 แต่ห้ามแตะบทเฉพาะกาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีรัฐบาลมีการพูดคุยเกี่ยวกับการไม่ส่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับของ ครม. แต่จะให้แต่ละพรรคร่วมรัฐบาล เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของตัวเองนั้น​ มีรายงานว่า ในช่วงเช้าวันที่​ 19 ส.ค.ที่ประชุมวิปรัฐบาลจะมีการหารือในประเด็นนี้​ เพราะแม้ว่าจะมีการเปิดให้แต่ละพรรคการเมืองสามารถเสนอร่างแก้ไขของตัวเองได้แต่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าจะต้องใช้เสียง 1 ใน 5 ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร หรือ ต้องใช้เสียง​ ส.ส. 98 คน ซึ่งปัจจุบันในสภามีเพียง 2 พรรคการเมืองเท่านั้นคือ พรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐที่สามารถเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยไม่ต้องใช้เสียงของพรรคอื่น และหากนับเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล จะสามารถเสนอได้เพียง 2 ร่างเท่านั้น ดังนั้น​ จึงต้องมีการหารือกันว่าจะแบ่งไปเสนออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานข่าวจากที่ประชุมกรรมการบริหาร​ (กก.บห.)​ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)​ ที่มี​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค เป็นประธาน แจ้งว่า ได้มีการเปิดให้​ กก.บห.ถกแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยใช้เวลานานเกือบ 4 ชั่วโมง ทั้งนี้ มีรายงานว่า​ หนึ่งในสูตรของ​ พปชร.คือให้มีการแก้ไขมาตรา 256 และไม่ขัดขวางหากพรรคประชาธิปัตย์จะจับมือกับพรรคภูมิใจไทยแก้ไขในประเด็นอื่น เพียงแต่​ พปชร.จะมีเงื่อนไขคือ จะไม่ยอมให้แตะในบทเฉพาะกาล.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74849</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, บทเฉพาะกาล, พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), มาตรา 256 ตั้ง สสร., สะเดาะกลอนมาตรา 256  คีย์สำคัญแก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200627/image_big_5ef6e4573b09c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครป.ออกแถลงการณ์เสนอ12ข้อต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญปลดชนวนวิกฤติทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14ส.ค.63- คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) แถลงการณ์ ข้อเสนอของ ครป. ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อปลดชนวนวิกฤติทางการเมือง มีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่มีอัตลักษณ์แบบอำนาจนิยม ซึ่งจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชน ขณะที่มอบสิทธิและอำนาจแก่กลุ่มชนชั้นสูงในสังคมอย่างมหาศาล ลักษณะเช่นนี้ทำให้รัฐธรรมนูญมีศักยภาพในการสร้างความขัดแย้งที่รุนแรงทางการเมืองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันความขัดแย้งจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จึงขอเสนอแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๑๒ ประเด็นหลักดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๑. ยกเลิกบทเฉพาะกาลที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทั้งหมด เพื่อให้เกิดกระบวนการสรรหา ส.ว.ใหม่ตามบทบัญญัติหลักของรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๒. ยกเลิกบทเฉพาะกาลมาตรา ๒๗๒ เพื่อให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร ตามบทบัญญัติหลักในมาตรา ๑๕๙
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๓. แก้ไขบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดยให้ประชาชนสามารถสมัคร ส.ส. ได้อย่างเป็นอิสระ ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองและให้แยกการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบเขตเลือกตั้งให้ออกจากกัน โดยในการเลือกตั้งประชาชนจะใช้บัตรเลือกตั้ง ๒ ใบ สำหรับเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และ ส.ส.แบบแบ่งเขต ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีอิสระภาพในการเลือกตั้งมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๔. แก้ไขมาตรา ๒๔๙ เพื่อขยายการกระจายอำนาจการปกครองแก่ประชาชนในทอ้งถิ่นให้มากขึ้น โดยเพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งจังหวัดจัดการตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชน กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารระดับจังหวัดโดยตรงจากประชาชน และถ่ายโอนราชการภูมิภาคให้กับจังหวัดที่มีการเลือกตั้งผู้บริหารจังหวัดทันที รวมทั้งจัดตั้ง &amp;ldquo;สภาพลเมือง&amp;rdquo; (ส.ม.) ขึ้นมาเป็นสภาคู่ขนานกับสภาท้องถิ่น เพื่อร่วมตัดสินใจในโครงการที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในท้องถิ่นนั้น และมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๕. ยกเลิกมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ และให้บรรจุเรื่องการจัดทำประชามติโครงการขนาดใหญ่ของรัฐเข้าไปแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๖. แก้ไขบทบัญญัติที่ว่าด้วยองค์กรอิสระทั้งหมด โดยให้คณะกรรมการสรรหาและการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเป็นกรรมการในองค์กรอิสระต้องยึดโยงกับประชาชนผ่านกลไกรัฐสภาที่เป็นประชาธิปไตย ยกเลิกการตั้งเงื่อนไขคุณสมบัติว่าต้องเป็นข้าราชการระดับสูงหรือเรียนจบปริญญาตรี และลดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระให้เหลือ ๕ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๗. ในหมวดการปฏิรูปประเทศ ควรแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการปฏิรูประบบการศึกษา โดยให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการการศึกษาระดับชาติ (คศช.) เป็นองค์กรอิสระที่ปลอดจากการเมืองและมีวาระ ๗ ปี กำหนดให้มีการจัดการศึกษาฟรีแก่เด็กตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมปลายและอาชีวะศึกษาตอนต้น พร้อมทั้งส่งเสริมการศึกษาทางเลือกและการศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๘. ควรเพิ่มเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานและทรัพยากรในหมวดการปฏิรูปประเทศ โดยมีการระบุในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนว่า พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติเป็นของประชาชนไทย ในการดำเนินนโยบายและยุทธศาสตร์พลังงานและทรัพยากรทั้งดิน น้ำ ป่า จะต้องมี &amp;ldquo;คณะกรรมการระดับชาติด้านพลังงานและทรัพยากรที่เป็นอิสระจากการเมือง&amp;rdquo; ซึ่งมาจากการสรรหาและกำหนดสัดส่วนให้ภาคประชาชนเข้าไปเป็นกรรมการไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๙. ควรเพิ่มเรื่อง &amp;ldquo;รัฐพึงป้องกันและปราบปรามการผูกขาดทางเศรษฐกิจและสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ&amp;rdquo; ในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๑๐. ในหมวดสิทธิและเสรีภาพปวงชนชาวไทย ควรเพิ่มเรื่องสิทธิชุมชนท้องถิ่นในการปกป้องและรักษาชุมชนจากการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ สิทธิแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประชาชนทั้งในแง่ชาติพันธุ์และความหลากหลายทางเพศ สิทธิในการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย สิทธิในการได้รับสวัสดิการสังคมอย่างเพียงพอและทั่วถึง และสิทธิในการดำรงชีวิตที่ปลอดจากความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๑๑. แก้ไขมาตร ๒๕๖ ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้โดยการใช้เสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภา เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความยืดหยุ่น สามารถแก้ไขได้ง่ายขึ้นและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๑๒. แก้ไขโดยเพิ่มหมวดที่ว่าด้วย &amp;ldquo;การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ขึ้นมา ซึ่งกำหนดโครงสร้างระบบและกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำโดยใช้การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน ๑ ปี ทั้งนี้ เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความชอบธรรมและได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนในสังคม ซึ่งจะช่วยป้องกันความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74386</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสรรหาส.ว., การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย, บทเฉพาะกาล, ปลดชนวนวิกฤติการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35e698db1fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลิกตะแบงซะที!&#039;สมชาย&#039;ตอก&#039;ปิยบุตร&#039;ไม่อ่านบทเฉพาะกาลที่ให้ครม.อยู่จนกว่าครม.ชุดใหม่เข้ารับหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มิ.ย.62-นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นถึงอาจารย์สอนกฎหมายและเลขาธิการพรรคอ่านกฎหมายยังไงไม่อ่านบทเฉพาะกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๒๖๔ ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชัดเจนนะจบเถอะครับ
เลิกตะแบงตีความกฎหมายได้ซะที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในประเด็นดังกล่าวสืบเนื่องจาก นายปิยบุตร &amp;nbsp;แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ พ้นจากตำแหน่งนายกฯที่คสช.แต่งตั้งโดยคสช.และทำให้ครม.พ้นหน้าที่ไปด้วย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39081</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., นายปิยบุตร แสงกนกกุล, บทเฉพาะกาล, สมชาย แสวงการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c385e137260d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ออกเอกสารโต้&#039;ธีระชัย&#039;วันเลือกตั้ง 24 มีนาคมยึดตามบทเฉพาะกาลของรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.62-สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีตามที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีจดหมายเปิดผนึกถึงกกต. และเผยแพร่ข้อความจดหมาย ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว สรุปใจความว่า &amp;quot;วันเลือกตั้ง เป็นวันที่ 61 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ. ศ. 2562 ใช้บังคับ&amp;quot; นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกต.แจงว่า ตามมาตรา 102 และมาตรา 103 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีที่ใช้ในภาวะปกติ แต่ในการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)​ ครั้งแรกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้น จะต้องเป็นไปตามบทเฉพาะกาล ซึ่งเขียนไว้โดยเฉพาะแล้ว ตามมาตรา 268 ซึ่งบัญญัติให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 267 (1) (2) (3) และ (4) มีผลใช้บังคับแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวมีผลใช้บังคับ อย่างสมบูรณ์ในวันที่ 11 ธ.ค. 2561 ดังนั้น กกต. ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พ.ค. 2562 ซึ่งสอดคล้องกับ บทเฉพาะกาล แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2561 มาตรา 171&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การกำหนดวันเลือกตั้ง ในวันที่ 24 มี.ค. 2562 จึงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ทุกประการ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33761</URL_LINK>
                <HASHTAG>150 วัน, กกต.ชี้แจง, ธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล, บทเฉพาะกาล, วันเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb58a434566a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
