<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 00:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 00:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานพระราชดำรัสแก่ราชองครักษ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีค่านิยมที่ถูกต้องของประเทศ ไม่ใช่สิ่งที่ล้าสมัย จะต้องดำรงรักษาต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.62- เมื่อเวลา 21.13 น. วันที่ 13 เมษายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำนายทหารราชองครักษ์พิเศษ นายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ นายทหารราชองครักษ์ นายตำรวจราชองครักษ์ ราชองครักษ์ในพระองค์ และนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ รวม 1,205 นาย เฝ้าฯกราบพระบาทแสดงความจงรักภักดี และถวายสัตย์ปฏิญาณ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ พระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับหน้าที่ราชองครักษ์ ความตอนหนึ่งว่า คำทั้งหลายในคำปฏิญาณ อันนั้นคือคำที่สวยงามมากและครบถ้วน คือหน้าที่ราชองครักษ์มีหน้าที่รักษาชาติ บ้านเมือง รักษาสถาบัน รักษาประชาชน ในเวลาเดียวกันรักษาความถูกต้องในประเทศ ให้เป็นไปตามวัฒนธรรมของประเทศไทย เพราะว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เก่าแก่ มีวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ มีสถาบัน มีประชาชน ตลอดจนบรรพบุรุษของเราก็ได้ทุ่มเทรักษาบ้านเมืองมาพ้นความวุ่นวาย พ้นอุปสรรคมามากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นราชองครักษ์คือ รักษา สืบทอด สืบสาน ต่อยอด ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่เป็นผลดีต่อส่วนรวมต่อประชาชน โดยนึกถึงประวัติศาสตร์ นึกถึงวัฒนธรรมและนึกถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ เพราะว่าประวัติศาสตร์ขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศ ค่านิยมที่ถูกต้องของประเทศ ไม่ใช่สิ่งที่ล้าสมัย เป็นสิ่งที่จะต้องดำรงรักษาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33640</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทเพลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, ประเพณี, ร.10, ราชองครักษ์, ไม่ใช่สิ่งล้าสมัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb36a22b7cee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯวันมาฆบูชา ประชาชนเฝ้าฯรับเสด็จเนืองแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.62- เวลา 14.17 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา พุทธศักราช 2562 ณ อุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภายในพระบรมมหาราชวัง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จเข้าพระอุโบสถ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนรุ่ง และธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และพระสัมพุทธพรรณี แล้วทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย จากนั้น เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ ผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวน ทรงหยิบเทียนชนวนจุดไฟที่โคมไฟฟ้าซึ่งเจ้าพนักงานพระราชพิธีถือถวาย แล้วพระราชทานเทียนชนวนที่ทรงจุดให้ผู้อำนวยการองพระราชพิธีเชิญไปถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวง จุดเทียนรุ่งที่ทรงพระราชอุทิศพระราชทาน 5 พระอาราม พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เสด็จฯ ไปทรงโปรยดอกมะลิที่ธรรมมาสน์ศิลา ประทับพระราชอาสน์ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่ธรรมมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในการนี้ พระเทพสังวรญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง &amp;quot;โอวาทปาติโมกข์คาถา&amp;quot; ใจความว่า วันมาฆบูชาถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่เกิด &amp;quot;จาตุรงคสันนิบาต&amp;quot; หรือเหตุอัศจรรย์ 4 ประการ คือ เป็นวันที่พระสงฆ์ 1,250 รูป มาประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย, พระสงฆ์ที่มาประชุมนั้นล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า, พระสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ และวันที่มาประชุมนั้น ตรงกับวันเพ็ญเดือนมาฆะ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นหลักคำสอนคือการไม่ทำชั่วทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม และทำใจให้บริสุทธิ์ ที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาแก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก การไม่ทำบาปทั้งปวงนั้น รวมถึงการไม่ทำบาปทั้งกายวาจาใจ ได้ตรัสสอนว่า หากท่านทั้งหลายกลัวความทุกข์ความเดือดร้อนต่างๆ ท่านอย่าได้ทำบาปทั้งในที่แจ้งและที่ลับ ดั่งคำตรัสเตือนไว้ว่า &amp;quot;อันความชั่วไม่ทำเสียดีกว่า&amp;quot; การทำกุศลให้ถึงพร้อมมี 3 องก์ได้แก่ การให้ทานต้องมีเจตนาดี, ผู้ให้ตรงมีเจตนาดีครบถ้วน และผู้รับต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม ย่อมมีอานิสงส์มาก และทรงสอนไว้หากบุคคลทำบุญไซร้ก็ควรทำบ่อยๆ เพราะการสั่งสมบุญจะนำความสุขมาให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพระเทพสังวรญาณ ถวายพระธรรมเทศนา จบแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระเทพสังวรญาณ ถวายอนุโมทนาบนธรรมมาสน์ จบ ลงมานั่งยังอาสน์สงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระเทศน์ แล้วทรงยืนประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์็ ซึ่งจะเดินเข้าไปรับจนหมด จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ถวายอดิเรก จบแล้ว พระสงฆ์ออกจากพระอุโบสถ เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระอุโบสถ เสด็จ ฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จพระราชดำเนินกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วว่า แม้จะมีสภาพอากาศร้อนจัด แต่มีประชาชนจำนวนมากส่วนใหญ่แต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองและขาวมาจับจองพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้บริเวณริมเส้นทางเสด็จพระดำเนินเข้าพระอุโบสถ &amp;nbsp;อีกทั้งยังพร้อมใจกันเปล่งเสียง &amp;quot;ทรงพระเจริญ&amp;quot; อย่างกึกก้อง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแย้มพระสรวล พสกนิกรปลื้มปิติได้ชื่นชมพระบารมี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29489</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทเพลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, พระบรมมหาราชวัง, มาฆบูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6be028ad884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2019 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2019 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-พระองค์โสมฯ พระราชทานของขวัญพล.อ.ประยุทธ์เนื่องในวันปีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้แทนพระองค์เชิญของขวัญพระราชทานมอบให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงโปรดให้ พล.ต.มิตรอนันต์ จิตต์โสภา เป็นผู้แทนพระองค์เชิญของขวัญพระราชทานมอบให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2562 เช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25573</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของขวัญพระราชทาน, บทเพลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190101/image_big_5c2b4f530eab3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2019 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2019 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 4-6 พ.ค นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.62-&amp;nbsp; ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพระราชวังรับพระราชโองการเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า โดยที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลในนามของปวงชนชาวไทยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงพระราชดำริว่า เป็นโอกาสอันควรที่จะได้ประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามพระราชประเพณี เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของประเทศชาติและราชอาณาจักร ให้เป็นที่ชื่นชมยินดีของประชาชนผู้มีความหวังตั้งใจอยู่ทั่วกัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเสด็จออกมหาสมาคม พระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศานุวงศ์ จากนั้น เสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พสกนิกรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีขึ้นในช่วงการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ปลายปีพุทธศักราช 2562.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25554</URL_LINK>
                <HASHTAG>4-6 พ.ค., บทเพลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, เลขาธิการพระราชวัง, เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c2a279ec6d5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลจัดทำบทเพลงสดุดีจอมราชาเฉลิมพระเกียรติ ร.10 เชิญชวนชาวไทยขับร้องพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&amp;nbsp;ก.ค.61 -&amp;nbsp; ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวในการแถลงข่าวเปิดตัวบทเพลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร &amp;nbsp;และการแสดงดนตรีและขับร้องเพลง&amp;nbsp;&amp;ldquo;สดุดีจอมราชา&amp;rdquo;&amp;nbsp;ว่า สมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร&amp;nbsp;พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชขน์สุขของอณาประชาราษฎร์ มีพระราชประสงค์ที่จะสนองพระราชปณิธานพระสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยการสืบสาน รักษา และต่อยอดศาสตร์พระราชาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และให้ยึดมั่นปฏิบัติในความดีงาม สุจริต เที่ยงธรรม พระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงบำเพ็ญล้วยนบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และประเทศชาติเจริญก้าวหน้ามั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กรกฎาคม &amp;nbsp;2561&amp;nbsp;รัฐบาลกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และได้มอบหมายให้ วธ. ดำเนินการจัดทำบทเพลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วธ. จึงได้เชิญศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ ทางด้านการแต่งเพลง ภาษา และดนตรี มาร่วมพิจารณาบทเพลงที่เหมาะสม จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บทเพลงเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเมื่อวันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบเลือกบทเพลง&amp;nbsp;&amp;ldquo;สดุดีจอมราชา&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นบทเพลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อใช้ในการขับร้องถวายพระพรชัยมงคล เนื่องใน&amp;nbsp;โอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กรกฎาคม &amp;nbsp;2561&amp;nbsp;และเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสสำคัญต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวต่อว่า สำหรับบทเพลงสุดีจอมราชานี้&amp;nbsp;มีการแต่งตั้ง นายนคร ถนอมทรัพย์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นประธานคณะทำงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวิเชียร ตันติพิมลพันธ์ &amp;nbsp;นักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนายวิรัช อยู่ถาวร ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ประพันธ์ทำนองและเรียบเรียงเสียงประสาน ขอเชิญชวนชาวไทยทุกหมู่เหล่ารวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว แสดงพลังแห่งความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงด้วยการร่วมกันขับร้องบทเพลง&amp;nbsp;&amp;ldquo;สดุดีจอมราชา&amp;rdquo;&amp;nbsp;ให้ดังกึกก้องไปทั่วประเทศ&amp;nbsp;เนื่องในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลในวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.ค.นี้&amp;nbsp;และสามารถดาวน์โหลดบทเพลง &amp;nbsp;ได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงวัฒนธรรม &amp;nbsp;www.m-culture.go.th/th/song.php&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ วธ. ยังร่วมกับคณะสงฆ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาเฉลิมพระเกียรติ ระหว่างวันที่&amp;nbsp;22-28&amp;nbsp;ก.ค. ประกอบด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระบรมธาตุเจดีย์หรือพระพุทธรูปสำคัญของแต่ละจังหวัด &amp;nbsp;การปฏิบัติธรรม รักษาศีล เจริญจิตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล &amp;nbsp;ริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุสำคัญแต่ละยุคตั้งแต่สมัยทวารวดีถึงรัตนโกสินทร์ จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหารถึงท้องสนามหลวง โดยมีการแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ การประกวดบรรยายธรรม ประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ การปาฐกถาธรรม โดยพระวิทยากรธรรมะอารมณ์ดี การทำวัตรสวดมนต์เย็น และปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล &amp;nbsp; พิธีเจริญพระพุทธมนต์หล่อเทียนพรรษาโบราณ จำนวน10&amp;nbsp;ต้น พิธีเจริญนวัคคหายุสมธัมม์ พิธีปล่อยขบวนรถแห่เทียนพรรษาโบราณ เพื่อถวายพระอารามหลวง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัด พิธีมหามงคล&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาสนา ถวายพระพรอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนคร ถนอมทรัพย์ ประธานคณะทำงาน กล่าวว่า ในการจัดทำเพลงสดุดีจอมราชาระดมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยแต่งทำนองเพลงที่สละสลวยก่อน จากนั้นแต่งเนื้อร้อง โดยนายวิเชียรสรรหาถ้อยคำมาบรรจุได้งดงาม และสมพระเกียรติ ใช้เวลากว่า 1 เดือน ได้เพลงที่กระชับ สมบูรณ์ และลงตัว ในเวลา 2 นาที 30 วินาที&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกคนภาคภูมิใจได้ทำงานถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร ตันติพิมลพันธ์ &amp;nbsp;ผู้แต่งเนื้อร้อง เผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;แรงบันดาลใจด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่&amp;nbsp;แรงบันดาลใจต่อมาได้จากเพลงสดุดีมหาราชาและเพลงสรรเสริญพระบารมี ซึ่งเป็นสองบทเพลงที่ยิ่งใหญ่และไพเราะ คนไทยคุ้นเคยกับความหมายของเพลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยศึกษาคำร้องในบทเพลงดังกล่าว สำหรับบทเพลงสดุดีจอมราชามีเนื้อร้องเข้าใจง่าย ภาษาคงความสละสลวย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฟังแล้วรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ แทนความรู้สึกของชาวไทยที่เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ในดวงใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื้อร้องท่อนหนึ่งใส่คำว่า&amp;nbsp;&amp;#39;อุ่นไอรัก&amp;#39;&amp;nbsp;สะท้อนพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำชาวไทยมีความเป็นอยู่ที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช อยู่ถาวร ศิลปินแห่งชาติ &amp;nbsp;ผู้ประพันธ์ทำนองเพลง กล่าวว่า คณะทำงานตั้งโจทย์เป็นเพลงมาร์ช มีถ้อยคำ ทำนองเพลงจดจำได้ง่ายเพื่อให้ประชาชนร้องตามได้ไม่ยาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตนจึงแต่งเป็นทำนองโดยได้แรงบันดาลใจจากสดุดีมหาราชา เป็นมาร์ช 3 ท่อน เหมือนกัน แต่ทำนองต่างกัน ท่วงทำนองเรียบง่าย แต่สง่างาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อนที่ส่งมอบให้นายวิเชียรแต่งเนื้อร้อง &amp;nbsp;บทเพลงสดุดีจอมราชาแสดงความจงรักภักดี และถวายสดุดีแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นอีกประวัติศาสตร์ของการทำเพลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วธ. มอบแผ่นบันทึกเพสียงเพลง&amp;#39;&amp;#39;สดุดีจอมราชา แก่ผู้แทนหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กรมประชาสัมพันธ์ และกรมดุริยางค์ทหารบก ด้วย.&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13210</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, บทเพลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b45cc4920435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
