<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จ๊ะ อาร์สยาม&#039;เคยถูกโกง 20 ล้าน ไม่โทษใครเพราะโลภเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นบทเรียนราคาแพง สำหรับนักร้องสาว จ๊ะ อาร์สยาม หรือ นงผณี มหาดไทย เพราะความโลภ เลยทำให้ถูกโกงต้องสูญเสียเงินไปถึง 20 ล้านบาท ซึ่งเจ้าตัวได้มาแชร์เรื่องดังกล่าวในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในขณะที่ทำงานวันนี้ คนโทรให้กำลังใจและถามเยอะมาก จ๊ะโดนโกงเงินไป 20 ล้านหรอ? เห็นพี่มดดำพูดในข่าว &amp;nbsp;พร้อมกับคนส่งข้อความมาในเฟส ไอจี ถามว่า คุณจ๊ะได้เงินคืนมั้ยค่ะ ตอบตรงนี้นะคะ ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้จริงๆ จ๊ะเคยพูดไปแล้วในรายการแฉลองไปหาดูนะคะ ส่วนตัว เป็นคนโทษตัวเองก่อน เพราะเราโลภเอง (เราโง่เอง) ส่วนเค้าก็ได้รับกรรมของเค้าไป กรรมใครกรรมมัน สุดท้ายอย่างน้อยๆ เราก็ได้รับบทเรียน ในความโลภของเราเอง ทุกวันนี้ ทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ ไม่บ่นสักคำสู้สุด เพราะเงินหมดแล้ว #นี่ก็พึ่งถ่ายรายการเสร็จ #ฝันดีนะคะทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม jaja_nongpanee&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90027</URL_LINK>
                <HASHTAG>20 ล้าน, ค่ายอาร์สยาม, จ๊ะ อาร์สยาม, ถูกโกง, นงผณี มหาดไทย, นักร้องลูกทุ่ง, บทเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210116/image_big_600292e4eff67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉับไว!ญี่ปุ่นทำหนังสั้น&#039;หมูป่าติดถ้ำ&#039;ถอดบทเรียนให้เด็กนักเรียนรู้วิธีเอาตัวรอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.61- เฟซบุ๊ก สมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โพสต์ข้อความและคลิประบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญี่ปุ่นทำคลิปหนังสั้น สร้างเป็นละคร อธิบายเหตุการณ์ที่ทีมหมูป่าอคาเดมีติดถ้ำและข่วยกันดูแลจนรอดอย่างไร สอนเด็กนักเรียนญี่ปุ่นให้รู้จักใช้ชีวิตเอาตัวรอด ดีมากๆครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยน่าจะนำมาปรับใช้ในบทเรียนรู้การเอาตัวรอดยามประสพภัยพิบัติได้นะครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13108</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, ทีมหมูป่า, บทเรียน, สอนเด็กนักเรียนญี่ปุ่น, หนังสั้น, เหตุการณ์ติดถ้ำ, เอาตัวรอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180710/image_big_5b4417b73c389.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บทเรียนจากเวทีประกวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการจัดงาน LGBT Expo ซึ่งเป็นการจัดงานแสดงสินค้าที่เป็นมิตรกับ LGBT นั้น แม้ว่าการจัดงานแสดงสินค้าจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่การจัดประกวดประเภทต่างๆ นั้นถือว่าเป็นจุดเด่นของงาน เพราะจัดได้ดีตั้งแต่เวที แนวคิดเกี่ยวกับการประกวด การจัดการแสดงสลับการประกวดแต่ละรอบ ในความสนุกที่ผู้จัดได้ให้กับคนดูนั้น พวกเขายังได้ให้ข้อคิดอะไรหลายๆ อย่างที่มีคุณค่า เป็นบทเรียนที่ประเทืองปัญญาคนดู ถ้าหากว่าไม่ได้ดูเอาแค่เพียงความสนุก แต่เก็บเอาข้อคิดจากบทเพลงที่เขาใช้ในการแสดง เก็บประโยคคมๆ จากพิธีกรบนเวที ดูความตั้งใจของคนทำงาน ทั้งคนที่จัดหาชุดมาแสดง คนที่หาชุดมาให้ผู้ประกวด คนที่กำกับเวที และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือความสามารถด้านการสร้างสรรค์ชุด ด้านการสร้างแผนการรณรงค์ทางสังคม และการตอบคำถามของผู้เข้าประกวด ทั้งหมดนี้เก็บมาจากการไปนั่งดูในบางรายการ และเป็นกรรมการตัดสินการประกวด Gay Men ที่มองหาตัวแทนของประเทศไทยไปประกวด Gay Men ระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกวด Gay Men ครั้งนี้เป็นการประกวดครั้งที่สองในประเทศไทย ผู้ที่ชนะปีที่แล้วเป็นคุณหมอที่ไปร่วมประกวด Gay Men ระดับโลกที่ประเทศสเปน สำหรับปีนี้ผู้ที่ชนะการประกวดจะเป็นตัวแทนของประเทศไทยไปประกวด Gay Men ระดับโลกที่ประเทศอเมริกาใต้ สำหรับคุณหมอที่เป็นผู้ชนะในปีที่แล้วและได้เป็นตัวแทนของ Gay Men ประเทศไทยไปประกวดระดับนานาชาตินั้น พูดด้วยความภาคภูมิใจที่ได้ประกาศความเป็นตัวตนที่แท้จริงให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองเป็นอะไร และยังได้ใช้ความรู้ในการเป็นหมอช่วยให้คำแนะนำและดูแลสุขภาพของคนที่เป็นเกย์ ถือได้ว่าเป็นการได้ทำงานที่มีคุณค่า เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติ เพื่อชี้ให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นชายจริงหญิงแท้ หากมีความมุ่งมั่นที่จะทำดีกับสังคม ก็ย่อมเป็นคนที่มีคุณค่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะถึงวันประกวดบนเวที ผู้ที่เข้ารอบสุดท้ายทั้ง 15 คนมีการเก็บตัวทำกิจกรรมต่างๆ ในรูปของการประชุมปฏิบัติการ มีพี่เลี้ยงที่ให้คำแนะนำ (Mentor) ในด้านต่างๆ ที่เป็นการให้ความรู้ การพัฒนาความสามารถ การพัฒนาบุคลิกภาพ และพวกเขาจะต้องเรียนรู้จะอยู่ร่วมกัน ทั้งๆ ที่เป็นคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน และที่สำคัญพวกเขาจะต้องนำเสนอผลงานการรณรงค์ทางสังคมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประชาคมของ LGBT และจะต้องเป็นแผนที่นำไปเสนอบนเวทีประกวดระดับนานาชาติได้ด้วย เป็นการยกระดับให้การประกวดครั้งนี้เป็นการประกวดที่เรียกได้ว่าประกวดระดับสากล มีความเป็นโลกาภิวัตน์ ตัวแทนของเวทีประกวด Gay Men ระดับนานาชาติที่มาสังเกตการณ์และมาเป็นกรรมการในการประกวดครั้งนี้เอ่ยปากชมว่า เวทีการประกวดของประเทศไทยเราทำได้ดี เป็นการประกวดที่จริงจังกับการเฟ้นหาตัวแทนของประเทศไทย และเป็นการประกวดที่ให้เกียรติประชาคมของ LGBT ได้อย่างสมศักดิ์ศรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนเวทีนี้ ผู้เข้าประกวดทุกคนคือคนที่ซื่อสัตย์ต่อตนเองและต่อผู้อื่น พวกเขาพร้อมที่จะเปิดเผยตนเองแก่ผู้อื่นว่าเพศวิถีและรสนิยมทางเพศของเขาคือชายรักชาย พวกเขาล้วนแล้วจะต้องผ่านประสบการณ์ของการเปิดเผยตนเองกับพ่อแม่ เพื่อนฝูง และนายจ้าง ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่ายเลย หลายคนเป็นความเจ็บปวด เพราะพวกเขาคือความหวังของพ่อแม่ และเมื่อพ่อแม่บางคนได้รู้ความจริงในข้อนี้ แม้ว่าจะรับได้ แต่ก็ผิดหวังและเจ็บปวด เพราะว่าลูกชายไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขาคาดหวังได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ทุกคนบนเวทีต่างก็ทำให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า คนที่ยอมรับตนเองด้วยความซื่อสัตย์ และได้บอกตัวตนที่แท้จริงให้กับคนใกล้ชิดได้แล้ว แม้จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวด แต่เมื่อผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว พวกเขาอยู่ในสังคมได้ด้วยความสบายใจ เพราะสามารถใช้ชีวิตอย่างที่เป็น ได้ทำสิ่งที่ต้องการ โดยไม่ต้องแอบซ่อนอะไรทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่มีค่าอย่างมากสำหรับการประกวดบนเวทีนี้คือ คำถามและคำตอบของผู้เข้าประกวด คำถามหนึ่งที่น่าสนใจคือ คำถามจากตัวแทนจากกองประกวด Gay Men โลกที่ถามว่า ทำอย่างไรที่จะให้คนเลิกมองว่า &amp;ldquo;เกย์รุก&amp;rdquo; เหนือกว่า &amp;ldquo;เกย์รับ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;เกย์ กทม. (กะเทยแอ๊บแมน)&amp;rdquo; สูงส่งกว่ากะเทยที่ออกสาวและชัดเจนว่าตัวเองเป็นอะไร เขาถามว่าทำไมจะต้องแบ่งแยกศักดิ์ศรีของ &amp;ldquo;เกย์รุก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เกย์รับ&amp;rdquo; ด้วย ทำไมคนที่แสดงตนชัดเจนว่าเป็นเกย์ ทำไมถูกมองว่าระดับชั้นทางสังคมต่ำกว่าเกย์ที่มีกิริยาเนียนๆ เป็นผู้ชาย คำถามนี้มีค่ามาก ไม่ว่าคำตอบเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะเป็นคำถามที่ควรถาม และเป็นคำตอบที่ทุกคนควรจะมี และหาหนทางที่จะแก้ไขสถานการณ์ไม่ให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ถ้าหาก LGBT ยังแบ่งแยกศักดิ์ศรีกัน มองกันและกันอย่างไม่ทัดเทียมเช่นนี้แล้ว จะหวังอะไรที่จะให้คนอื่นมาให้ความทัดเทียมกับกลุ่มเพศทางเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคำตอบที่น่าสนใจคือ คำตอบที่มีให้กับคำถามที่ว่า &amp;ldquo;หากคุณเปิดเผยกับเพื่อนว่าคุณเป็นเกย์ แล้วเขาเลิกคบกับคุณ คุณจะทำอย่างไร&amp;rdquo; คำตอบก็คือ เข้าใจ ไม่โกรธ ไม่ว่าอะไร ตามใจเขา เคารพการตัดสินใจเขา และจะทำดีกับเขาต่อไป ด้วยความเชื่อที่ว่า &amp;ldquo;น้ำหยดลงหิน หินมันยังกร่อน&amp;rdquo; ดังนั้นการทำดีโดยไม่โกรธ ไม่ว่าอะไรเพื่อน และทำดีต่อไป เขาน่าจะทำให้เพื่อนที่ไม่ยอมคบกับเขาเพราะเขาเป็นเกย์นั้น จะกลับมาคบกับเขาอีก ผู้เข้าประกวดคนนี้เป็นผู้ชนะการประกวด เพราะนอกจากคะแนนที่ได้ในคืนวันประกวดแล้ว เขายังได้คะแนนสูงจากการจัดทำแผนรณรงค์ทางสังคม ที่เขาทำเรื่องขอให้หยุดการคุกคามทางเพศบนพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ เมื่อเห็นผู้ชายหล่อ เซ็กซี่ ไม่ควรโพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;น่ากิน&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;น่าปี้&amp;rdquo; เพราะนั่นคือการคุกคามทางเพศบนพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งแผนการรณรงค์ทางสังคมเช่นนี้สามารถนำไปใช้ได้ทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าทึ่งคือ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการประกวดผู้ชายที่เป็นเกย์ ที่ผู้ชนะเป็นเกย์ที่กิริยาท่าทาง คำพูดคำจากระเดียดไปทางผู้หญิง เพราะเวทีประกวดอื่นๆ มักจะเลือกเกย์ที่ดูเป็นผู้ชายมีกล้าม มี Six packs ดูเซ็กซี่แบบผู้ชายล่ำ ในคืนวันนั้น ผู้ชนะไม่ใช่ผู้ชายล่ำ ไม่ได้ดูเซ็กซี่ แต่เป็นผู้ชายฉลาด เป็นผู้ชายที่มีจิตอาสา เป็นผู้ชายที่มีรสนิยมทางเพศกระเดียดไปทางการเป็นผู้หญิง แต่กรรมการที่มีมากกว่า 10 คนต่างก็เทคะแนนให้เป็นผู้ชนะ ซึ่งอาจจะค้านสายตาของคนดูบางกลุ่มที่ยังคาดหวังว่าผู้ชนะเวทีประกวด Gay Men จะต้องมีลักษณะเป็นผู้ชายหล่อล่ำ เซ็กซี่ ได้ผู้ชนะแบบนี้ช่างสะท้อนความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง ช่างสะท้อนความเสมอภาคระหว่าง &amp;ldquo;เกย์รุก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เกย์รับ&amp;rdquo; ตลอดจน &amp;ldquo;เกย์เก๊กแมน&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;เกย์ชัดเจน&amp;rdquo; ซึ่งเป็นสิ่งที่เกย์หลายคนอยากให้เป็นเช่นนี้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2338</URL_LINK>
                <HASHTAG>LGBT Expo, คิดเหนือกระแส, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, บทเรียน, เวทีประกวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37689e30db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
