<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนดุสิตโพลเผยประชาชนไม่พอใจการจัดการแก้ปัญหาโรงงานระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค. 2564 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี บทเรียนจากเหตุระเบิดโรงงานกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,266 คน ระหว่างวันที่ 6-9 กรกฎาคม 2564 พบว่า ประชาชนมองว่าเหตุการณ์นี้รุนแรง สร้างความเสียหายอย่างมาก ร้อยละ 88.54 คิดว่าเกิดจากสาเหตุการรั่วไหลของสารเคมี ร้อยละ 67.02 สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาล คือ ควรตรวจสอบโรงงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ร้อยละ 92.00 บทเรียนที่ได้รับคือ ควรให้ความสำคัญกับงานบรรเทาและป้องกันสาธารณภัยมากขึ้น ร้อยละ 69.99 ทั้งนี้ยังไม่ค่อยพอใจกับการแก้ปัญหาในภาพรวม ร้อยละ 39.38&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เหตุการณ์ระเบิดและไฟไหม้ในภาคอุตสาหกรรมของไทยเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับพบว่าการรับมือ และแก้ปัญหายังทำได้ไม่รวดเร็วนัก อีกทั้งยังเปิดให้เห็นจุดอ่อนในเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางผังเมือง ระบบการระงับป้องกันภัยที่ยังไม่ทันสมัย กฎระเบียบที่ไม่ยืดหยุ่น ทำให้การอพยพทำได้ล่าช้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;บทเรียนครั้งนี้จึงไม่ควรเป็นเพียงการบันทึกเรื่องราว แต่ควรนำไปสู่การปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์นี้ก็จะเหมือนไฟไหม้ฟาง เหมือนกับที่ผ่าน ๆ มา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พรธิดา เทพประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่าประชาชนมองว่าเหตุระเบิดโรงงานกิ่งแก้วมีความรุนแรงนำไปสู่ความเสียหายอย่างมาก และไม่ค่อยพอใจกับการแก้ไขปัญหาในภาพรวม อาจเป็นเพราะว่านี่ไม่ใช่เหตุระเบิดจากสารเคมีครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งผลของการสำรวจยังสะท้อนให้เห็นว่า บทเรียนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อาจต้องนำไปสู่การปฏิรูปเรื่องกฎหมายผังเมือง แผนระงับภัยฉุกเฉิน การจัดทำฐานข้อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Register: PRTR) เพื่อสะดวกต่อการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นรวมไปถึงภาครัฐยังสามารถติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อมและมลพิษที่เกิดขึ้นได้ และสิ่งที่สำคัญ คือ ต้องมีการให้ความรู้ การสร้างความตระหนักแก่ชุมชน ผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน การพัฒนาศักยภาพบุคลากรชุดเผชิญเหตุ หน่วยผจญเพลิงให้มีความพร้อมในการรับมือด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109309</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทเรียนจากเหตุระเบิดโรงงานกิ่งแก้ว, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60ea4ef2015f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
