<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM โชว์กำไรQ3สูงเป็นประวัติการณ์โวลูกค้าอุตสาหกรรมฟื้นตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย. 2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนชั้นนำของไทย เปิดเผย ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2563 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 745 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเติบโตของกำลังการผลิตไฟฟ้าจากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในอัตราถึง 28% จากไตรมาสก่อนหน้า การปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง (ทำให้ล่าสุดได้รับรางวัล Power Plant Upgrade of the Year-Thailand จากนิตยสาร Asian Power) ซึ่งผลักดัน EBITDA Margin สู่ระดับสูงสุดที่ 30.4% &amp;nbsp;ทั้งนี้ BGRIM มีการกู้เงินสกุลต่างประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยงในส่วนของรายได้สกุลต่างประเทศ (natural hedge) ทำให้ในช่วงไตรมาส 3/2563 เกิดรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน 310 ล้านบาท เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดีรายการดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสด และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 859 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 501 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่เหลือของปี คาดปริมาณการขายไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมนั้นได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นได้มีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องมาโดยตลอด และกลับสู่ภาวะปกติในเดือนกันยายน-ตุลาคม ด้วยปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมที่กลับมาอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่องมา 2 เดือนแล้ว อันเป็นการฟื้นตัวจากทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์และโรงงานผลิตยางรถยนต์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของความต้องการภายในประเทศ รวมถึงจากการย้ายคำสั่งผลิตจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักของโรคโควิด-19 ขณะเดียวกันกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ และอิเล็กทรอนิกส์ ยังคงเติบโตตลอดช่วง 9 เดือนในปี 2563 ด้วยปริมาณขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16% และ 12% ตามลำดับ นอกจากนี้แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติยังเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โดยในไตรมาสสุดท้ายของปีตามประมาณการของ ปตท. คาดจะมีราคาลดลงอีกราว 6-7% จากไตรมาส 3/2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Ray Power ในประเทศกัมพูชา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 39 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบ่อทอง วินด์ฟาร์ม 1&amp;amp;2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 16 เมกะวัตต์ มีความคืบหน้าตามแผน มีกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4/2563 ถึงไตรมาส 1/2564 นอกจากนี้ยังเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 7 โครงการ กำลังการผลิตรวม 980 เมกะวัตต์ มีกำหนดการ COD ในปี 2565-2566 ตามแผนที่วางไว้ มั่นใจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตั้งเป้าการมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาการซื้อไฟฟ้าที่ 7.2 กิกะวัตต์ ภายในปี 2568 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สถานะทางการเงินของบี.กริม เพาเวอร์ ยังคงแข็งแกร่งด้วยเงินสดในมือกว่า 2 หมื่นล้านบาท มีกระแสเงินสดที่มั่นคงจากโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว 47 โครงการ มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ระดับต่ำ 1.3 เท่า และได้รับการสนับสนุนจากหลายสถาบันการเงิน ซึ่งเพียงพอในการพัฒนาโครงการที่อยู่ในแผนทั้งหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83570</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ. บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ, ผลประกอบการไตรมาส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fac8106b120a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘BGRIM’ ปลื้มติดลิสต์ดัชนีFTSE</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค. 2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ เปิดเผยว่า การที่ บี.กริม เพาเวอร์ ได้รับคัดเลือกในการคำนวณดัชนีจากประเภท Mid Cap ไปเข้าสู่การคำนวณประเภท Large Cap ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัททั้งในด้านผลประกอบการและแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท จึงหุ้น BGRIM มีสภาพคล่องในการซื้อขายรวมถึงมีมูลค่าการตลาดเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ การได้รับการคัดเลือกดังกล่าวนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อนักลงทุนทั้งรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้บริษัทยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก &amp;ldquo;FTSE4Good Index Series&amp;rdquo; การประเมินอันดับความน่าเชื่อถือ MSCI ESG Rating ในระดับ BBB การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน Thailand Sustainability Investment (THSI) การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG 100 ตลอดจนการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลด้านความยั่งยืนจากสถาบันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียและสอดคล้องกับแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บี.กริม เพาเวอร์ &amp;lsquo;BGRIM&amp;rsquo; เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนของประเทศไทยมาต่อเนื่องยาวนานกว่า 24 ปี ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ บริษัทได้ขยายธุรกิจและมีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนโดยมุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมโดยรอบ อันนำไปสู่การเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75514</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ. บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb55f1a3de2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 22:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM ย้ำ ADB ขายหุ้นไม่กระทบแผนธุรกิจในอนาคต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ประเด็นการขายหุ้นของ ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ Asia Development Bank (ADB) ออกมา 68 ล้านหุ้น (คิดเป็นสัดส่วน 2.61% ของหุ้น BGRIM) จากที่ ADB ถือหุ้นทั้งหมด 123 ล้านหุ้น (4.72% ของหุ้น BGRIM) นั้นเป็นนโยบายภายในของ ADB และเป็นสิทธิ์ของผู้ถือหุ้นเองซึ่งบริษัทไม่ได้ทราบเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องของการบริหารพอร์ตการลงทุน และเป็นการบริหารวงเงินภายในของ ADB เพื่อเตรียมสนับสนุนหรือลงทุนในในโครงการของ BGRIM อาทิเช่น Green bond 5,000 ล้านบาทที่ผ่านมา โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในเวียดนาม และโครงการอื่นในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อการดำเนินงานของ BGRIM เนื่องจาก ADB เป็นผู้ถือหุ้นในลักษณะ passive investor พื้นฐานของ BGRIM ยังคงมีความแข็งแกร่ง พร้อมกันนี้ เดินหน้าขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากปัจจุบันมีโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว 47 โครงการรวม 3,019 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาอีกหลายโครงการรวมเป็นกำลังการผลิตทั้งหมด 3,547 เมกะวัตต์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคงมุ่งเน้นการลงทุนอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ควบคู่ไปกับเป้าหมายเติบโตไปสู่การมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือ PPA 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2565 &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาการลงทุนหลายโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การควบรวมกิจการ (M&amp;amp;A) ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านรวมโอกาสไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ , โรงไฟฟ้าพลังงานลมในหลายประเทศรวม 300-400 เมกะวัตต์ และ โครงการโรงไฟฟ้าจากก๊าซ LNG ในเวียดนามด้วยโอกาสไม่ต่ำกว่า 3,000 เมกะวัตต์ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในปีนี้เอง ยังเชื่อว่ายังผลการดำเนินงานสามารถเติบโตในกรอบ 10-15% ด้วยการขยายกำลังการผลิตและขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโปรแกรมการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าและการบริหารค่าใช้จ่ายด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายหุ้น, ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ Asia Development Bank (ADB), บมจ. บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb55f1a3de2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี.กริม เพาเวอร์ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ &amp;lsquo;BGRIM&amp;rsquo; กล่าวว่า พนักงาน บี.กริม เพาเวอร์ รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิก FTSE4Good Index Series &amp;nbsp;นับเป็นความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นว่า บี.กริม เพาเวอร์ เป็นองค์กรชั้นนำด้านพลังงานระดับโลกที่มีความมุ่งมั่นต่อการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ยังได้รับการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือ MSCI ESG Rating ในระดับ BBB การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน Thailand Sustainability Investment (THSI) การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG 100 ตลอดจนการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลด้านความยั่งยืนจากสถาบันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียและสอดคล้องกับแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บี.กริม เพาเวอร์ &amp;lsquo;BGRIM&amp;rsquo; เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนของประเทศไทยมาต่อเนื่องยาวนานกว่า 24 ปี ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ บริษัทได้ขยายธุรกิจและมีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนโดยมุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมโดยรอบ อันนำไปสู่การเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71280</URL_LINK>
                <HASHTAG>BGRIM, FTSE4Good Index Series, บมจ. บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb55f1a3de2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
