<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีเอฟ ส่งอาหารจากใจ...รณรงค์คนไทยร่วมใส่ใจสิ่งแวดล้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมดูแลสังคมควบคู่ไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมโดยบรรจุภัณฑ์พลาสติกของอาหารกล่องของบริษัททั้งหมดในโครงการ&amp;ldquo;อาหารปลอดภัยจากใจ...สู่ชุมชน&amp;rdquo; เป็นชนิดที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ (reusable) หรือ นำกลับมาใช้ใหม่ (recyclable) ได้ 100% พร้อมรณรงค์คนไทยแยกขยะอย่างถูกต้อง ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาและบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ให้เกิดความยั่งยืน โดยพิจารณาตลอดห่วงโซ่คุณค่าอยู่บนพื้นฐานแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อให้ใช้ทรัพยากรในการผลิตบรรจุภัณฑ์อย่างคุ้มค่า และลดปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะพลาสติก เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัท มีส่วนร่วมในการบรรเทาผลกระทบเชิงลบและก่อให้เกิดการสร้างผลเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บนหลักการพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

สำหรับโครงการ &amp;ldquo;อาหารปลอดภัยจากใจ..สู่ชุมชน&amp;rdquo; นอกจากจะเป็นการคัดสรรเมนูพิเศษและผลิตตามมาตรฐานส่งออกแล้ว บรรจุภัณฑ์พลาสติกของข้าวกล่องที่แจกให้กับประชาชนยังเป็นมาตรฐานสำหรับใส่อาหาร (food grade) และเป็นพลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือ นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามนโยบายและแนวปฏิบัติด้านบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนของ ซีพีเอฟ

&amp;ldquo;ซีพีเอฟ ตระหนักดีถึงการจัดการพลาสติกอย่างเหมาะสมและมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้สังคมและผู้บริโภคเข้าใจถึงความสำคัญในการจัดการขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ด้วยการคัดแยกขยะก่อนทิ้งอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นแนวทางในการนำไปแปรรูปนำกลับมาใช้ใหม่ได้&amp;rdquo; นายวุฒิชัย กล่าว

นายวุฒิชัย กล่าวว่า โครงการ &amp;ldquo;อาหารปลอดภัยจากใจ..สู่ชุมชน&amp;rdquo; จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าได้รับอาหารปลอดภัย อร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ที่สำคัญช่วยส่งเสริมให้ทุกคนเกิดความตระหนักในการช่วยลดขยะพลาสติกและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ปัจจุบัน อาหารประเภทพลาสติกของ ซีพีเอฟ ในประเทศไทย สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือนำกลับมาใช้ใหม่หรือย่อยสลายได้แล้ว 99.99% โดยในปี 2562 บริษัทฯลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกได้ 16,000 ตัน และยังคงเดินหน้าส่งเสริมพนักงาน ผู้บริโภค และร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการรณรงค์คัดแยกขยะพลาสติกใช้แล้วก่อนทิ้งเพื่อนำไปจัดการอย่างถูกวิธีเช่น รวบรวมกันในชุมชนเพื่อส่งต่อให้กับผู้แปรรูปสู่กระบวนการรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์อื่น หรือนำบรรจุภัณฑ์ไปใช้ซ้ำเพื่อประโยชน์ต่างๆในครัวเรือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68832</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์, บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee84a3ef255b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองประธานกรรมการ ซีพีเอฟ ฟิลิปปินส์ เข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสกล ชีวะโกเศรษฐรองประธานกรรมการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร คอร์ปอร์เรชั่น ฟิลิปปินส์ (ซีพีเอฟ ฟิลิปปินส์) พร้อมกับนักธุรกิจชั้นนำของไทย เข้าเยี่ยมคารวะ&amp;nbsp;นายโรดริโก ดูแตร์เต&amp;nbsp;ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ในโอกาสเดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เพื่อขยายการค้าการลงทุนกับประเทศฟิลิปปินส์มากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39507</URL_LINK>
                <HASHTAG>cpf, ซีพีเอฟ ฟิลิปปินส์, บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร, สกล ชีวะโกเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d13064fccf0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีเอฟ ยกย่อง “คู่ค้าธุรกิจดีเด่น” ร่วมพัฒนาห่วงโซ่อุปทานตามมาตรฐานสากลสู่การผลิตอย่างยั่งยืน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มอบเกียรติบัตร แก่ 12 &amp;ldquo;คู่ค้าธุรกิจดีเด่น&amp;rdquo; ที่ร่วมสร้างคุณค่าในห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) พร้อมเดินหน้าพัฒนาคู่ค้ากว่า 200 รายใน 13 กลุ่มธุรกิจหลัก สร้างความมั่นคงทางธุรกิจและฐานการผลิตอาหารตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) 

นายมโนชญ์ แสงแก้ว ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวในพิธีมอบเกียรติบัตร &amp;ldquo;คู่ค้าธุรกิจดีเด่น&amp;rdquo; ว่า อุตสาหกรรมอาหาร ต้องคำนึงถึงกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน โดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน ซึ่งเป็นข้อกำหนดและเงื่อนไขสำคัญในการเจรจาบนเวทีการค้าโลก กระทรวงแรงงานมีนโยบายส่งเสริมให้ภาคเอกชน ร่วมมือกันยกระดับผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินงานสอดคล้องตามมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า และรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;ldquo;ความร่วมมือของทุกฝ่ายจะช่วยขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานอาหารมีการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกคนในสังคมได้อย่างครอบคลุมและเท่าเทียมกัน นำไปสู่ความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมอาหารไทยบนเวทีการค้าโลกควบคู่กัน&amp;rdquo; นายมโนชญ์กล่าว

นายพิสิฐ โอมพรนุวัฒน์ ประธานคณะทำงานบริหารความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน ซีพีเอฟ กล่าวว่า ฯ มุ่งมั่นร่วมพัฒนาคู่ค้าธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นทางให้เติบโตไปด้วยกัน ภายใต้นโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืนของซีพีเอฟ เพื่อร่วมกันผลิตสินค้าด้วยความรับผิดชอบใน 4 ด้านหลัก (4 Ps) ประกอบด้วย การส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Product) การปฏิบัติต่อบุคลากรอย่างเป็นธรรมตามสิทธิมนุษยชน (People) การใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Process) และมีระบบการบริหารงานอย่างโปร่งใส (Performance)

ปีที่ผ่านมา ซีพีเอฟจัดทำระบบตรวจประเมินตนเองด้านความยั่งยืนแบบออนไลน์ (Online Supplier Sustainability Self-Assessment) ซึ่งได้รับความร่วมมือจากคู่ค้าธุรกิจเพื่อนำผลการประเมินเป็นแนวทางพัฒนากระบวนการผลิตและบริการให้สอดคล้องตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และในปีนี้ ซีพีเอฟได้มอบเกียรติบัตร &amp;ldquo;คู่ค้าธุรกิจดีเด่น&amp;rdquo; แก่ 12 คู่ค้า ที่ร่วมมือกันสร้างคุณค่าในห่วงโซ่อุปทาน และความยั่งยืนให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นแบบอย่างในการจัดหาและส่งมอบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากแหล่งปลูกที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาได้ ผู้ส่งมอบปลาป่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน IFFO RS รวมถึงเป็นหน่วยงานที่ดูแลบุคลากรตามมาตรฐานสากล ตลอดจนช่วยกันดูแลเกษตรกรเติบโตร่วมกัน

&amp;ldquo;เกียรติบัตรคู่ค้าธุรกิจดีเด่น เป็นการยกย่องและแสดงความขอบคุณคู่ค้าธุรกิจที่ร่วมมือกันพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายนโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืนของซีพีเอฟ ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คู่ค้าธุรกิจกว่า 200 รายการใน 13 กลุ่มธุรกิจหลักของซีพีเอฟ เพื่อยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรและอาหาร ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางอาหารและความสมดุลธรรมชาติ&amp;rdquo; นายพิสิฐกล่าวปิดท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32426</URL_LINK>
                <HASHTAG>คู่ค้าธุรกิจดีเด่น, ซีพีเอฟ, บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9c47cac0469.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2019 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2019 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ซีพีเอฟ ผนึกพาร์ทเนอร์ไต้หวัน ลุยเปิดภัตตาคาร “ฮาร์เบอร์”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ. 2562 นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจอาหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการ่วมทุนกับ ไห่หลายกรุ๊ป จากไต้หวัน เพื่อจัดตั้งบริษัท ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 160 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจภัตตาคาร &amp;ldquo;ฮาร์เบอร์&amp;rdquo;ในประเทศไทย เบื้องต้นได้เปิดให้บริการสาขาแรกศูนย์การค้าไอคอนสยาม บนพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร นับเป็นสาขาลำดับ 10 ของโลก และใหญ่เป็นลำดับ 2 รองจากไต้หวันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการขยายสาขาเบื้องต้นระยะ 5 ปีนับจากนี้ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ 5 สาขา โดยทำเลจะต้องมีประชากรโดยรอบอย่างน้อย 1 ล้านคน และสามารถมีพื้นที่รองรับได้ประมาณ 2,000 ตารางเมตร จึงจะพิจารณาการลงทุน ซึ่งงบประมาณน่าจะไม่แตกต่างจากสาขาแรกหรืออยู่ที่ 130 ล้านบาทต่อสาขา บริษัทยังมองถึงโอกาสในการขยายกลุ่มอาหารที่มากขึ้นจากในเครือของไห่หลายกรุ๊ป ซึ่งมีมากกว่า 15 แบรนด์ โดยเฉพาะอาหารเจที่มองว่าอาจเป็นกลุ่มต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ฮาร์เบอร์ นับเป็นภัตตาคารอาหารบุปเฟ่ต์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของไต้หวัน ซึ่งแต่ละรอบที่เปิดให้บริการมีผู้เข้าใช้บริการเต็มหมด หรือต้องมีการจองล่วงหน้าเป็นเดือน โดยมีจุดเด่นเรื่องของอาหารสุดใหม่จากทะเล รวมถึงยังมีอาหารตะวันออกและตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นอาหารไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน ไทย อินเดีย เป็นต้น เชื่อว่าจะมีผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย จากพฤติกรรมที่มองหาอาหารคุณภาพและของใหม่ๆ อยู่เสมอ ตั้งเป้ารายได้ปีแรก 200-240 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุขวัฒน์ กล่าวว่า ไห่หลายกรุ๊ป จากไต้หวัน เริ่มต้นด้วยธุรกิจโรงแรม และฝ่ายจัดเลี้ยงของโรงแรมได้เปิดภัตตาคารฮาร์เบอร์ขึ้นเป็นสาขาแรกที่ชั้น 43 โรงแรมแกรนด์ไห่หลาย จนกระทั่งปัจจุบันมีเปิดให้บริการรวมกัน 9 สาขา เป็นสาขาในไต้หวัน 7 สาขา และอีก 2 สาขาในประเทศจีน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพีเอฟ, บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร, ภัตตาคาร “ฮาร์เบอร์”, สุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข, ไห่หลายกรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190221/image_big_5c6e0fd2489f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
