<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM โตสวนกระแส โชว์กำไร Q2/63 พุ่ง 62.5% แถมปันผลระหว่างกาล 0.15 บาทต่อหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. 2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM &amp;nbsp;ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชั้นนำของไทย เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 ยังเติบโตแข็งแกร่ง แม้มีสถานการณ์เศรษฐกิจจะชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ตาม โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,682 ล้านบาท เป็นส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 1,017 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,102 ล้านบาท เป็นส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 674 ล้านบาท เติบโต 17.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญจากการเติบโตของกำลังการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องสู่ 3,019 เมกะวัตต์ ณ กลางปี 2563 โดยตั้งแต่ต้นปีที่แล้วเป็นต้นมามีเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้า 4 โครงการ และการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้า 2 โครงการ คือ โครงการบี.กริม เพาเวอร์ (เอไออี-เอ็มทีพี) (ชื่อเดิม เอสพีพี 1) และโครงการโรงไฟฟ้าอ่างทอง เพาเวอร์ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มขึ้นของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 25 เมกะวัตต์ ในปีก่อนหน้า และอีก 15 เมกะวัตต์ ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ และมีการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังนี้ นอกจากการทยอยเชื่อมเข้าระบบของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่แล้ว ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมรายเดิมเริ่มส่งสัญญานฟื้นตัว โดยในเดือนกรกฎาคม ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 17% จากปริมาณการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยต่อเดือน ในช่วงไตรมาส 2/2563 นอกจากนี้แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติยังเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมของเรา โดยในเดือน กรกฎาคม มีราคาลดลง 8% จากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในไตรมาส 2/2563 เป็น 241 บาท/ล้านBTU ซึ่งมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีตามประมาณการของ ปตท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ยังเดินหน้าในการก่อสร้างโครงการ โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Ray Power ในประเทศกัมพูชา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 39 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟาพลังงานลมบ่อทอง วินฟาร์ม 1&amp;amp;2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 16 เมกะวัตต์ มีกำหนดการ COD ในช่วงไตรมาส 4/2563 ถึงไตรมาส 1/2564 มั่นใจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ที่จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาการซื้อไฟฟ้าที่ 5 พันเมกะวัตต์ ภายในปี 2565&amp;nbsp;
ตอกย้ำความสำเร็จด้วยรางวัลมากมาย โดยในเดือน มิถุนายน 2563 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิก &amp;ldquo;FTSE4Good Indexes Series&amp;rdquo; ประกาศโดย FTSE Russell ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนว่า บี.กริม เพาเวอร์ มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างโดดเด่น ตามมาตรฐานชี้วัดระดับสากล และในเดือนกรกฎาคม 2563 ได้รับ 3 รางวัลจาก &amp;ldquo;Institutional Investor Corporate Awards 2020&amp;rdquo; จัดโดย Alpha Southeast Asia ประกอบด้วยรางวัล &amp;ldquo;Strongest Adherence to Corporate Governance&amp;rdquo; , &amp;ldquo;Most Organized Investor Relations&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;Most Consistent Dividend Policy&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.15 บาทต่อหุ้น โดยวันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) คือวันที่ 31 สิงหาคม 2563 และกําหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลใน วันที่ 11 กันยายน 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74398</URL_LINK>
                <HASHTAG>BGRIM, บมจ.บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f3600a6be881.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM ยิ้ม Q1/กำไรพุ่งโต 54% เงินสดล้นมือ 2.1 หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM &amp;nbsp;ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า บริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2563 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ เติบโต 9.4% ที่ 11,223 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องถึง 944 เมกะวัตต์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จากสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ 4 โครงการ ในปีที่แล้ว และการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 แห่งได้แก่ โครงการ SPP1 ในปี 2562 และล่าสุดโครงการโรงไฟฟ้าอ่างทองเพาเวอร์ &amp;nbsp;ขนาด 123 เมกะวัตต์ ในเดือนมีนาคม 2563 โดยปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมยังคงมีความแข็งแกร่งในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยผลจากการมีสัดส่วนอุตสาหกรรมที่หลากหลาย มีกลุ่มลูกค้ามีการเติบโต ได้แก่ เช่น กลุ่มบรรจุภัณฑ์ โต 15.1% กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 13.2% จากลูกค้าใหม่ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเพิ่มขึ้น 8.0% กลุ่มยางรถยนต์เพิ่มขึ้น 3.2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีการทยอยจ่ายไฟให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟใหม่รวม 26 เมกะวัตต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อัตรากำไร EBITDA เพิ่มสู่ระดับสูงสุดที่ 29.2% จากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ผลจากทยอยปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซเป็นโครงการที่ 3 ในช่วงต้นปีนี้ และการรับรู้ผลการดำเนินงานโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนามที่ให้อัตรากำไร EBITDA ที่สูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลกำไร/ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากมูลค่าทางบัญชีของเงินกู้สกุลต่างประเทศ) อยู่ที่ 1,158 ล้านบาท เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ 682 ล้านบาท เติบโตถึง 54.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากปัจจัยบวกดังที่กล่าวมา อย่างไรก็ดี เนื่องจากบริษัทกู้เงินสกุลต่างประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยงในส่วนของรายได้สกุลต่างประเทศ (natural hedge) โดยในช่วงไตรมาส 1/2563 เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จึงเกิดรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน 886 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสด เป็นสาเหตุหลักทำให้กำไรสุทธิจากอยู่ที่ 159 ล้านบาท และ 81 ล้านบาทในส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการรับมือกับวิกฤตโควิค-19 นั้น บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่งมีเงินสดในมือถึง 2.1 หมื่นล้านบาท มีการประเมินกระแสเงินสดอย่างละเอียดภายใต้สมมติฐานสถานการณ์ต่างๆ มั่นใจแข็งแกร่งต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ และแผนการลงทุน ขณะเดียวกันบริษัทยังได้รับวงเงินสำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม 4 พันล้านบาทรวมเป็น 9 พันล้านบาท พร้อมรับหากวิกฤตโควิค &amp;ndash; 19 มีความยืดเยื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65790</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb55f1a3de2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี.กริม คว้ารางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM &amp;nbsp;ได้รับรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Awards) ของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 30,000-100,000 ล้านบาท ในงาน SET Awards 2019 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินการธนาคาร ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นด้านการดำเนินกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ที่องค์กรให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน มีคุณภาพ โปร่งใส และทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงมีความหลากหลายและประสิทธิภาพของช่องทางการสื่อสาร เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้บริษัทยังได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ประจำปี 2562 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัทได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจให้เติบโตตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน มีความโดดเด่นและเป็นต้นแบบของการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) เพื่อให้ธุรกิจมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัล Best Investor Relations Awards และการได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน ประจำปี 2562 นี้ ได้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก เพื่อคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนที่มีความเหมาะสมและมีความโดดเด่นในการเข้ารับรางวัลดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51398</URL_LINK>
                <HASHTAG>SET Awards 2019, บมจ.บี.กริม เพาเวอร์, ได้รับรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0d67425ba0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM ยิ้มไตรมาส3/62กำไรโต 69% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BGRIM ยิ้มไตรมาส3/62กำไรโต 69% พร้อมจับมือ PetroVietnam Power &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกษาการพัฒนาโรงไฟฟ้า-นำเข้าและจำหน่าย LNG ในเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;14พ.ย.62-นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM ผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชน &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2562 &amp;nbsp;มีรายได้จากการขายและการให้บริการ เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นผลมาจากการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าถึง 856 เมกะวัตต์ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ 11 โครงการ (โรงไฟฟ้า SPP 1 โครงการ (APBR5), โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย 7 โครงการ, โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ Nam Che 1 ในสปป. ลาว และโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในเวียดนาม 2 โครงการ) &amp;nbsp;และการเข้าซื้อโครงการ SPP1 ในเดือนมีนาคม 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กำไรสุทธิจากงบการเงินรวมอยู่ที่ 1,287 ล้านบาท เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ 763 ล้านบาท ทั้งนี้หากไม่รวมกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงและรายจ่ายอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานแล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานจากงบการเงินรวมที่ 1,225 ล้านบาท เป็นส่วนของผู้ถือใหญ่ 715 ล้านบาทซึ่ง เพิ่มขึ้น 69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 24.3% จากไตรมาสก่อนและถือเป็นระดับที่สูงที่สุด จากการรับรู้ผลการดำเนินงานจากการขยายกำลังการผลิตดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นไตรมาสแรกที่รับรู้ผลการดำเนินงานเต็มไตรมาสโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม (DT1&amp;amp;2 และ Phu Yen TTP) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ Nam Che 1 ซึ่งเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2562 ประกอบกับปริมาณการใช้เชื้อเพลิง (heat rate) ของโครงการโรงไฟฟ้า ABP3 ที่ลดลงหลังจากการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซเสร็จสิ้นในช่วงต้นปี ขณะที่อัตรากำไร EBITDA ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 28.3% จากเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งให้อัตรากำไร EBITDA ในระดับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผยบริษัทได้ลงนามความร่วมมือกับ PetroVietnam Power Corporation-JSC (รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของเวียดนาม) เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อศึกษาการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นเชื้อเพลิง ขนาดกำลังการผลิตรวม 3,000 เมกะวัตต์ รวมถึงการนำเข้าและจำหน่าย LNG เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงงานผลิตไฟฟ้าในประเทศเวียดนาม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม Interchem กำลังการผลิตติดตั้ง 4.8 เมกะวัตต์ เดินหน้าก่อสร้างตามแผน มีความคืบหน้าในการก่อสร้างแล้ว 87% ซึ่งอยู่ระหว่างการวางระบบระบายน้ำของโครงการ และก่อสร้างอาคารซ่อมบำรุงและอาคารคาร์บอนแบล็ค โดยมีกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนธันวาคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ปัจจุบัน สัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียนได้เพิ่มขึ้นเป็น 30% จากเดิม 8% ในขณะที่สัดส่วนกำลังการผลิตจากโครงการในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 25% จากเดิม 2% ตอกย้ำการเป็นบริษัทชั้นนำในระดับภูมิภาค ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการใหม่อีกเป็นจำนวนมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ในประเทศเกาหลีใต้ เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เป็นต้น โดยในส่วนของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา ได้ทยอยลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและดำเนินการก่อสร้างในประเทศไทย โอมาน และฟิลิปปินส์ รวมแล้วกว่า 60 เมกกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมนั้น โครงการโรงไฟฟ้าทั้ง 5 ของบริษัทได้รับใบอนุญาตทั้งหมด พร้อมทั้งหนังสือตอบรับการซื้อไฟฟ้าจาก กฟผ. เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างรอลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ที่มีอายุสัญญา 25 ปี โดยมีกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2565 ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้า ABP1 ซึ่งหมดอายุสัญญากับ กฟผ. เมื่อวันที่ 17 กันยายน ได้เริ่มเข้าสู่ช่วงการต่ออายุรับซื้อไฟฟ้าออกไปอีก 3 ปี ก่อนที่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมจะแล้วเสร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นอกจากนี้บริษัทยังได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน&amp;ldquo;Thailand Sustainability Investment (THSI)&amp;rdquo; ประจำปี 2562 ประกาศโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำเป้าหมายการเป็นบริษัทเอกชนชั้นนำระดับสากลที่มีความโดดเด่น และดำเนินธุรกิตตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และธรรมมาภิบาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50249</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.บี.กริม เพาเวอร์, บีกริม, ปรียนาถ สุนทรวาทะ, ผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20190907/image_mid_5d737d626149c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM ยันบอนด์ 8  พันล้านบาท คำนึงผลกระทบตามมาตรฐานบัญชีใหม่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค. 2562 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (หรือ BGRIM) ผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ เชื่อว่า หุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุนของ BGRIM &amp;nbsp;ที่จะออกและเสนอขายมูลค่า 6 พันล้านบาท พร้อมส่วนสำรองเสนอขายอีกไม่เกิน 2 พันล้านบาท รวม 8 พันล้านบาท ที่จะเสนอขายให้แก่นักลงทุนทั่วไปในระหว่างวันที่ 19-21 พ.ย.นี้ จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการที่หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+ และอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรที่ระดับ A แนวโน้ม &amp;ldquo;คงที่&amp;rdquo; จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นระดับลงทุนได้หรือ Investment Grade การกำหนดผลตอบแทนในช่วง 5 ปีแรกอยู่ที่ 5% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนที่น่าพอใจ และการที่บริษัทฯ อยู่ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับภาครัฐระยะยาวและมีรายได้ที่มั่นคง มีโอกาสในการเติบโตในอนาคตอย่างไม่หยุดยั้งจากความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้มาตรฐานการบัญชีใหม่ TAS 32 ที่ส่งผลกระทบกับบริษัทที่ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุนฯ นั้น บริษัทฯ ขอชี้แจงให้ทราบว่า บริษัทฯ ได้คำนึงถึงผลกระทบจากการนำมาตรฐานการบัญชีใหม่มาใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น หุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ของ BGRIM ที่จะออกและเสนอขายในครั้งนี้ จึงมีข้อกำหนดเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่จะจัดประเภทเป็นทุนทางบัญชีภายใต้มาตรฐานการบัญชีใหม่ได้ทั้งจำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักภายใต้กลุ่ม บี.กริม &amp;nbsp;ซึ่งดำเนินธุรกิจเคียงคู่กับประเทศไทยมายาวนานกว่า 140 ปี และเป็นผู้บุกเบิกการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลายด้าน รวมถึงเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายแรกๆ ของประเทศไทย ภายใต้ BGRIM ซึ่งดำเนินธุรกิจไฟฟ้ามายาวนานกว่า 20 ปี ในปัจจุบัน BGRIM มีกำลังการผลิตที่มาจากโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศราว 75% และในต่างประเทศราว 25% โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขยายกำลังการผลิตเป็น 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2565 จากปัจจุบันที่มีโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมดรวมโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาทั้งหมด 56 โครงการ กำลังการผลิตรวม 3,245 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยเปิดให้ดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2568&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากจะอยู่ในอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นแล้ว เรายังมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการโครงการโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานรวมถึงมีความมั่นคงทางกระแสเงินสด จากการทำสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาว 20-25 ปีกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) รวมถึงการไฟฟ้าลาว และการไฟฟ้าเวียดนาม และมีสัญญาขายไฟฟ้าและไอน้ำกับโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมชั้นนำในประเทศไทย 6 แห่ง ซึ่งมีอายุสัญญาประมาณ 10-15 ปี จากความมั่นคงของธุรกิจและกระแสเงินสด รวมถึงผลตอบแทนของหุ้นกู้ในระดับที่น่าพอใจ จะทำให้นักลงทุนมั่นใจและสนใจที่จะเข้าลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนของบริษัทฯ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจและเหมาะกับการลงทุนในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และภาพรวมการลงทุนยังมีความผันผวนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลดลงมาที่ระดับ 4.5% จากการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินของบริษัทฯ โดยมีสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของเจ้าของที่ 1.6 เท่า ตามงบการเงินรวมของบริษัทฯ โดยหนี้สินสุทธิส่วนมากของบริษัทฯ กว่า 70% เป็นหนี้สินสุทธิระดับโครงการหรือบริษัทย่อยของบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และมีอำนาจควบคุม จึงมีการรวมทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทย่อยในงบการเงินรวมของบริษัทฯ ซึ่งหนี้สินระดับโครงการเป็นการกู้เงินในรูปแบบของเงินกู้โครงการ (Project Finance) ที่ภาระผูกพันของผู้ถือหุ้นมีจำกัด (Limited Recourse) และหากพิจารณาในระดับของงบการเงินเฉพาะกิจการ บริษัทฯ มีสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของเจ้าของ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 เพียง 0.9 เท่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48385</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ, มาตรฐานการบัญชีใหม่, หุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190907/image_big_5d737d626149c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM ปลื้มคว้ารางวัลยอดเยี่ยมแห่งปีประกาศขยายลงทุนเจาะมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
BGRIM ปลื้มคว้ารางวัล ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ยอดเยี่ยมแห่งปี 2019 ฟุ้งปี 2567 มีกำลังการผลิตรวมถึง 5,000เมก ประกาศเตรียมขยายลงทุนบุกมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ต.ค. 62 &amp;nbsp;-บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ &amp;nbsp;หรือ BGRIM &amp;nbsp;รายงานว่า บริษัท ฟูเยี้ยน ทีทีพีจ็อยสต๊อก คอมพานี ซึ่งเป็นบริษัทย่อย และเป็น ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ยอดเยี่ยมแห่งปี &amp;nbsp;2562 &amp;nbsp;จาก International Finance ในสาขา Utility / Energy จัดขึ้นโดยนิตยสารธุรกิจและการเงินระดับพรีเมียม &amp;ldquo;International Finance&amp;rdquo;ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้รางวัลแก่ บริษัทที่ริเริ่มดำเนินงานด้วยความเชี่ยวชาญและล้ำสมัย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม บี.กริม เพาเวอร์ &amp;nbsp;ถือเป็นบริษัทเอกชนจากประเทศไทยเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัลสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา โครงการหลายโครงการของ BGRIM รวมถึงผู้บริหารได้รับรางวัลจากหลากสถาบัน ถือเป็นเครื่องการันตีความสามารถและศักยภาพด้านการดำเนินธุรกิจพลังงานได้อย่างดี ดังนั้นทาง BGRIM จะเดินหน้าพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567 &amp;nbsp;จากที่ปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตรวมจากโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา 3,245 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์Phu Yen TTP ตั้งอยู่ในจังหวัดฟูเยี่ยน ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีกำลังการผลิต 257 เมกะวัตต์ เปิดจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ให้แก่ Electricity of Vietnam (EVN) แล้วเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ทั้งเริ่มรับรู้รายได้แล้วภายใต้สัญญาการรับซื้อไฟฟ้าในอัตรา Feed-in-Tariff (FiT) 9.35 เซ็นดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในนอนาคต BGRIM ยังมีแผนลงทุนในโครงการใหม่ ซึ่งปัจจุบันที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษา เช่น Wind / Solar เวียดนาม, Solar มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา รวมกันประมาณ 300-400 เมกะวัตต์ ที่คาดว่าน่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47758</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.บี.กริม เพาเวอร์, บริษัท ฟูเยี้ยน ทีทีพีจ็อยสต๊อก คอมพานี, พลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9ee08220f93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
