<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>15 ก.พ.นี้ บีทีเอสแจ้งผู้ใช้บัตรแรบบิทลงทะเบียนแสดงตัวตน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.62-นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ถือบัตรแรบบิทขอให้มาลงทะเบียน แสดงตัวตน (Know Your Customer หรือ KYC) อันเนื่องมาจากบัตรแรบบิทเข้าข่ายเป็นการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กำหนดให้จำเป็นต้องแสดงตัวตน โดยการลงทะเบียนด้วยข้อมูลที่กำหนดไว้ตามพรบ.ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 บริษัทฯ ขอความร่วมมือผู้โดยสารให้นำบัตรแรบบิทพร้อมบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง กรณีชาวต่างชาติ ไปลงทะเบียนด้วยตนเอง เมื่อทำการซื้อ เติมมูลค่าเงิน หรือเติมเที่ยวเดินทางรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ห้องจำหน่ายตั๋วรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที ทุกสถานี หรือศูนย์บริการแรบบิท ที่สถานีสยาม โดยหลังจากลงทะเบียนบัตรแรบบิทแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผู้โดยสารจะได้รับประโยชน์ โดยในกรณีบัตรแรบบิทสูญหาย จะสามารถแจ้งระงับการใช้งานบัตร และสามารถขอคืนมูลค่าเงินและเที่ยวเดินทางรถไฟฟ้าบีทีเอสที่คงเหลือในบัตรได้ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นทะเบียน, บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ, บัตรแรบบิทขอให้มาลงทะเบียน แสดงตัวตน (Know Your Customer หรือ KYC), สุรพงษ์  เลาหะอัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190204/image_big_5c57f5a9ab2c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีทีเอสเร่งเพิ่มตู้รับธนบัตร 52 ตู้ หลังถูกบ่นหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
บีทีเอส แจง เตรียมติดตั้งตู้จำหน่ายตั๋วด้วยธนบัตรเพิ่ม 52 ตู้ภายในเดือน ธ.ค.นี้ หลังโชเชียล แฉเปลี่ยนตู้ซื้อตั๋วหยอดเหรียญ แต่ไม่มีช่องใส่ธนบัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส) เปิดเผยถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับเครื่องจำหน่ายตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่มีลักษณะรูปร่างหน้าตาแบบใหม่ มีหน้าจอสัมผัส และสามารถหยอดเหรียญ 2 บาทได้ แต่ไม่มีช่องใส่ธนบัตร ว่าตู้ดังกล่าวเป็นจำหน่ายตั๋วเก่าที่นำมาปรับปรุงใหม่ ส่วนตู้ใส่ธนบัตรก็ยังมีให้บริการอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ บีทีเอสมีแผนจะเปลี่ยนตู้ขายตั๋วให้เป็นแบบทัชสกรีนทั้งหมด เพื่อรองรับรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ ๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้จะอำนวยความสะดวกและรวดเร็วในการซื้อตั๋วสำหรับผู้โดยสารด้วยการเพิ่มตู้รับธนบัตรอีก 52 ตู้ ภายในเดือนธันวาคม นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบัน บีทีเอส มีตู้จำหน่ายตั๋วจำนวนกว่า 200 ตู้กระจายตามสถานีต่างๆ และจะติดตั้งครบทั้งหมดภายในปีนี้ เนื่องจากปัจจุบันไทยยังซื้อตั๋วด้วยการหยอดเหรียญถึง 30% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ เพราะยังขาดความเชื่อมโยงของเส้นทางโดยสาร ทั้งนี้ตั้งเป้าจะลดผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วด้วยการหยอดเหรียญให้เหลือไม่เกิน 20% ภายใน 5 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17218</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตู้ซื้อตั๋ว, ตู้หยอดเหรียญ, บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ, บีทีเอส, สุรพงษ์ เลาหะอัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0f51efe0e21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
