<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพร.การันตีไม่มีการยกประโยชน์แลกถอนฟ้องคดีเหมืองทองอัครา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.2564 นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) เปิดเผยว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2564 ว่ารัฐบาลเชื่อว่าจะแพ้คดีอนุญาโตตุลาการจึงมีการเจรจากับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) โดยรัฐบาลเจรจายกประโยชน์หรือทรัพยากรของประเทศให้แก่บริษัท คิงส์เกตฯ เพื่อแลกกับการถอนฟ้องคดี จะเห็นได้จากการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำให้แก่บริษัท อัคราฯ ไปแล้วราว 4 แสนไร่ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำเหมืองแร่ทองคำทั้ง ๆ ที่รัฐบาลเคยระบุว่าเป็นเหตุผลในการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ระงับการทำเหมืองแร่ทองคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอยืนยันว่าการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นกระบวนการปกติ ซึ่งได้ถูกระบุไว้ทั้งในข้อตกลงการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ รวมถึงกระบวนการยุติธรรมของไทย ดังนั้น การที่ทั้งสองฝ่ายจะเข้าสู่กระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างกันมิได้หมายความว่า รัฐบาลเชื่อว่าจะแพ้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการแต่อย่างใด ส่วนการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำของบริษัท อัคราฯ จำนวน 44 แปลง เนื้อที่ประมาณ 397,000 ไร่ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นการอนุญาตตามคำขอเดิมที่บริษัท อัคราฯ ได้ยื่นไว้ตั้งแต่ปี 2546 และ 2548 ซึ่งอดีตที่ผ่านมายังไม่ได้ดำเนินการพิจารณาคำขอ เนื่องจากมีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้ชะลอการอนุญาตไว้ก่อนจนกว่าจะมีการกำหนดนโยบายทองคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ต่อมาคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.) มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถพิจารณาอนุญาตได้ภายใต้พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และกรอบนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทองคำ พ.ศ. 2560 ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงสามารถที่จะยื่นคำขอเข้าสู่การพิจารณาตามมติของ คนร. ได้เมื่อได้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและกรอบนโยบายฯ อย่างครบถ้วน การอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษเป็นการอนุญาตให้ทำการสำรวจแร่ รัฐไม่มีข้อผูกพันว่าจะต้องอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ต่อไป ดังนั้น จึงไม่ได้เป็นการยกประโยชน์หรือทรัพยากรของแผ่นดินเพื่อแลกกับการถอนฟ้องคดีอนุญาโตตุลาการตามที่ผู้อภิปรายกล่าวอ้างแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ การที่บริษัท คิงส์เกตฯ ได้เปิดเผยว่าได้รับอนุญาตให้จำหน่ายผงทอง ซึ่งเป็นทรัพย์สินของบริษัท อัคราฯ นั้น ก็เป็นการดำเนินการโดยทั่วไปของบริษัทเอกชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่จะต้องให้ข้อมูลความคืบหน้าการดำเนินการต่าง ๆ ของบริษัทให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบ&amp;quot;นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93876</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.), บมจ.อัครา รีซอร์สเซส, วิษณุ ทับเที่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_603394dd0f07a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทย – คิงส์เกต เปิดศึกเข้าอนุญาโตตุลาการฟ้องเหมืองอัครานอก ลุ้นจบนอกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ. 2563 รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม นำทีมโดยนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 3 ก.พ.นี้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลากร กรณีบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ประเทศออสเตรเลีย บริษัทแม่ของบมจ.อัครา รีซอร์สเซส ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรี ในพื้นที่รอยต่อจ.พิจิตร จ.พิษณุโลก และจ.เพชรบูรณ์ ฟ้องร้องรัฐบาลไทย กรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 &amp;nbsp;สั่งระงับการประกอบการกิจการเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ ทำให้เหมืองแร่ทองคำชาตรี ต้องระงับการประกอบกิจการไปตั้งแต่ปี 60 ซึ่งการเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เข้าสู่อนุญาโตตุลาการ คาดว่า เป็นการไต่สวนรายละเอียดข้อมูลหลักฐานของแต่ละฝ่ายว่าเป็นอย่างไร ยังไม่ใช่กระบวนการชี้ขาดตัดสินว่า ใครผิดใครถูก ฝ่ายไหนจะต้องชดเชยเท่าไร จะต้องใช้ระยะเวลา คาดว่า ใช้เวลาตัดสินในช่วงปลายปี 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ตามกระบวนการของคณะอนุญาโตตุลาการ ก็ต้องดำเนินตามกระบวนการต่อไป ยังต้องใช้ระยะเวลาในการไต่สวนอีกหลายเดือน ซึ่งที่ผ่านมากรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ก็ได้ทำทุกอย่างอย่างรัดกุม ยื่นเอกสารหลักฐานต่างๆ ไปแล้ว ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ก็ได้กำชับคณะทำงาน ให้ทำทุกอย่างให้เต็มที่ ให้กระทบกับประเทศชาติน้อยที่สุด และประชาชนในพื้นที่ต้องไม่เดือดร้อนด้วย&amp;rdquo;รายงานข่าวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีกระแสข่าวนักลงทุนไทย ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงานรายหนึ่ง สนใจที่จะซื้อกิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรี ประเด็นนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการเจรจาของทั้ง 2 ฝ่ายว่า ตกลงกันได้หรือไม่ อาจอยู่ในรูปแบบขายขาด หรือดึงเป็นผู้ร่วมทุนร่วมกันก็ต้องติดตามต่อไป แต่ในนามกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องเดินหน้าเข้าสู่คณะอนุญาโตตุลาการตามระบบ หากทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาตกลงกันได้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะต่อไปอาจขอถอนฟ้อง มาตกลงกันนอกรอบได้ แต่เชื่อว่า นักลงทุนไทย ที่จะเข้ามาซื้อกิจการ ก็ต้องรอดูแนวโน้มผลการพิจารณาของคณะอนุญาโตฯ ด้วยว่า มีแนวโน้มอย่างไร เพื่อพิจารณาการลงทุนได้ถูก โดยกพร.ยืนยันว่า หากผู้ประกอบการรายใด สนใจเข้ามายื่นขอขอประกอบกิจการ สามารถดำเนการได้ ตามพ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ ที่จะเข้มงวดในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถ้าได้รับอนุญาตก็สามารถประกอบกิจการต่อได้ทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดดเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทแม่ของบมจ.อัครา รีซอร์สเซส กล่าวว่า บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นในพยานหลักฐาน ที่ได้ฟ้องร้องรัฐบาลไทย เนื่องจากการใช้คำสั่งมาตรา 44 ให้ระงับการดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลีย จึงใช้สิทธิฟ้องร้องดังกล่าวต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ และจะมีการพิจารณาคดีให้ปากคำในวันวันที่ 3 &amp;ndash; 12 ก.พ.นี้ ที่ประเทศสิงคโปร์ ต่างๆ ซึ่งบริษัทฯ ยืนยันว่า ยังยินดีเจรจาหาทางออกร่วมกันกับรัฐบาลไทย ทั้งก่อนและหลังการอนุญาโตตุลาการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่ายร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาทางบมจ.อัครา รีซอร์สเซส ได้ประเมินตัวเลขความเสียโอกาสของเหมืองอัครา โดยวัดจากปริมาณสำรองแร่ทอง 8.9 แสนออนซ์ คิดเป็นวงเงินปริมาณ 37,020 ล้านบาท และเงิน 8.3 ล้านออนซ์ คิดเป็นวงเงินประมาณ 3,984 ล้านบาท ซึ่งสามารถผลิตได้ในช่วง 8-10 ปีข้างหน้า รวมมูลค่าทั้งสิ้น 41,004 ล้านบาท &amp;nbsp;แต่ไม่ได้เป็นตัวเลขที่จะมีการฟ้องร้องรัฐบาลแต่อย่างใด เป็นการชี้ให้เห็นว่า บมจ.อัคราฯ ยังมั่นใจว่า พื้นที่นี้ยังมีแร่ทองคำเหลือยู่ที่ยังไม่ขุดขึ้นมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56121</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการอนุญาโตตุลากร, บมจ.อัครา รีซอร์สเซส, บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190612/image_big_5d0060114f44d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
