<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เวิร์คพ้อยท์ฯ&#039;ร่อนจดหมายชี้แจงล็อกดาวน์สถานี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากมีข่าวออกมาว่าล่าสุดมีสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง มีพนักงานติดโควิด-19 เป็นจำนวนมาก โดยการแพร่ระบาดเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 50 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งพอมีข่าวแพร่สะพัดออกไปก็มีการคาดเดาต่างๆ นานา ว่าสถานีโทรทัศน์ที่เป็นต้นตอข่าวคือที่ไหน และหนึ่งแห่งที่ถูกชาวเน็ตคาดเดาคือบริษัท เวิร์คพอยท์ฯ ซึ่งทางสถานีโทรทัศน์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจออกจดหมายร่อนชี้แจงว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์ทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ขอประกาศถึงมาตรการป้องกัน COVID-19 ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงแพร่กระจายเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ทางบริษัทฯ ขอแจ้งปิดสตูดิโอและส่วนออฟฟิศ ตั้งแต่วันที่ 10-20 มิถุนายน 2564 เป็นระยะเวลาจำนวน 11 วัน เพื่อทำความสะอาดและพ่นยา ฆ่าเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเรียนมาเพื่อทราบ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) 9 มิถุนายน 2564&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106556</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดโควิด, บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์, ร่อนจดหมายชี้แจง, สถานีโทรทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c98d3986abe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่แคร์ถูกมองบ้า! &#039;หนึ่ง บางปู&#039;ซื้อควายมาดูเล่นกว่า 100 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกตัวว่าเป็นคนที่ชอบเลี้ยงควายมาก และเคยซื้อมาดูเล่นราคาตัวเป็นล้านจนถูกมองว่าบ้ามาแล้ว สำหรับ หนึ่ง บางปู ดาราสาวจากรายการก่อนบ่ายคลายเครียด ทางช่องเวิร์คพอยท์ ที่รวยระดับเศรษฐีพันล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และล่าสุดก็เกิดกระแสอีกรอบเมื่อเจ้าตัวได้ไลฟ์สด โชว์ฝูงควาย ทั้งในคอกและที่นอนกลิ้งเล่นอยู่ในหนองน้ำ บนเนื้อที่กว่า 75 ไร่ ที่ อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี รวมแล้ว100 กว่าตัว นับเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ซึ่งควายบางตัวมีลักษณะพิเศษ ราคาสูงถึง 8 หลัก บางตัวเป็นควายประกวดที่คว้ารางวัลระดับประเทศมาแล้ว บางตัวเป็นควายเผือกสีผิวขาวอมชมพูที่สวยงามมาก ซึ่งเจ้าตัวตั้งใจจะเลี้ยงไว้ดูเล่นให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้เห็น เพราะในปัจจุบันถือว่าควายนั้นเริ่มกลายเป็นสัตว์หายากไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85213</URL_LINK>
                <HASHTAG>100 ล้าน, ก่อนบ่ายคลายเครียด, ควาย, บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์, หนึ่ง บางปู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc0a3655a694.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวิร์คพอยท์  จับมือ BNK48 ตั้งบ.ย่อยผลิตรายการ-จัดอีเว้นท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;WORK ร่วมลงทุนกับ BNK48 ตั้งบริษัทย่อย ลุยต่อยอดธุรกิจ ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท แบ่งถือหุ้น50%เน้นผลิตรายการ จัดงานอีเว้นท์ และคอนเสิร์ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย. 61 - รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า นายสุรการ ศิริโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) แจ้งว่า บริษัทร่วมลงทุนในบริษัทที่จัดตั้งใหม่ ชื่อ บริษัท บีเอ็นเค โปรดักชั่น จำกัด ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท คิดเป็น 40,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 100 บาท แบ่งเป็น WORK ถือหุ้น 20,000 หุ้น หรือ 50% ส่วนบริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ จำกัด ถือหุ้น 19,999 หุ้น หรือ 49.99% และนายจิรัฐ บวรวัฒนะ ถือหุ้น 1 หุ้น หรือ 0.01%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตรายการโทรทัศน์ เพื่อออกอากาศออนไลน์ จัดงานอีเว้นท์ และคอนเสิร์ต รวมถึงเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11142</URL_LINK>
                <HASHTAG>BNK48, ตั้งบริษัทย่อย, บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์, บีเอ็นเค โปรดักชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5ade926e23010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 01:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.กินรวบคลื่น! มาตรา44ระงับสรรหากสทช.-อุ้มตามคาดพักหนี้ทีวีดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คสช.จ่อใช้มาตรา 44 อุ้มทีวีดิจิทัล วาง 3 แนวทางช่วยเหลือ ทั้งพักหนี้-โอนใบอนุญาตได้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลบวกยกแผง โบรกฯ คาดช่อง 3 ได้ประโยชน์สูงสุด ขณะที่ &amp;quot;กสทช.&amp;quot; ชุดปัจจุบันยิ้มร่า &amp;nbsp;รักษาการต่อไป หลัง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; งัดมาตรา 44 ระงับการสรรหาชุดใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม คสช.ได้พิจารณาแนวทางความช่วยเหลือกิจการโทรทัศน์ดิจิทัล จากกรณีที่มีผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 13 บริษัท จาก 22 บริษัท ส่งหนังสือร้องเรียนมายัง คสช.และ กสทช. เพื่อขอให้ออกมาตรการความช่วยเหลือจากการประกอบกิจการ ประกอบด้วย บางกอกมีเดีย, ไทยรัฐทีวี, อัมรินทร์ ทีวี, จีเอ็มเอ็มแกรมมี่, เนชั่นทีวี, วอยซ์ทีวี, เดลินิวส์, ทีเอ็นเอ็น 24 และสปริงนิวส์ จำนวน 13 บริษัท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บีบีอีซี 3 ช่อง, อสมท 2 ช่อง, อาร์เอส, โมโน, ช่อง 7 และเวิร์คพอยท์ ไม่ได้ร้องขอเข้ามา ซึ่งการชำระค่างวดที่เหลือ 5 งวด เป็นมาตรการให้ขยายเวลาชำระก่อนหน้านี้ คือปี 2561-2565 เพื่อให้มีสภาพคล่องต่อการทำธุรกิจ แต่ 2561 ผู้ประกอบการยังประสบปัญหาไม่มีงบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ที่ประชุม คสช.ได้สรุปแนวทางเป็นมาตรการความช่วยเหลือเบื้องต้น 3 แนวทาง ประกอบด้วยดังนี้ 1.อนุญาตให้พักการชำระค่างวดได้ 3 งวด จาก 5 งวดที่เหลือ ในปี 2561-2565 แต่จะต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 1.5 ในระหว่างพักการชำระหนี้ 2.กรณีการเช่าโครงข่ายจากระบบอนาล็อกเป็นดิจิทัลนั้น ที่ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ 3 ราย ประกอบด้วย ไทยทีพีบีเอส, อสมท และช่อง 5 โดย กสทช.จะให้การช่วยเหลือคือ จ่ายเงินให้ครึ่งหนึ่ง เป็นระยะเวลา 2 ปี และ 3.อนุญาตให้สามารถโอนใบอนุญาตต่อได้ โดยมาตรการช่วยเหลือเหล่านี้จะมีการออกเป็นคำสั่ง คสช.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า จากข้อร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่ผ่านการสรรหาเพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติไม่คัดเลือกและส่งเรื่องกลับไปยังคณะกรรมการสรรหา โดยต้องสรรหาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ สนช.มีมติ โดย คสช.เห็นว่ายังมีปัญหาและไม่แน่ใจวันข้างหน้าจะมีปัญหาอีกหรือไม่ ที่ประชุม คสช.จึงมีมติเห็นชอบอาศัยอำนาจมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 เตรียมออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ให้ยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเป็น กสทช.ไว้ก่อน จนกว่าหัวหน้า คสช.มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า พร้อมให้ กสทช.ชุดปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และในระหว่างนี้ หากมี กสทช.คนหนึ่งคนใดต้องพ้นจากตำแหน่ง ไม่ว่าเหตุใดก็ตาม ให้ กสทช.ที่เหลือปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าหัวหน้า คสช.มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และหลังจากนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้ว และที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าเพื่อที่ให้จะให้กระบวนการสรรหาและคัดเลือกกลับมาอีกครั้ง เมื่อได้วิธีการแก้ปัญหาให้แจ้งคสช. โดยระหว่าง 1-2 วันนี้ จะมีการออกคำสั่งดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐ มนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า ที่ประชุม คสช.ได้มีการหารือพูดคุยกันว่าจะมีมาตรการที่เหมาะสมออกมาในเรื่องทีวีดิจิทัล และต้องแยกออกจากปัญหาคลื่นความถี่ ซึ่งต้องดูบริบทที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความเดือดร้อน ความพร้อม-ไม่พร้อมของระบบ ต้องหาวิธีการแก้ไข รัฐบาลยืนยันอยู่แล้วว่าประเทศชาติต้องไม่เสียผลประโยชน์ แต่ทุกอย่างมีหนทางแก้ไข ถ้าสังคมพยายามจะเข้าใจว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์ให้ใคร แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยมันจะเสียหายหรือเปล่า มันก็มีเหตุผลหลักการด้วยกันทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่า จะหาทางออกให้ดีที่สุด ตอนนี้ยังไม่ออก ม.44 จะมีความชัดเจนเร็วที่สุด ปัญหาที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่ผ่านมาเค้กมีอยู่ก้อนเดียว คนกินเค้กมี 10 คน แต่ตอนนี้มี 20-30 คน แล้วจะพอกินไหม ในเมื่อแหล่งสปอนเซอร์มีอยู่จำนวนเท่าเดิม ภาคธุรกิจก็เห็นใจ แต่ก็คิดอยู่เรื่องคือทุกอย่างเป็นความสมัครใจตั้งแต่ต้น แต่รัฐบาลต้องหามาตรการที่เหมาะสม ไว้ใจกันบ้าง ไม่เอื้ออะไรใครทั้งนั้น ต้องดูเหตุผลและความจำเป็นเสียหายอะไรตรงไหนแล้วแก้ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่มีปัญหาทางด้านการเงินและเรตติ้งต่ำ ทำให้มีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายลง โดยเฉพาะ บมจ.บีอีซี เวิลด์ (BEC) คาดจะได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากมีช่องทีวีในมือ 3 ช่อง นอกจากนี้ บมจ.อสมท (MCOT) และ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) ก็ได้อานิสงส์ด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับราคาหุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลปรับขึ้นยกกระดาน โดย บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) ปิดที่ 67.25 บาท เพิ่มขึ้น 5.75 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 9.35%, บมจ.โมโน เทคโนโลยี (MONO) ปิดที่ 4.22 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 2.93%, &amp;nbsp;บมจ.อาร์เอส ปิดที่ 28.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 2.73%, BEC ปิดที่ 11.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 8.41%, MCOT ปิดที่ 10.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 0.93%, GRAMMY ปิดที่ 9.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 1.67%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(วิป สนช.) กล่าวถึงคลิปเสียงหลุดล้มการสรรหา กสทช.ว่า จากข้อมูลเบื้องต้น คลิปดังกล่าวเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 4, 6, 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่วิป สนช. ประชุมเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ดังนั้นจึงไม่ใช่คลิปในที่ประชุมวิป สนช.แน่นอน เรารู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถเดินหน้าประชุมเรื่องดังกล่าวได้ เพราะผู้สมัครใน 7 ด้านมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติและจริยธรรม ทำให้ทุกด้านเหลือผู้สมัครเพียง 1 คน ในขณะที่กฎหมายกำหนดให้สนช.เลือก 1 จาก 2 คนของทุกด้าน ดังนั้น เมื่อมีคนที่ตกคุณสมบัติ เท่ากับบังคับให้ สนช.เลือกจาก 1 คน ซึ่งเราเลือกไม่ได้ เพราะจะเป็นการทำผิดกฎหมาย จึงไม่มีความจำเป็นตามที่ระบุในคลิปว่านายกรัฐมนตรีสั่งการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจตน์กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ขาดคุณสมบัติมี 6 ราย จาก 6 ด้าน ซึ่งทำงานกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม อีกทั้งลาออกไม่ถึง 1 ปี อีกทั้งบริษัทต่างๆ เหล่านี้จดบริคณห์สนธิไว้ เรื่องการทำธุรกิจเกี่ยวกับวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม ซึ่งเป็นการจดเผื่อไว้ แต่ศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยไว้ว่าถ้าจดไว้ถือว่ามีคุณสมบัติ จึงเท่ากับขัดที่จะเป็นคุณสมบัติ กสทช. ขณะที่ผู้สมัครอีก 2 คน มีปัญหาเรื่องจริยธรรม อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครทุกคนที่ไม่ผ่านการสรรหาครั้งนี้ยังคงมีสิทธิ์สมัครรอบใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2561 เรื่องการยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งระบุว่า ตามที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ ตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม รวมทั้งวิธีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคล เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว แต่โดยที่ปรากฏว่าได้เกิดสภาพปัญหาในทางปฏิบัติเป็นอย่างมาก ทำให้การสรรหาและคัดเลือกบุคคลไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้ผู้ได้รับการสรรหา และคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบกับปรากฏข้อร้องเรียนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ผ่านการสรรหา เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จึงเป็นการสมควรที่จะต้องระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกไว้ก่อน เพื่อให้มีการพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบและเหมาะสม เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลที่มีคุณสมบัติและมีความสามารถที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การปฏิรูปการกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 1 ให้ยกเลิกกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง &amp;nbsp; กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และให้ระงับการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติไว้ก่อน จนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 2 ให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ยังคงดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่จำเป็นไปพลางก่อนต่อไป ตามที่กำหนดในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ในระหว่างนี้หากกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติพ้นจากตำแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ จนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 3 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้ผู้ได้รับการสรรหาและคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่และดำเนินการให้มีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งดังกล่าวโดยเร็วต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 4 ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 5 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7795</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์, บิ๊กตู่, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาตรา 44, ราคาหุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัล, อุ้มทีวีดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf41ad66f80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
