<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NT จับมือ GBDi เปิดตัวระบบ Health Link  วางเป้าเชื่อมข้อมูลประวัติการรักษาจากโรงพยาบาล 100 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2564 ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจดิจิทัล &amp;nbsp;บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT &amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวว่า NT ได้ร่วมกับ GBDi &amp;nbsp;โดยการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลประวัติการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;Health Link&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยรวบรวมข้อมูลประวัติการรักษาของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ มาจัดเก็บด้วยมาตรฐานเดียวกันบนระบบคลาวด์ของ NT ทำให้โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าถึงข้อมูลประวัติการรักษาของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลอื่น ๆ ได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบ Health Link จะช่วยอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในการย้ายโรงพยาบาลหรือกรณีผู้ป่วยฉุกเฉิน ช่วยให้แพทย์ในโรงพยาบาลใหม่สามารถเรียกดูประวัติการรักษาของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเดิมที่อยู่ในโครงการได้ทันที เพื่อการรักษาที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;โดยในเฟสแรก Health Link มีเป้าหมายเชื่อมโยงข้อมูลโรงพยาบาล 100 แห่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วงกต กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบ Health Link &amp;nbsp;ได้รับการพัฒนาอยู่บนคลาวด์ของ NT ซึ่งได้มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย ISO 27001 และ CSA STAR &amp;nbsp;เนื่องจากข้อมูลสุขภาพและประวัติการรักษาเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องมีระบบการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล &amp;nbsp;ระบบ Health Link จึงใช้มาตรฐาน Fast Healthcare Interoperability Resources (FHIR) ซึ่งเป็นมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสุขภาพที่กำหนดโดยองค์กร Health Level Seven (HL7) International ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก การเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบ Health Link จะเกิดก็ต่อเมื่อผู้สนใจสมัครใช้งานและยินยอมให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลประวัติการรักษาของตนเองเข้าระบบเท่านั้น &amp;nbsp; โดยข้อมูลจะมีการเข้ารหัสในการจัดเก็บเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล และผู้ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จะต้องเป็นแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภาและปฏิบัติงานในโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น &amp;nbsp;อีกทั้ง Health Link ยังรองรับการตรวจสอบย้อนหลังการใช้งานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนระบบ ประชาชนและโรงพยาบาลที่ร่วมโครงการจึงสามารถเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลของระบบได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบัน GBDi &amp;nbsp;กล่าวว่า การพัฒนาระบบเชื่อมโยงสุขภาพในระดับประเทศที่ผ่านมาเกิดได้ยาก โดยโจทย์สำคัญคือการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโรงพยาบาล &amp;nbsp;ที่ผ่านมาโรงพยาบาลต่างมีระบบเก็บข้อมูลผู้ป่วยของตัวเองหลากหลายรูปแบบที่แตกต่าง &amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนหรือส่งต่อข้อมูลมีขั้นตอนซับซ้อนและใช้เวลา เป็นอุปสรรคต่อการรักษาผู้ป่วยข้ามโรงพยาบาล เคสฉุกเฉินหรือการส่งผู้ป่วยข้ามจังหวัด ทำให้การรักษาล่าช้าและประชาชนไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร &amp;nbsp; ระบบ Health Link ที่ออกแบบรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่ของโรงพยาบาลทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ &amp;nbsp;จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนามาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสุขภาพของประเทศไทยให้มีมาตรฐานในระดับสากล &amp;nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านข้อมูลสุขภาพของประเทศในภาพรวม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ผู้สนใจใช้บริการ Health Link ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถสมัครใช้บริการ ผ่านทางแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; เลือกเมนู &amp;ldquo;กระเป๋าสุขภาพ&amp;rdquo; กดเลือก &amp;ldquo;Health link&amp;rdquo; &amp;nbsp;ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.healthlink.go.th/patientinstruction&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117660</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ, ระบบ Health Link, สถาบัน GBDi, เชื่อมข้อมูลการรักษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c6d52a68bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เตรียมตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีน &#039;ซิโนฟาร์ม&#039; ให้ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ 25 มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันศุกร์ที่ 25 มิ.ย. เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์มราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะเปิดให้บริการเป็นวันแรกในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ สำหรับการฉีดวัคซีนพระราชทานในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อยและชุมชนโดยรอบจำนวน 6,400 ราย เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมมายุ ครบ 64 พรรษา 4 กรกฎาคม 2564 โดยศาสตราจารย์นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะให้การต้อนรับนายกฯและคณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์รับวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม ล็อตแรก 1 ล้านโดส จากประเทศจีนและดำเนินการส่งตรวจสอบคุณภาพโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนกระจายสู่โรงพยาบาลต่างๆ ที่รับฉีดให้กับองค์กรที่ได้รับจัดสรรวัคซีน เริ่มฉีดพร้อมกัน วันที่ 25 มิ.ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107481</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, วัคซีนซิโนฟาร์ม, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf24871a544.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอสเคาะรวบกิจการ TOT และ CAT ลงตัวจดตั้งบริษัทใหม่ 7 ม.ค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในการดำเนินการควบรวมกิจการระหว่าง บมจ.ทีโอที (TOT) และ บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) เป็น บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (National Telecom Public Company Limited :NT) โดย มีกำหนดวันจดทะเบียนในวันที่ 7 มกราคม 2564 ซึ่งภายหลังการควบรวมสำเร็จ จะส่งผลให้ NT มีโครงสร้างพื้นฐานครบวงจรมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการควบรวมกิจการในครั้งนี้จะส่งผลทำให้ NT มีโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด มีคลื่นความถี่โทรศัพท์ครบทุกระยะ และคุณภาพการใช้งานที่ดีที่สุด ทำให้มีศักยภาพและขีดความสามารถในการให้บริการ ทั้งลูกค้าภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกพื้นที่สำหรับลูกค้าภาครัฐจะได้รับบริการโครงข่ายที่มี ความแข็งแกร่งเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการพัฒนา ประเทศเพื่อเข้าสู่ Thailand 4.0 และยังสามารถช่วยส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าเอกชนทั้งรายใหญ่และ SME ส่วน ประชาชนทั่วไปจะได้รับ บริการโทรคมนาคมที่ครอบ คลุมทุกพื้นที่ในประเทศเพื่อเข้าถึงโลกดิจิทัล ซึ่งหลังการควบรวม NT จะมีทรัพยากรโครงข่ายที่เพียบพร้อมสำหรับนำไปต่อยอดมีเสาโทรคมนาคม เคเบิลใต้น้ำ คลื่นความถี่ ท่อร้อยสายใต้ดิน, Fiber Optic, Data center และระบบโทรศัพท์ที่มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;NT จะกลายเป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่มีศักยภาพในการให้บริการโดยเฉพาะเรื่อง 5G และดาวเทียม ทั้งการ นำเอาดิจิทัลมาให้บริการภาคการสาธารณสุข การ เกษตร และคมนาคม โดย NT จะเป็นผู้รวบรวมบิ๊ก ดาต้าผ่าน 5G ที่ประมูลได้ ซึ่งจะเริ่มนำมาให้บริการ ภาคสังคมอย่างมีประสิทธิ ภาพ ลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อนกัน เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87305</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT), บมจ.ทีโอที (TOT), บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201219/image_big_5fdd69b2f045f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
