<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ๋ง! คนหาปลาหลายจังหวัดภาคใต้-ประจวบฯ ช่วยหาวัตถุดิบส่ง รพ.สนาม-ครัวกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.64 - นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย เปิดเผยว่าได้ชักชวนคนหาปลาทั้งประมงพื้นบ้านและคนตกปลาในหลายจังหวัดที่ติดทะเล ร่วมกันหาปลาเพื่อนำไปช่วยเหลือโรงพยาบาล(รพ.)สนามและครัวกลางที่รองรับผู้ติดเชื้อโควิด เนื่องจากได้ยินเสียงบ่นทั้งจากหมอและพยาบาลที่กำลังทำงานหนักติดต่อกันมานานหลายเดือนรวมทั้งผู้ป่วยว่ากินแต่ข้าวกล่อง ขณะเดียวกันปัจจุบันราคาอาหารทะเลกำลังตกเนื่องจากชาวประมงขนาดเล็กไม่มีตลาดขายเพราะในหลายพื้นที่ถูกปิดตามมาตรการป้องกันโควิด ดังนั้นหลายคนจึงอยากหาปลาสดไปช่วย รพ.สนาม และครัวกลาง โดยจังหวัดที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ประกอบด้วยชาวประมงและนักตกปลาในจังหวัดสงขลา สตูล นครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ปริมาณปลาทะเลมีเยอะ ส่วนหนึ่งเพราะมาตรการต่างๆที่เข้มงวดขึ้น แต่ตลาดปลาก็ปิดเยอะ ทำให้ชาวบ้านต้องตระเวนขายตามหมู่บ้าน หาตลาดไม่ได้ เช่น ที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดชายแดนใต้ จะส่งไปประเทศมาเลเซียก็ไม่ได้ ดังนั้นเราจึงอยากเอาปลาที่หาได้ไปช่วยเหลือในจังหวัดนั้นๆ&amp;rdquo;นายบรรจง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในหลายจังหวัดในภาคอื่นๆที่ไม่ได้ติดทะเลมีโอกาสจะได้กินอาหารทะเลส่วนนี้บ้างหรือไม่ นายบรรจงกล่าวว่า จริงๆแล้วชาวประมงก็อยากนำปลาไปช่วยเหลือแต่ติดขัดเรื่องกระบวนการจัดส่งของสดเพราะไม่มีบริษัทรับส่งสินค้าใดรับจ้างส่งให้ แต่หากจะส่งเองก็ต้องใช้ต้นทุนสูงมาก ที่ผ่านมาสมาคมฯก็ได้ส่งปลาแห้งไปช่วยชาวบ้านในเครือข่ายสลัม 4 ภาคที่กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรียง สีแก้ว เครือข่ายประมงพื้นบ้านนครศรีธรรมราชกล่าวว่า วิกฤตโควิดในภาคใต้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เราให้น้ำหนักหนักในการช่วยเหลือกับ รพ.สนาม เนื่องจากเราทำงานด้านประมงจึงได้นัดกันตกเบ็ดและวางอวน เพื่อเอาปลาไปช่วยเหลือ รพ.สนามโดยนัดหมายกันในวันที่ 13 เริ่มรวมตัวกันแต่ละพื้นที่ตั้งแต่เวลา 16.00 น.และจะมีการถ่ายทอดสดจากพื้นที่ต่างๆร่วมกันทางเพจสมาคมรักษ์ทะเลไทย หลังจากนั้นจะตกปลาและหาปลากันทั้งคืน และจะกลับเข้าฝั่งเช้าวันที่ 14 เพื่อส่งปลาไปครัวกลางและ รพ.สนามของจังหวัดนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอยากชักชวนผู้คนในสังคม สถานการณ์ขณะนี้ใครทำอะไรได้ก็ให้รีบทำ เพื่อช่วยเพื่อน ตามพื้นที่กักตัวต่างๆ เราอยากเห็นสังคมช่วยเหลือกันในยามวิกฤต อยากบอกให้ทุกคนรู้ว่า การอนุรักษ์ทำให้ทะเลมีความอุดมสมบูรณ์และพร้อมรองรับในยามวิกฤต ตอนนี้ทะเลไทยดีขึ้นเยอะโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการอนุรักษ์ เช่น หยุดหาปลาในฤดูวางไข่ การทำบ้านปลา การทำปะการังเทียม รวมถึงการรณรงค์ไม่ให้ใช้เครื่องมือผิดกฎหมายหรือเครื่องมือทำลายล้าง&amp;rdquo;นายเรียงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรียง กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นงานอาสาสมัครและเป็นการจุดประกายขึ้นก่อนเพื่อให้สังคมได้ตื่นรู้ จริงๆมีบริบทอื่นๆ เช่น ชาวสวนเอาผลไม้มาช่วยเหลือ โดยในใจลึกๆแล้วอยากให้มีเรื่องราวดีๆในสังคมบ้างท่ามกลางสนามย่ำแย่ อยากให้มีการแบ่งปันกัน โดยครั้งหน้าอาจมัการขยับขยายมากขึ้นเป็น 15-16 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113125</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักตกปลา, บรรจง นะแส, ประมงพื้นบ้าน, รพ.สนาม, สมาคมรักษ์ทะเลไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_61152ce02897c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บรรจง นะแส&#039;ข้องใจรมต.เกษตรฯละเว้นหน้าที่ ยันม.57หยุดการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64 - นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายๆท่านถามมาเรื่องม.57ว่าจะหยุดการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนได้อย่างไร???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรก.ประมง2558 ที่จะหยุดการทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อนได้ระดับหนึ่ง แต่ทำไม7ปีกว่าที่ออกมา ท่านรัฐมนตรีเกษตรฯถึงไม่ทำอะไร??? เอาม.57ของจริงมาให้ท่านๆได้อ่านกันและข้อสังเกตของผมมีดังนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ในขั้นต้นต้องให้เครดิตท่านผู้ยกร่างมาตรานี้ว่ามองเห็นปัญหาว่าสาเหตุของความเสื่อมลงของทรัพยากรสัตว์น้ำในประเทศไทย เพราะมีการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนมีอยู่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ระยะเวลา7ปีกว่ามีคำถามว่าทำไมท่านรัฐมนตรีเกษตรฯถึงไม่ออกข้อกำหนดออกมาบังคับใช้ทั้งๆที่พรก.ให้อำนาจไว้ชัดเจน..อาจจะเป็นเพราะ
-เครื่องมือทำการประมงในประเทศเรามีหลากหลาย ทุกเครื่องมือมักมีสัตว์น้ำขนาดเล็กติดมาด้วย คือถ้าตีความแบบ&amp;quot;เถรตรง&amp;quot;ติดมาตัวเดียวก็ผิด
-สัตว์น้ำขนาดเล็กหรือสัตว์น้ำวัยอ่อนที่ขึ้นมาบนฝั่งคงไม่ได้ใส่เครื่องบินมา ลูกปลาทูหรือปลาเล็กๆชนิดต่างถูกจับนำขึ้นเรือมาทั้งนั้น(พรก.นี้ห้ามไว้ชัดเจน) และยังถูกนำขึ้นเรือมาทุกวัน อย่างนี้ถือว่ารัฐมนตรีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ข้าราชการกรมประมงที่มีความรู้ความสามารถมีมากมาย ที่จบมาจากต่างประเทศก็เยอะแยะ(รวมถึงท่านอธิบดี)ทำไมไม่ศึกษาบทเรียนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลที่ดีๆที่ไปพบเห็นไปร่ำเรียนกันมาปรับใช้ มัวแต่กลัวความขัดแย้งจนไร้หลักการ ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังจนพ้นตำแหน่งหน้าที่ตัวเองไปแค่นั้นหรือ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ทางออกน่าจะมีเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมตามเจตนาของพรก.เช่น
-แจงเครื่องมือทำการประมงแต่ละชนิดเช่นอวนปลาทู อวนปู อวนกุ้ง อวนล้อม
&amp;nbsp;เรือปั่นไฟรวมไปถึงอวนลากเดี่ยวลากคู่ฯลฯ แล้วเก็บข้อมูลว่าเครื่องมือแต่ละชนิดติดสัตว์น้ำวัยอ่อนมากี่ชนิดกี่เปอร์เซ็น อยู่ในวิสัยที่ทางวิชาการมองว่าทำลายรุนแรงมากน้อยแค่ไหน
-ทำบัญชีสัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อนที่มีคุณค่าจากมากไปหาน้อยในทะเลไทยทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันเช่นกุ้ง ปู ปลา หอย หมึกชนิดต่างๆ แล้วมาดูว่าเครื่องมือทำการประมงชนิดใดทำลายในสัดส่วนที่สูงมากๆ ก็ออกมาตรการเช่นให้หยุดทำ(อย่างกรณีอวนรุน โพงพาง ไซพับฯลฯ)หรือขยายตาอวน กำหนดเขตในการทำประมงเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สิ่งที่สังคมเห็นชัดๆจะจะ ว่ามีการทำการประมงแบบทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนขนาดเล็กมากๆ บรรทุกลูกกุ้งหอยปูปลาเล็กๆมาเป็นลำๆเรือเช่นอวนลาก เรือปั่นไฟที่ทำลายลูกปลาทูเป็นตันๆนี่แทบจะไม่ต้องทำวิจัยแค่ไปดูด้วยสายตาท่านก็จะตกใจและเห็นว่าควรใช้ม57ออกมาบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.เมื่อท่านอธิบดีกรมประมงและรัฐมนตรีเกษตรฯต่างคิดไม่ออกว่าจะนำวิธีการใดมาให้ม.57มีผลบังคับใช้ ผมขอเสนอให้เรียกประชุมกรรมาธิการหรือผู้ที่มีส่วนร่วมในการออกพรก.ประมงฉบับนี้มาประชุมกัน เพื่อเสนอแนะเพราะจะได้รู้เหตุผลและเจตนารมย์จริงๆของคณะผู้ร่าง จะได้ทราบกันเสียทีว่าพวกท่านร่างมาแต่ฝ่ายปฏิบัติไม่ดำเนินการหรือคิดวิธีไม่ออกพวกท่านจะได้ร่วมคิดทางออกให้เขา
...แต่การที่ท่านรัฐมนตรีไม่คิดทำอะไรเลยเนี่ยหมายความว่ายังไง???...ช่วยตอบสังคมให้เข้าใจหน่อยสิครับท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107823</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรจง นะแส, พ.ร.ก.ประมง 2558, พันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน, สมาคมรักษ์ทะเลไทย, อวนรุน, เครื่องมือทำประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d8659343bc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บรรจง&#039; แฉตัวละครหนุน​นิคม​อุตสาหกรรม​จะ​นะ &#039;พิธา-ก้าวไกล&#039; รุดให้กำลังใจชาวจะนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.63 - นายบรรจง นะแส นักอนุรักษ์และฟื้นฟูทะเลไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เพื่อน​ที่​เป็น​สันติบาลบอกมาว่า ตัวละครที่ซ่อน​ตัวอยู่ในเครือ​ข่าย​สนับสนุน​นิคม​อุตสาหกรรม​จะ​นะ​ คือสว.ที่สร้าง​ท่าเรือส่วนตัวอยู่ใน​พื้นที่​หมู่​ 2 ตำบลนาทับ ขนสินค้า​/ส่งออกโดยไร้การตรวจสอบว่าเอาอะไร​เข้ามา​/เอาอะไร​ออกไป จ่ายไม่อั้น.. เฮ้อประเทศ​ผม​มี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เฟซบุ๊ก พรรคก้าวไกล ได้โพสต์รูปภาพ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมนางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ เดินทางมาให้กำลังใจและรับฟังประชาชนชาวจะนะ จังหวัดสงขลา ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86638</URL_LINK>
                <HASHTAG>จะนะ, บรรจง นะแส, ​นิคม​อุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201212/image_big_5fd42f6295ab9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 07:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นบุกทำเนียบจี้รัฐยกเลิกอุตสาหกรรมจะนะเคารพวิถีชีวิตคนในพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11ธ.ค.63 - นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
คืนนี้ ขอส่งหัวใจไปอยู่กับพี่น้องจะนะ หน้าทำเนียบรัฐบาล
&amp;ndash;--------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมชาวจะนะต้องเข้ายึดพื้นที่หน้าทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-วันนี้ 10 ธันวาคม 2563 เวลา 16:00 น ชาวบ้านจะนะจำนวน 50 คนได้เดินทางเข้าพื้นที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อยืนยันเจตนารมณ์สื่อสารต่อสาธารณะให้ยกเลิกนิคมอุตสาหกรรมจะนะ
-เหตุผลที่ต้องไปหน้าทำเนียบเพราะที่นั่น คือศูนย์กลางอำนาจศักดินาที่อนุมัติโครงการนี้โดยไม่ชอบ โครงการนี้ถูกอนุมัติโดยรัฐบาลเผด็จการคสช มีบิ๊กป้อมเป็นหัวเรือใหญ่ที่ผลักดัน ผนวกกับทุนขุนศึกอย่างเครือ TPI​ ที่ได้บริจาคโต๊ะจีนให้พรรคพลังประชารัฐ 6 ล้านบาทเป็นการต่างตอบแทน​&amp;nbsp; มีการผลักดันโครงการโดยไม่ชอบโดย​ ศอ.บต.​ จนชาวบ้านเอือมระอา​
-การขึ้นกรุงเทพฯครั้งนี้​ ชาวจะนะตั้งใจจะสื่อสารกับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศให้เห็นถึงความไม่ชอบธรรมของระบอบอำนาจนิยมที่เป็นอยู่ ให้เห็นถึงเครือข่ายชนชั้นนำที่มุ่งเขมือบทรัพยากรของชาติโดยไม่เคยเห็นหัวชาวบ้าน และให้คนไทยทุกคนร่วมกันปกป้องแผ่นดินจากระบอบเผด็จการอำนาจนิยมประยุทธ์-ประวิตร​ที่คิดถึงแต่นาฬิการาคาแพง
-เมื่อมีตู้คอนเทนเนอร์และรั้วลวดหนาม กั้นสะพานชมัยมรุเชฐ ชาวบ้านจึงต้องปักหลักอยู่ที่นั่น โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะเข้าสลายกลุ่มชาวบ้านจะนะในครั้งนี้หรือไม่​ และอยากเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนมาเยี่ยมให้กำลังใจกับชาวบ้านจะนะ อย่างต่อเนื่องด้วยครับ
*ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ : นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
----------------------------------------------
แถลงการณ์ เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ฉบับที่ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เรื่อง ยกเลิกโครงการอุตสาหกรรมจะนะ หยุดสืบทอดมรดกอัปยศยุค คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-โครงการ &amp;ldquo;จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&amp;rdquo; คือ มรดกตกทอดจากยุค คสช. ด้วยเป็นโครงการที่ถูกอนุมัติทิ้งทวนการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายในยุคนั้น
-จึงเห็นถึงความผิดปกติตั้งแต่ต้น จนเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลับมาเป็นผู้นำรัฐบาลอีกครั้ง ภายใต้พรรคพลังประชารัฐ โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะจึงถูกขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติต่อเรื่องนี้หลายครั้งเพื่อรวบรัดขั้นตอนการดำเนินงานจนผิดปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ยังให้มีข้อพึงสงสัยต่อท่าทีของรัฐบาลว่ากำลังเอื้อประโยชน์ หรือตอบแทนบุญคุณให้กับกลุ่มบริษัทในตระกูล TPIPP หรือไม่ เพราะทราบว่าช่วงการเลือกตั้งได้บริจาคเงินทุนให้กับพรรคพลังประชารัฐหลายล้านบาท ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการดำเนินงานในหลายขั้นตอนของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเป็นไปโดยมิชอบ ตามที่เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเคยร้องเรียนไปแล้วผ่านกลไกต่าง ๆ
-โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เป็นกิจการของเอกชน 2 บริษัท คือ TPIPP. และ IRPC.&amp;nbsp; ต้องใช้เนื้อที่กว่า 16,700 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล คือตำบลสะกอม ตำบลตลิ่งชัน และตำบลนาทับ
-ถือได้ว่าเป็นโครงการนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับประชาชนในพื้นที่ในหลายมิติ เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม การกัดเซาะชายฝั่งทะเล มลพิษ สูญเสียแหล่งจับสัตว์น้ำของชาวประมงพื้นบ้าน เสียพื้นที่เพาะปลูก รวมถึงสังคมวัฒนธรรมของชุมชนมุสลิมที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ที่ผ่านมา เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นได้พยายามยื่นหนังสือผ่านกลไกต่างๆ เพื่อให้รัฐบาลได้ทบทวนกระบวนการดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งหมด โดยเฉพาะวิธีการทำงานที่ผิดเพี้ยนไร้ความเป็นมืออาชีพ ของศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ที่ใช้อำนาจจนเกินงามและกลายเป็นผู้สร้างปัญหา สร้างความขัดแย้งใหม่ระหว่างประชาชนด้วยกันเอง
-และรวมถึงการดำเนินงานของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ถูกบีบบังคับให้แก้ไขผังเมืองจากสีเขียวเป็นสีม่วงรองรับโครงการดังกล่าว จนต้องละเลยขั้นตอนสำคัญของกฏหมายที่บัญญัติไว้
-ปรากฏการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เห็นถึงการลุแก่อำนาจของรัฐบาลอันเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจากยุค คสช. ด้วยหวังจะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นให้ได้ทุกรูปแบบ แม้แต่การปิดกั้นการแสดงออกของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยต่อโครงการนี้อย่างแยบยล รวมถึงการใช้กลไกความมั่นคงชายแดนภาคใต้ อย่าง ศอ.บต. เข้าไปสร้างกลุ่มสนับสนุนโครงการอย่างเป็นระบบ สร้างการสื่อสารเฉพาะด้านจนนำไปสู่ความแตกร้าวของชุมชนอย่างหนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราไม่สามารถยอมรับได้อีกต่อไป จึงเดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.รัฐบาลต้องยุติการดำเนินโครงการจะนะเมืองต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตทั้งหมด ทั้งการแก้ไขผังเมือง และการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA. ในทันที เพื่อหยุดมรดกอัปยศอันไม่ชอบธรรมที่ส่งต่อมาจากระบอบ คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อยุติการเดินหน้าโครงการแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้รัฐบาลจัดให้มีการศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA. อย่างรอบคอบ เพื่อสร้างชุดข้อมูลทางวิชาการที่มีคุณภาพประกอบการตัดสินใจต่อแนวทางและโครงการพัฒนาในพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคใต้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราไม่ได้ปฏิเสธว่าบ้านเมืองจะต้องพัฒนาไปข้างหน้า หากแต่การพัฒนานั้นจะต้องตั้งอยู่บนความถูกชอบธรรม และต้องเคารพวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ จึงหวังว่ารัฐบาลจะเปิดใจรับฟังเรียกร้องดังกล่าว ซึ่งพวกเราจะอยู่รอรัฐบาล ณ ที่แห่งนี้ด้วยความสงบ จนกว่าจะได้รับคำตอบ
แถลง ณ ทำเนียบรัฐบาล
วันที่ 10 ธันวาคม 2563
------------------------------------------------
#หยุดมรดกหายนะคสช
#จะนะจะไม่ม่วง
#จะนะจะไม่ทน
#จะนะจะไม่หายนะ
#หยุดเปลี่ยนผังเมืองจะนะเป็นสีม่วง
#หยุดEIAขี้โกง
#ศูนย์อำนวยการบริหารจะนะยั่งยืน
#savechana
#ปกป้องทะเลจะนะ
#หยุดนิคมอุตสาหกรมจะนะ
#จะนะต้องชนะ
#ยกเลิกมติครมขี้โกง
#มือลั่นเพื่อชาติ
#MobfromHome
#WELOVECHANA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86553</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรจง นะแส, ศอ.บต., เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น, โครงการอุตสาหกรรมจะนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201211/image_big_5fd2bec16df76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวประมงพื้นบ้าน จ่อยกพลขึ้นกรุงเทพฯ ติดตาม 14 ข้อเสนอเพื่อการประมงยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.63 &amp;nbsp;- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เตรียมขึ้นกทม.ยื่นหนังสือติดตามข้อเสนอเพื่อการประมงยั่งยืน 14 ข้อ ระบุว่า ชาวประมงพื้นบ้านจะไม่เลิกประกอบอาชีพทำการประมงที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และประเทศ และเชื่อว่าหากชาวประมงทุกฝ่ายทำการประมงอย่างรับผิดชอบ จะยิ่งทำให้ชาวประมงและคนไทยได้รับประโยชน์ จากทรัพยากรอาหารทะเลไทยได้อย่างยั่งยืนเป็นธรรมได้ &amp;nbsp;แต่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาชาวประมงพื้นบ้าน และการประมงลักษณะไม่ยั่งยืน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รัฐบาลต้องหยุดยั้งการประมงที่ทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยการกำหนด ชนิด ขนาด และสัดส่วน พันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ห้ามทำการประมงช่วงวัยอ่อน เช่น ปลาทู ปลาลัง ปลากุเลา ปลาอินทรี ปลาจาละเม็ด ปลาสาก ปลาหลังเขียว และปูม้า เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอให้รัฐบาลออกระเบียบควบคุมการใช้เครื่องมืออวนล้อมจับ, ลดจำนวนของเรือปั่นไฟจับสัตว์น้ำที่ใช้อวนตาถี่ และกำหนดให้เรืออวนลากคู่ทำการประมงในระยะห่างจากชายฝั่งทะเล 15 ไมล์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ขอให้เปลี่ยนการกำหนดโควต้าการจับสัตว์น้ำ จากจำนวนวัน (240 วัน) เป็น ปริมาณน้ำหนักที่แท้จริง เพราะการให้โควต้าเป็นจำนวนวันดังกล่าว เป็นการใช้ทรัพยากรที่ไม่ยั่งยืน-ไม่เป็นธรรมกับชาวประมงพื้นบ้าน โดยเฉพาะในจำนวน 240 วัน เรือประมงขนาดใหญ่ใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถจับสัตว์น้ำได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ (ความไม่เป็นธรรม คือล่าสุด ปี 2562 กลุ่มประมงพาณิชย์จับสัตว์น้ำไปถึง 1.4 ล้านตัน แต่ชาวประมงพื้นบ้านจับได้แค่ 1.6 แสนตัน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ขอให้สั่งการกรมประมงเปิดเผยข้อมูลสถิติการประมงไทยในรายละเอียด ปริมาณการจับสัตว์น้ำทะเลไทย จากข้อมูล Log Book เป็นต้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมเสนอแนะต่อแผนการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำทะเลไทยอย่างเป็นระบบ และโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ขอให้ออกนโยบายห้ามส่งออกผลผลิตปลาป่นจากการประมงไปนอกประเทศ เนื่องจากปลาป่นสำหรับใช้เป็นอาหารสัตว์ที่ผลิตในประเทศไทยนั้น มีปริมาณร้อยละ 18 ของปลาป่นทั้งหมด มีธุรกิจในประเทศยังส่งออกปลาป่นจากการประมง ซึ่งหมายถึง ปล่อยให้เกิดการนำลูกปลาเศรษฐกิจวัยอ่อน ในทะเลเป็นสินค้า ที่ทำลายประโยชน์ของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ขอให้แก้ไขปรับปรุงกฎหมาย พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2560 บางส่วน โดยเพิ่ม หมวดว่าด้วย &amp;ldquo;การประมงพื้นบ้าน&amp;rdquo; นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการประมงพื้นบ้านอยู่ในหมวดนี้ เพื่อเป็นหลักประกันการจัดการที่แตกต่างกับการประมงพาณิชย์ &amp;nbsp;และให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายประมงส่วนที่กระทบกับวิถีชีวิตการประมงขนาดเล็ก ดังนี้
a. นิยามการประมงพื้นบ้านในมาตรา ๕ ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยแก้จากเดิม ที่นิยาม &amp;ldquo;ประมงพื้นบ้าน&amp;rdquo; ว่าหมายถึง &amp;ldquo;การทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่ง...&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;...การทำการประมงทะเล...&amp;rdquo; เนื่องจากการประมงพื้นบ้านทำการประมงนอกเขตชายฝั่งด้วยเป็นปกติ หากกำหนดให้ทำเขตชายฝั่งอย่างเดียวจะเป็นการทำลายทรัพยากรมากขึ้น&amp;nbsp;
b. แก้ไขมาตรา 26 ว่าด้วยองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด ที่มีความเกี่ยวโยงกับบทบัญญัติ มาตรา 25 มาตรา 26 และมาตรา 27 โดยควรกำหนดกลไกการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดที่ชัดเจน, ตัดองค์ประกอบ กรรมการโดยตำแหน่ง &amp;ldquo;นายอำเภอ&amp;rdquo; ออก เนื่องจากมีผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่แล้ว และกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง, กำหนดเขตอำนาจของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดครอบคลุมอย่างน้อย 12 ไมล์ทะเล และกำหนดแผนงานที่ชัดเจนในการสนับสนุนผลักดันให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัด จัดทำแผนแม่บท การจัดการประมงระดับจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;c. ยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 34 ที่ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านทำการประมงในเขตทะเลนอกชายฝั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. รัฐควรออกใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านให้ชาวประมงขนาดเล็ก เนื่องจากตั้งแต่มีกฎหมายฉบับใหม่ ชาวประมงพื้นบ้านเรือต่ำกว่า 10 ตันกรอส ยังไม่เคยได้รับใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านเลย และหากออกใบอนุญาตก็จะต้องห้ามทำการประมงนอกเขตชายฝั่ง รวมทั้งควรแยกระบบและวิธีการออกใบอนุญาตแตกต่างจากการประมงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. เร่งจดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้าน โดยใช้ระบบการจดทะเบียนเรือประมงสำหรับชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็กเป็นการเฉพาะ แยกออกจากระบบที่ดำเนินการกับเรือประมงพาณิชย์ โดยจัดให้มีระเบียบข้อกำหนดการจดทะเบียนเรือและขออนุญาตสำหรับเรือประมงพื้นบ้าน เนื่องจากวัตถุประสงค์การใช้เรือ ลักษณะของเรือ การใช้งานเครื่องยนต์ และเครื่องมือประมงที่แตกต่างจากเรือประมงพาณิชย์ ( ความไม่เป็นธรรม คือ ผู้ประกอบการประมงพาณิชย์สามารถจดทะเบียนได้ไม่จำกัดจำนวน แต่ ผู้ประกอบการรายย่อย ถูกจำกัดให้จดทะเบียนเรือประมงขนาดเล็กได้ครอบครัวละ 1 ลำ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ให้จัดตั้งกองทุนประมงพื้นบ้าน และ/หรือ สนับสนุนงบประมาณ การพัฒนาการประมงพื้นบ้านแบบครบวงจร โดยสนับสนุนกองทุนประมงพื้นบ้านลงถึงแต่ละจังหวัด โดยเน้นส่งเสริมตามระดับกิจกรรม ทั้งในด้านต้นทุนการประมง การอนุรักษ์ทรัพยากร, ช่วยเหลือยามเกิดภัยพิบัติและกรณีเครื่องมือเสียหายหรือเครื่องมือหายโดยไม่ทราบสาเหตุ, ส่งเสริมนวัตกรรมด้านการตลาด หรือโปรโมทมาตรฐานสัตว์น้ำคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้า (ความไม่เป็นธรรม คือ รัฐบาลเตรียมใช้งบประมาณแผ่นดินรับซื้อเรือประมงพาณิชย์ หมื่นล้านบาท แต่ มีงบอุดหนุนชุมชนประมงพื้นบ้านทั่วประเทศ ปีละ 16 ล้าน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. ขอให้รัฐบาลอนุญาตให้ทำการประมงพื้นบ้านในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล ได้ เนื่องจาก ปัจจุบันทุกพื้นที่ทะเลที่ถูกกำหนดเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ (ฝั่งอันดามันตลอดแนว) เป็นที่ทำการประมงของชาวประมงพื้นบ้านโดยปกติ แต่ข้อกำหนดอุทยานแห่งชาติ ห้ามเก็บหาประโยชน์ทุกชนิด แม้มีกฎหมายอุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ กรมอุทยานก็ยังไม่มีการดำเนินการยกเว้นให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. ขอให้รัฐบาลทบทวน แหล่งทำการเพาะเลี้ยงในทะเลใหม่ทั้งระบบ &amp;nbsp;โดยการเพาะเลี้ยงชายฝั่งในหลายพื้นที่เป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวประมง แต่มีปัญหาทางด้านกระบวนการ ทำให้ชุมชนเข้าไม่ถึงการอนุญาตตามกฎหมาย พื้นที่เพาะเลี้ยงทางทะเลตกในมือของนายทุน ไม่มีการวางแผนการจัดการพื้นที่ และควรกำหนดพื้นที่เพาะเลี้ยงอย่างมีขอบเขตที่ชัดเจนสำหรับประชาชนในชุมชนอย่างแท้จริง โดยคำนึงถึงสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. ขอให้รัฐบาลสนับสนุน ผลผลิตสัตว์น้ำคุณภาพ และระบบรับรองมาตรฐานสัตว์น้ำหลังการจับของชาวประมงพื้นบ้าน โดยควรมีหลักการ 4 ประการ คือ ผู้ผลิตมีความรับผิดชอบทางสังคม เช่น เข้าร่วมหรือสนับสนุนกิจกรรมในการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง , ไม่ละเมิดหลักการขั้นพื้นฐานว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และแสดงให้เห็นถึงระบบการจัดการที่มีความเป็นธรรมและชัดเจน, ใช้วิธีการและเครื่องมือที่คำนึงถึงความยั่งยืนของระบบนิเวศ และทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ไม่ใช้วิธีการและเครื่องมือทำประมงแบบทำลายล้างไม่ผิดกฎหมายหรือละเมิดกติกาชุมชน และ สัตว์น้ำผลผลิตมีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภคไม่มีการใช้สารเคมีอันตรายทุกชนิด สัตว์น้ำสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสัตว์น้ำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13. ขอให้รัฐบาลจัดตั้ง &amp;ldquo;โรงเรียนชาวประมงยั่งยืน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อตอบสนองการประมงสมัยใหม่ นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ผสมผสานให้สอดคล้องและสามารถอธิบาย ภูมิปัญญา หลักความเชื่อชุมชน ได้อย่างมีเหตุผล ถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญา อย่างมีหลักวิชาการ มีสถาบันรองรับ สามารถเป็นวิชาชีพหรือหลักสูตรหนึ่งในสังคมไทย โดยให้ผู้นำชาวประมงตัวอย่างเป็นผู้มีส่วนร่วมควบคุมบริหารจัดการ ให้สถานที่ดังกล่าวเป็นที่เผยแพร่ความรู้การทำประมงพื้นบ้าน หรือประมงพาณิชย์ที่รับผิดชอบ หลักสูตร อาจประกอบด้วย หลักการทำประมงรับผิดชอบ ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ กระแสน้ำ กระแสลม ทักษะการจับปลา ฤดูกาลในการทำประมง การต่อเรือประมง ความปลอดภัยกฎหมายและนโยบายการประมง เป็นต้น &amp;nbsp;และมีการรับรองเมื่อจบหลักสูตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14. รัฐบาลต้องยืนยันการบังคับใช้กฎหมายเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน และรับผิดชอบต่อไป ไม่ควรผ่อนผันเกี่ยวกับการตรวจสอบแหล่งที่มาของผลผลิต เพราะจะเป็นช่องว่างทำให้ปัญหาการประมงแบบทำลายล้างไม่สามารถการควบคุม เกิดเรือประมงสวมทะเบียน, ละเมิดสิทธิแรงงาน และการค้ามนุษย์ กลับมาอีกในประเทศไทย..&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75887</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายเล, ทะเลไทย, บรรจง นะแส, ประมงพื้นบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200829/image_big_5f49e25a04d62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อลงกรณ์” โพสต์เฟซบุ๊กโต้ “บรรจง”ย้ำจุดยืนรัฐบาลจริงใจแก้ปัญหาชาวประมงพื้นบ้านแบบยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย. 2562 จากกรณีนายบรรจง &amp;nbsp;นะแส &amp;nbsp; ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย &amp;nbsp;ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;ldquo;บรรจง นะแส&amp;rdquo; ระบุถึงการที่นายอลงกรณ์ &amp;nbsp;พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดประชุมชาวประมงเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อพี่น้องประมงพาณิชย์ จากกรณีมาตรการ IUU &amp;nbsp;FISHING ของสหภาพยุโรปในทำนองประเทศนี้ไม่ได้มีแต่ประมงพาณิชย์นั้น &amp;nbsp; ล่าสุดนายอลงกรณ์ พลบุตร &amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เขียนโพสต์ เฟสบุ๊กส่วนตัวตอบข้อกังขาของนายบรรจง &amp;nbsp;นะแส เกี่ยวประเด็นเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาประมงในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอลงกรณ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้กล่าวขอบคุณที่เขียนถึงตนเองพร้อมตอบคำถามนายบรรจงใน 6ประเด็นดังนี้ &amp;nbsp;1. การประชุมปรึกษาหารือประจำสัปดาห์ทุกวันพุธผ่านมา6ครั้งเพื่อแก้ปัญหาประมงของทุกกลุ่มโดยเร็วตามความเร่งด่วนโดยไม่ชักช้าตอบโจทย์ความเดือดร้อนของชาวประมงถึง6ครั้งซึ่งที่ผ่านมาได้เกิดบรรยากาศของความร่วมมือทุกฝ่ายดีขึ้นตามลำดับซึ่งมีตัวแทนประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ ประมงนอกน่านน้ำเข้าร่วมด้วย ไม่ได้มีเฉพาะประมงพาณิชย์ครับ และท่านรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพประมงไทยเมื่อ10 กันยายน 62 ที่ผ่านมาเป็นคณะกรรมการที่ประกอบด้วยทุกกลุ่มซึ่งจะต่อเนื่องการทำงานจากการประชุมที่ผ่านมาครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นโยบายการอนุรักษ์ทรัพยากรในทะเลเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายเช่นเดียวกับการรักษามาตรฐานIUUซึ่งได้แถลงชัดเจนตั้งแต่การประชุมครั้งแรกและในทุกครั้งของการประชุมเพื่อเตือนทุกฝ่ายให้ตระหนักถึงนโยบายของท่านรัฐมนตรีเกษตรฯ นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ริเริ่มผลักดันให้เกิดความร่วมมือในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยการจัดตั้งเครือข่าย ASEAN IUUจนคืบหน้าเป็นที่ยอมรับเพื่อให้การปฏิรูปทรัพยากรทางทะเลและการค้ามนุษย์รวมทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคนี้ได้รับการพัฒนาแก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและประเทศไทยจะเป็นตัวอย่างต้นแบบของเรื่องเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จุดยืนการทำงานของท่านรัฐมนตรีเกษตรฯและผมคือความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ใช้เมตตาธรรมและหลักนิติธรรม ยึดประโยชน์ประเทศไม่เอาเอียงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่มีผลประโยชน์ใดๆเกี่ยวข้อง โปรดอย่าใช้วิธีใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ข้อกล่าวอ้างที่คุณบรรจงนำเสนอมาเป็นเพียงข้อเสนอปัญหาของทุกกลุ่มทั้งประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์และประมงนอกน่านน้ำ เราเปิดกว้างรับฟังความทุกข์ร้อนโดยไม่แบ่งแยกและจะพิจารณาบนหลักการที่ได้กล่าวมา และไม่ได้คิดแก้ปัญหาเท่านั้นแต่จะนวย เช่น โครงการเสริมสภาพคล่องก็เพื่อประมงทุกกลุ่มรวมทั้งประมงพื้นบ้านด้วย สิ่งที่คุณบรรจงบอกว่าเพื่อประมงพาณิชย์เท่านั้นจึงเป็นเรื่องไม่จริงครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การนำเรือประมงพาณิชย์ออกจากระบบกว่า2พันลำคือการจ่ายชดเชยที่รัฐตกลงไว้ก่อนหน้านี้และเริ่มทยอยจ่ายชุดแรก305ลำ ไม่ใช่เอาเรือกลับมาในระบบซึ่งคงเป็นความเข้าใจผิดของคุณบรรจง เจ้าของเรือประมงเหล่านี้และครอบครัวคือคนไทยที่ไม่มีอาชีพมาหลายปี พวกเขายอมปฏิบัติตามกฎหมายและIUUจนประเทศของเราได้ธงเขียว ดังนั้นหน้าที่ของเราคือต้องเร่งเยียวยาให้เร็วที่สุด ไม่ใช่ซ้ำเติม หลายคนฆ่าตัวตาย หลายครอบครัวสิ้นเนื้อประดา ขอให้คุณบรรจงคิดถึงอกเขาอกเราด้วยนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ฝากถึงคุณบรรจงว่า วันนี้ต่างจากในอดีต เราต้องลดละเลิกความมีอคติต่อกันไม่ว่าประมงพื้นบ้านหรือประมงพาณิชย์ ขอให้คิดว่าชาวประมงคือครอบครัวเดียวกัน ทะเลคือแหล่งทำกินที่ต้องช่วยกันฟื้นฟูอนุรักษ์ การกล่าวหากันและกัน ใส่ร้ายกันและกันควรเลิกได้แล้วครับ ประเทศบอบช้ำกับความแตกแยกมามากแล้ว ผมมาแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชนของเรานะครับ โปรดเข้าใจด้วยและทุกปัญหาไม่ว่าจากคุณบรรจงหรือกลุ่มใดได้รับการรับฟังและเอาใจใส่อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน &amp;nbsp;โดยเฉพาะประมงพื้นบ้านคือหัวใจหลักในการดูแลและสนับสนุนส่งเสริมครับ &amp;nbsp;ถ้าคุณบรรจงมาร่วมประชุมบ้างหรืออ่านรายงานประชุมจากสมาคมประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยที่มาร่วมประชุมคงจะเข้าใจดีขึ้นนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้นายบรรจง &amp;nbsp;นะแส ได้เคยเดินทางมายื่นข้อเสนอทางออกในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทะเลไทยให้ยั่งยืนต่อนายอลงกรณ์ พลบุตร &amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กระทรวงเกษตรฯเมื่อ 2เดือนที่แล้ว &amp;nbsp;ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวนายเฉลิมชัย &amp;nbsp;ศรีอ่อน &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯกำลังศึกษาและพิจารณาให้เพื่อความช่วยเหลือปัญหาพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งเปิดรับฟังปัญหาจากกลุ่มชาวประมงทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46328</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มประมงพื้นบ้าน, นายอลงกรณ์ พลบุตร, บรรจง นะแส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b96372e00c7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2019 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2019 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะเลไทยเดือดอีกรอบ!&#039;บรรจง&#039;ดึงสติ&#039;อลงกรณ์&#039;ประเทศนี้ไม่ได้มีแต่ประมงพาณิชย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.62 - นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยมีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถึงท่านอลงกรณ์ พลบุตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมงพื้นบ้านไม่ได้มีฐานะร่ำรวยที่จะเดินทางมาประชุมกับท่านได้ทุกวันพุธเหมือนกับพี่น้องประมงพาณิชย์ ข้อเสนอทางออกในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทะเลไทยให้ยั่งยืน พี่น้องประมงพื้นบ้านได้นำเสนอท่านทั้งที่เป็นวาจาในห้องประชุมและทำเป็นเอกสารไปเมื่อ2เดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุณาอย่าฟังแต่ข้อเสนอของประมงพาณิชย์และได้แต่หวังว่าข้อเสนอและเอสารดังกล่าวท่านคงไม่ได้ทิ้งถังขยะไปแล้วนะครับ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศนี้ไม่ได้มีแต่ประมงพาณิชย์นะเว้ยเฮ้ย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนนายนี้นายบรรงจง โพสต์รายละเอียดว่า ตามข่าวคุณอลงกรณ์ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาหลายวัน เห็นมีการเรียกประชุมพี่น้องประมงพาณิชย์ทุกวันพุธมาเดือนกว่าแล้ว เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะผลกระทบต่อพี่น้องประมงพาณิชย์จากกรณีมาตรการ IUU FISHING ของสหภาพยุโรปที่รัฐบาลที่ผ่านมาได้ดำเนินการเพื่อปลดใบเหลืองจนสำเร็จ ผมมีเรื่องที่จะบอก/เสนอคุณอลงกรณ์ดังนี้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ประเทศไทยเรามีพี่น้องประมงพื้นบ้านกระจายอยู่ตามพื้นที่ชายฝั่งใน22จังหวัด คิดเป็น85%ของชาวประมงในประเทศ พี่น้องประมงพาณิชย์มีเพียง15%เท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาใดๆ เราควรมองจากสภาพปัญหาของคนส่วนใหญ่ของผู้ที่ด้อยโอกาสเป็นอันดับแรก คำถามง่ายๆคือวันนี้ท่านกำลังทำเพื่อคนส่วนใหญ่ที่ด้อยโอกาสหรือกำลังดำเนินการต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่อิ่มหมีพีมันมาจากทรัพยากรส่วนรวมของชาติมายาวนานครับ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ฟังมาว่าในที่ประชุมมีแต่เรื่องแนวทางในการช่วยเหลือเหล่าประมงพาณิชย์ ทั้งการจะออกมาตรการให้เรือเถื่อน/เรือสวมทะเบียนได้กลับมาทำการประมงได้ดังเดิม หรือไม่ก็จะผลักดับใช้งบประมาณแผ่นดินอีก 5000 พันล้านบาทในการรับซื้อเรือคืน พูดง่ายๆก็คือเตรียมฟูกนุ่มๆไว้รองรับเหล่าคนรวยนั่นเอง โดยไม่พูดถึงปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ลดลงจากการทำการประมงด้วยอวนลาก คุณอลงกรณ์ต้องทำการบ้านเสียหน่อยนะครับว่า การทำการประมงด้วยเรืออวนลากได้รับการยืนยันจากนักวิชาการประมงว่าคือเครื่องมือทำการประมงที่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำที่รุนแรงเป็นหนึ่งในสามของเครื่องมือทำการประมงที่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนที่รุนแรงคืออวนลาก เรือปั่นไฟและอวนรุน อวนรุนได้ถูกรัฐบาล คสช.ใช้ม.44ยกเลิกไป(ข่าวว่าพวกท่านก็จะให้กลับนำมาใช้ได้อีกแค่ขอขยายตาอวน ส่วนเรืออวนลากในอดีตในปี พ.ศ. 2523 กรมประมงประกาศที่จะไม่ออกใบอนุญาตทำประมงให้กับเรือประมงอวนลากใหม่เพื่อเป้าหมายในการลดจำนวนเรืออวนลากในระยะยาว(หากดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวป่านนี้ทะเลไทยก็จะไม่มีอวนลากและรัฐบาลก็ไม่จำเป็นที่ต้องใช้งบประมาณหลายพันล้านเพื่อแก้ปัญหาเหมือนในปัจจุบัน) แต่ด้วยการเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการและกลุ่มประมงอวนลากในขณะนั้น(ผ่านกลไกการเมืองเหมือนที่ท่านกำลังดำเนินการอยู่ในตอนนี้) ทำให้กรมประมงต้องอนุญาตให้เรืออวนลากผิดกฎหมายที่ไม่มีทะเบียนมาจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย (เรียกว่านิรโทษกรรมเรืออวนลากเถื่อน) เหตุการณ์เช่นนี้ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้ว 3 ครั้งด้วยกันคือในปี พ.ศ. 2525 พศ. 2532 และ พศ. 2539 โดยใช้อำนาจทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงงานข้อมูล/งานวิทยาศาสตร์ทางทะเล เอาผลประโยชน์ของหัวคะแนน/ผู้สนับสนุนพรรคเหมือนที่ท่านกำลังทำอยู่ในตอนนี้ ซึ่งจะทำให้วิกฤติทรัพยากรสัตว์น้ำ/แหล่งอาหารของผู้คนในสังคมและอาชีพของประมงชายฝั่งกว่าล้านครอบครัวที่มีแนวโน้มจะดีขึ้นกลับย่ำแย่ลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ข่าวว่ามีการเสนอแก้ไขพรก.ประมง2558หลายมาตราที่เป็นประโยชน์กับเหล่าประมงพาณิชย์และไม่คุ้มครองสิทธิประมงพื้นบ้านเช่นจะยังขึงพืดให้พี่น้องประมงพื้นบ้านหากินอยู่แต่ในเขต12ไมล์ ในขณะที่จะให้ยกเลิกม.57(ที่ระบุไว้ห้ามนำพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนขึ้นเรือ โดยจะให้ตัดออกไปเพื่อคุ้มครองเรืออวนลาก/เรือปั่นไปที่จับพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนในจำนวนสูง(67%ส่งโรงงานปลาป่น) เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจอาหารสัตว์(ปลาป่น)ได้ดำเนินการต่อไป ทั้งๆที่ปริมาณการใช้ปลาป่นในประเทศเพียง2แสนตัน แต่ประเทศไทยผลิตปลาป่นได้ถึง5แสนตัน อย่าลืมว่าปลาป่น1กิโลต้องใช้พันธุ์สัตว์น้ำตัวเล็กๆถึง4กิโล นั่นหมายความว่าในแต่ละปีอวนลากและธุรกิจปลาป่นได้ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนในทะเลไทยไปถึง2ล้านตัน ท่านเคยคิดไหมว่าหากไม่มีการทำลายเยอะขนาดนี้ทะเลไทยจะอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ดีให้กับผู้คนในสังคมและลูกหลายไทยได้เยอะขนาดไหน???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กรณีเรือปั่นไฟจับปลากะตักตัวทำลายลูกปลาทูที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปเช่นกรณีนำลูกปลาทูตัวเล็กๆมาต้มตากขายกันเกลื่อนเมือง ท่านอลงกรณ์ควรจะได้รับรู้ว่าวิกฤติปลาทูไทยส่วนสำคัญเกิดจากปล่อยให้มีการทำการประมงด้วยเรือปั่นไฟ และคุณอลงกรณ์ควรจะได้รับรู้ไว้ด้วยว่าปัญหานี้(กรณีเรือปั่นไฟจับปลากะตักตัวทำลายลูกปลาทูที่รุนแรง)เคยเกิดขึ้นมาก่อนและปัญหาก็จบลงในสมัยที่อดีตหัวหน้าพรรคของท่าน(นายชวน หลีกภัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรในปี2526ได้มีรมช.บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณออกประกาศยกเลิกเรือปั่นไฟ ปัญหาเรือปั่นไฟจับปลากะตักและการทำลายลูกปลาทูที่รุนแรงก็ยุติลง)และมีอดีตรัฐมนตรี(นายมณฑล ไกรวัศนุสรณ์ได้ออกประกาศให้กลับมาทำการประมงด้วยการปั่นไฟได้อีกในปี2539การทำลายลูกปลาทูจึงเริ่มขึ้นอีกครั้งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาถึงปัจจุบัน)ดังนั้นคุณอลงกรณ์จึงควรทำการบ้านให้มากหากรับหน้าสื่อแทนท่านรัฐมนตรีเกษตรในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของทรัพยากรทะเลไทย ยกเว้นว่าท่านเข้ามาทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของหมู่พวกโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องร่วมชาติ????&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ได้แต่หวังว่าข้อมูล/ความคิดเห็นนี้จะไปถึงท่านอลงกรณ์/รัฐมนตรีเกษตรและนายกรัฐมนตรี เพื่อท่านจะได้พิจารณาอย่างรอบคอบ/รอบด้าน โดยไม่เอาผลประโยชน์ของพรรคพวก/กลุ่มทุนพรรคมาเป็นตัวตั้ง??? เพราะสังคมไทยคงไม่ยอมให้ท่านดำเนินการใดๆที่เอารัดเอาเปรียบผู้คนโดยรวมในสังคมได้อีกต่อไป และขอยกคำของพี่น้องประมงพื้นบ้านทั่วประเทศที่พอได้ทราบว่าพวกท่านกำลังใช้อำนาจทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม คือเขาฝากบอกพวกท่านมาว่า... &amp;ldquo;ประเทศไทยไม่ได้มีแต่อาชีพประมงพาณิชย์นะเว้ยเฮ้ย..&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังนั่ง และสถานที่ในร่ม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46280</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรฯ, ทะไลไทย, บรรจง นะแส, ประมง, ประมงพาณิชย์, ปลาทู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190921/image_big_5d85b8fa22f4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
