<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บรรจง สุกรีฑา ใช้ชีวิตอย่างเพียงพอแล้วจะพอเพียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศเกษตรกรรม และยังคงเป็นแหล่งผลิตอาหารโลก ซึ่งที่ผ่านมานั้นมีหลายๆ คนที่หันมาให้ความสนใจที่จะทำการเกษตร ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี บรรจง สุกรีฑา ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาด้านการเกษตรให้เป็นเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรจง เล่าให้ฟังว่า เริ่มรับราชการในปี 2530 ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรม แล้วก็ย้ายไปมาเรื่อยหลายจังหวัด เช่น สกลนคร อุตรดิตถ์ กทม. เพชรบูรณ์ สุโขทัย และมีช่วงหนึ่งโอนย้ายไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประมาณ 6 เดือน ในตำแหน่งวิศวกรรมไฟฟ้า และด้วยความที่เป็นคนชอบในเรื่องเกี่ยวกับไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ทำให้ทางคุณทำนุ วสีนนท์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองปลัดฯ ได้ดึงมาช่วยงานที่กระทรวงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ในช่วงนั้นเป็นยุคแรกที่เริ่มมีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในประเทศ โดยโอนกลับมาจาก ม.ธรรมศาสตร์ ในปี 2540 ในตำแหน่งวิศวกร 5 และไปอยู่ที่เพชรบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และด้วยความที่เป็นลูกเกษตรกร พ่อมักจะให้ข้อคิดตลอดว่า สมบัติเงินทองไม่มี มีแต่ที่นา ถ้าไม่เรียนก็ต้องทำนา ถ้าเรียนก็จะได้ความรู้ในสมอง ขายไม่หมด ยกเว้นเราตาย ดังนั้นพ่อจึงให้ลูกทุกคนเรียน ซึ่งช่วงที่ผ่านมานั้นอยู่หลายจังหวัด ทำให้สะสมประสบการณ์ได้หลายอย่างมาก บรรจง เล่าต่ออีกว่า พอมาปี 2550 ก็ได้มีโอกาสได้เรียนหลักสูตรบริหารธุรกิจ (MASTER OF BUSINESS ADMINSTRATION PROGRAM) ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง พอจบ ทำให้แนวความคิดเปลี่ยนไปจากที่ผ่านมาที่คิดแบบแนววิศวะ เพราะเราจบวิศวะ เป็นคิดแบบการบริหารมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรจง เล่าอีกว่า ในตอนนั้นมีแนวคิดว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายโรงงานแล้ว อยู่ในสำนักงานอุตสาหกรรม และมีโครงสร้างใหม่ ประกอบกับเรียนวิชาเกี่ยวกับการจัดการในเชิงกลยุทธ์ เลยสนใจที่จะมาทำงานด้านนโยบายและแผน และได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนความรู้กับอุตสาหกรรมจังหวัดในหลายๆ พื้นที่ ทำให้มีความรู้เพิ่มขึ้น รู้สึกสนุกและชอบ ทำให้ความคิดเปลี่ยน อยากไปทำเรื่องแผน จึงสมัครไป ได้เป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผนที่สุโขทัย และเริ่มช่วยภาคเอกชนวางแผนในการประกอบกิจการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้นอีก 2 ปีก็ขึ้นเป็นอุตสาหกรรมสุโขทัย ย้ายไปสุรินทร์ และเข้ามานั่งในกระทรวงอุตสาหกรรมในปี 2557 ซึ่งในช่วงนั้นได้พี่สิ่ว หรือคุณสมชาย หาญหิรัญ ได้สอนหลายอย่าง จนได้มาทำโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จังหวัดตาก จนมาถึงปี 61 ก็ได้รับแต่งตั้งให้มาเป็นรองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้ชีวิตเปลี่ยน เพราะทำงานด้านเดียว ดูแลเรื่องความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม การให้บริการและการกำหนดเชิงนโยบาย เพื่อให้หน่วยงานอื่นร่วมกับเราใช้ รวมถึงอุตสาหกรรมใช้ และจากนั้นก็มานั่งเป็นผู้ตรวจราชการในปี 62&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรจง เล่าอีกว่า รับราชการมาตั้งแต่ปี 2530 จนถึงปี 60 ชีวิตสัมผัสกับบทบาทในงานด้านอุตสาหกรรมที่เป็นของกระทรวง มันอยู่ในพื้นที่จังหวัด มีทั้งงานส่งเสริมที่ไม่ใช่โรงงานอย่างเดียว แต่มีชาวบ้านที่เป็นเอสเอ็มอี ซึ่งถือว่าอยู่กับการปฏิบัติมาโดยตลอด เมื่อต้องมาทำในเชิงนโยบาย ใหม่ๆ รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ทำ แต่ก็โชคดีว่าที่ผ่านมาได้ประสบการณ์และมีเจ้านายดี ให้ความรู้ อย่างท่านสมชาย เหมือนอาจารย์ ทำให้ต้องมุ่งมั่นและเรียนรู้เพื่อให้เราทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงบทบาทในราชการที่ได้รับแต่ละครั้งว่ารู้สึกอย่างไร บรรจง ตอบว่า ที่ผ่านมาไม่คิดว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิตราชการ แต่ละบทบาทที่ได้มาทำทำให้ตื่นเต้น และมุ่งมั่นที่จะทำงาน ในขณะที่ชีวิตส่วนตัวนั้นด้วยความที่เป็นลูกชาวนา มีพื้นเพทางด้านการเกษตรอยู่แล้วทำให้มีความสนใจ และด้วยความที่ภรรยาผมมีที่ดินอยู่ที่ บ้านนาต้นจั่น ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย อยู่เขตติดต่อกับ อ.ลับแล เป็นพื้นที่เขาเตี้ยๆ สลับกับร่องเขา มีพืชเดิมอยู่แล้ว ลางสาด ลองกอง ไผ่ซางหม่น จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp; เน้นพืชเศรษฐกิจ อย่างไผ่ซางหม่นซึ่งเป็นไม้ประจำถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรจง เล่าว่า เริ่มแรกปลูกไผ่ซางหม่น และก็ทุเรียน เริ่มแรกมาปลูก 60 ต้น ตายหมด ทำให้เราต้องมาศึกษาใหม่ และทดลองหลายๆ อย่าง เรียนรู้ และแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับเกษตรกรรมผ่านสื่อออนไลน์ในยามว่างเว้นจากภารกิจหลักมากว่า 5 ปี พอสรุปได้ว่า ดิน น้ำ และสภาพอากาศมีความสำคัญตามลำดับในการทำเกษตรกรรมธรรมชาติ เพื่อให้พืชพันธุ์ต่างๆ เจริญงอกงาม ดังนั้นดินต้องมีสภาพเหมาะสมกับการปลูกพืชนั้นๆ เช่น ต้องมีสารอาหารที่พืชต้องการ รวมถึงต้องมีจุลินทรีย์ในการช่วยย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ มีเชื้อราที่ดีคอยเฝ้าระวังป้องกันเชื้อราร้ายเข้าทำลายพืชผักผลไม้ และ..น้ำต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการบริโภคของพืชเช่นกัน ค่า pH อยู่ในช่วง 5.6-6.5&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ทั้งหมดเป็นความมุ่งมั่นที่ต้องการศึกษาและหาความรู้ ทำเพื่อให้เป็นแบบอย่างให้เกษตรกร ดังนั้นต้องทำให้เขาเห็น และต้องเข้าใจว่าอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่ไม่รวย แต่คนทำต้องทำด้วยใจ จึงขึ้นโลโก้ตลอดว่าใช้ชีวิตอย่างเพียงพอแล้วจะพอเพียง&amp;quot; บรรจงกล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรจง ยังได้เล่าทิ้งท้ายไว้ว่า &amp;quot;ผมไม่มีคำว่าสำเร็จในชีวิต มีแต่คำว่าทำแล้วสบายใจ ว่าเราทำได้ และคิดเสมอว่าองค์ความรู้ที่ตัวเองมีและคิดที่จะใช้เพื่อทำเป็นตัวอย่างให้กับชาวบ้านแถวนั้นได้เห็นว่าทำได้ และคิดว่า ผมพอที่จะทำได้และสอนได้แล้ว ส่วนในด้านของชีวิตราชการของผมนั้น พอใจทุกตำแหน่ง ทุกบริบทที่เราได้รับมอบหมาย และเราก็ทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุด ดังนั้นฝากถึงคนที่คิดอยากเป็นข้าราชการนั้น ต้องอยู่แบบพอเพียง ไม่งั้นจะไม่เพียงพอ ต้องไปขวนขวายหาปัจจัยอื่นที่นอกเหนือหน้าที่เข้ามา ทำให้ลามไปถึงการได้มาด้วยมิชอบ และทำให้ใจมีความอยากได้โดยตลอด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80080</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรจง สุกรีฑา, อาทิตย์เอกเขนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201010/image_big_5f81a4eca3737.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 20:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ. ถก8หน่วยงานออกมาตรการคุมเข้มสารโซเดียมไซยาไนด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมโรงงานอุตสาหกรรมดึงพันธมิตร 8 องค์กรในการทำงานบูรณาการร่วมกันในการพิจารณาการอนุญาตนำเข้าและติดตามสารไซเดียมไซยาไนด์หวั่นลักลอบไปผลิตยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25&amp;nbsp;มิ.ย.62 - นายบรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า กรอ.ได้เชิญ 8 หน่วยงานร่วมกันหารือและประสานความร่วมมือแนวทางการกำกับดูแลสารโซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ในการเพิ่มมาตรการควบคุมดูแลวัตถุอันตรายที่เข้มงวดโดยเริ่มจากสารโซเดียมไซยาไนด์ เพื่อเป็นการสกัดกั้นการนำไปใช้ผลิตยาเสพติดตั้งแต่ต้นทางอย่างเร่งด่วน และทันท่วงที &amp;nbsp; เนื่องจากในปัจจุบันพบว่ามีการลักลอบนำสารดังกล่าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จำนวนมาก เบื้องต้นที่ประชุมได้ประสานการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันในทุกๆด้าน เพื่อป้องกันการนำสารดังกล่าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น การประสานข้อมูลเกี่ยวข้อง, การร่วมกันตรวจสอบข้อมูลการนำเข้า การส่งออก และการผ่านแดนที่เข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการร่วมกันให้ความเห็นมายังกรอ.เป็นรายกรณีที่จะมีการนำเข้าสารโซเดียมไซยาไนด์เข้ามาในไทยหรือผ่านแดนไปประเทศที่3 ซึ่งอาจใช้เวลา 5-10 วัน แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน ว่าจะมีการอนุญาตให้นำเข้าหรือผ่านประเทศไทยได้หรือไม่ เนื่องจากหน่วยงานต่างๆจะมีข้อมูลที่เชื่อมทั้งในและต่างประเทศได้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 8 หน่วยงานประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย, กรมการปกครอง, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สารโซเดียมไซยาไนด์ สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท และนิยมใช้ในการสกัดทองในเหมืองทองคำ &amp;nbsp;รวมถึงนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอีกหลายประเภท เช่น การย้อมสี การเพิ่มความแข็งให้กับเนื้อโลหะ การชุบโลหะในอุตสาหกรรมยานยนต์ &amp;nbsp;แต่อีกทางหนึ่งสามารถนำไปสกัดเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดได้ด้วย ซึ่งประเด็นนี้น่ากังวลอย่างมาก อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีการนำเข้าสารดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยปีละ 1,400-1,500 ตัน ซึ่งน้อยกว่าที่จะมีการขออนุญาตนำผ่านประเทศไทยไปสปป.ลาวหรือไปประเทศเมียนมาร์ ส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้มากจะเป็นเหมืองทองแต่ปัจจุบันเหมืองทองได้ปิดไปแล้วจึงมีการนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยไม่มาก โดยในปี 62 มีการขออนุญาตนำเข้า 53 ตัน แต่มีการนำเข้าจริง 15 ตันเท่านั้น&amp;rdquo; นายบรรจง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบรรจง กล่าวว่า ในส่วนของสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ใช้ผลิตยาเสพติด ตามบัญชีแนบท้ายของประกาศกระทรวงยุติธรรมมี 20 รายการ โดยหนึ่งใน 20 รายการคือ สารโซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งกรอ.และพันธมิตรทั้ง 8 หน่วยงานก็พร้อมนำร่องในการออกมาตรการดูแลและคุมเข้มการนำเข้า การส่งออก และการผ่านแดนก่อน จากนั้นก็จะดำเนินการกับสารอีก 19 ประเภทในลักษณะที่คล้ายๆกัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำสารดังกล่าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39455</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงานอุตสาหกรรม, บรรจง สุกรีฑา, พ.ร.บ.วัตถุอันตราย, วัตถุอันตราย, สารโซเดียมไซยาไนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d12230307e50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
