<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอทวีศิลป์&#039;จารึกความทรงจำบรรพบุรุษข้ามน้ำข้ามทะเลจากถิ่นไกลมาตั้งรกรากที่โคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ก.พ.64 - นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) หรือ ศบค. โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก More ทวีศิลป์ มีเนื้อหาดังนี้
พ่อคนครบุรี แม่คนสูงเนิน โคราชทั้งคู่
แต่งงานทำมาหากินเลี้ยงลูกห้าคนเติบโตมาจากร้านขายโชห่วยหน้าตลาดเทศบาลสองโคราช
สินค้าก็มีทุกอย่างเหมือนเซเว่นเด้วนี้ ที่มีทั้งของของแห้งและของสด รวมถึงน้ำแข็ง ที่มาเป็นกั๊กใหญ่ๆ&amp;nbsp; (เขาเรียกอย่างนั้นนะ)
พ่อมีรถปิคอัพคันนึงใช้ไปซื้อของต่างๆรวมถึงไปรับน้ำแข็งก้อนใหญ่มาจากโรงน้ำแข็งเพื่อแบ่งขายปลีกที่ร้านเกือบทุกวัน
ช่วงเด็กนั้นจำได้บ้านเป็นตึกแถวอยู่หน้าตลาดสด​ อาหารเพียบอาหารโปรดเราคือเต้าส่วนร้อนๆ​&amp;nbsp; ที่เขาหาบมาขายมีทั้งใส่ถุงและมีชามเล็กๆตักให้กินร้อนๆมีเก้าอี้ไม้ตัวเล็กๆให้นั่ง
แม่ค้าเห็นเด็กตัวเล็กหน้าตี๋มาก็ตักให้เรากินเลย เพราะรู้จักกันดีเด้วแม่ก็จ่ายให้
มีเพื่อนมากมายแถวเนื่องจากเป็นตึกหน้าตลาด
สด​เรียงยาวกันไปหลายสิบห้องเด็กๆก็วิ่งเล่นกันใช้ฟุตบาทนั่นแหละเล่นกัน
นานๆทีจะได้เข้าเล่นในบ้านที่ส่วนใหญ่จะเข้าไม่ได้เพราะมีข้าวของสินค้าโชห่วย มากมายก่ายกองเรียงกันเต็มพื้นที่​
แต่เราก็สนุกไปตามเด็กๆเข้าบ้านโน้นออกบ้านนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในตอนนั้น
เป็นที่มาของการต้องรับหน้าที่ไปเอาน้ำข้าวและเศษอาหารจากทุกบ้านที่เราคุ้นเคยในเวลาต่อมา
ภาพบรรยากาศของเด็กโคราชในเมืองเล่น_ตากระเติ่ง_(คำนี้แว้ปเข้ามาทันที) โดยใช้ทางเท้าที่เทลาดพื้นด้วยซีเมนต์แล้วตีลายเส้นตารางสี่เหลี่ยมเป็นบล็อคๆเล็กๆ
เด็กๆเวลาจะเล่นก็มาขีดด้วยช็อคขาวหรือไม่ก้อถ่านดำ ทำเป็นตารางไว้กระโดดขาเดียวข้ามเป็นช่องๆๆ เล่นกันสนุกสนาน
ขอบคุณบรรพบุรุษรวมถึงสตรีที่ให้เราได้เกิดในถิ่นโคราชที่แสนมีความสุขเมื่อนึกย้อนไป
อุตส่าห์หอบผ้าผ่อนข้ามน้ำข้ามทะเลจากถิ่นไกลโพ้นหนีภัยมา​ประเทศไทย​ จนมาตั้งรกรากที่โคราช มีที่ทำกินเลี้ยงลูกหลานจนมีครอบครัวแตกขยายกันไปอีกหลายครอบครัวหลานอีกเป็นสิบๆชีวิต
กราบสำนึกในพระคุณจึงขอจารึกไว้เป็นความทรงจำให้รุ่นหลานเหลนได้รับการถ่ายทอดต่อไป
#แต่มีคำถามแว้ปนึงขึ้นมา
ทำไมหนอท่านบรรพบุรุษเลือกความลำบากเดินทางมาตั้งไกลจากท่าเรือมาตั้งรกรากที่.... โคราช
.. .. ทรงวาด.. ใกล้กว่าตั้งเยอะทำไมมาไกลจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92780</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, บรรพบุรุษ, เด็กโคราช, โฆษกศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d404f9d118.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 06:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“หมู่บ้านลาว” ชีวิตใหม่ใต้ร่มพระบารมี 238 ปี กรุงรัตนโกสินทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์กลุ่มชนต่างๆ อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานและมีส่วนในการร่วมสร้างบ้านแปงเมือง ยังคงมีเรื่องราวที่น่าสนใจในหลายแง่มุมที่ชวนให้เรียนรู้ เช่น เรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวลาวซึ่งอพยพมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งชาวลาวเหล่านี้ถือเป็นกำลังสำคัญของบ้านเมือง ทั้งช่วยราชการทัพยามศึกสงคราม ยามสงบช่วยสร้างสาธารณูปโภค ช่วยสร้างปราสาทราชวัง วัดวาอาราม และช่วยราชการในหน้าที่ต่างๆ ชุมชนชาวลาวตั้งแต่ครั้งอดีต ยังคงมีวัฒนธรรมลาวสืบเนื่องต่อมาจนทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หมู่บ้านลาว&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ชุมชนบางไส้ไก่&amp;rdquo; อยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เขตธนบุรี เอกสารประวัติชุมชนที่บันทึกตามคำบอกเล่าจากบรรพบุรุษ เดิมผู้คนชาวลาวอพยพครอบครัวมาจากเมืองเวียงจันทน์ และตั้งหมู่บ้านอยู่ริมคลองเนื่องจากพึ่งพาอาศัยสายน้ำ ก่อนบ้านเมืองจะพัฒนาเปลี่ยนมาสู่ยุคสัญจรทางถนน นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้เคียงกันยังมีกลุ่มชาวมอญที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในแถบวัดประดิษฐารามริมคลองบางหลวงไม่ห่างจากวัดลาว หรือวัดบางไส้ไก่ของชุมชนบางไส้ไก่นัก ชาวลาวตั้งแต่สมัยอดีตมีความเชื่อว่าท้าวนนทะเสน - ท้าวอินทะเสนเป็นผู้มีบุญคอยปกป้องดูแลชาวบ้านให้อยู่อย่างมีความสุขและปลอดภัย จึงสร้างศาลไว้เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภูมิปัญญาที่ยังคงอยู่ในวิถีชีวิตของชาวลาวในหมู่บ้านลาวแห่งนี้ คือวัฒนธรรมการทำขลุ่ยและแคน เครื่องดนตรีพื้นบ้านที่ทำเป็นอาชีพสร้างรายได้ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน ปัจจุบันหมู่บ้านลาวเป็นแหล่งผลิตขลุ่ยไทยที่มีคุณภาพแห่งหนึ่งของไทย มีปราชญ์ชาวบ้าน มีช่างฝีมือชั้นครูที่สืบทอดการทำขลุ่ยมาอย่างยาวนาน รวมถึงการเป่าขลุ่ยเป็นท่วงทำนองเพลงลาวต่างๆ สำหรับเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้ขลุ่ยหมู่บ้านลาวเป็นที่รู้จักและนิยมอย่างแพร่หลาย คือ ลวดลายวิจิตรงดงาม โดยนำตะกั่วเทราดลงบนลำขลุ่ย เกิดเป็นสารพัดลาย เช่น ลายหิน ลายดอกพิกุล ลายรดน้ำ กรรมวิธีแบบโบราณไม่มีให้เห็นแล้วในตอนนี้ แต่ละบ้านต้องปรับตัวทำขลุ่ย โดยใช้วัสดุพลาสติกพีวีซี สำหรับการศึกษาดนตรีไทย ชุมชนบางไส้ไก่และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ได้บันทึกภูมิปัญญาศิลปวัฒนธรรมและงานฝีมือทรงคุณค่าของชุมชนเก่าแก่ที่อยู่คู่กรุงรัตนโกสินทร์กว่า 200 ปี ไม่ให้สูญหายไป อีกทั้งพื้นที่แห่งนี้ยังเปิดให้ผู้คนมาเยี่ยมเยือนเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมชาวลาวและชมกระบวนการผลิตขลุ่ยบางไส้ไก่จากเจ้าของวัฒนธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63573</URL_LINK>
                <HASHTAG>238 ปี กรุงรัตนโกสินทร์, บรรพบุรุษ, หมู่บ้านลาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9ba79865e5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชงเม้งเบตงคึกคักลูกหลานกลับมาไหว้บรรพบุรุษเนืองแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.62-ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในช่วงเทศกาลเชงเม้งที่บริเวณสุสานบ้านจะเราะปะไต กม.4 อ.เบตง จ.ยะลา เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา และที่เดินทางไปทำงานยังต่างจังหวัด ได้เดินทางกลับบ้านมาร่วมไหว้บรรพบุรุษในช่วงเทศกาลเชงเม้ง พร้อมกับครอบครัว บุตรหลาน และญาติพี่น้องจำนวนมาก โดยแต่ละคนก็จะนำอาหารคาวหวาน ขนม ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ มาด้วย พร้อมกับทำความสะอาดที่บริเวณหลุมฝังศพญาติพี่น้องของตนเอง ก่อนจะตั้งเครื่องเซ่นไหว้ กราบไหว้บรรพบุรุษ และเผากระดาษเงิน กระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษ สิ่งของเครื่องใช้ ส่งไปให้เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งจะมีผู้คนไปไหว้หลุมศพบรรพบุรุษ ไปจนถึงวันศุกร์ ที่ 5 เม.ย.2562 ซึ่งบรรยากาศปีนี้คึกคักกว่าปีที่ผ่านๆ มา เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ลดน้อยลง และประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนามีความมั่นใจในการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วันเชงเม้งถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญมากที่สุดของของชาวจีน เนื่องจากเป็นประเพณีไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่จากไป อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างตระหนักรู้แก่ ลูกหลานรุ่นหลังให้เห็นประวัติและคุณงามความดีของบรรพบุรุษที่ทำให้ลูกหลานมีชีวิตที่ดีเช่นทุกวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32684</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ยะลา, บรรพบุรุษ, สุสานบ้านจะเราะปะไต, เทศกาลเชงเม้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca1774b3d971.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
