<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 7ธ.ค.นายกฯลงเมืองคอน สังเวยน้ำท่วมแล้ว11ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;quot; พระราชทานถุงยังชีพ 10,000 ชุด บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย จ.นครศรีธรรมราช &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เตรียมลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมภาคใต้ 7 ธ.ค. กำชับเร่งช่วยเหลือ ปชช. &amp;quot;มท.&amp;quot; สั่งผู้ว่าฯ ปรับใช้แผนเผชิญเหตุ &amp;quot;ปภ.&amp;quot; แจ้ง 7 จว.ยังจมน้ำ 2,618 หมู่บ้านเดือดร้อน &amp;quot;นครศรีธรรมราช&amp;quot; มีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 4 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ว่า ได้สั่งการและย้ำเตือนเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และตนเองจะต้องลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมในเร็วๆ นี้ แต่เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย จึงไม่อยากไปเป็นภาระให้กับเจ้าหน้าที่ที่กำลังช่วยเหลือประชาชน จึงมอบแนวทางการทำงานลงไป อย่างไรก็ดี ในวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค. ก็จะลงไปดูด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นอีกสถานการณ์หนึ่งที่คนไทยทุกคนกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งภาครัฐพยายามหาวิธีการช่วยเหลือประชาชนให้กับทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 7 ธ.ค. เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัย และมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ที่ศูนย์ศิปลาชีพบ้านเนินธัมมัง ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และชลประทานจังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นจะเดินทางไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลหูล่อง อ.ปากพนัง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ และมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 12.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ นายกฯ มอบหมายให้ตนพร้อมทีมงานลงพื้นที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ ติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสงขลา รวมถึงประเมินสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จังหวัดสงขลามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจำนวน 13 อำเภอ (เมืองสงขลา จะนะ สะเดา หาดใหญ่ ควนเนียง สิงหนคร นาหม่อม รัตภูมิ บางกล่ำ สทิงพระ ระโนด กระแสสินธุ์ คลองหอยโข่ง) 70 ตำบล 435 หมู่บ้าน 56,873 ครัวเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ กำชับการลงพื้นที่ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนและกระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน เน้นย้ำให้ลงพื้นที่เพื่อไปรับทราบข้อมูลความเดือดร้อน พร้อมกับเร่งให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป&amp;quot; รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่า ในภาพรวมรัฐบาลมีกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกองทุนดังกล่าวเป็นเงินที่ประชาชนบริจาคมา โดยได้เตรียมนำมาช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมจากงบฉุกเฉินที่แต่ละจังหวัดมีอยู่แล้ว โดยเตรียมซื้อถุงยังชีพ ส่วนในระยะถัดไป เตรียมช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เสียชีวิต บาดเจ็บ และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้วงเงินเหลืออยู่พอสมควร แต่หากประชาชนต้องการจะช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้ สามารถบริจาคเข้ามาเพิ่มเติมมาที่กองทุนได้ ซึ่งกองทุนนี้รับบริจาคเฉพาะเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือ ส่วนสิ่งของจำเป็นอื่นสามารถบริจาคได้ในพื้นที่&amp;quot; ปลัดสำนักนายกฯ กล่าว &amp;nbsp;
ร.10 พระราชทานถุงยังชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ประสบภัยให้ดำเนินการ 7 ด้าน คือ 1.ปรับแผนเผชิญเหตุอุทกภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของพื้นที่ 2.ให้ความสำคัญกับการสำรวจพื้นที่ประสบภัยและดำเนินการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉินโดยทันที 3.ให้จัดสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพและจัดตั้งโรงครัวพระราชทานประกอบเลี้ยงบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.กรณีเส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหายหรือถูกน้ำท่วมขังจนไม่สามารถใช้สัญจรผ่านได้ ให้เร่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแขนงต่างๆ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจร 5.กำชับหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยในการเดินเรือ 6.เน้นย้ำสร้างการรับรู้ให้ประชาชนรับทราบและเข้าใจสถานการณ์เป็นระยะ และ 7.ให้ความสำคัญกับการสรุปรายงานสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เน้นย้ำไปยังผู้ว่าฯ พื้นที่ประสบภัยเร่งสำรวจพื้นที่ประสบภัยและตรวจสอบซ้ำ เพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมทั้งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&amp;quot; รมว.มหาดไทยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัยในพื้นที่ภาคใต้ 11 จังหวัด 90 อำเภอ 469 ตำบล 2,960 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 314,639 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 8 ราย ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังใน 7 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา และยะลา รวมทั้งสิ้น 67 อำเภอ 374 ตำบล 2,618 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 302,110 ครัวเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันที่ 4 ธ.ค.ท้องฟ้าเปิด แดดออก ไม่มีฝนตกแล้ว ทำให้ระดับน้ำเริ่มลดลงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะระดับน้ำในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ยังมีน้ำท่วมทุกตรอกซอกซอยระดับสูง ถนนหลายสายยังใช้การไม่ได้ ชาวบ้านยังต้องใช้เรือพายเข้า-ออกซอยอยู่ ขณะที่ถนนราชดำเนินน้ำลดลงแล้ว โดยที่หน้าโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช น้ำลดลงปกติแล้ว สามารถเข้า-ออกด้านหน้าโรงพยาบาลได้ตามปกติ ยกเว้นบริเวณถนนราชดำเนินบริเวณคอสะพานราเมศวร์ถึงสนามกีฬาระดับน้ำยังท่วมอยู่, ถนนพัฒนาการคูขวางระดับน้ำยังท่วมสูงอยู่ รถเล็กยังผ่านไม่ได้, ถนนสายเทิดพระเกียรติระดับน้ำลดลง, ถนนประตูลอดน้ำยังท่วมอยู่ รถเล็กยังผ่านไม่ได้, ถนนสายพุทธภูมิน้ำลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับถนนสายหน้าสนามบินนครศรีธรรมราช ช่วงสามแยกบางปู-น้ำแคบ ระดับน้ำลดแล้ว รถทุกชนิดสามารถวิ่งผ่านได้ และสามารถวิ่งเข้า-ออกสนามบินได้ตามปกติ ยกเว้นจุดทางเลี้ยวเข้าสนามบิน ระดับน้ำท่วมขังเล็กน้อย ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับ อย่างไรก็ตาม ยังมีอำเภอที่น้ำท่วมอยู่ประกอบด้วย อ.เมืองฯ อ.ปากพนัง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เชียรใหญ่ อ.พระพรหม อ.ท่าศาลา ซึ่งคาดว่าหากฝนไม่ตกซ้ำลงมาอีกภายใน 1-2 วันนี้ ระดับน้ำจะลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนยอดผู้เสียชีวิตใน จ.นครศรีธรรมราช ล่าสุดอยู่ที่ 11 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานถุงยังชีพจำนวน 10,000 ชุด ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดนครศรีธรรมราชในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งจังหวัดได้จัดพิธีมอบให้ผู้ประสบภัยที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19 อ.ท่งสง เป็นจุดแรกในวันที่ 4 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp; เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาวัชรราชธิดา ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จำนวน 5,000 ชุด และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จำนวน 800 ชุด
หลายพื้นที่น้ำเริ่มลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราชกล่าวว่า พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่ประสบภัยมีทั้งหมด 23 อำเภอ มีผู้ประสบภัยจนถึงขณะนี้ 184,000 ครัวเรือน ประชากร 525,000 คน ลักษณะที่ประสบภัยมีทั้ง 4 รูปแบบ คือ น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม สภาพที่เป็นน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ตอนนี้คลี่คลายลงในระดับหนึ่ง จะเหลือน้ำท่วมขังที่เป็นจุดที่ลุ่ม แต่มวลน้ำจำนวนหนึ่งก็ยังคงอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองในเขตตัวเมือง อำเภอพระพรหม น้ำกำลังไหลลงสู่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอปากพนัง ใน 1-2 วันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของมวลน้ำที่รับจากพัทลุง น้ำบางส่วนลงสู่อำเภอจุฬาภรณ์ ร่อนพิบูลย์ เฉลิมพระเกียรติ และอำเภอชะอวด ได้เร่งระบายน้ำลงสู่คลองพระราชดำริชะอวด-แพรกเมือง ซึ่งทำให้สามารถระบายลงสู่ทะเลได้รวดเร็วขึ้น สำหรับในเขตพื้นที่ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช มีจุดอพยพผู้ประสบภัยทั้งหมด 10 จุด มีผู้อพยพประมาณเกือบ 2,000 คน ระดับน้ำลดลงประมาณ 10-15 เซนติเมตร แต่ยังมีน้ำท่วมขัง คลองสายหลักในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ทั้ง 5 สายคลอง ตั้งแต่คลองคูพาย คลองป่าเหล้า คลองสวนหลวง คลองนครน้อย คลองราเมศร์ จะลงสู่คลองท่าซัก ยังมีสภาพน้ำเชี่ยว น้ำล้นตลิ่งอยู่บางส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในพื้นที่อำเภอทุ่งสงที่ทุกคนเป็นห่วง นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอทุ่งสงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะถุงยังชีพ การจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ดูแลในเรื่องสุขภาพของพี่น้องประชาชน โดยทุกภาคส่วนได้ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;quot; ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตรัง มณฑลทหารบกที่ 43 ร่วมกับ อบต.ควนเมา และส่วนราชการ จัดรถครัวสนามเพื่อประกอบอาหารและนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยที่ ต.ควนเมา อ.รัษฎา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กระบี่ กรมทหารราบที่ 15 สนับสนุนส่วนราชการท้องถิ่นช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อ.ลำทับ และ อ.เขาพนม มองถุงยังชีพพร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งขณะนี้ อ.พุนพิน มีน้ำท่วมขังสูง 70-90 เซนติเมตร ประชาชนไม่สามารถเดินทางได้ กรมทหารราบที่ 25 เข้าแจกจ่ายอาหารกล่องและขนย้ายสิ่งของให้กับประชาชนริมฝั่งแม่น้ำตาปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สงขลา ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดริมทะเลสาบสงขลาทั้งสองฝั่งใน 5 อำเภอ ทั้งฝั่ง อ.ควนเนียง และฝั่งคาบสมุทรสทิงพระ ทั้ง อ.ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ และสิงหนคร ยังคงต้องเผชิญกับน้ำในทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วมบ้านที่อยู่ลึกเข้าไปริมทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นมวลน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ จ.พัทลุง และต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพที่น้ำล้อมรอบบ้าน โดย จ.สงขลาถูกน้ำท่วม 13 อำเภอ ซึ่งได้ประกาศเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน 12 อำเภอ ยกเว้น อ.นาหม่อม มีเพียง 3 อำเภอที่แม้จะท่วมแต่ไม่หนักมากคือ อ.เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นราธิวาส ท้องฟ้ายังคงมีเมฆฝนมืดครึ้มแผ่ปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ แต่ได้หยุดตกในช่วงเช้า ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของแม่น้ำสายหลักมีปริมาณน้ำล้นตลิ่งประมาณ 50 ซม. และได้ไหลทะลักของท่วมบ้านเรือนของประชาชนที่ปลูกสร้างอยู่ในที่ราบลุ่มริมตลิ่ง จำนวน 2 ชุมชนคือ ชุมชนท่าประปา และชุมชนหัวสะพาน เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 30 ถึง 50 ซม. ที่มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวน 50 ครัวเรือน ถือว่าเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และเกิดสภาวะน้ำท่วมขังในระลอกแรกที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนต้องใช้เรือพายเป็นพาหนะสัญจรไปมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งได้ถูกประกาศยกระดับเป็นเขตภัยพิบัติทั้ง 23 อำเภอ ทำให้ส่งผลกระทบต่อการสัญจร การคมนาคม และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85997</URL_LINK>
                <HASHTAG>.นครศรีธรรมราช, บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย, พระราชทานถุงยังชีพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fca47a723cd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
