<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; หวั่นมหาดไทยดึงงบ &#039;อปท.&#039; ไว้ใช้เอง หลังตีความโควิด-19 ไม่ใช่ &#039;สาธารณภัย&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทยจัดการประชุมผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกล (VCS) เพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาฯ หรือโควิด-19 เมื่อวันที่ 7 เม.ย.63 ที่ผ่านมาโดยมีนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประชุมดังกล่าว มีการตั้งคำถาม-คำตอบในที่ประชุมว่า อปท.จะสามารถใช้งบกลางในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้หรือไม่ ซึ่งกลับมีคำตอบว่ากรณีโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ &amp;ldquo;ยังมิใช่สาธารณภัย&amp;rdquo; จึงไม่สามารถเบิกจ่ายจากงบกลางได้ และต่อคำถามที่ว่าโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขแล้วหรืออย่างไร แต่กลับได้รับคำตอบจากมหาดไทยว่า กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้โรคไวรัสโคโรนาฯเป็นโรคติดต่ออันตราย เมื่อวันที่ 26 ก.พ.63 แต่ยังไม่ได้ประกาศให้เป็นโรคระบาดตาม พรบ.โรคติดต่อ 2558 จึงไม่จัดว่าเป็น &amp;ldquo;สาธารณภัย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบดังกล่าวสวนทางกับเจตนารมณ์ของกฎหมายหลายฉบับ อาทิ ตาม พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 ได้ให้คำนิยามของคำว่า &amp;ldquo;สาธารณภัย&amp;rdquo;ใน ม.4 ว่าหมายความรวมถึงโรคระบาดในมนุษย์ อันมีผลกระทบต่อสาธารณชน ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ มีผู้ทําให้เกิดขึ้น หรือเหตุอื่นใดซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน อีกทั้งใน&amp;ldquo;ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 2562 ได้บัญญัติคำว่า &amp;ldquo;ภัยพิบัติ&amp;rdquo; หมายความว่า &amp;ldquo;สาธารณภัย&amp;rdquo; อันได้แก่ ภัยอันเกิดจากโรคที่แพร่หรือระบาดในมนุษย์ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ในเหตุผลของคำประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 มี.ค.63 ก็ระบุไว้ชัดเจนว่าโรคโควิด-19 เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและเป็นอันตรายอย่างมากต่อชีวิตของผู้ได้รับเชื้อ ซึ่งองค์การอนามัยโลกยังต้องประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นการระบาดใหญ่ รัฐจึงต้องใช้มาตรการเข้มงวดและเร่งด่วนเพื่อควบคุมมิให้โรคแพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง ฯลฯ แต่กระทรวงมหาดไทยกลับตีความว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ไม่จัดว่าเป็น &amp;ldquo;สาธารณภัย&amp;rdquo; ซึ่งทำให้ อปท. ไม่สามารถใช้งบกลางมาช่วยเหลือประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว เชื่อว่าอาจเป็นความพยายามของกระทรวงมหาดไทย ในการกีดกัน อปท.ในการนำงบกลางมาช่วยเหลือประชาชนในแต่ละท้องที่ เพื่อที่ตนจะได้ใช้งบกลางแต่เพียงผู้เดียวในการสร้างผลงานของตน โดยมีชาวบ้านเป็นตัวประกันนั่นเอง และยิ่งมีการเกลี่ยงบจากทุกกระทรวง 10% มาไว้เป็นงบกลางเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 นั้นจะแก้ปัญหาให้ถั่วถึงได้อย่างไร ซึ่งสมาคมฯไม่เชื่อว่าในยุคพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และมีพล.อ.อนุพงษ์ เป็น รมว.มหาดไทย จะใช้เล่ห์ฉลหรือวิธีการบริหารบ้านเมืองเยี่ยงนี้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62589</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กระทรวงมหาดไทย, บรรเทาสาธารณภัย, ภัยพิบัติ, ศรีสุวรรณ จรรยา, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8e795adafb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2019 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยไม่ทิ้งกัน&#039;ศูนย์ปภ.16 ชัยนาท&#039;ยกทัพลงใต้รับมือปาบึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค.62 - &amp;nbsp;นายธีรศักดิ์ ทรัพย์ศิริ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาท ซักซ้อมทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;พร้อมทั้งนำยานพาหนะและเครื่องจักรกล ออกมาเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ &amp;nbsp;ในการเดินทางลงไปพื้นที่จังหวัดภาคใต้ &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนภารกิจการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากพายุปาบึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า ได้จัดเตรียมกำลังพล จำนวน 30 นาย&amp;nbsp;ยานพาหนะและเครื่องจักรกล รวมจำนวน &amp;nbsp;31 คัน &amp;nbsp;ประกอบด้วย รถขนย้ายผู้ประสบภัย รถบรรทุกชุดเครื่องสูบน้ำท่วมขัง รถกู้ภัยลากเรือเคลื่อนที่เร็ว รถผลิตน้ำดื่ม รถบรรทุกสิบล้อติดตั้งเครน รถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิงขนาด 10,000 ลิตร รถเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 200 kva &amp;nbsp;พร้อมเสาสูง 9 เมตร &amp;nbsp;เรือท้องแบนอลูมิเนียมและเครื่องยนต์เรือ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ปภ.เขต 16 ชัยนาท ชุดแรก จำนวน 16 นาย &amp;nbsp;มีความพร้อมที่จะออกปฏิบัติงาน และสามารถออกเดินทางได้ทันทีภายในเวลา 30 นาที &amp;nbsp;หากได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย &amp;nbsp;ให้ลงพื้นที่ไปสนับสนุนภารกิจดังกล่าว. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25745</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำลังพล, บรรเทาสาธารณภัย, ปภ.ชัยนาท, ปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2ee9d1ab42b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ.เผยช่วง7วันอันตรายมูลค่าความเสียหายแตะ600ลบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คปภ.สรุปสรุปยอดความเสียหาย ในช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 600 ล้านบาท เร่งบริษัทประกันภัยช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย. 61-นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ในช่วง 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.ที่ผ่านมา ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า สถิติอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยในปี 2561 เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 3,724 ครั้ง เพิ่มขึ้น จำนวน 34 ครั้ง คิดเป็น 0.92% มีผู้เสียชีวิต 418 ราย และผู้บาดเจ็บ 3,897 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือการขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนความเสียหายด้านการประกันภัย คปภ. ได้รับรายงานล่าสุด มีอุบัติเหตุภัยเกิดขึ้น จำนวน 31,651 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 608,572,386.83 บาท นอกจากนี้ ในช่วง 7 วันอันตราย ได้มีประชาชนใช้บริการผ่านบริการสายด่วน คปภ. 1186 เป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;โดยประเด็นที่โทรศัพท์มาขอรับคำปรึกษาสูงสุด 3 อันดับ คือ สอบถามเงื่อนไขความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) สอบถามเงื่อนไขความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ และตรวจสอบข้อมูลการจัดทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คปภ.เชื่อว่า แม้ว่าการทำประกันภัยไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่การประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงภัย หากเกิดอุบัติเหตุแล้ว การประกันภัยสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ และฝากเตือนถึงเจ้าของรถรวมถึงผู้ใช้รถขอให้ทำประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนดและหมั่นตรวจสอบวันหมดอายุกรมธรรม์ด้วยเพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและครบวงจร และถ้ามีกำลังซื้อขอให้ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคสมัครใจเพิ่มเติม เพื่อจะได้รับความคุ้มครองที่มากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7666</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ., บรรเทาสาธารณภัย, ประกันภัย, สงกรานต์, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5add872ec226c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
