<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือหลวงอ่างทอง พร้อมลุยฝ่าพายุ &#039;ปาบึก&#039; ช่วยบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 -&amp;nbsp;พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) สั่งการให้ หมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล มีเรือหลวงอ่างทอง หมายเลข 791 ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ เป็นเรือบัญชาการและฐานปฏิบัติการในทะเล และเรือหลวงมกุฎราชกุมาร ที่จอดเทียบท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด ในปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีหากเกิดภัยพิบัติจากพายุโซนร้อนปาบึกในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยแนวทาง &amp;ldquo;FROM THE SEA&amp;rdquo; สามารถออกเรือเดินทางได้เมื่อหน่วยเหนือสั่งการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภารกิจครั้งนี้ยังได้จัดเตรียมอากาศยาน&amp;nbsp;2 ลำ ชุดปฏิบัติการพิเศษจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (นสร.กร.) หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (น.ย.) หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) ชุดแพทย์สนามจากกรมแพทย์ทหารเรือ (พร.) และชุดฟื้นฟูพื้นที่จากกรมก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ (กสพ.ฐท.สส.) และยุทโธปกรณ์ เครื่องมือจักรกลหนักที่ใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่และสิ่งปลูกสร้าง โดยมอบหมายให้พล.ร.ต.ชวิน เวียงวิเศษ เป็นผู้บังคับหมู่เรือฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เรือหลวงอ่างทอง เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ ประเภท LPD (Landing Platform Dock) เป็นเรือในชั้น Endurance Class เข้าประจำการในสังกัด กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.55 มีกำลังพลประจำเรือ 151 นาย มีระวางขับน้ำปกติ 7,600 ตัน &amp;nbsp;มีความยาว 141 เมตร กว้าง 21 เมตร กินน้ำลึก 4.6 เมตร มีความสูงถึง 9 ชั้น ความเร็วสูงสุดมากกว่า 17 นอต ระยะปฏิบัติการมากกว่า 5,000 ไมล์ทะเล และสามารถปฏิบัติการในทะเลไม่น้อยกว่า 45 วัน ถือว่ามีความใหญ่เป็นอันดับสามรองจาก เรือหลวงสิมิลัน และเรือหลวงจักรีนฤเบศร ที่ประจำการอยู่ในฝูงเรือรบแห่งราชนาวีไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากภารกิจการสนับสนุนการยกพลขึ้นบกให้กับกำลังรบ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จากทะเลสู่ฝั่งในการเข้าโจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบกแล้ว ยังสามารถขนส่งลำเลียงทางทะเล รวมไปถึงการลำเลียงขนส่งทางอากาศด้วยอากาศยาน อีกทั้งยังเป็นเรือบัญชาการฐานปฏิบัติการในทะเล ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ การส่งอาหาร และยาเวชภัณฑ์ทางอากาศ รวมถึงการช่วยเหลืออพยพประชาชนออกจากพื้นที่ภัยพิบัติจากฝั่งสู่อู่ลอยของเรือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทะเลที่กำลังเกิดคลื่นลมแรง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นทั้งฐานลอยน้ำและฐานบินเคลื่อนที่ สำหรับรับ-ส่งผู้ประสบภัยกลางทะเล รวมไปถึงเป็นโรงพยาบาลเคลื่อนที่สำหรับการปฐมพยาบาล และใช้ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติจากวาตภัย เรือหลวงอ่างทอง พร้อมที่จะออกเรือจากท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เดินทางเข้าพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใน 15 ชั่วโมง&amp;nbsp;สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25692</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประสบภัยพายุปาบึก, ฐานทัพเรือสัตหีบ, บรรเทาสาธารณภัยทางทะเล, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พายุปาบึก, พายุโซนร้อน, เรือหลวงอ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2df8715b345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
