<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แพนเค้ก’นำทัพดาราผลักดันโครงการบริจาคอวัยวะเพื่อต่อชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย เปิดตัวโครงการ Tag for life (แท็ก ฟอร์ ไลฟ์) ขึ้น เพื่อให้ความรู้ กระตุ้นให้คนหันมาเห็นความสำคัญ และบริจาคอวัยวะมากขึ้น โดยโครงการนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเหล่าดาราและศิลปินจำนวนมาก อาทิ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ บุตรพรม, ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ, ก๊อตจิ-ทัชชกร บุญลัภยานันท์, เจนนี่ ปาหนัน, กอล์ฟ-กิตติพัทธ์ ชลารักษ์, ริว-วชิรวิชญ์ อรัญธนวงศ์, ฝน ธนสุนธร, สงกรานต์-รังสรรค์ ปัญญาเรือน, ไอซ์-ศรัณยู วินัยพานิช ฯลฯ ซึ่งได้มาร่วมประชาสัมพันธ์โครงการนี้ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวของแต่ละท่าน โดยคาดหวังว่าเมื่อจบสิ้นโครงการจะมีผู้เข้าร่วมแสดงความจำนงร่วมบริจาคอวัยวะทั้งสิ้น 150,000 คน และเพิ่มยอดอวัยวะที่ใช้ได้จริงขึ้นเป็น 400 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีการบริจาคอวัยวะต่ำมาก ทำให้มีสัดส่วนของผู้รอการปลูกถ่ายอวัยวะห่างจากผู้บริจาคอวัยวะที่มาก ปัจจุบันมีผู้ที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะประมาณ 6,300 คน แต่ในส่วนของผู้บริจาคอวัยวะในปี พ.ศ. 2562 มีเพียงแค่ 301 คนเท่านั้น ปัจจัยที่มีผลต่อการบริจาคอวัยวะ อาทิ คนไทยจำนวนมากยังติดกับความเชื่อที่ว่าถ้าบริจาคอวัยวะชาตินี้ ชาติหน้าจะเกิดมามีอวัยวะไม่ครบ มีหลายคนที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องการปลูกถ่ายอวัยวะ ไม่ทราบความสำคัญของการปลูกถ่ายอวัยวะ ไม่แน่ใจว่าจะนำอวัยวะไปใช้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร ฯลฯ และด้วยเหตุนี้ ทางศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย จึงได้ริเริ่มโครงการ Tag For Life ขึ้น โดยมีจุดประสงค์หลักในการให้ความรู้และข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะที่ประชาชนควรจะต้องรู้ เพื่อจะได้มีความเข้าใจและไม่มีความกลัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แพนเค้ก เขมนิจ กล่าวถึงการบริจาคอวัยวะว่า &amp;ldquo;บุญกุศลเหนือทานบารมีใดคือการบริจาคอวัยวะ 1 คนสามารถต่อชีวิตได้อีกหลายชีวิต แพนอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งของการให้ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อต่อความหวัง สร้างชีวิตใหม่ และต่อลมหายใจให้กับใครอีกหลายคน มาบริจาคกันเยอะๆนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราคาดหวังว่าโครงการ Tag For Life จะสามารถให้ความรู้และทำให้คนไทยมีความเข้าใจในเรื่องของการบริจาคอวัยวะมากขึ้น และจะสามารถเพิ่มยอดของผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะได้ถึง 150,000 คน และมีผู้บริจาคที่สามารถนำอวัยวะ เนื้อเยื่อไปใช้ได้จริง 350 คน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แสดงความจำนงเพื่อบริจาคอวัยวะได้ที่ &amp;nbsp;https://www.organdonate.in.th/&amp;nbsp; หรือที่แอพพลิเคชั่น &amp;ldquo;บริจาคอวัยวะ&amp;rdquo; หรือสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย โทร.1666 โดยสามารถติดตามเรื่องราวน่าประทับใจจากเรื่องจริงของผู้ที่ได้รับบริจาคอวัยวะ ได้ทางอินสตาแกรมบัญชีพิเศษของโครงการ Tag for life ที่จัดทำขึ้น อันได้แก่ tag.for.life_heart, tag.for.life_liver, tag.for.life_kidney&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62120</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริจาคอวัยวะ, ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย, สภากาชาดไทย, เขมนิจ จามิกรณ์, แพนเค้ก เขมนิจ, แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e895759e7ab5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2026 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2018 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“Let them see Love” ปี 12  ย้ำเตือนสังคมห็นความสำคัญบริจาคอวัยวะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ และศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย ผนึกกำลังเครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัททรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สานต่อโครงการ &amp;ldquo;Let them see Love&amp;rdquo; ปีที่ 12 เปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ Dream Transplants &amp;nbsp;ปลูกถ่ายฝัน เพื่อสร้างการรับรู้ และย้ำเตือนบุคคลทั่วไปให้เห็นถึงความสำคัญของการบริจาคอวัยวะ หลังพบไทยยังขาดแคลนอวัยวะและดวงตาเพื่อต่อชีวิตผู้ป่วยอยู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิศิษฎ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย กล่าวว่า การบริจาคอวัยวะ คือ การบริจาคอวัยวะภายใน ซึ่งได้แก่ หัวใจ ลิ้นหัวใจ ปอด ตับ ไต ฯลฯ ที่ใช้ประโยชน์ได้ นำไปเปลี่ยนให้กับผู้ป่วยที่อวัยวะเหล่านั้นเสื่อมสภาพ เพื่อให้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น ผู้บริจาคจะต้องเป็นผู้เสียชีวิตจากสมองตายเท่านั้น ซึ่งสมองตายคือ ภาวะสมองที่ถูกทำลายจนสูญเสียการทำงานโดยสิ้นเชิง และถาวร ไม่มีหนทางที่จะเยียวยารักษาได้ จึงถือว่าคนนั้นเสียชีวิต ซึ่งการเสียชีวิตโดยทั่วไป จะใช้หลักการหัวใจหยุดเต้น หรือการหยุดหายใจ ดังนั้นหากตรวจพบว่าผู้ป่วยสมองตาย หมายถึง ระบบประสาทส่วนกลางหรือสมองไม่สั่งงาน ทำให้ระบบการหายใจหยุดทำงาน หัวใจไม่บีบตัว ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ถือว่าผู้นั้นไม่สามารถรักษาให้มีชีวิตอยู่ได้ และภายหลังจากผ่าตัดนำอวัยวะออกจากร่างผู้เสียชีวิตสมองตาย จะใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง แพทย์จะตกแต่งร่างให้คงเดิมและมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ ทั้งนี้การบริจาคที่ผ่านมายังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วยที่มากขึ้น จากสถิติพบว่าผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะมีอยู่จำนวนมากถึง 5,851 ราย แต่ในปี 2560 ที่ผ่านมา ศูนย์รับบริจาคอวัยวะได้รับการบริจาคอวัยวะจากผู้ป่วยสมองตายเพียง 294 รายเท่านั้น และนำอวัยวะไปปลูกถ่ายช่วยชีวิตผู้ป่วยได้สำเร็จทั้งสิ้น 670 ราย&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี ลิ้นหัวใจ 74 ราย และฺผิวหนังอีก 28 ราย โดยในคนไข้ 28 ราย ใช้ผิวหนังผ่าตัดรักษาแผลให้คนไข้ทั้งสิ้น 37 ครั้ง &amp;nbsp;ในแต่ละวันก็มีผู้ป่วยที่รออวัยวะต่างกัน &amp;nbsp;ที่ต้องการมากสุดก็เป็นตับ ไต ลิ้นหัวใจ
&amp;nbsp;จากข้อมูล พบว่า ตั้งแต่ปี 2537 จนถึง2560 มีผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะและเนื้อเยื่อมากสุดคือ ไต จำนวน 4,295 ราย ดวงตา 2,696 ราย ลิ้นหัวใจ 2,002 ราย ฯลฯ&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.วิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่สามารถแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะได้ &amp;nbsp;หญิง ชาย ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ&amp;nbsp; 


respin88 ที่สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคติดเชื้อ โรคมะเร็ง สามารถแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะได้ เมื่อบริจาคอวัยวะแล้วควรพกบัตรผู้บริจาคติดตัวไว้และแจ้งให้ญาติรับทราบว่าได้ทำเรื่องบริจาคอวัยวะไว้ในระหว่างมีชีวิต และในกรณีบริจาคอวัยวะแทนญาติ &amp;nbsp;หากญาติของผู้ป่วยสมองตายเห็นว่าการบริจาคอวัยวะคือ การทำบุญครั้งสุดท้ายให้กับผู้ป่วยสมองตาย และตัดสินใจบริจาคอวัยวะ ก็ให้แจ้งกับแพทย์ที่ทำการรักษา หรือ โทรติดต่อศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ได้ทันทีที่หมายเลข 1666 อย่างไรก็ตามการทำโครงการครั้งนี้ หวังว่าจะช่วยดึงความสนใจของคนไทยให้ตระหนักถึงปัญหานี้มากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะการบริจาคอวัยวะและดวงตาเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ถือเป็นการทำบุญสูงสุดของชีวิต ตัวเราเพียงคนเดียว อาจจะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อีก 7 ชีวิตเลยจากอวัยวะที่เรามีและไม่สามารถใช้งานได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านผศ.พญ.ลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย กล่าวว่าสถิติผู้รอรับการบริจาคดวงตา ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่รอการเปลี่ยนกระจกตาอยู่จำนวนมากถึง11,624 ราย แต่ในปี 2560 ที่ผ่านมาศูนย์ดวงตาได้รับการบริจาคดวงตาจากผู้เสียชีวิตเพียง 1,283 ดวง เท่านั้น และมีผู้ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา 1,067 ราย ปัญหาคือจัดเก็บดวงตาได้น้อย สืบเนื่องจากญาติผู้เสียชีวิตไม่แจ้งศูนย์ดวงตาให้ทราบ หรือบางรายแจ้งล่าช้าเกินเวลา 6 ชม.หลังการเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ผู้ที่สามารถแสดงความจำนงบริจาคดวงตาได้ &amp;nbsp;คนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ เป็นต้นไป แม้จะเป็นผู้สายตา สั้น ยาว หรือเอียงก็บริจาคได้ เพราะส่วนที่จะนำมาใช้คือกระจกตาส่วนล่างไม่ได้เอาไปทั้งลูก ที่ยกเว้นคือผู้ที่เคยทำเบสิคตา หรือเลเซอร์ตามา เพราะทำให้รูปร่างของกระจกตาเปลี่ยนไป และที่สำคัญคือผู้เป็นโรคที่ร้ายแรงก็ไม่สามารถนำตามาใช้ได้ หากเมื่อพบโรคก็จะต้องทิ้งดวงตานั้นไปซึ่งก็ต้องมีบ้างที่ผ่านมา เมื่อบริจาคดวงตาแล้ว ควรพกบัตรผู้บริจาคติดตัวไว้และแจ้งให้ญาติรับทราบว่าได้ทำเรื่องบริจาคดวงตาไว้ในระหว่างมีชีวิต &amp;nbsp;และในกรณีบริจาคอวัยวะแทนญาติ &amp;nbsp;กรุณาโทรแจ้งศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยทันทีที่ผู้บริจาคเสียชีวิต ภายหลังเสียชีวิตดวงตาจะเริ่มเสื่อมสภาพ และเน่าเปื่อย ดังนั้นเพื่อให้ดวงตาที่มีสภาพดีที่สุด ญาติของผู้แสดงความจำนงในการบริจาคควรโทรแจ้งศูนย์ดวงตาทันทีหลังผู้บริจาคเสียชีวิต &amp;nbsp;เพื่อให้ศูนย์ดวงตาได้จัดเก็บดวงตาโดยเร็วที่สุด เพราะการจัดเก็บดวงตาควรจัดเก็บให้เรียบร้อยภายใน 6-8 ชั่วโมงทั้งนี้ยังมีผู้ที่รอความหวังอยู่มาก บางครั้งมีผู้เสียชีวิตระหว่างรอ ทุกคนก็ไม่อยากให้เกิดเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ Let Them See Love แนวคิด &amp;quot;Dream Transplants ปลูก ถ่าย ฝัน&amp;quot; จึงเชิญ ชวนทุกคนร่วมประชาสัมพันธ์โครงการและบอกต่อเรื่องราวดีๆด้วยการแชร์ภาพยนตร์โฆษณาของโครงการผ่าน โซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อช่วยกันสร้างการรับรู้ให้ผู้คนในสังคมเห็นถึงความสำคัญของการบริจาคอวัยวะและดวงตาในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ดูรายละเอียดที่ www.letthemseelove.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3436</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริจาคอวัยวะ, สภากาชาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8ab5d3bf6f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2018 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2018 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เนเธอร์แลนด์ขึ้นบัญชีพลเมืองทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะอัตโนมัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เนเธอร์แลนด์ผ่านกฎหมายให้พลเมืองทุกคนที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป อยู่ในรายชื่อผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติ ถ้าบุคคลนั้นไม่แสดงความจำนงว่าไม่ต้องการบริจาคอวัยวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ประชุมวุฒิสภาของเนเธอร์แลนด์ลงมติผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อวันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ ด้วยคะแนนเฉียดฉิว 38 ต่อ 36 เสียง ซึ่งกฎหมายนี้เสนอโดย ส.ส.คนหนึ่งของพรรคดี 66 อังกี บรูเคอร์ โนล ประธานวุฒิสภาประกาศต่อที่ประชุมวุฒิสมาชิกซึ่งมีที่นั่งทั้งหมด 75 ที่นั่งว่า กฎหมายนี้ผ่านการเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้กฎหมายนี้ พลเมืองดัตช์ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจะได้รับจดหมายจากทางการ 2 ฉบับ เพื่อสอบถามว่าต้องการเป็นผู้บริจาคอวัยวะหลังจากเสียชีวิตหรือไม่ เมื่อได้รับจดหมายทั้ง 2 ฉบับแล้ว แต่ไม่ยอมตอบกลับมา โดยเฉพาะคำตอบที่ว่าไม่ต้องการเป็นผู้บริจาคอวัยวะ ทางการจะให้ผู้ไม่ตอบกลับมาอยู่ในรายชื่อของผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายนี้ผ่านการเห็นชอบจากสภาล่างของเนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนกันยายน 2559 ด้วยผลโหวตเฉียดฉิวเช่นกันคือ 75 ต่อ 74 เสียง ซึ่ง ส.ส.ที่ค้านกฎหมายฉบับนี้เห็นว่าเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐมากเกินไป แม้กระทั่งตัดสินใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพลเมืองของตนหลังพวกเขาเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน เปีย เดคสตรา ส.ส.พรรคดี 66 ซึ่งเป็นผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ เผยภายหลังกฎหมายผ่านการเห็นชอบจากสภาล่างแล้วว่า มีการแก้ไขกฎหมายนี้บางประการ ได้แก่ ให้ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้บริจาคอวัยวะมีโอกาสกล่าวคำอาลัยแก่ผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย และเมื่อผู้บริจาคอวัยวะเสียชีวิตลง เจ้าหน้าที่จะต้องคอยให้คำปรึกษาญาติของผู้เสียชีวิตด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอ็นโอเอสของทางการดัตช์รายงานว่า ปัจจุบันมีพลเมืองดัตช์ที่ลงทะเบียนเป็นผู้บริจาคอวัยวะมากกว่า 40% แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 มีผู้ป่วย 59 รายที่รอคอยการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะใหม่ต้องเสียชีวิตลง หวังว่าภายใต้ระบบการบริจาคอวัยวะใหม่นี้จะทำให้ผู้ป่วยที่รอการเปลี่ยนอวัยวะเสียชีวิตลดลง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3141</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัตช์, บริจาคอวัยวะ, เนเธอร์แลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a8440d562cd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
