<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 23:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Fisker และบริดจสโตน ผนึกกำลังสู่ความยั่งยืนด้วยการร่วมเป็นพันธมิตร ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสุดล้ำ Fisker Ocean </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การผสานวิสัยทัศน์เพื่อความยั่งยืนแห่งการเดินทางสำหรับอนาคตระหว่าง บริษัท Fisker Inc.&amp;nbsp;(ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก : FSR) (&amp;quot;Fisker&amp;quot;) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโซลูชั่นด้านการเดินทางขั้นสูงและเป็นผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีความยั่งยืนระดับโลก และบริดจสโตน ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ ด้วยการพัฒนาโซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยและความยั่งยืนด้านการเดินทาง โดยได้ประกาศการเป็นพันธมิตรใหม่ร่วมกัน Fisker เลือกบริดจสโตนเป็นพันธมิตรด้านยางรถยนต์เพียงรายเดียวสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า SUV Fisker Ocean ที่ทุกคนต่างตั้งตารอคอย
&amp;nbsp;
Fisker Ocean จะเปิดตัวระดับโลกในปี 2564 ในงานแสดงรถยนต์ที่เมืองลอสแอนเจลิส โดยจะเริ่มผลิตในวันที่ 17พฤศจิกายน 2565 ด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิลในหลายส่วนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Fisker Ocean รวมถึงการตกแต่งภายในที่ปราศจากผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทั้งหมด ทั้งยังมีหลังคาที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้เลือกอีกด้วย Fisker Ocean จะใช้ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยบริดจสโตน รุ่น Potenza Sport สำหรับรถยนต์ที่จำหน่ายในยุโรปและเฉพาะรุ่นที่จำหน่ายในอเมริกาเหนือ โดยผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษรุ่น Potenza Sport นี้จะช่วยมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยม เน้นไปที่การขับขี่ที่นุ่มสบายและความเสถียรของรถ นอกจากนี้ความต้านทานการหมุนของล้อต่ำ ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ของรถ โดยจะใช้พลังงานน้อยลงสำหรับการขับเคลื่อนยางรถยนต์
&amp;nbsp;
ผลิตภัณฑ์ Bridgestone Potenza Sport นับเป็นยางรถยนต์รุ่นแรกที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นยางสปอร์ตสมรรถนะสูงระดับพรีเมียมของบริดจสโตนด้วยการนำเทคโนโลยี ENLITEN ซึ่งเป็นการปฏิวัติวงการและสร้างความยั่งยืนให้กับยางรถยนต์ โดยเฉลี่ยแล้วเทคโนโลยี ENLITEN จะช่วยลดความต้านทานการหมุนของล้อได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และลดน้ำหนักของล้อยางได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเท่ากับลดวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการผลิตยางรถยนต์แต่ละเส้นลงได้สูงสุดถึง 2 กิโลกรัม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในแง่ของการใช้ทรัพยากรและการจัดการผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย การใช้เทคโนโลยี ENLITEN เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ยางรถยนต์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่น Ocean มีความต้านทานการหมุนของล้อต่ำ ขณะที่ดอกยางแบบสปอร์ตของผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์รุ่น Potenza Sport จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มีประสิทธิภาพและมีความเสถียร
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ บริดจสโตนยังส่งมอบผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการสำหรับการขับขี่ทุกฤดูกาลด้วยรุ่น Alenza Sport โดยสำหรับ Fisker Ocean รุ่นที่จำหน่ายในอเมริกาเหนือ ในผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์รุ่น Alenza Sport จะได้รับการพัฒนาขึ้นโดยใช้เนื้อยางรุ่นใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกบนถนนแห้ง การยึดเกาะบนถนนเปียก และปรับปรุงความต้านทานการหมุนของล้อ เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ได้โลดแล่นไปกับสมรรถนะสูงสุดของ Fisker Ocean
&amp;nbsp;
ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์สำหรับ Fisker Ocean นี้ได้รับการออกแบบจากเทคโนโลยีการพัฒนายางรถยนต์แบบ Virtual Tyre ที่ล้ำสมัยของบริดจสโตน ช่วยให้คาดการณ์สมรรถนะยางรถยนต์ได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องผลิตออกมาจริง และย่นระยะเวลาทดสอบการใช้ยางจริงตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีการพัฒนายางรถยนต์แบบ Virtual Tyre นี้ช่วยให้การพัฒนายางรถยนต์ยั่งยืนยิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพ มีความถูกต้องแม่นยำ และยืดหยุ่นขึ้น โดยสามารถลดปริมาณการใช้วัตถุดิบและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ และช่วยย่นระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสามารถเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ การนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในโครงการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายของ Fisker Ocean ในการเป็นยานพาหนะที่มีความยั่งยืนที่สุดระดับโลก และยังช่วยส่งเสริมระยะเวลาการพัฒนาโครงการดังกล่าวให้เร็วขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการแสวงหายางรถยนต์ที่เหมาะสม Fisker กล่าวว่าบริดจสโตนเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งซึ่งมีแนวทางเดียวกันในการมุ่งสู่ความยั่งยืน โดยเป็นการลงทุนตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการผลิตและการจัดจำหน่ายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น บริดจสโตนเพิ่งประกาศเมื่อไม่นานมานี้ว่าสาขาต่าง ๆ ที่อยู่ในยุโรป รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นสถานที่พัฒนายางรถยนต์สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Fisker Ocean และโรงงานที่เมืองพอซนาน ประเทศโปแลนด์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยางรถยนต์รุ่นดังกล่าวจะใช้ไฟฟ้าที่มาจากแหล่งพลังงานทดแทนทั้งหมด เช่นเดียวกับโรงงาน Magna Steyr ที่จะผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Fisker Ocean ในเมืองกราซ ประเทศออสเตรีย ก็จะเป็นโรงงานที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) อีกด้วย
&amp;nbsp;
สำหรับบริดจสโตนแล้ว Fisker เป็นพันธมิตรที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมธุรกิจ เพื่อการรองรับการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยการเป็นทั้งผู้บุกเบิกยางรถยนต์คุณภาพพรีเมียม การเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับยางรถยนต์และส่งมอบโซลูชั่นสำหรับการขนส่งและการเดินทาง ประกอบกับการพัฒนาเครือข่ายบริการและการจัดจำหน่ายที่พร้อมสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า บริดจสโตนจึงทำการลงทุนเพื่อช่วยให้การเดินทางด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ทุกราย และ Fisker ก็มีเป้าหมายที่คล้ายคลึงกัน โดยกำหนดราคารถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่น Ocean ที่จะเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาในราคาเริ่มต้นที่ 37,499 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคานี้ไม่รวมในส่วนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า) และไม่เกิน 32,000 ยูโรในเยอรมนี (รวมภาษีและเงินอุดหนุนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า)
&amp;nbsp;
การทดสอบรถต้นแบบของ Fisker Ocean จะเริ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2564 ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ของบริดจสโตนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อตอบโจทย์ตามความต้องการของรถรุ่นดังกล่าว มี 2 ขนาด คือ 255/50 R20 และ 255/45 R22 โดยที่ยางรถยนต์ขนาด 22 นิ้ว จะได้รับการปรับแต่งเพื่อการควบคุมที่สมดุลแบบสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการในการยกระดับสมรรถนะการขับขี่ของ Fisker Ocean&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สำหรับบริดจสโตน เราเล็งเห็นว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ในการช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593 และส่งเสริมด้านการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น Laurent Dartoux ประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหารของบริดจสโตนยุโรปและตะวันออกกลาง กล่าว &amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอุปสรรคมากมายที่จะต้องเอาชนะให้ได้ก่อนที่อนาคตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะกลายเป็นจริงได้ และ Fisker กำลังก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นเช่นเดียวกับบริดจสโตน โดยไม่เพียงแต่จะทำให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ Fisker ยังได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งในประเด็นเรื่องความยั่งยืน ซึ่งนี่คือสิ่งที่ชาญฉลาดที่เราเต็มใจสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการผสานเป้าหมายเข้าด้วยกันและร่วมมือกันเพื่อทำให้มันสำเร็จ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ทำงานร่วมกับบริดจสโตน ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์และการเดินทางอย่างยั่งยืน และมีค่านิยมร่วมกับเรา และเป็นผู้พัฒนายางรถยนต์ระดับพรีเมียมที่เข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมกับ Fisker Ocean&amp;rdquo; Henrik Fisker ประธานคณะกรรมการบริษัทและประธานกรรมการบริหารของ Fisker กล่าว &amp;ldquo;เรามีเป้าหมายที่จะพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า SUV ที่มีความยั่งยืนที่สุด ด้วยความเหนือชั้นในการขับขี่ การควบคุมรถ และยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่ทำให้รถวิ่งได้ไกลขึ้น และบริดจสโตนจะมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายนี้ เราเฝ้ารอที่จะได้ทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะได้ร่วมมือทั้งในด้านการออกแบบสมรรถนะและการพัฒนาทางเทคนิคต่าง ๆ ต่อไปสำหรับยางรถยนต์พลังงานไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117225</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, บริดจสโตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6147692f0a116.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 23:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริดจสโตน ร่วมกับค็อกพิท จัดแคมเปญ Together We’re Safe เพื่อคนไทยสู้ภัยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด ร่วมกับศูนย์บริการค็อกพิท และ เอ.ซี.ที ทั่วประเทศ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือบุคลากรด่านหน้า ในแคมเปญ Together We&amp;rsquo;re Safe มอบสิทธิพิเศษสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงรถพยาบาล รถกู้ชีพ-กู้ภัย และรถฉุกเฉิน ร่วมสู้ภัยโควิด-19 ด้วยการจัดโปรโมชั่นซื้อยางบริดจสโตน 3 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด แถมฟรี 1 เส้น* และสำหรับลูกค้าทั่วไป บริดจสโตนมอบข้อเสนอพิเศษเพียงลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านทาง LINE @bridgestoneth จะได้รับส่วนลดมูลค่า 1,000 บาท ทาง SMS สำหรับการเปลี่ยนยาง บริดจสโตน 4 เส้น* โดยแคมเปญ Together We&amp;rsquo;re Safe จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม &amp;ndash; 31 ตุลาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคอิจิ ชูมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริดจสโตน ประเทศไทย ได้ร่วมกันบริจาคเงิน จำนวน 5 แสนกว่าบาท เพื่อสมทบทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ สนับสนุนการทำงานของบุคลากร และอาสาสมัครในทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรับมือกับวิกฤตของการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp; โดยครั้งนี้ในนามของ บริดจสโตนเซลส์ ประเทศไทย ตั้งใจที่จะสานต่อความช่วยเหลือเพื่อบุคลากรด่านหน้าในสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ด้วยการจัดแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;Together We&amp;rsquo;re Safe&amp;rdquo; สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทุกตำแหน่ง รวมถึงรถพยาบาล รถกู้ชีพ-กู้ภัย และรถฉุกเฉิน ร่วมสู้ภัยโควิด ด้วยการจัดโปรโมชั่นซื้อยาง บริดจสโตน 3 เส้น ทุกรุ่น ทุกขนาด แถมฟรี 1 เส้น* (ยางที่แถมต้องเป็นรุ่นและขนาดเดียวกัน)&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม &amp;ndash; 31 ตุลาคม นี้ และสำหรับลูกค้าทั่วไปจะมีข้อเสนอพิเศษเมื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์ส่วนลดผ่านทาง LINE @bridgestoneth จะได้รับ SMS ส่วนลด 1,000 บาท ทันทีสำหรับการเปลี่ยนยางบริดจสโตน 4 เส้น โดยลูกค้าทุกท่านสามารถลงทะเบียนไว้ก่อนตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม &amp;ndash; 31 ตุลาคม และสามารถใช้สิทธิ์เปลี่ยนยางในช่วงเวลาที่สะดวกถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ที่ศูนย์บริการค็อกพิท และเอ.ซี.ที ทั่วประเทศ โดยแคมเปญพิเศษนี้เป็นไปตามแนวทางที่บริดจสโตนวางไว้ คือ ขอร่วมเดินทางเคียงข้างคนไทยอย่างปลอดภัยร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115360</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, บริดจสโตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612faf04d6e3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 23:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริดจสโตนชวนส่งพลังใจเชียร์ 4 นักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติไทย ผ่านแคมเปญ “1 กำลังใจให้ยกกำลัง 10” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด เชิญชวนคนไทยร่วมส่งต่อแรงเชียร์ให้ 4 นักกีฬา พาราลิมปิกทีมชาติไทย ตัวแทนทีมบริดจสโตน ประเทศไทย ในฐานะพนักงานไทยบริดจสโตน สำหรับภารกิจไล่ล่าความฝันครั้งสำคัญ ลุ้นเหรียญทองในการแข่งขัน &amp;ldquo;โตเกียว 2020 พาราลิมปิกเกมส์&amp;rdquo; ผ่านแคมเปญ &amp;ldquo;1 กำลังใจให้ยกกำลัง 10&amp;rdquo; โดยทุก 1 ข้อความให้กำลังใจ พร้อมติดแฮชแท็ก #BridgestoneChaseYourDreamTH บริดจสโตนจะร่วมสมทบทุนบริจาค 10 บาท* ต่อยอดให้เป็นพลังยิ่งใหญ่สู่สังคมมอบให้กับมูลนิธิเมาไม่ขับ เริ่มตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 5 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;1 กำลังใจให้ยกกำลัง 10&amp;rdquo; จัดขึ้นเพื่อต้องการให้คนไทยร่วมส่งแรงใจผ่านข้อความให้แก่ 4 ตัวแทนนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยจากสังกัดทีมบริดจสโตน ประเทศไทย ได้แก่ บีม-ชัยวัฒน์ รัตนะ นักกรีฑาวีลแชร์เรซซิ่ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมชาติไทย เจมส์-วรวุฒิ แสงอำภา นักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทย สร-จ่าเอกอนุสรณ์ ไชยชำนาญ นักกีฬายิงปืนคนพิการทีมชาติไทย และ เจน-เจนจิรา ปัญญาทิพย์ นักกรีฑาคนพิการกระโดดไกลหญิงทีมชาติไทย ที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน &amp;ldquo;โตเกียว 2020 พาราลิมปิกเกมส์&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม &amp;ndash; 4 กันยายน นี้ ณ ประเทศญี่ปุ่น ให้มีพลังฮึดสู้ในการไล่ล่าฝันเพื่อคว้าเหรียญรางวัล และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย โดยทุก ๆ หนึ่งข้อความเชียร์ที่ผ่านทางช่องทาง www.bridgestonechaseyourdream.com บริดจสโตนจะสมทบทุนข้อความละ 10 บาท* และส่งต่อพลังไล่ล่าความฝันนี้ แปรเปลี่ยนเป็นพลังยิ่งใหญ่สู่ผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย มอบให้แก่ &amp;ldquo;มูลนิธิเมาไม่ขับ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่มุ่งเน้นการสนับสนุนผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ให้มีกำลังสู้ชีวิต และได้มีโอกาสทำตามฝันให้สำเร็จตามความหมายของ &amp;ldquo;Chase Your Dream&amp;rdquo; เช่นเดียวกับนักกีฬาพาราลิมปิกทั้ง 4 ท่าน โดยจะเริ่มโครงการตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 5 กันยายนนี้ และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารการแข่งขันเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/BridgestoneTH/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคอิจิ ชูมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย บริดจสโตน จำกัด เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การแข่งขันโตเกียว 2020 พาราลิมปิกเกมส์ เป็นการแข่งขับแบบไม่มีผู้ชมในสนาม และนักกีฬาจะถูกจำกัดบริเวณเพื่อป้องกันการติดเชื้อซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะกดดัน ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับ 4 นักกีฬา ทีมบริดจสโตน ประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จในการไล่ล่าความฝันครั้งสำคัญในฐานะตัวแทนของประเทศไทย จึงขอเชิญชวนแฟนกีฬาชาวไทยร่วมส่งข้อความให้กำลังใจพร้อมติดแฮชแท็ก &amp;nbsp;#BridgestoneChaseYourDreamTH ผ่านแคมเปญ &amp;ldquo;1 กำลังใจให้ยกกำลัง 10&amp;rdquo; เพื่อส่งต่อพลังใจอันยิ่งใหญ่นำไปสู่การส่งต่อกำลังใจสู่สังคมไทยจากการสมทบทุนบริจาคของบริดจสโตนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114522</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, บริดจสโตน, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6126148431aa1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริดจสโตน จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษให้ลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเดินทางไปเส้นทางไหน ก็ถึงจุดหมายได้อย่างมั่นใจ เพียงซื้อยางบริดจสโตน TURANZA T005A หรือ POTENZA Adrenalin RE004 ทุกขนาด ครบ 4 เส้น ที่ศูนย์บริการรถยนต์ค็อกพิท ศูนย์บริการแอค หรือร้านค้าตัวแทนจำหน่ายยางบริดจสโตนที่ร่วมรายการ รับฟรี บัตรเติมน้ำมันปตท. มูลค่า 500 บาท โปรโมชั่นนี้ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2564 (เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112802</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริดจสโตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_61120211de050.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริดจสโตน ประเทศไทย สานต่อพันธกิจผู้สนับสนุนหลัก การแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริดจสโตน ประเทศไทย สานต่อพันธกิจของกลุ่มบริษัทบริดจสโตนทั่วโลกในฐานะผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิกระดับโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมติดตามการแข่งขันของ 4 พนักงานและนักกีฬาทีมบริดจสโตนประเทศไทย ดีกรีนักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติไทย สู่เส้นทางการพิชิตฝันครั้งสำคัญในพาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม &amp;ndash; 5 กันยายน 2564 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากความร่วมมือกันครั้งแรกระหว่างบริษัทบริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น และคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ในปี 2557 สู่การขยายพันธสัญญาสนับสนุนการจัดการแข่งขันโอลิมปิกยาวนานต่อเนื่องจนถึงปี 2567 และการเป็นผู้สนับสนุน การแข่งขันพาราลิมปิกตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน พร้อมผลักดันการสนับสนุนนักกีฬาคนพิการในประเทศไทย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและได้รับการต่อยอดความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ ภายใต้สังกัดนักกีฬาทีมบริดจสโตนประเทศไทย เพื่อสร้างความพร้อมต่อสู้กับทุกอุปสรรค และพิชิตฝันของตนเองได้สำเร็จ หรือ &amp;ldquo;Chase Your Dream&amp;rdquo; ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของบริดจสโตน แบรนด์ผู้ผลิตยางรถยนต์ระดับโลกที่ได้มีโอกาสจุดประกายความฝันและสร้างแรงผลักดันให้แก่ผู้คนทั่วโลกโดยไม่มีการแบ่งแยกกลุ่มชาติพันธุ์และข้อจำกัดทางร่างกาย โดยมีกีฬาเป็นตัวเชื่อมความพยายามสู่เป้าหมายได้เป็นผลสำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้สนับสนุนหลักระดับโลกเพียงรายเดียวที่มีสำนักงานใหญ่ในเมืองเจ้าภาพการแข่งขัน และเพื่อเป็นการต้อนรับผู้คนจากทั่วโลกสู่ประเทศบ้านเกิด ของบริดจสโตน บริษัทฯ ได้ยึดมั่นพันธกิจ &amp;ldquo;รับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า&amp;quot; ด้วยการทำหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและยั่งยืน เพื่อให้นักกีฬาทั่วโลกสามารถพิชิตฝันของพวกเขาได้สำเร็จ &amp;nbsp;โดยนำผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงการนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบโจทย์การจัดเตรียมความพร้อมของการจัดงาน ได้แก่ &amp;nbsp;ติดตั้งยาง Bridgestone Ecopia รุ่นใหม่ พร้อมคิดค้นและพัฒนายางรุ่นพิเศษเพื่อใช้สำหรับยานพาหนะประเภทต่าง ๆ จำนวน 3,000 คัน , สนับสนุนการบรรเทาและลดปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองเจ้าภาพด้วยการสนับสนุนรถจักรยานกว่า 800 คัน พร้อมจัดหาจักรยานร่วมสมทบอีกกว่า 400 คัน และเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน จักรยานจากบริดจสโตนจะถูกนำไปบริจาคให้แก่องค์กรและชุมชนเป็นลำดับต่อไป &amp;nbsp;, สนับสนุนการเดินทางของ &amp;ldquo;บริดจสโตนแบรนด์แอมบาสเดอร์&amp;rdquo; ซึ่งเป็นนักกีฬาทีมบริดจสโตนจากทั่วโลกกว่า 70 คน ได้ร่วมแข่งขันอย่างเต็มศักยภาพ , ร่วมนำเสนอโซลูชั่นเพื่อตอบโจทย์การก่อสร้างต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีรองรับการเกิดแผ่นดินไหว (Bridgestone seismic isolation bearings) ที่ศูนย์กีฬาทางน้ำโตเกียว (Tokyo Aquatic Centre) และสนามกีฬาอาริอาเกะ (Ariake Arena) เพื่อช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายจากแผ่นดินไหว , จัดให้มีโปรแกรมอาสาสมัครที่ส่งเสริมให้พนักงานบริดจสโตนได้มีโอกาสร่วมมือกับผู้จัดงานเพื่อทำให้มหกรรมกีฬาโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ , นำเสนอเครือข่ายศูนย์บริการในประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้บริการตรวจสอบยางรถยนต์ตามปกติและบริการยางที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกทั่วโตเกียว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพันธกิจในประเทศไทย บริดจสโตนได้เล็งเห็นถึงความพยายามและความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมของนักกีฬา พาราลิมปิกทีมบริดจสโตนประเทศไทยทั้ง 4 ท่าน ได้แก่ ชัยวัฒน์ รัตนะ (นักกรีฑาวีลแชร์เรซซิ่ง ทีมชาติไทย) วรวุฒิ &amp;nbsp; แสงอำภา (นักกีฬาบอคเซีย ทีมชาติไทย) จ่าเอกอนุสรณ์ ไชยชำนาญ (นักกีฬายิงปืนคนพิการ ทีมชาติไทย) และ เจนจิรา ปัญญาทิพย์ (นักกรีฑาคนพิการ ทีมชาติไทย) ซึ่งมีผลงานสะสมและการันตีด้วยศักยภาพที่โดดเด่นจนผ่าน เข้าร่วมแข่งขันโตเกียวพาราลิมปิก 2020 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยาวนานเช่นนี้ บริษัทฯ ได้สนับสนุนนักกีฬาทั้ง 4 ท่าน อย่างเต็มกำลังให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในฐานะที่พวกเขาเป็นพนักงานของบริดจสโตน &amp;nbsp;เพื่อให้การเก็บตัวฝึกซ้อมและการเดินทางเข้าร่วมแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคอิจิ ชูมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด เปิดเผยว่า อีกทั้งยังได้จัดทำช่องทางประชาสัมพันธ์ข่าวสารการแข่งขันของนักกีฬาพาราลิมปิกทีมบริดจสโตนประเทศไทย ผ่าน www.bridgestonechaseyourdream.com ซึ่งเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์หลักของบริษัทฯ เพื่อให้แฟนกีฬาชาวไทยได้ร่วมติดตามผลงานพร้อมส่งกำลังใจให้พวกเขาพิชิตฝันสู่เส้นทางโตเกียวพาราลิมปิก 2020 ได้สำเร็จผ่านกิจกรรมในรูปแบบ &amp;nbsp;ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย ทั้งนี้นักกีฬาพาราลิมปิก ทีมบริดจสโตนประเทศไทยทั้ง 4 ท่าน จะมีกำหนดเดินทางไปยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ แฟนกีฬาชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารการแข่งขันและกิจกรรมความเคลื่อนไหวเพื่อส่งกำลังใจเชียร์พวกเขาได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111344</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริดจสโตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_61003b44bf293.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 23:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 00:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริดจสโตนประกาศรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2563-2564 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น ประกาศรายงานความยั่งยืนประจำปี 2563-2564 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มบริษัทบริดจสโตนในการมุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าให้แก่สังคมและลูกค้าอย่างต่อเนื่องในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืน รายงานดังกล่าวสรุปขั้นตอนการดำเนินงานของบริดจสโตนในปีที่ผ่านมาเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ในการส่งเสริมความยั่งยืนให้สังคม ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์ธุรกิจระยะกลาง-ยาวของกลุ่มบริษัทบริดจสโตน กรอบการดำเนินงานทางธุรกิจอย่างยั่งยืน แผนธุรกิจระยะกลาง (ประจำปี 2564-2566) และกิจกรรมเพื่อสังคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชู อิชิบาชิ ประธานกรรมการบริหารสูงสุด และผู้บริหารระดับสูงของบริดจสโตน เปิดเผยว่า เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เรากำลังรับมือกับความท้าทายเพื่อสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ลูกค้าของเรา และบริดจสโตน นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทบริดจสโตนยังจะดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในวงกว้างนอกเหนือจากธุรกิจของเราด้วย ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นให้กับสังคมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันต่อไป กลุ่มบริษัทบริดจสโตนมีบทบาทและหน้าที่ที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการดำเนินงานในอนาคต เช่น การดำเนินงานสู่ความสำเร็จของ SDGs ด้วยพันธกิจ &amp;lsquo;รับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า&amp;rsquo; ทั้งนี้ เราอยากเชิญชวนให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมเดินสู่เส้นทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเรา และเชื่อมั่นว่ารายงานดังกล่าวนี้แสดงขั้นตอนที่สำคัญเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการแสดงความรับผิดชอบของเราด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญของรายงานดังกล่าว มีดังต่อไปนี้: การดำเนินงานสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ด้วยพันธกิจ &amp;ldquo;รับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า&amp;rdquo; และเจตนารมณ์ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของบริดจสโตน หรือ &amp;nbsp;&amp;ldquo;Our Way to Serve&amp;rdquo; บริดจสโตนกำลังบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับวัฒนธรรม กลยุทธ์ทางธุรกิจ และการดำเนินงานของบริษัท การบรรลุกลยุทธ์ทางธุรกิจระยะกลาง-ยาวด้านความยั่งยืนเป็นหลัก รายงานดังกล่าวประกอบด้วยเป้าหมายเชิงปริมาณและแนวคิดริเริ่มโดยละเอียดของกลยุทธ์ธุรกิจระยะกลาง-ยาวและแผนธุรกิจระยะกลาง (ประจำปี 2564-2566) ซึ่งเป็นแผนงานเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และความยั่งยืนของบริดจสโตน นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทบริดจสโตนยังตั้งเป้าสร้างโมเดลธุรกิจที่สร้างคุณค่าทางธุรกิจด้วย เช่น รายได้และผลกำไรอย่างยั่งยืนด้วยกรอบโครงสร้างธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งรวมถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในธุรกิจของกลุ่มบริษัทบริดจสโตน ตั้งแต่การผลิตและการจัดจำหน่าย ไปจนถึงการสร้างคุณค่าระหว่างการใช้งานและการยืดอายุการใช้งานของยางรถยนต์ ความคืบหน้าของแผนการดำเนินงานในปี 2573&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกำหนดเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน บริดจสโตนได้ประกาศเป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาวสำหรับปี 2593 และปีต่อๆ ไป พร้อมกับเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 50% จากระดับในปี 2554 ภายในปี 2573 การเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และอัตราการใช้พลังงานหมุนเวียนในปี 2563 มีการเปิดเผยความสำเร็จของกลุ่มบริษัทบริดจสโตนในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 31% เมื่อเทียบกับระดับในปี 2554 และการใช้พลังงานหมุนเวียนประมาณ 11% ของการใช้พลังงานขอกลุ่มบริษัท บริดจสโตนทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกาศเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วโลกบริดจสโตนตั้งเป้าหมายในการจัดหาพลังงานมากกว่า 50% จากพลังงานหมุนเวียน (พลังงานไฟฟ้า) ภายในปี 2566 และประกาศความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนในอนาคต การสร้างความเชื่อมั่นเพื่อส่งเสริมการสร้างคุณค่าร่วมการสร้างคุณค่าร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินการตามกรอบการดำเนินงานทางธุรกิจอย่างยั่งยืน รายงานดังกล่าวนำเสนอกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆของกลุ่มบริษัทบริดจสโตนเพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรด้านการสร้างคุณค่าร่วม หลักบริหารจัดการทั้ง 6 ประการของกลุ่มบริษัทบริดจสโตนเป็นพื้นฐานของความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและลูกค้า ในรายงานดังกล่าว ตัวแทนจากคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริหารค่าตอบแทน จะแลกเปลี่ยนมุมมองของตนเพื่อเจรจา และแนะนำบรรษัทภิบาลให้กลุ่มบริษัท บริดจสโตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2564 เป็นปีแห่งการครบรอบ 90 ปี ของการก่อตั้งบริดจสโตน ด้วยพันธกิจ &amp;ldquo;รับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า&amp;rdquo; และด้วยการก้าวสู่การเป็นองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืนด้วยการส่งมอบคุณค่าให้แก่สังคมและลูกค้า กลุ่มบริษัทบริดจสโตนจะยังคงมีส่วนร่วมในการส่งเสริมความยั่งยืนให้สังคมต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111340</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, บริดจสโตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_6100395c592f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 22:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริดจสโตน คืนกำไรให้กับร้านค้าสมาชิกบีพอยท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด คืนกำไรให้กับร้านค้าสมาชิกบีพอยท์ (B-Point) แจกรางวัลใหญ่ รถยนต์อีซูซุดีแมคซ์ และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ในกิจกรรม B-Point Big Campaign ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 กิจกรรมพิเศษเพื่อสิทธิประโยชน์มอบให้ร้านค้าสมาชิกบีพอยท์ (B-Point) ที่เข้าร่วมโปรแกรมสะสมคะแนนเอกสิทธิ์ของบริดจสโตน โดยการซื้อยาง บริดจสโตน ไฟร์สโตน และเดย์ตัน ผ่านทางร้านค้าผู้แทนจำหน่ายค้าส่งของบริดจสโตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นำโดย วิโรจน์ ครอบครองจิต รองผู้จัดการส่วนงานขายและปฏิบัติ​งาน บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการ​ผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตน เอ.ซี.ที (ประเทศไทย) จำกัด ประธานในพิธีจับรางวัล โครงการ B-Point Big Campaign ซึ่งผู้โชคดี ได้แก่ ร้านสวีศูนย์ล้อ จากจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นร้านค้าสมาชิกบีพอยท์ (B-Point) ได้รับรางวัลใหญ่ รถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ 1.9 Ddi Z มูลค่า 750,000 บาท จำนวน 1 รางวัล นอกจากนี้ยังมีรางวัลรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซูเปอร์ คัพ จำนวน 10 รางวัล และโทรศัพท์ iPhone 12 จำนวน 30 รางวัล รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีพอยท์ (B-Point) คือ โปรแกรมสะสมคะแนนเอกสิทธิ์ของบริดจสโตน เพื่อคืนกำไรให้กับร้านค้าสมาชิกที่ซื้อยาง บริดจสโตน ไฟร์สโตน และเดย์ตัน ผ่านผู้แทนจำหน่ายค้าส่งของบริดจสโตน Wholesale Partnership (WSP) โดยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และสำหรับคะแนนที่สะสมนั้นร้านค้าที่เป็นสมาชิกสามารถใช้นำไปแลกทอง และของรางวัลต่างๆ กว่า 2,200 รายการ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า บัตรกำนัล เครื่องมือช่าง แพ็กเกจท่องเที่ยว และของรางวัลที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110115</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, บริดจสโตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f2f7d05b5fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
