<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บีทีเอส&#039;ทนไม่ไหวอัดคลิปเปิดหน้าทวงหนี้รัฐ  3 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10เม.ย.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 3.00 นาที ผ่านทางยูทูบ เมื่อวันที่ 9 เม.ย.64ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับประเด็นหนี้แสนล้านดังนี้ ว่าสวัสดีครับ ท่านผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกท่านครับตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อมวลชนในช่วงที่ผ่านมา เกี่ยวกับปัญหาภาระหนี้สินที่รัฐบาล โดยกรุงเทพมหานครแบกรับค่าก่อสร้าง ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก และค่าโดยสารไม่สูงจนเกินไป รวมทั้งสิ้นกว่าแสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้น ได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหา ด้วยการขอให้เอกชนรับภาระหนี้สินทั้งหมดกว่าแสนล้านจากรัฐบาล และ กรุงเทพฯไป เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดิน โดยรัฐจะอนุญาตให้สัมปทานเอกชนในการเดินรถ 30 ปี ทั้งนี้ต้องกำหนดค่ารถไฟฟ้าสายสีเขียวตลอดสายทุกเส้นทาง สูงสุดไม่เกิน 65 บาทเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอดังกล่าวได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีมาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบ บีทีเอส ได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการสนับสนุน และร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว มานานพอสมควร กรุงเทพมหานคร โดย บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ไม่ได้ชำระค่าจ้างเดินรถ จนเป็นเหตุให้มีภาระหนี้ติดค้าง นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 60 เป็นจำนวนเงิน 9,602 ล้านบาท และหนี้ค่าซื้อระบบการเดินรถ ไฟฟ้าและเครื่องกล ที่ถึงกำหนดชำระจำนวน 20,768 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระการเงินที่มากเกินกว่า บีทีเอส จะแบกรับต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัท จึงมีความจำเป็นต้องยื่นหนังสือ ทวงถามการชำระหนี้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ยังไม่ชำระหนี้ให้บริษัทแต่อย่างใด จากข้อเท็จจริงจากสภาพปัญหาดังกล่าว บริษัท ได้พยายามอย่างที่สุด ที่จะร่วมรับผิดชอบ ที่จะร่วมหาแนวทางแก้ไขข้อขัดข้อง แต่ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาที่ซ้อนปัญหาอยู่ภายใน ซึ่งบริษัท ไม่สามารถก้าวล่วงได้ ประกอบกับมีบุคคลบางกลุ่ม บางฝ่าย อาจต้องการที่ไม่ให้เรื่องดังกล่าวได้รับการแก้ไข และพยายามสร้างประเด็นต่าง ๆ ขึ้นมาคัดค้านต่อต้านโดยไม่สนใจว่าหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข จะสร้างความเดือดร้อนเสียหายขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะกับผู้โดยสารที่ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา บริษัท ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน และใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสตลอดมา บริษัทขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้บริการระบบขนส่งมวลชน ที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน จะพยายามทำทุกวิถีทาง ที่จะดูแลผู้โดยสารทุกท่านอย่างดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เป็นปัญหาใหญ่ที่จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือ จากหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งโดยลำพัง บริษัทไม่สามารถแก้ไขให้ประสบความสำเร็จได้ และสุดท้ายอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่เดือดร้อนแก่ประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทจึงขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง และสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ผู้โดยสารได้ทราบเบื้องต้น ขอบคุณครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ชมคลิป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99027</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวงเงิน, บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด, บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส, รัฐบาล, สุรพงษ์ เลาหะอัญญา, อัดคลิป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_60713c1d260bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เตรียมเดินเรือพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบในคลองผดุงฯ ยกเป็นเส้นทางสีเขียวสายแรกของประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพธนาคม พร้อมเดินเรือใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม ยกเป็นเส้นทางสีเขียวเรือโดยสารพลังงานสะอาดทุกลำสายแรกของประเทศ และพัฒนาท่าเรือตลอดเส้นทาง เป็น &amp;quot;ท่าเรืออัจฉริยะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) วิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากที่กรุงเทพมหานคร ได้อนุมัติให้สำนักการจราจรและขนส่ง ว่าจ้างบริษัทฯ ดำเนินโครงการพัฒนาระบบการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม โดยจัดหาเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าพร้อมระบบโซลาร์เซลล์ (ไร้มลพิษทางเสียงและอากาศ) จำนวน 8 ลำ เพื่อให้บริการประชาชน ความคืบหน้าล่าสุด ได้มีการลงนามกับเอกชนผู้ผลิตเรือแล้ว โดยจะมีเรือครบ 8 ลำให้บริการภายในเดือนพฤศจิกายน 2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปัจจุบันบริษัทฯมีเรือให้บริการในเส้นทางจำนวน 2 ลำ เป็นเรือพลังงานเชื้อเพลิงดีเซล 1 ลำ เรือพลังงานไฟฟ้า 1 ลำ ซึ่งพร้อมให้บริการประชาชนและรองรับการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ก.ค.นี้โดยในเส้นทางมีโรงเรียนสถานศึกษาหลายแห่ง ส่วนเรือไฟฟ้าที่จะนำมาให้บริการเพิ่มเติมนั้นได้ออกแบบเพื่อบรรทุกผู้โดยสารอย่างเหมาะสมโดยจุผู้โดยสารไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่งและมีที่สำหรับจอดรถเข็นผู้พิการ โดยเมื่อมีเรือให้บริการเต็มรูปแบบจะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้มากกว่าปัจจุบันอีกเท่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เรือที่นำมาให้บริการจะใช้พลังงานไฟฟ้าได้ทั้ง 2 แหล่งคือ จากการชาร์จไฟที่สถานีชาร์จเพื่อการขับเคลื่อนเรือและใช้พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งบนหลังคาเรือเพื่อให้แสงสว่างภายในเรือ ดังนั้นภายในปลายปีนี้ เส้นทางเดินเรือคลองผดุงกรุงเกษมจะเป็นเส้นทางเรือแห่งแรกของกรุงเทพมหานครและของประเทศ ที่จะใช้เรือไฟฟ้ามาให้บริการทั้งหมด ถือเป็น เส้นทางขนส่งมวลชนสีเขียว รองรับการเดินทางต่อเชื่อมระบบขนส่งมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีแนวทางพัฒนาเส้นทางเดินเรือในอนาคตโดยจัดทำ &amp;ldquo;ท่าเรืออัจฉริยะ&amp;rdquo; โดยจะติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบริเวณท่าเรือเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้ท่าเรือมีแสงสว่างตลอด 24 ชั่วโมง มีป้ายดิจิทัลแจ้งเวลาเรือที่จะเข้าเทียบท่า มีระบบการให้ข้อมูลการเดินทางที่ทันสมัย และจะพัฒนาให้บริเวณท่าเรือในเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม เป็นจุดการเชื่อมต่อการเดินทางที่หลากหลายอย่างเช่น บริการจักรยานสาธารณะ และจัดให้มีจุดชาร์จพลังงานไฟฟ้า สำหรับจักรยานไฟฟ้า และรถใช้พลังงานไฟฟ้าต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่บริษัทฯได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า เพื่อรองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะในเขตพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิต กล่าวต่อด้วยว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯได้รับมอบนโยบายจากกรุงเทพมหานครและรัฐบาลให้นำเรือมาทดลองให้บริการในคลองผดุงกรุงเกษมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561ร่วมกับเรือของสำนักการระบายน้ำ เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางทั้งระบบ ล้อ ราง เรือ จากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสถานีรถไฟหัวลำโพง เข้าสู่พื้นที่ใจกลางเมืองด้วยการขนส่งทางน้ำที่สะดวกรวดเร็วลดระยะเวลาการเดินทางตลอดเส้นทาง 5 กิโลเมตรมี 11 ท่า ปัจจุบันให้บริการฟรี ยังไม่มีการเก็บค่าโดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการทดลองให้บริการเรือไฟฟ้า พบว่ามีข้อดีทั้งในเรื่องลดผลกระทบทางด้านเสียงและควัน มลพิษในอากาศ และที่สำคัญช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าพลังงานเชื้อเพลิงได้อย่างมาก โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 1 ใน 4 ของต้นทุนการเดินเรือด้วยน้ำมันดีเซล แต่ทั้งนี้เรือไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายสูงในช่วงเริ่มต้นโครงการเนื่องจากค่าแบตเตอรี่เรือมีราคาสูง แต่แนวโน้มในอนาคตการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการคมนาคมขนส่งจะส่งผลให้ค่าแบตเตอรี่ในระยะยาวมีราคาถูกลง ดังนั้นในภาพรวมแล้วเรือไฟฟ้ามีข้อดีมากกว่าข้อด้อย เมื่อเทียบกับการใช้เรือที่ใช้น้ำมัน&amp;rdquo; นายมานิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70048</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, คลองผดุงกรุงเกษม, ท่าเรืออัจฉริยะ, บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด, วิสาหกิจ กทม., เรือพลังงานไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9bcfd02b4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
