<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นข่าวดียุติปมเหมืองอัคราฯคิงส์เกตมีแนวโน้มถอนฟ้อง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 2564 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทเหมืองทองคำอัครา ระหว่างบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทสัญชาติออสเตรเลีย กับรัฐบาลไทย ที่อยู่ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ว่า ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ช่วงเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา โดยผลการเจรจากับ บริษัท คิงส์เกตฯ ค่อนข้างมีความชัดเจนว่า จะจบลงด้วยดี มีแนวโน้มการถอนฟ้องรัฐบาลไทย และกลับมาลงทุนในไทยอีกครั้ง ภายใต้นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทองคำ พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ พ.ศ. 2560 โดยบริษัท คิงส์เกตฯ อาจจับมือกับนักลงทุนไทยเพื่อลงทุนครั้งใหม่นี้ด้วย แต่ต้องรอผลการเจรจาในภาพรวมอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แนวโน้มการเจรจาเป็นไปด้วยดี และคาดว่า จะได้ข้อยุติช่วงกลางปีนี้ จากเดิมจะได้ข้อยุติต้นปีนี้ เพราะต้องมีการประสานงานในบางละเอียดเพิ่มเติมและรอบด้าน ทั้งนี้หากการเจรจาไม่ได้ข้อยุติ หลักการในการต่อสู้ของกระทรวงอุตสาหกรรมมาจากความต้องการดูแลประชาชนคนไทยไม่ให้รับผลกระทบจากการทำเหมืองดังกล่าว ดังนั้นจะไม่มีการจ่ายค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้นในทุกกรณี&amp;quot;รายงานข่าวระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขั้นตอนล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจาหาข้อยุติตามกรอบที่รัฐบาลได้ให้ไว้หลังจากได้ส่งเอกสารอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศทั้ง 2 ฝ่ายเรียบร้อยแล้ว หากเจรจาประสบผลสำเร็จจะได้ข้อยุติคดีก่อนที่อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศจะมีคำสั่ง แต่ถ้าเจรจาไม่ได้ข้อยุติ ก็ต้องรอฟังคำสั่งของอนุญาโตตุลาการต่อไป ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ยืนยันต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศว่า ไม่เคยออกคำสั่งระงับการดำเนินกิจการของบริษัทอัคราฯ หรือสั่งปิดเหมืองเลย เพียงแต่ไม่ต่อใบอนุญาตประกอบโลหกรรม หรือโรงแต่งแร่ทองคำ และประทานบัตรบางแปลงที่หมดอายุลง เนื่องจากมีข้อร้องเรียนจากชาวบ้านถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง จึงชะลอการต่ออายุจนกว่าจะได้ข้อยุติเรื่องสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลต้องดำเนินการเพื่อปกป้องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเป็นสิทธิ์ที่รัฐบาลทำได้เพื่อปกป้องคนในประเทศ แต่ในกรณีเหมืองทองคำของอัคราฯ ไม่ได้สำรวจตรวจวัดค่าโลหะหนักในสิ่งแวดล้อม และในเลือดของประชาชนในพื้นที่มาก่อน จึงไม่มีค่าเดิมมาอ้างอิงกว่าโลหะหนักที่พบเกิดจากการทำเหมืองได้ ไม่ได้ข้อสรุปถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้ถ้าอัคราฯ ต้องการกลับมาทำเหมืองแร่ สามารถทำได้ ให้มายื่นตามพ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 ซึ่งมีการกำหนดให้ผู้ขอประทานบัตรและโรงแต่งแร่จะต้องตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนในพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อทำเป็นค่ากลางสำหรับตรวจสอบว่าเหมืองแร่ได้ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ซึ่งจะตรวจสอบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพทุกปีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อชุมชน&amp;rdquo;แหล่งข่าว กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89420</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด, เหมืองทองคำ, เหมืองอัครา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd5c07f47f67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทย – คิงส์เกต เปิดศึกเข้าอนุญาโตตุลาการฟ้องเหมืองอัครานอก ลุ้นจบนอกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ. 2563 รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม นำทีมโดยนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 3 ก.พ.นี้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลากร กรณีบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ประเทศออสเตรเลีย บริษัทแม่ของบมจ.อัครา รีซอร์สเซส ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรี ในพื้นที่รอยต่อจ.พิจิตร จ.พิษณุโลก และจ.เพชรบูรณ์ ฟ้องร้องรัฐบาลไทย กรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 &amp;nbsp;สั่งระงับการประกอบการกิจการเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ ทำให้เหมืองแร่ทองคำชาตรี ต้องระงับการประกอบกิจการไปตั้งแต่ปี 60 ซึ่งการเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เข้าสู่อนุญาโตตุลาการ คาดว่า เป็นการไต่สวนรายละเอียดข้อมูลหลักฐานของแต่ละฝ่ายว่าเป็นอย่างไร ยังไม่ใช่กระบวนการชี้ขาดตัดสินว่า ใครผิดใครถูก ฝ่ายไหนจะต้องชดเชยเท่าไร จะต้องใช้ระยะเวลา คาดว่า ใช้เวลาตัดสินในช่วงปลายปี 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ตามกระบวนการของคณะอนุญาโตตุลาการ ก็ต้องดำเนินตามกระบวนการต่อไป ยังต้องใช้ระยะเวลาในการไต่สวนอีกหลายเดือน ซึ่งที่ผ่านมากรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ก็ได้ทำทุกอย่างอย่างรัดกุม ยื่นเอกสารหลักฐานต่างๆ ไปแล้ว ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ก็ได้กำชับคณะทำงาน ให้ทำทุกอย่างให้เต็มที่ ให้กระทบกับประเทศชาติน้อยที่สุด และประชาชนในพื้นที่ต้องไม่เดือดร้อนด้วย&amp;rdquo;รายงานข่าวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีกระแสข่าวนักลงทุนไทย ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงานรายหนึ่ง สนใจที่จะซื้อกิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรี ประเด็นนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการเจรจาของทั้ง 2 ฝ่ายว่า ตกลงกันได้หรือไม่ อาจอยู่ในรูปแบบขายขาด หรือดึงเป็นผู้ร่วมทุนร่วมกันก็ต้องติดตามต่อไป แต่ในนามกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องเดินหน้าเข้าสู่คณะอนุญาโตตุลาการตามระบบ หากทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาตกลงกันได้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะต่อไปอาจขอถอนฟ้อง มาตกลงกันนอกรอบได้ แต่เชื่อว่า นักลงทุนไทย ที่จะเข้ามาซื้อกิจการ ก็ต้องรอดูแนวโน้มผลการพิจารณาของคณะอนุญาโตฯ ด้วยว่า มีแนวโน้มอย่างไร เพื่อพิจารณาการลงทุนได้ถูก โดยกพร.ยืนยันว่า หากผู้ประกอบการรายใด สนใจเข้ามายื่นขอขอประกอบกิจการ สามารถดำเนการได้ ตามพ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ ที่จะเข้มงวดในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถ้าได้รับอนุญาตก็สามารถประกอบกิจการต่อได้ทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดดเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทแม่ของบมจ.อัครา รีซอร์สเซส กล่าวว่า บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นในพยานหลักฐาน ที่ได้ฟ้องร้องรัฐบาลไทย เนื่องจากการใช้คำสั่งมาตรา 44 ให้ระงับการดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลีย จึงใช้สิทธิฟ้องร้องดังกล่าวต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ และจะมีการพิจารณาคดีให้ปากคำในวันวันที่ 3 &amp;ndash; 12 ก.พ.นี้ ที่ประเทศสิงคโปร์ ต่างๆ ซึ่งบริษัทฯ ยืนยันว่า ยังยินดีเจรจาหาทางออกร่วมกันกับรัฐบาลไทย ทั้งก่อนและหลังการอนุญาโตตุลาการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่ายร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาทางบมจ.อัครา รีซอร์สเซส ได้ประเมินตัวเลขความเสียโอกาสของเหมืองอัครา โดยวัดจากปริมาณสำรองแร่ทอง 8.9 แสนออนซ์ คิดเป็นวงเงินปริมาณ 37,020 ล้านบาท และเงิน 8.3 ล้านออนซ์ คิดเป็นวงเงินประมาณ 3,984 ล้านบาท ซึ่งสามารถผลิตได้ในช่วง 8-10 ปีข้างหน้า รวมมูลค่าทั้งสิ้น 41,004 ล้านบาท &amp;nbsp;แต่ไม่ได้เป็นตัวเลขที่จะมีการฟ้องร้องรัฐบาลแต่อย่างใด เป็นการชี้ให้เห็นว่า บมจ.อัคราฯ ยังมั่นใจว่า พื้นที่นี้ยังมีแร่ทองคำเหลือยู่ที่ยังไม่ขุดขึ้นมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56121</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการอนุญาโตตุลากร, บมจ.อัครา รีซอร์สเซส, บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190612/image_big_5d0060114f44d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
